<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุยแซ่บShow ย้ายเวลาใหม่ บ่ายโมง 5 นาที เริ่ม 4 ตุลาคม นี้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับเป็นรายการวาไรตี้ทอล์กสุดแซ่บยามบ่ายที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง สำหรับรายการคุยแซ่บShow ออกอากาศทุกวันจันทร์-วันศุกร์ ทางช่องOne31 ผลิตโดยบริษัท ออเร้นจ์มาม่า จำกัด ที่เสิร์ฟแขกฮอตประเด็นร้อนกันมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; ล่าสุดขอปรับเวลาใหม่ มาไวกว่าเดิม เพิ่มเติมคือความแซ่บไม่มีตก พร้อมทัพพิธีกรเสิร์ฟความแซ่บครบทีมอย่าง พีเค ปิยะวัฒน์ , ธัญญ่า ธัญาเรศ , หนิง ปณิตา , เบนซ์ พรชิตา , เป็กกี้ ศรีธัญญา , ชมพู่ ธัณย์สิตา , ใบเฟิร์น พัสกร , ตั๊กแตน ชลดา, บูม สุภาพร และ ซินแสเป็นหนึ่ง พร้อมประเดิมเวลาใหม่ ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.05-14.05 น.&amp;nbsp; ทางช่อง One31 เริ่ม 4&amp;nbsp; ตุลาคม นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118627</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชมพู่ ธัณย์สิตา, ซินแสเป็นหนึ่ง, ตั๊กแตน ชลดา, ธัญญ่า ธัญาเรศ, บูม สุภาพร, พีเค ปิยะวัฒน์, หนิง ปณิตา, เบนซ์ พรชิตา, เป็กกี้ ศรีธัญญา, ใบเฟิร์น พัสกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_61596a84623f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มิว ศุภศิษฏ์’เปิดใจครั้งแรกหลังเพลงใหม่ดังไกลติดชาร์ตระดับโลก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นศิลปิน-นักแสดงที่มากความสามารถคนหนึ่งวงการบันเทิงไทยสำหรับหนุ่ม มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ ซึ่งวันนี้จะมาเปิดเผยเส้นทางจากเด็กเนิร์ด สู่นักแสดงหนุ่มสุดปัง ที่เคยโดยปฎิเสธงานจนท้อจนเกือบเลิกตามฝัน พร้อมเผยความรู้สึกที่งานเพลงดังไกล ติดชาร์ต Billboard Charts ถึง 5 เพลงด้วยกัน ในรายการ &amp;ldquo;คุยแซ่บSHOW&amp;rdquo; ทางช่องOne31 ที่มี หนิง ปณิตา และ เป๊กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

รู้สึกอย่างไรที่เพลงใหม่ติด Billboard Charts ถึง 5 เพลง และได้ขึ้นนิตยสาร Forbes
มิว ศุภศิษฏ์ : ก็ติด 5 เพลง มี Drowning, Missing You, Let Be Me, More And More, Time Machine รู้สึกดีใจมาก ๆ ตอนที่ผมรู้ข่าวคือทาง Bill Brod เขาทวิตเตอร์มาหาผมเอง ติดในหมวด Digital Song Sales Chart ส่วนที่ได้ขึ้นิตยสารก็ดีใจและตื่นเต้น ตอนที่รู้ข่าวก็ตื่นเต้นมากๆ ก็อยากขอบคุณแฟนๆ มากๆ เพราะแฟนๆ คอยช่วยเหลือเรา คอยอยู่ข้างๆ เราตลอด

คิดไหมว่าจะมาไกลขนาดนี้
มิว ศุภศิษฏ์ : ก็ไม่ได้คิดว่าจะติดบิวบอร์ด หรือว่าจะมี Forbes เขียนถึง ก็เป็นเรื่องที่เซอร์ไพร์สมากๆ เพราะอัลบั้มนี้เราต้องการแค่อยากทำเพลงที่มีคุณภาพ ให้กับแฟน ๆ เพราะเรารู้สึกว่าแฟนๆ สนับสนุนเรามาตลอดเราก็อยากที่จะพัฒนาผลงานเรา ลองแนวเพลงใหม่ ๆ ของดิสคอฟเวอร์กับเพลง กับทำนอง กับเนื้อร้อง แล้วเราก็ถ่ายทอดออกมาเป็น 10 เพลงนี้ ต้องบอกก่อนว่าตั้งใจมากจริงๆ ทั้งตัวผมเอง ทั้งคนที่มาร่วมงานด้วย

ในนิตยสาร Forbes เขียนชื่นชมเราอย่างไรบ้าง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิว ศุภศิษฏ์ : Forbes ก็จะเขียนถึงเรื่องเพลงประมาณว่า เรามาใหม่ในเรื่องงานเพลงและเพิ่งมีอัลบั้มแรกด้วย แต่สามารถติดชาร์ตได้ถึง 5 เพลงซึ่งสุดยอดมากๆ ก็ต้องขอบคุณทาง Forbes ด้วย

ก่อนเข้าวงการเป็นเด็กเนิร์ดมาก่อน
มิว ศุภศิษฏ์ : ใช่ครับคือของผมจะอยู่ในกรอบมากๆ ก็จะตั้งใจเรียนมากๆ และก็ชอบเล่นเกม ติดเกม ชอบดูหนังปกติ และเป็นคนที่ขี้อายมากๆ ถามว่ามีความอยากเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็กไหม คือถ้าเป็นเรื่องร้องเพลงเราชอบร้องเพลงอยู่แล้วแต่ไม่ถึงขั้นจะปล่อยเพลงออกมาออกมาจริงจัง ส่วนเรื่องการเป็นนักแสดงก็ไม่เคยคิดเลย และที่ไม่เคยไปประกวดร้องเพลงที่ไหนเพราะเราเป็นคนขี้อายมากๆ ขี้อายถึงขั้นไม่กล้าจับไมค์ ถ้าถือไมค์มือจะสั่น ถามว่าลึกๆ อยากเป็นศิลปินไหม ผมคิดว่าตอนนั้นอยากเหมือนกันแต่เราไม่กล้าพอที่จะทำตรงนี้ เพราะว่ากลัวมากๆ กลัวไปหมดเลย เพราะตอนเด็กจะเป็นคนที่ชอบเอาความคาดหวังของคนอื่นมาใส่ตัวเอง เวลาไปหน้าชั้นก็จะคิดว่าอาจารย์จะคิดอย่างไรกับเรานะ เพื่อนๆ เราจะคิดอย่างไรกับเรานะ ก็เลยทำให้ไม่มีความเป็นตัวของตัวเองเลย ไม่รู้จะต้องวางมืออย่างไร ไม่รู้จะต้องพูดอย่างไรดี

