<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ลั่น! เรื่องเรากับนายกฯเลิกพูด เพราะอยู่กันมาตั้งแต่เด็ก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
28 ม.ค. 63- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ออกคำสั่งเตือนการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ยืนยันว่าตนยังไม่ได้เจอกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ากรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จะทำให้พล.อ.ประวิตรกับพล.อ.ประยุทธ์ห่างเหินกัน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่มี เรื่องเรากับนายกฯเลิกพูด เพราะอยู่กันมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เราเป็น ร.อ. และร.ต. อยู่ด้วยกันมาตลอดจนเกษียณอายุราชการ จะมาเอาอะไรอีก หยุดพูดเรื่องนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ก่อนนายกฯจะตัดสินใจอะไรได้มาหารือก่อนหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า คุยกันทุกเรื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า รวมถึงการออกคำสั่งเตือน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ด้วยหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า คุยก่อน ไม่เป็นไร สื่อถามอะไร ไม่เห็นน่าถามเลย เป็นเรื่องของบุคคล ขอให้ถามเรื่องใหญ่ๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55701</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม&quot;, บิ๊กโจ๊ก, หนังสือเตือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200128/image_big_5e2fe5c52b3dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กช้างย่องเงียบ ดอดรายงานตัว หึ่ง‘โจ๊ก’งานเข้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กช้าง&amp;quot; ดอดรายงานตัวที่ ศปก.ตร.แล้ว ต้องลงชื่อเข้าทำงาน เข้า-ออกทุกวันตามเวลาราชการ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยหนังสือเตือน &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; ไม่ใช่เรื่องของทางตำรวจ แต่เป็นเรื่องของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สะพัดจับได้แล้วมือปืนยิงรถ &amp;quot;สุรเชษฐ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 มกราคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 28/2563 ให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)? ว่าเป็นเรื่องภายในของ สตช. ไปอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการฯ เป็นการใช้อำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่องของความเหมาะสม โดยไม่ได้มีการสอบสวนอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กรณีที่มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 22/2563 ลงวันที่ 23 มกราคม 2563 ให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เป็นการให้มาช่วยราชการที่สำนักนายกฯ เป็นการชั่วคราว โดยจะมีกรอบระยะเวลาไม่นาน เนื่องจากยังมีการสอบสวนอยู่ที่สำนักงานตำรวจฯ เพื่อให้สะดวกต่อการสอบสวน เว้นแต่จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตรงนี้เป็นการอาศัย พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ จึงเป็นอำนาจของนายกฯ พิจารณา ไม่ต้องเข้าคณะรัฐมนตรี และไม่ต้องโปรดเกล้าฯ และยังไม่พ้นจากตำแหน่ง ถือว่าเป็นการมาแค่ตัว แต่ยังรับเงินเดือนที่สังกัดเดิม ซึ่ง พล.ต.อ.วิระชัยก็รับทราบคำสั่งดังกล่าวดังกล่าวแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า ส่วนคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 1/2563 ลงวันที่ 24 มกราคม พ.ศ.2563กำชับให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการนั้น เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียนและการสอบสวนไม่ใช่เรื่องของทางตำรวจ แต่เป็นเรื่องของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ขณะนี้ยังสอบอะไรไม่ได้ เพราะยังไม่มีการร้องเรียนที่ชัดเจนมากพอ ดังนั้นคำสั่งจึงเป็นการเตือนและปราบไว้ก่อนเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ได้มีการลงโทษอะไร ซึ่งเจ้าตัวรับทราบแล้ว และต้องระวังอย่าทำผิดวินัย การที่คำสั่งต้องระบุอะไรหลายอย่าง เพราะมีเรื่องร้องเรียนที่เข้าข่าย จึงต้องเตือนให้รู้ตัว และการปฏิบัติหน้าที่ของพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ก็ไม่มีรถและเงินเดือนประจำตำแหน่ง ไม่มีสิทธิอะไร เมื่อมาอยู่ตรงนี้ ปลัดสำนักนายกฯ ได้มอบหมายงาน และจะลดการมอบหมายลงไประยะหนึ่ง ก่อนจะพิจารณาว่าจะคืนงานกลับให้หรือไม่ค่อยว่ากันอีกที&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ที่มีคำถามว่าทำไมถึงไม่เตือนที่เจ้าตัว แต่ออกเป็นคำสั่ง เพราะเป็นเรื่องที่จำเป็น เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจที่อ้างตามกฎหมายและต้องการส่งสัญญาณไปถึงหลายคนเพื่อให้รับทราบเอาไว้ และที่ผ่านมาก็เคยมีการเตือนในลักษณะนี้ แต่เป็นระดับอธิบดี จึงไม่ได้รับความสนใจอะไรเหมือนกับกรณีนี้ที่นายกฯเป็นผู้บังคับบัญชาจึงต้องลงมาเซ็นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.