<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2020 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2020 08:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนาวเย็นต่อเนื่อง &#039;ไทยตอนบน&#039; อุณหภูมิลด 2-3 องศาจนถึง 7 ม.ค.63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.63 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศในอีก 7 วันข้างหน้าว่า&amp;nbsp;ช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 7 ม.ค. 63 ประเทศไทยตอนบนอุณภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส บริเวณพื้นราบของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14-20 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 3-11 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น โดยในช่วงวันที่ 1 - 4 ม.ค. 63 บริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 5 - 7 ม.ค. 63 บริเวณอ่าวไทยทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สำหรับชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 4 ม.ค. 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 1 - 4 ม.ค. 63 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น สำหรับอ่าวไทยคลื่นลมจะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 5 - 7 ม.ค. 63 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้จะมีกำลังอ่อนลง ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 7 ม.ค. 63 อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลงอีก 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 14-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 7 ม.ค. 63 มีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 5-11 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 7 ม.ค. 63 มีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 17-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 7 ม.ค. 63 มีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งอ่าวไทย) ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 4 ม.ค. 63 ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 7 ม.ค. 63 ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 7 มค. 63 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 2 &amp;ndash; 6 มค. 63 มีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53654</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, พยากรณ์อากาศ, สภาพอากาศ, หนาวจัด, อุณหภูมิลดลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200102/image_big_5e0d49d93d303.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บังกลาเทศหนาวจัด คนจน-คนป่วยดับแล้ว 50 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่บังกลาเทศเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า สภาพอากาศหนาวเย็นที่ปกคลุมทั่วประเทศมานานหลายวันทำให้มีคนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 50 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบังกลาเทศก่อไฟเพิ่มความอบอุ่น ที่กรุงธากา เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของบังกลาเทศระบุว่า อุณหภูมิต่ำสุดของประเทศในปีนี้วัดได้ 4.5 องศาเซลเซียสเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม 2562 ที่เมืองเตตูเลีย เมืองชายแดนทางเหนือของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเยชา อัคเทอร์ เจ้าหน้าที่อาวุโสในคณะกรรมการสาธารณสุขของรัฐบาล กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 คนมีสาเหตุจากการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน และ 33 คนเสียชีวิตเพราะอาการท้องร่วงจากไวรัสโรต้า และโรคอื่นๆ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 28 ธันวาคม นอกจากนี้โรงพยาบาลต่างๆ เต็มไปด้วยคนไข้ที่ล้มป่วยเพราะสภาพอากาศ เช่น ไข้หวัดใหญ่, ภาวะขาดน้ำ และปอดบวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ที่ขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาว ขณะที่อีกจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กและคนชรา มีแนวโน้มป่วยเป็นโรคต่างๆ เช่น ปอดบวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานอุตุนิยมวิทยากล่าวว่า บังกลาเทศน่าจะต้องประสบกับสภาพอากาศหนาวเย็นบวกกับลมหนาวและหมอกหนาต่อเนื่องไปอีกหลายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ด้านการบินกล่าวว่า ภาวะหมอกจัดส่งผลให้เที่ยวบินต้องเลื่อนหรือเปลี่ยนเส้นทางแล้วหลายเที่ยวบิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53507</URL_LINK>
                <HASHTAG>บังกลาเทศ, สังเวยภัยหนาว, หนาวจัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b48acb9a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2019 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2019 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯประกาศฉบับ 1 &#039;เหนือ-อีสาน&#039; อุณหภูมิลด 2-4 องศาส่งท้ายปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ธ.ค.62 - กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง &amp;quot;พายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) &amp;ldquo;ฟานทอง&amp;rdquo;&amp;quot; ฉบับที่ 1 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น.ของวันนี้ (26 ธ.ค. 2562) พายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) &amp;ldquo;ฟานทอง&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางหรือมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 13.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 118.9 องศาตะวันออก พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 16 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง&amp;nbsp;ประมาณ 145 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้จะอ่อนกำลังลงและสลายตัวในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางในช่วงวันที่ 28-29 ธ.ค. 2562 โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ในช่วงวันที่ 27-30 ธันวาคม 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่ จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นทำให้ประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp;มีอุณหภูมิลดลงและมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียสในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53287</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความกดอากาศสูง, พยากรณ์อากาศ, พายุฟานทอง, หนาวจัด, อุณหภูมิลดลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191226/image_big_5e041393df00f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.ประกาศ 4 จว.ประสบภัยหนาว เร่งมอบเครื่องนุ่งห่มบรรเทาความเดือดร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.62 - นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยหนาว รวม 4 จังหวัด 35 อำเภอ 260 ตำบล 3,153 หมู่บ้าน แยกเป็นจังหวัดที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (ภัยหนาว) จำนวน 2 จังหวัด 16 อำเภอ 131 ตำบล 1,361 หมู่บ้าน ได้แก่ 1.แพร่ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาว จำนวน 8 อำเภอ 78 ตำบล 744 หมู่บ้าน และ 2.บึงกาฬ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาว จำนวน 8 อำเภอ 53 ตำบล 617 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยหนาว) รวม 2 จังหวัด 19 อำเภอ 129 ตำบล 1,792 หมู่บ้าน ได้แก่ 3.เชียงราย ประกาศเขตฯ (ภัยหนาว) รวม 18 อำเภอ 123 ตำบล 1,164 หมู่บ้าน และ 4.ตาก ประกาศเขตฯ (ภัยหนาว) รวม 1 อำเภอ 6 ตำบล 36 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางได้อนุมัติตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเสนอให้จังหวัดที่ประสบภาวะอากาศหนาวถึงหนาวจัด ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส และมีช่วงเวลาอากาศหนาวยาวนานติดต่อกันเกิน 3 วัน สามารถประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;(ภัยหนาว) เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปภ. จะได้ประสานจังหวัดให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว โดยจัดสรรเครื่องนุ่งห่มกันหนาวแก่ผู้ประสบภัยหนาวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเบื้องต้นอย่างทั่วถึงต่อไป ท้ายนี้ หากได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย&amp;nbsp;1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52821</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, จัดสรรเครื่องนุ่งห่ม, ภัยพิบัติฉุกเฉิน, มณฑล สุดประเสริฐ, สถานการณ์ภัยหนาว, หนาวจัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfb03cf19124.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