มีเรียนร้องเพลง มีเรียนแสดงไหม
มิว ศุภศิษฏ์ : ถ้าตอนเด็กๆ เรายังไม่จริงจัง คือมันมีช่วงหนึ่งที่เรามีเวลาว่าง เราแค่อยากลองพัฒนาอะไรบางอย่างดู เราชอบร้องเพลงก็เรียนร้องเพลงดูไหม พอเรียนไปเรื่อยๆ มันทำให้เราได้ร้องให้คนอื่นฟังบ้าง ซึ่งทำให้เราคลายกังวลไปบ้าง

จุดเริ่มต้นที่เข้ามาวงการบันเทิงคืออะไร
มิว ศุภศิษฏ์ : เริ่มจากไปเรียนพิเศษ คือไปเรียนติวเข้ามหาวิทยาลัยที่สยาม แล้วไปเจอโมเดลลิ่ง ซึ่งเขาบอกเราว่าเราหน้าตาโอเคมากเลย มาแคสโฆษณาให้พี่หน่อยได้ไหม มีสัญญาให้เซ็นเลย คือผมก็ตกใจมาก แล้วก็โทรหาบอกมะม๊าก่อนอยากให้ไปลองแคสโฆษณาดูแล้วก็อยากให้เซ็นสัญญาเลย มะม๊าบอกว่าเอาสัญญากลับมาดูก่อนไหมถ้าอยากทำก็ลองทำไปก่อน สุดท้ายไม่ได้เซ็นต์ ตอนไปแคสก็ได้เหมือนกันเป็นซิมมือถือแต่ไม่ได้ถ่าย

แต่กว่าจะได้เล่นโฆษณาแคสโฆษณามาเยอะมาก
มิว ศุภศิษฏ์ : ใช่ๆ ถามว่าแคสถึงร้อยไหมน่าจะถึง เพราะมีช่วงหนึ่งที่เราแคสงาน 7 วันเลย แล้วแต่ละวันเราก็แคส 3-4 งาน วนไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ นอกจากแคสโฆษณาก็มีไปเดินแบบ ไปถ่ายนิตยสาร ตอนเดินแบบผมยังคิดว่าน่าจะสบายกว่างานอื่น เพราะเราแค่เดินเฉยๆ แต่พอเราไปดูรูปแล้วทำไมเราดูแย่จัง คือนักเดินแบบเก่งๆ เขาต้องมีอินเนอร์บางอย่างเพื่อนำเสนอเสื้อผ้าที่เขาใส่อยู่ ซึ่งตอนที่ผมเดินแรกๆ ผมไม่รู้เรื่องก็เลยรู้สึกว่าทำไมเราดูแย่จังเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

อยากรู้ว่ามิวเรียนมาทางด้านไหน
มิว ศุภศิษฏ์ : เรียนวิศวะ เพราะตอนม.6 เคยถามมะม๊ากะปะป๊าว่าขอเรียนนิเทศน์ได้ไหม แต่ท่านว่าไม่เอา เพราะอาม่าอยากให้เรียนวิศวะกับหมอเท่านั้น ผมเลยเรียนวิศวะ เพราะถ้าเรียนหมอมันต้องเรียนนาน ต้องเรียน 6 ปี แถมยังต้องไปเรียนสายเฉพาะอีก ถ้าเรียนหมอก็คงจะต้องยุ่งมากๆ คงไม่มีเวลามาแคสโฆษณา อะไรแบบนี้ แต่ตอนนี้เรียนนานกว่าเรียนหมอ เรียนยันเอก เรียนมา 8-9 ปีแล้ว

ดูมิวผูกพันธ์กับครอบครัว
มิว ศุภศิษฏ์ : คือผมรู้สึกว่าเราเติบโตมาเพราะมีพวกท่านดูแลมาโดยตลอด ผมรู้สึกอบอุ่น และท่านเป็นที่ปรึกษาให้เราได้และท่านก็คอยให้กำลังใจเราตลอด เวลาที่เรามีคำถามอะไร หรือว่ามีอะไรที่ต้องตัดสินใจที่มันยากมากๆ ก็จะคอยปรึกษาท่าน

ทำไมเลือกคุยกับคนที่บ้านก่อนที่จะคุยกับเพื่อน
มิว ศุภศิษฏ์ : คือผมรู้สึกว่าเพื่อนเราจะชอบเออออตาม ไม่อย่างนั้นคงเป็นเพื่อนกันไม่ได้หรอก (หัวเราะ) บางทีเราอยากจะได้มุมมองที่มองไกลกว่าเรา ก็เลยเลือกที่จะปรึกษาคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่าเราบ้าง หรืออาจจะเป็นคนที่เด็กกว่าเราเยอะๆ