พรหมธร ภาคอัต ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) เปิดเผยถึงกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. ไปปฏิบัติงานที่ ศปก.ตร. ว่าภายหลังจาก พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ได้รับคำสั่งก็เดินทางมารายงานตัวลงและบันทึกประจำวันตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม เวลาประมาณ 12.00 น. ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจาก พล.ต.อ.ชัยวัฒน์เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ตนก็ได้มอบหมายให้ทำงานด้านรวบรวมข้อมูลข่าวสารเหตุการณ์ต่างๆ ที่รายงานมายัง ศปก.ตร. เพื่อเสนอให้ ผบ.ตร.รับทราบและมีคำสั่งพิจารณาสั่งการในเรื่องต่างๆ ซึ่งการทำงานของ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ จะต้องลงชื่อเข้าทำงาน เข้า-ออกทุกวันตามเวลาราชการ โดยในวันจันทร์ที่ 27 มกราคม คงจะได้เริ่มทำงานอย่างจริงจัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานความคืบหน้าคดีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ยี่ห้อเล็กซัส สีขาว หมายเลขทะเบียน 9 กจ 351 กทม. ของ &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) และอดีต ผบช.สตม. ฝั่งประตูรถมุมล่างด้านซ้าย บริเวณลานจอดรถหน้าร้านนวดแผนโบราณแห่งหนึ่ง ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. เมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากไม่มีใครอยู่ในรถนั้นว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัวคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว และส่งทีมสืบสวนเฝ้าติดตาม เพื่อรอรวบรวมพยานหลักฐานในการขออนุมัติหมายจับอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากทุกอย่างเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุมตัวทันทีภายในสัปดาห์นี้ และจะนำตัวให้ผู้บังคับบัญชาสอบสวนแถลงข่าว รวมทั้งในการสืบสวนทางลับยังพบหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงผู้บงการคนร้ายก่อเหตุยิงรถบิ๊กโจ๊กครั้งนี้ด้วย&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ปฏิเสธว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ แต่มีความคืบหน้าในการติดตามตัวไปมาก โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อนำมาประกอบสำนวนทางคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ไล่ติดตามภาพจากกล้องวงจรปิด ตั้งแต่จุดเกิดเหตุไปจนถึงฝั่งธนบุรีแล้ว หากตำรวจพบเส้นทางที่แน่ชัด ก็จะไล่ไปจนถึงที่พักของคนร้ายให้ได้ อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ได้ล็อกเป้าตัวผู้ต้องสงสัยตามที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น จะเป็นการจัดฉากหรือไม่ เบื้องต้นได้ตั้งข้อสังเกตไปว่า นับแต่เกิดเรื่องขึ้น พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ไม่ได้มีความเป็นห่วงรถยนต์ตัวเองมากเท่าใด แต่กลับโยงไปถึงประเด็นการจัดซื้อครุภัณฑ์เทคโนโลยีตรวจอัตลักษณ์บุคคลไบโอแมทริกซ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ความคิดเห็นต่อผลงานตำรวจ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ต่อกรณีตำรวจสามารถจับคนร้ายปล้นยิงชิงทองที่ลพบุรีได้จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 1,062 คน ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง วันที่ 23-24 มกราคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.5 ทราบข่าวตำรวจจับคนร้ายปล้นร้านทองลพบุรีได้ และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.9 ของคนที่ทราบข่าวมีความสุข พอใจ ที่ตำรวจรวบตัวคนร้ายได้ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ระบุคำคมตำรวจที่เป็นจริงคือ ร้อยละ 82.6 ระบุภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ และร้อยละ 81.3 ระบุหลับเถิดปวงประชา ตำรวจกล้าจะคุ้มภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ผลเปรียบเทียบความเชื่อมั่นของประชาชนต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ระหว่างก่อนและหลังจับคนร้ายปล้นยิงชิงทองลพบุรี พบว่าความเชื่อมั่นของประชาชนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 91.0 ในช่วงก่อนจับคนร้าย มาอยู่ที่ร้อยละ 97.4 ในช่วงหลังจับคนร้ายได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55478</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, วิษณุ เครืองาม, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนังสือเตือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200125/image_big_5e2c485976ed2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
