<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอกหน้าเสรีพิศุทธ์! หนังสือนายกฯแจงชัดไร้อำนาจตรวจสอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ย. 62 &amp;ndash; แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งหนังสือเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เข้าแถลงข้อเท็จจริงต่อ กมธ.ป.ป.ช.นั้น เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน สำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ได้ทำหนังสือตอบกลับไปยังประธานกมธ. ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงว่า ประเด็นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ มาตรา 129 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 บัญญัติว่า การกระทำกิจกรรม การสอบหาข้อเท็จจริง หรือการศึกษาตามวรรค 1 ต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฎว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 ไม่รับคำร้องของนายภาณุพงษ์ ชูรักษ์ ซึ่งเสนอโดยผู้ตรวจการแผ่นดินไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยมีเหตุผลสรุปได้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ดังกล่าว ไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด และมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณา จึงเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการ ซึ่งเป็นองค์กรตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 129 ไม่อาจตรวจสอบในเรื่องเดียวกันนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นต่อมาที่ทาง กมธ.ปปช. ตั้งประเด็นระบุว่า คณะรัฐมนตรีไม่มีอำนาจเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เพราะยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณให้ถูกต้องครบถ้วนนั้น เห็นว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณเฉพาะพระพักตร์พระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 แล้ว ดังที่ได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น ขอถือเอาคำชี้แจงนั้น เป็นคำชี้แจงต่อกมธ.ปปช.ในครั้งนี้ โดยจะไม่ขอตอบคำถามอื่นใดในประเด็นนี้อีก&amp;rdquo;ส่วนร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่คณะรัฐมนตรีเสนอ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2562 นั้น ทางสภาฯ มีมติรับหลักการในวาระหนึ่ง โดยมีมติเอกฉันท์ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2562 และมีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญ ขึ้นมาพิจารณาแล้ว ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างที่คณะกรรมาธิการ กำลังดำเนินการ จึงถือได้ว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติโดยถูกต้องครบถ้วน ไม่มีเหตุผลที่ กมธ.คณะใด หรือสภาผู้แทนราษฎร จะมีความเห็นเป็นอื่น อันจะทำให้การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ต้องล่าช้า หรือสิ้นสุดลง เว้นแต่จะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าการเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีชุดเดียวกันนี้ ได้เคยเสนอร่างพ.ร.บ.ต่อรัฐสภา จนประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้วสองฉบับ และประกาศใช้พระราชกำหนดแล้วสองฉบับ รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่ในฐานะฝ่ายบริหาร ตามรัฐธรรมนูญและในส่วนที่สัมพันธ์กับรัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ศาลยุติธรรม องค์กรตามรัฐธรรมนูญและรัฐบาลต่างประเทศ ตลอดจนสถาบันพระมหากษัตริย์มาแล้วหลายเรื่อง โดยไม่เคยมีผู้ใดขัดค้าน หรือทักท้วงอำนาจ หรือสถานะความเป็นคณะรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นการตรวจสอบการทุจริตนั้น เห็นว่าคณะกรรมาธิการฯ คณะนี้ตั้งขึ้นตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 90 (22) ซึ่งระบุขอบเขตหน้าที่และอำนาจว่า กมธ.ป.ป.ช.มีหน้าที่และอำนาจกระทำกิจการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการและมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ตรงนี้เห็นว่าประเด็นเกี่ยวกับการเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่จะมีการสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาในครั้งนี้ กมธ.ป.ป.ช.ไม่ได้แจ้งว่ามีประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต หรือประพฤติมิชอบ อันอยู่ในขอบเขตหน้าที่ และอำนาจของกมธ.ป.ป.ช.
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของ กมธ.ป.ป.ช.ดังกล่าว ข้าพเจ้า จึงขอมอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม (พล.อ.ชาญชัย ช้างมงคล) เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุม เพื่อรับฟัง รับทราบประเด็นแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ตามวันเวลาและสถานที่ข้างต้น จึงเรียนมาเพื่อทราบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แหล่งข่าวใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หนังสือตอบกลับไปยังกมธ.ป.ป.ช. ดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ลงนามเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่จะส่งไปยังประธานกมธ.ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ส่งหนังสือตอบกลับประธาน กมธ.ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 โดยยืนยันว่าได้เคยชี้แจงประเด็นข้อสงสัยของ กมธ.ป.ป.ช.ไปแล้วว่า การเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย และวิธีปฏิบัติแล้วทุกประการ หากกมธ.ป.ป.ช.ยังมีข้อสงสัยในประเด็นใด ขอให้แจ้งรายละเอียดแห่งประเด็นมา เพื่อที่จะได้พิจารณาประเด็นข้อสงสัยของ กมธ.ป.ป.ช.ต่อไป โดยพล.อ.ประวิตร ได้ลงนามในหนังสือดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50267</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., นายกฯ, บิ๊กตู่, หนังสือแจง, เสรีพิศุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcb84ea9150b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