แคสงานไม่ได้ครอบครัวว่าอย่างไรบ้าง
มิว ศุภศิษฏ์ : ตอนนั้นทางบ้านก็จะบอกว่า ถ้าการเรียนเราโอเค อยากทำอะไรก็ทำได้เลย เราแคสงานมาแล้วไม่ได้เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรถือว่าเป็นบทเรียน สำหรับเราด้วย แต่พอถึงเวลาจริงๆ การแคสงานมันยากมากๆ เพราะเวลาไม่ได้ เขาไม่เคยบอกเราเลยว่าไม่ได้เพราะอะไร เขาจะบอกแค่ว่าเราไม่ได้ มันทำให้เราต้องไปคอยรีเช็คตัวเองว่า ทำไมถึงไม่ได้ คือถ้าเขาแจ้งมาเราจะได้ไปพัฒนาปรับปรุงตัวเราได้ แต่ผมไม่เคยทราบเลย มันทำให้เรารู้สึกว่า ทำไมเราไม่ได้นะ ทั้งๆ ที่เราก็ทำเต็มที่แล้ว เราก็เลยโทษแต่คนอื่น แต่ไม่เคยโทษตัวเองเลย ถามว่ามีท้อบ้างไหม ก็มีเหมือนกันนะ เพราะบางทีเราไปแคส 3-4 งานแต่ไม่ได้ เพราะบ้านก็อยู่นนท์ แต่เราต้องแคสงานไกลถึงทาวน์อินทาวน์ ซึ่งมันไกลมากๆ พอไม่ได้เยอะมากๆ เราก็เลยขอเบรกก่อนดีกว่า แล้วกลับมานั่งทบทวนตัวเองดู เราไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการที่เราจะเป็นนักแสดงได้เราต้องมีความสามารถเรื่องการแสดง ทำไมเราไม่มองตรงจุดนี้ เราแค่แคสไปเรื่อยๆ แต่ไม่เคยพัฒนาเรื่องการแสดงเลย ก็เลยรู้สึกว่าเป็นเพราะเรานี่แหละที่ห่วย ก็เลยไปเรียนแคสติ้งก่อนแล้วค่อยกลับมาแคสใหม่

คนอื่นเบรก 2-3 อาทิตย์ แต่มิว เบรกที 3 ปี
มิว ศุภศิษฏ์ : ใช่ ก็ไปเรียนแอคติ้ง พอเรากลับมา ไปแคสโฆษณาก็ผ่าน และได้เล่นซีรีส์ด้วย

จบวิศวะทำไมไม่ทำงานด้านวิศวะ
มิว ศุภศิษฏ์ : คือมีช่วงหนึ่งที่ได้ไปเรียนต่อ ช่วงนั้นจะว่างมากๆ และที่บ้านก็จะรุ้สึกว่าทำไมไม่ยอมทำงานต่อสักที ผมเลยรู้สึกว่าเรายังอยากทำงานตรงนี้อยู่ คือถ้าเราไปทำงานด้านวิศวะเราต้องจริงจังแน่นอน และคงไม่ได้มาทำงานด้านนี้อีกแล้ว

ที่บ้านว่าอย่างไรในเมื่ออยากทำงานบันเทิง
มิว ศุภศิษฏ์ : อาม่ากับคุณแม่เขาใจดี ส่วนปะป๊าจะบอกว่า ถ้าอยากแคสงานต่อก็ไปเรียนปริญาโทละกัน ผมก็เลยโอเคว่าเรียนโทต่อให้ ก็เรียนโททางด้านวิศวะสายเดิม ช่วงระหว่างเรียนโทก็ไปเป็นอาจารย์พิเศษบ้าง แต่พอจบโทมามันมีซีรีส์กระแสก็เริ่มมา งานก็เยอะมาก แต่งานสอนเราก็ยังรับอยู่ ไปเป็นอาจารย์พิเศษบ้าง แต่ถ้าจะให้ไปเป็นเต็มเวลาคงไม่ได้เพราะเวลาไม่ได้จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

เวลาเด็กเรียกอาจารย์รู้สึกอย่างไร
มิว ศุภศิษฏ์ : ก็จั๊กกะจิ้ เพราะน้องที่เราสอนก็ห่างกับเราแค่ 3-4 ปี แต่มาเรียกเราว่าอาจารย์ เราก็รู้สึกโตๆ เวลาสอนผมจะทำสไลด์แล้วจะชอบพูดแล้วให้น้องเขาจดตาม คือผมจะสอนเรื่องสถิติก็เลยทำให้มีโจทย์อะไรแบบนี้ คือจะสอนเป็นพาร์ทแรก แล้วเว้นเป็นโจทย์ไว้แล้วให้ทุกคนลองทำดู แต่เวลาเรียนก็จะมีเด็กมาแซวๆ ว่าอาจารย์จะมาสอนหรือมาเดินแบบ

ทำงานหลายอย่าง แล้วที่บ้านก็มีกิจการของตัวเอง อยากรู้ว่าที่บ้านอยากให้เราสืบทอดกิจการไหม
มิว ศุภศิษฏ์ : เอาจริงๆ คุณพ่อคุณแม่ยังไหว ท่านรู้สึกว่าเราอยากทำอะไรเราก็ไปก่อนได้เลย ส่วนตัวธุรกิจที่ท่านทำอยู่นัน้ ก็จะเป็นธุรกิจที่คอยซัพพอร์ทเราเมื่อเราไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร

การเป็นผู้จัดละครนี่ใช่ความฝันของเราไหม
มิว ศุภศิษฏ์ : เป็นอาชีพหนึ่งที่ผมอยากทำมากๆ ตอนนี้เป็นผู้จัดซีรีส์เรื่อง &amp;ldquo;The Ocean Eyes&amp;rdquo; เป็นซีรีส์ที่ร่วมทุนกับฝั่งอเมริกาด้วย ฝั่งจีนด้วย เป็นซีรีส์ที่มีโปรดักซ์ชั่น ที่มีต่างประเทศมาเข้าร่วมด้วย ซึ่งขอบอกก่อนว่า เป็นเรื่องของสัตวแพทย์ทางทะเลนั้นเป็นเรื่องแรกของเอเชียเลย

ซีรีส์เรื่อง &amp;ldquo;The Ocean Eyes&amp;rdquo; เรื่องราวเป็นอย่างไร
มิว ศุภศิษฏ์ : เป็นเรื่องราวของทีมสัตวแพทย์ เป็นสัตวแพทย์ทางทะเลมีชื่อทีมว่า &amp;ldquo;The Ocean Eyes เป็นทีมท็อปของประเทศไทย แล้วทีนี้ก็จะมีการรับบุคคลากรใหม่เข้ามา ก็จะมีตัวละคร 4 ตัว ชื่อ นที เกรซ พริตตี้ เซ้นท์ ซึ่ง 4 ตัวละครนี้เป็นสมาชิกใหม่ที่เข้ามาในทีม แต่ละคนก็จะมีพื้นเพมาจากคนละครอบครัว มีปมในชีวิตคนละอย่างกัน พอมาอยู่ในทีมนี้การทำงานร่วมกันเป็นอย่างไรบ้าง การที่แต่ละคนมีความสามารถเฉพาะตัว จะมาอะแดปในการทำงานร่วมกันได้อย่างไร เวลาเจอเคส เจอปัญหาต่างๆ ตัวละครแต่ละตัวจะไปในทิศทางไหน ก็อยากให้มาติดตามกัน

เห็นว่าช่วงที่ซีรีส์ออนแอร์มิวดังมาก ได้ถูกเชิญไปต่างประเทศหลายประเทศมากด้วย
มิว ศุภศิษฏ์ : ใช่ครับแต่ไม่ได้ไปเพราะว่าโควิดมาพอดี ตอนนั้นมีโอกาสไปฟิลิปปินส์บ้างแล้ว ตอนกลับก็ยังเสียวๆ เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรบ้างเพราะตอนนั้นเริ่มล็อกดาวน์แล้ว ซึ่งแพลนไปต่างประเทศนั้นมีประมาณ 6- 7 ประเทศได้ แล้วในบางประเทศอย่างจีน ก็จะต้องไปหลายมณฑล สุดท้ายไม่ได้ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

การร้องเพลงอีกส่วนหนึ่งที่เราลงทุนถึงขั้นเปิดสตูดิโอเอง
มิว ศุภศิษฏ์ : คือหลังจากที่โควิดมามันจะมีช่วงล็อกดาวน์แรกๆ ที่เราได้มานั่งทบทวนตัวเองว่ามันยังมีอะไรที่ยังอยากทำอยู่แต่ยังไม่ได้ทำ ซึ่งผมคิดว่าที่จะทำได้ในตอนนั้นคือการร้องเพลง อยากทำเพลง ก็เลยรู้สึกว่า ถ้าจะทำเพลงก็ควรจะเปิดค่ายขึ้นมาเพื่อจะดูแลเราคนเดียวเพื่อที่จะเป็นศิลปิน ผมเห็นจากเพื่อนหลายๆ คน เขาจะโดนค่ายเซ็ทอะไรบางอย่างมา เพราะมันเป็นแผนงานของเขา ซึ่งเราอยากทำเพลงที่เป็นตัวเราจริงๆ ทั้งตัวเนื้อเพลง ตัวเอ็มวี สไตล์ต่างๆ คือเราอยากทำเองหมดเลย อยากมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน คือถ้าเราอยู่ค่ายก็ต้องทำตามเขาส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเราสามารถทำเองได้ มันก็เป็นผลงานของเราก็เลยคิดว่าทำเองดีกว่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เวลาเจออุปสรรเราสู้อย่างไร
มิว ศุภศิษฏ์ : อย่างแรกเลยคือเรามีคนมากมายคอยซัพพอร์ตเรา รักเรา เราไม่อยากทำให้เขาผิดหวัดว ไม่อยากไปทำลายความรักของเขา ไม่อยากดูถูกความรักที่เขาให้เรามา งานทุกอย่างมันมีเหนื่อยอยู่ แต่ถ้าเราล้มเลิกไป แล้วคนที่คอยให้ความรักเรามา คอยซัพพอร์ตเรา เขาจะติดตามเราจากไหน แล้วเขาจะเติมพลังใจของเขาได้อย่างไร เพราะเราเป็นพลังใจของเขาจริงๆ เราก็เลยรู้สึกว่าเราล้มได้แต่ต้องลุกให้เร็วที่สุด เราเหนื่อยได้ แต่ต้องฟื้นให้เร็วที่สุด และต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอเพื่อตอบแทนสิ่งที่เขาให้มาโดยตลอด

ตอนเจอมรสุมเปิดค่ายเพลงได้ยินว่าไม่เสพโซเชียลเลย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิว ศุภศิษฏ์ : ใช่ ตอนนั้นเรานอยด์มากๆ และห่วงแฟนๆของเรามาก ๆ ช่วงนั้นไม่เสพโซเชียล ลบแอดทวิตเตอร์เลยช่วงนั้น จะได้ไม่ต้องเข้าไปดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้บทเรียนอะไรกับมรสุม กับการวิพากษ์วิจารณ์ของคนบ้าง
มิว ศุภศิษฏ์ : อย่างแรกคือเราห้ามคนวิจาร์ณไม่ได้ เพราะเราเลือกมาอยู่ในจุดที่มีคนคนวิจารณ์อยู่แล้ว วงการบันเทิงเป็นงานศิลปะ งานศิลปะอยู่ที่เทสท์ของแต่ละคนอยู่แล้ว เรื่องคำวิจารณ์มันมีอยู่แล้ว ถ้าคำวิจารณ์มันเพื่อปรับปรุงพัฒนาเรา เราจะเก็บไว่พัฒนาตัวเอง แต่ถ้าอันไหนเป็นการสาดอารมณ์ใส่เรา เรารู้สึกว่าเราปล่อยไปดีกว่าเพราะมันไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย อันนี้คืออย่างแรก อีกอย่างหนึ่งคือในทุกๆ วงการคนที่มีความสามารถเท่านั้นถึงจะอยุ่รอด สุดท้าย ถ้าเราหยุดพัฒนาตัวเองมันจะมีคนที่จะมาแซงเรา จะมีคนที่จะมาแทนเราอยู่เสมอ เราต้องสร้างสรรค์ผลงานใหม่ เติมสกิลให้เราเก่งขึ้น

ในอดีต &amp;ldquo;มิว&amp;rdquo; เคยอกหักจริงเหรอ แล้วทำอย่างไร
มิว ศุภศิษฏ์ : ครับ คือผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงอกหัก อาจจะเป็นเพราะจีบใครไม่เป็นสักเท่าไหร่ ตอนอกหักก็มีเหมือนกัน ที่เปิดเพลงเศร้า มีคารีเนตแล้วก็เป่า สาวๆ ที่บอกเลิกส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าเข้ากันไม่ได้ ซึ่งเราก็รู้แหละว่าเราเข้ากันไม่ได้จริงๆ เพราะบางทีเราอยากได้อย่างหนึ่งเขาอยากได้อย่างหนึ่ง สุดท้าย ก็ไม่มีใครลดหย่อนเข้าหากัน ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้

ปัจจุบันสถานะหัวใจเป็นอย่างไร
มิว ศุภศิษฏ์ : ปัจจุบันก็โสด โสดมาหลายปีอยู่เหมือนกัน เพราะตอนที่งานหนักมากๆ เราก็จะจริงจังกับงาน แล้วคนที่เราคุยอยู่เขาเป็นรองเรื่องงาน เขาคงจะไม่ค่อยแฮปปี้ ผมก็เลยเกรงใจเขา แล้วก็รู้สึกว่าเราไม่มีเวลาให้เขา ก็เลยยังไม่พร้อม

สเปกสาวเป็นอย่างไร
มิว ศุภศิษฏ์ : ตอนเด็กๆ ก็คิดว่าตัวเล็กๆ ขาวๆ น่าจะเข้ากับเราได้ แต่ปัจจุบันเราเปิดกว้างขึ้นมากๆ คือถ้าเป็นใครที่พร้อมจะเติบโตไปกับเรา เข้าใจเรา ถ้ามีปัญหาอะไรแล้วมานั่งทำความเข้าใจกัน ก็โอเคแล้ว

สถานะโสด แต่เพลงใหม่แต่งให้กับผู้หญิงคนหนึ่งที่สำคัญมากในชีวิต
มิว ศุภศิษฏ์ : เพลงนี้แต่งให้อาม่า ตอนที่เริ่มแต่งเพลงนี้ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวทะเล ได้ไปดำน้ำ แล้วคิดว่าถ้าเราได้แต่งเพลงอยากแต่งเพลงที่เกี่ยวกับการจมลงไปจังเลย เพราะว่าเราชอบความรู้สึกที่ได้ดำลงไปในน้ำ แล้วก็นึกว่าถ้าเล่าเรื่องการจม เราจะเล่าเรื่องอย่างไรให้มีดูแล้วอบอุ่นต้องทำอย่างไรดี ก็เลยนึกว่าถ้ามันเป็นการจมไปในความทรงจำล่ะ ความทรงจำดีๆ ของใครคนหนึ่งที่บางครั้งเราอาจจะไม่ได้อยู่กับเขาแล้ว มันทำให้ความรู้สึกเหล่านี้เรารู้สึกถึงอาม่าก่อนเป็นคนแรก เพราะอาม่าเสียไปได้ 5 ปีแล้ว แต่เวลาที่เราเหนื่อย เวลาที่เราเศร้า เวลาที่เราท้อ เราก็จะนึกถึงภาพตอนที่เขาอยู่ด้วย แค่โมเม้นท์ง่ายๆ ในเอ็มวี แค่เขาทำข้าวผัดให้เรา นึกถึงตอนที่เขาทำโกโก้ให้เรากินตอนเช้า ตอนที่เขาคอยโอ๋เราเวลาที่เราเสียใจ ก็มีความสุขแล้ว

รู้สึกอย่างไรกับกระแสตอบรับ
มิว ศุภศิษฏ์ : ดีใจมากๆ เสียใจอย่างหนึ่งที่เราไม่ได้ทำตรงนี้ตอนที่เขายังอยู่ และเหตุผลหนึ่งที่ผมยังโกออนในเส้นทางนี้อยู่ เพราะตอนที่เขาเสียผมรุ้สึกว่าเรายังไม่มีผลงานจริงๆ จังให้เขาดูเลย แม้ตอนนี้ผมจะไม่รู้ว่เขาไปอยู่ไหนแล้ว เพราะเขาเสียไปแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะอยู่รูปแบบไหน เขาเกิดใหม่หรือเปล่าเราก็ไม่รู้ แต่ถ้าเรามีชื่อเสียงโด่งดังมากๆ จนไปถึงเขาได้ มันก็คงจะดีมากๆ

มิวอยากบอกอะไรกับอาม่าบ้าง
มิว ศุภศิษฏ์ : อยากจะบอกว่า ขอบคุณอาม่ามากๆ ที่ทำให้ปะป๊าเกิดมาแล้วปะป๊าทำให้ผมเกิดมา และขอบคุณที่คอยดูแลมาตลอด ขอบคุณที่ให้ความอบอุ่น ของคุณที่ทำให้ผมแต่งเพลงๆ แรกในชีวิตได้แล้วเพลงๆ นี้มันก็ติดบิวบอร์ดด้วย ขอบคุณอาม่ามากๆ เลยครับ

ฝากผลงานหน่อย
มิว ศุภศิษฏ์ : ถ้าเป็นเพลงก็สามารถติดตามได้ทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่วนมิวสิควิดีโอสามารถติดตามได้ทางยูทูบแชลแนล และสามารถติดตามได้ทางเฟซบุ๊ก ทางไอจี อินสตาแกรมและทางทวิตเตอร์ด้วยครับ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112941</URL_LINK>
                <HASHTAG>มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์, หนิง ปณิตา, เป๊กกี้ ศรีธัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_61136ac62ec4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘โยเกิร์ต’เปิดใจครั้งแรกหลังสูญเสียคุณพ่อด้วยโควิด พร้อมถอดบทเรียนการรักษา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักแสดงสาว &amp;ldquo;โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์&amp;rdquo; ควงสามี &amp;ldquo;พีเค ปิยะวัฒน์&amp;rdquo; เปิดใจครั้งแรก หลังสูญเสียคุณพ่อด้วยโรคโควิด-19 พร้อมถอดบทเรียนขั้นตอนการรักษา ตลอดจนการรับศพเพื่อนำไปประกอบพิธีผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีหนิง ปณิตา และบูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้อนเล่าเหตุการณ์ตอนที่เกิดเรื่อง ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยเกิร์ต : ย้อนไปเดือนที่แล้ววันที่ 7มิ.ย.จำได้ขึ้นใจเพราะวันนั้นเป็นวันเกิดคุณแม่ และเป็นวันที่คุณพ่อได้คิวไปฉีดวัคซีนเข็มแรก ปรากฏว่าเป็นวันที่ผลตรวจออกมาว่าคุณพ่อคุณแม่เป็นโควิดคือก่อนหน้านั้นทั้งคู่เขามีอาการนิดหน่อยเป็นไข้ไอ เขาก็ยังพูดเล่นกับเราว่าไม่สบายนะ แต่ว่าไปตรวจโควิด แต่คงไม่ได้เป็นหรอก ไปตรวจเพื่อความสบายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทราบไหมพ่อแม่รับเชื้อทางไหน ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยเกิร์ต : คิดว่ารับเชื้อมาจากคนในครอบครัวอย่างที่เป็นข่าวว่าคนในครอบครัวติดกันเยอะมาก ถ้าเป็นไปได้อยู่บ้านก็ใส่หน้ากาก และแยกกันรับประทานอาหาร อยู่บ้านเดียวกันก็จริง แต่ช่วงนี้แยกกันกินข้าวคนละมุมไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนที่ผลพ่อแม่เป็นโควิดรู้สึกยังไง ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยเกิร์ต : ตอนนั้นยังไม่รู้สึกร้อนรนมากใจยังนิ่งอยู่เพราะอาการเขาน้อยมากจริงๆโอเคติดแต่มันก็หายได้ คิดว่าพ่อแม่น่าจะเป็นไม่เยอะ รักษาตัวใช้เวลาไม่นานก็คงจะหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พีเค : จริงๆก็อยู่เคียงข้างโยเกิร์ตมาตลอด แต่พอคุณพ่อคุณแม่เขาติดโควิดติด ก็คิดว่ารักษาหายแล้วออกมากินข้าวกัน คือคิดแค่นั้นไม่คิดว่าจะมีวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นตอนการรักษาของพ่อแม่เป็นอย่างไร ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยเกิร์ต : ก็ได้คุยกับพี่อุ๊ เพื่อนพี่พีเค พี่อุ๊โทรหาพี่ได๋ พอรู้ผลตรวจก็กักตัวอยู่ที่บ้านเขาบอกให้รอ แล้วก็มีเจ้าหน้าที่มาดูอาการเบื้องต้น เช่น วัดค่าออกซิเจน แน่นหน้าอกไหม และนำคุณพ่อคุณแม่เข้าสู่ระบบต่อไป เช่นอาการไม่หนักมากก็ให้อยู่ hospitel ถ้าอาการหนักก็รีบส่งตัวไปโรงพยาบาล ตอนนั้นอาการเบาเลยได้อยู่ hospitel อยู่ได้ 1 วัน ก็มีแพทย์มาตรวจมาเอกซเรย์ปอด ตรวจค่าต่างๆ ตามความเห็นแพทย์ ด้วยความที่คุณพ่อคุณแม่อายุเยอะ และก็มีประวัติว่าเคยเป็นโรคมะเร็งมาก่อน แพทย์เลยมีความเห็นว่าอยากให้ย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ทั้งคู่เคยเป็นมะเร็งและรักษาหายมาแล้วทั้งคู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นอย่างไร ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยเกิร์ต : ตอนแรกที่เข้าโรงพยาบาลอาการของคุณแม่น่าเป็นห่วงมากกว่า คุณหมอบอกว่าแม่ค่าไตไม่ค่อยดี เราก็จะเป็นห่วงคุณแม่โฟกัสไปที่คุณแม่มากกว่า แต่อยู่ๆไม่กี่วันต่อมาคุณหมอก็โทรมาบอกว่าจากที่คุณพ่อเข้าโรงพยาบาลไม่ได้ใส่ออกซิเจนต้องให้เป็นเครื่องไฮโฟลว์ เราจะบอกว่าผู้สูงอายุเราจะนิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะอาการมันสามารถหนักและทรุดไปภายในพริบตา ตอบไม่ได้ว่าเกี่ยวกับการที่คุณพ่อเป็นมะเร็งหรือเปล่า ยิ่งตรวจว่าตัวเองเป็นโควิดเร็วเมื่อไหร่ก็ยิ่งดี หรือถ้าพอมีกำลังทรัพย์ซื้อเครื่องออกซิเจนไว้ที่บ้านก็ยิ่งดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นช่วงนึงแม่บอกไม่ไหว ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยเกิร์ต : ใช่ค่ะ มันก็รู้สึกเหมือนกัน จากที่วันนึงเราต้องเข้มแข็งเพื่อเขา แต่ใจมันก็ลงไปอยู่ตาตุ่มเหมือนกัน เพราะปกติแม่เป็นคนที่เข้มแข็งมาก ไม่คิดเหมือนกันว่าเขาจะพูดคำนั้นออกมา คำพูดที่เขาพูดกับโยมันรุนแรงกว่านั้น อยากให้นึกภาพวันแรกที่คุณพ่อคุณแม่ป่วยเป็นโควิดเขารักษาอยู่ด้วยกัน แต่วันนึงที่คุณพ่ออาการแย่ต้องย้ายตัวไปอยู่ที่ไอซียู และคุณแม่ต้องอยู่ในห้องคนเดียวพยาบาลเข้ามาเช็คอาการแค่ 4 ชั่วโมงครั้ง ไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน ไม่สามารถพูดคุยกับใครได้ ต้องต่อสู้กับโรคนั้นคนเดียว มันทรมานมันไม่สามารถนอนหลับพักผ่อนเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูได้ ปกติใจแม่จะสู้จะเข้มแข็งแต่แม่พูดกับโยว่าแม่ไม่ไหวแล้ว ไม่อยากต่อสู้กับมันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พีเค : เราอยู่เคียงข้างเขาตลอด 10 ปีที่ผ่านมาไม่เคยขาดไปไหน เราไม่ขอออกความเห็นเพราะเราไม่มีความรู้ แต่สิ่งที่ทำได้คือนั่งอยู่ข้างๆ อยากให้ช่วยอะไรบอกขอ 100 จะให้ 150 แค่นั้น ตั้งแต่รู้จักกันมาคุณแม่ของโยเป็นคนเข้มแข็งพอได้ยินแบบนั้นเราก็แบบเฮ้ยมันหนักขนาดนี้แล้วหรอ ในหัวเรายังคิดว่าหมอให้ยา 2-3 วันแล้วกลับ แต่พอโยเล่าให้ฟังว่าเรื่องราวมันเป็นแบบนี้ เราก็คิดแล้วว่าพ่อจะเป็นยังไง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่คุณพ่อใส่ไฮโฟลว์ เห็นว่าคุยกันครั้งสุดท้าย ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยเกิร์ต : ไฮโฟลว์ยังพอสื่อสารกันได้เพราะมันคือเครื่องช่วยหายใจก่อนที่จะแย่ลง เพราะขั้นตอนการต่อไปคือการใส่ท่อช่วยหายใจ ตอนนั้นก็ยังพอพูดคุยกันได้บ้าง ตอนที่คุณพ่อใส่เครื่องไฮโฟลว์คุณแม่ก็เริ่มรักษาหายแล้ว อยู่โรงพยาบาล 2 อาทิตย์และสามารถกลับไปรักษาตัวที่บ้านได้ โยก็จะบอกพ่อตลอดว่าแม่กลับบ้านแล้วนะ พ่อก็จะบอกว่าให้ดูแลแม่เถอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมพ่อต้องใส่ไฮโฟลว์ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยเกิร์ต : คือได้รับยาต่างๆนานาตามที่คุณหมอให้แต่ว่าค่าออกซิเจนที่ได้ไม่ดีขึ้น ไม่ถึง 90 ได้แค่ 80 กว่าๆ ผลเอกซเรย์ปอดก็ยังมีฝ้าให้เห็นอยู่ ตอนนั้นอยู่ในไอซียูแล้วเพราะฉะนั้นการสื่อสารก็ค่อนข้างที่จะลำบากนิดนึงเราก็ต้องวีดีโอคอลไปเครื่องพยาบาล และพยาบาลก็จะเอาโทรศัพท์ไปให้พ่อ ตอนนั้นพ่อก็ดูเหนื่อยแม้ว่าจะมีเครื่องไฮโฟลว์พูดได้ไม่เยอะ เป็นฝ่ายเรามากกว่าที่เป็นคนพูดให้กำลังใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนที่หมอบอกต้องใส่ท่อ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยเกิร์ต : คุณหมอจะเป็นคนคอยอัพเดตอาการของคุณพ่อตลอด คือก่อนหน้าที่จะใส่ท่อ คุณหมอเขาจะโทรมาพูดถึงความเป็นไปได้ในทิศทางบวกและในทิศทางลบ คุณหมอพูดว่าถ้าสมมุติใส่ไฮโฟลว์แล้วไม่ดีขึ้นอาจจะต้องใส่ท่อท่อให้คุณพ่อหายใจสบายขึ้น และเพื่อให้ค่าออกซิเจนดีขึ้น ก่อนที่จะใส่ท่อมีอะไรอยากที่จะสื่อสารกับคุณพ่อไหม เพราะหลังจากที่ใส่ท่อไปแล้วคนไข้อาจจะไม่สะดวกในการสื่อสาร ตื่นขึ้นมาจะมีอะไรที่อยู่ในปาก อาจจะเกิดการต้านไม่สะดวกไม่สบายตัว ถ้าคุณพ่อต้านคุณหมอจะให้ยานอนหลับ เพื่อให้คนไข้ไม่ต้องฝืนเครื่องช่วยหายใจ คุณหมอก็ถามว่าเราอยากจะพูดอะไรกับคุณพ่อก่อนที่จะใส่เครื่องช่วยหายใจไหม โยก็เลยโทรหาแม่ให้แม่เป็นคนคุย เพราะรู้สึกว่าคนที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอดก็คือคุณแม่ คนที่พูดกับคุณพ่อก็ควรที่จะเป็นคุณแม่ ถามว่าแม่คุยอะไรกับพ่อ ณ ตอนนี้โยก็ยังไม่กล้าถามว่าคุยอะไรกันบ้าง โยเองก็ไม่ทันได้คุยกับพ่อเพราะคุณหมอใส่ท่อคุณพ่อไปแล้ว ไม่มีโอกาสได้คุยกับคุณพ่อ ครั้งสุดท้ายที่คุยกับพ่อก็คือตอนที่คุณพ่อใส่ไฮโฟลว์คำสุดท้ายที่พ่อพูดกับโยที่อยู่จำได้ก็คือให้กลับไปดูแลแม่นะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเหตุการณ์ต้องตัดสินใจปั๊มหัวใจ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยเกิร์ต : คุณหมอถามว่าถ้าเกิดมีเหตุการณ์อะไร คุณอย่างให้แพทย์ปั๊มหัวใจหรือไม่ปั๊ม โยก็ปรึกษากับคุณแม่ทั้งสองก็เห็นไปในทางเดียวกันว่า ขอเป็นไม่ปั๊ม มันเป็นการตัดสินใจที่ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พีเค : ไม่ได้ให้คำตัดสินใจอะไร เพราะหนึ่งคือพ่อเขา เขาเป็นผู้หญิงเข้มแข็งอะไรที่เขาตัดสินใจแล้วแปลว่าเขาได้ไตร่ตรองแล้ว หน้าที่เราคือนั่งอยู่ข้างข้างคอยให้กำลังใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลังเลไหมตอนตัดสินใจ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยเกิร์ต : ไม่ลังเลเพราะว่าโยรู้ว่าพ่อทรมาน แม่ผ่านจุดที่ทรมานและยากลำบากมาแล้ว แม่รู้ว่ามันทรมานมาก เพราะฉะนั้นถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็ไม่ปั๊มหัวใจแล้วกัน ให้พ่อได้หลุดพ้นจากตรงนี้ คุณพ่ออยู่โรงพยาบาลนาน 1 เดือนอยู่ไอซียูประมาณ 3 อาทิตย์ตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าพ่อจะเข้าไอซียูเอาจริงๆนะทำใจ 50:50 ไม่อยากคาดหวังจะเสียใจมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่าช่วงนั้นระแวงโทรศัพท์ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พีเค : ช่วงนั้นเขาหวาดระแวงโทรศัพท์ สายเข้าก็จะเดินไปที่อื่น คิดในแง่ดีว่ามันต้องดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยเกิร์ต : ช่วงนั้นถ้าไม่มีเสียงโทรศัพท์เลยใจเราจะสงบมากกว่า ไม่รู้ว่าจะเป็นข่าวอะไร สุดท้ายพี่สาวโทรมาบอก โรงพยาบาลโทรไปบอกคุณแม่ และแม่อยู่กับพี่สาวพอดี ตอนนั้นแม่เข้มแข็งมากกว่า 100 เท่า เราต้องก้าวต่อและไปต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พีเค : เข้าใจความรู้สึก เพราะเราเคยสัมภาษณ์ไอซ์แบงค์ คิดเสมอลึกๆอีกแปบนึงท่านก็หาย ก็เป็นกำลังใจให้โย เห็นโยเกิร์ตร้องไห้ก็สงสาร โยเป็นคนเข้มแข็งแต่น้ำตาเขาก็ไหล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันสุดท้ายที่ทำให้ครอบครัว ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยเกิร์ต : ความน่าเศร้า จากกันที่ไม่ร่ำลา ไม่มีโอกาสเห็นหน้าพ่อ ได้กอดพ่อ ไม่มีโอกาสได้บอกลา ตอนไปรับศพก็ไปยืนห่างๆ การกระทำเหมือนเป็นสิ่งของไม่ใช่พ่อเรา อยากกอด อยากกราบก็ทำไม่ได้ ได้แต่ยืนดูห่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้สอนอะไรบ้าง ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยเกิร์ต : สอนหลายอย่าง ถ้าพูดถึงพ่อแม่โย ตลอดเวลาที่ผ่าน นึกถึงคำว่าคู่ชีวิต ไปไหนด้วยกันตลอด กินข้าวนอนพร้อมกัน เจอสถานการณ์แบบนี้ทำให้เข้าใจคำว่าร่วมทุกข์ร่วมสุข พ่อแม่ติดโควิดด้วยกัน รักษาด้วยกัน พ่อจะพูดเสมอให้ดูแลแม่ โยสัมผัสได้ถึงความรักที่เขามีให้กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝากบอกอะไรถึงพ่อ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยเกิร์ต : เชื่อว่าพ่อยังไม่ไปไหน ยังอยู่กับแม่ที่บ้าน ภาวนาให้โควิดหายไป อยากให้ทุกครอบครัวได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า ไม่อยากให้ครอบครัวไหนประสบความสูญเสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากให้โยเกิร์ตให้คำแนะนำการขนส่งร่างผู้เสียชีวิตจากโควิด19?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยเกิร์ต : ตอนนั้นก็โทรหาพี่อุ๊ เพื่อปรึกษาว่าควรทำยังไง พี่อุ๊ก็แนะนำให้โทรหาสายด่วนศูนย์ประสานงานต้านภัยโควิด 1669 หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือประสานงานเรื่องการนำร่างผู้ป่วยที่เสียชีวิตไปเผา ให้โทรไปที่เบอร์ 02-270-5685 ของกองทัพบก เขาจะมีบริการช่วยประสานงาน ไม่มีค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109550</URL_LINK>
                <HASHTAG>บูม สุภาพร, พีเค ปิยะวัฒน์, หนิง ปณิตา, โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed3fe4153a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ติช่า’เคลียร์ดราม่าชอบพูดเรื่องบนเตียง เผยเตรียมเปิดช่องยูทูบเรื่องเพศศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สาวแซ่บสุดมั่น ติช่า กันติชา ที่วันนี้จะมาขอย้อนเล่าว่ากว่าชีวิตจะมาถึงวันนี้ต้องประหยัดถึงขั้นสุด อดมื้อ กินมื้อ สู้ชีวิต เพราะถือคติคนจนต้องไม่อาย แถมเปิดใจเคยโดนบูลลี่มาทั้งชีวิต พร้อมเคลียร์ดราม่าทำตัวไม่เหมาะสมชอบพูดเรื่องบนเตียง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน 31 ที่มีธัญญ่า ธัญญาเรศ และหนิง ปณิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากเล่น TIKTOK แล้ว ยังช่วยเหลือสังคมด้วย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติช่า : คือหนูไปเจอเพื่อนคนนึงก่อนช่วงโควิด เป็นผู้ชายฝรั่ง หนูเห็นเขาช่วยคนเยอะมาก หนูก็เลยสนใจตามไปดูครั้งแรก หลังจากนั้นหนูก็ไปเกือบทุกอาทิตย์เลย รวมรวมอาหารเป็นกล่อง ตอนนี้ที่ติช่าทำคือ 19 บาท เท่ากับหนึ่งมื้อ เพราะฉะนั้นใครที่อยากช่วยไม่จำเป็นต้องโอนมาเป็นร้อย เป็นพันไม่จำเป็นเลย 19 บาทก็ได้หนึ่งมื้อแล้ว ก็เป็นการให้อาหาร ส่วนมากให้อาหารแห้ง พวกข้าวสาร เป็นแมสก์ แอลกอฮอล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางคนก็จะอนุโมทนาบุญไปกับเรา แต่ก็มีบางกลุ่มคิดว่าเป็นดาราก็สร้างภาพแบบนี้แหละ เวลาเจอคอมเมนต์แบบนี้รู้สึกยังไงบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติช่า : เป็นคอมเมนต์ที่แย่ตรงที่ว่ามันทำให้คนอื่นหมดกำลังใจที่จะทำอะไรดีๆ บางทีช่าทำคนไม่ไลก์ คนไม่เห็นก็มี แต่ตัวช่าแฮปปี้ก็ทำไปเรื่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไปเจอแฟนคนนี้ที่ไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติช่า : คนนี้เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที ไปเจอกันที่เล่นโบว์ลิ่ง แล้วเราก็จีบกัน แล้วได้เป็นแฟนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็เลยได้แฟนคนนี้มาคบ 2 ปีแล้ว?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติช่า : หนูว่ามันธรรมดาด้วยซ้ำถ้าคบแฟนห่างกัน 5 ปี 10 ปี ตัวช่าเองแต่ก่อนคบคนที่อายุห่างกันแค่ปีเดียวเอง ครั้งนี้ 5 ปีของหนูคือเป็นอายุที่ห่างที่สุด พอหนูเจอคนที่เขาเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เราก็มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่าเขาไม่เล่นโซเชียล?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติช่า : เขาไม่เล่นเลย เอาจริงๆ หนูแอบดีใจ เพราะมันเป็นฟีลแต่ก่อนแฟนเราฟอลโลว์ใคร ไลก์รูปบิกินี่ เราก็นิดนึงละ แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีปัญหานี้เลย เขาเป็นคนมั่นใจจริงๆ นะ แต่ว่าไม่อยากอยู่ในกล้อง ไม่อยากอยู่ในสตอรี่อะไรขนาดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟนคนนี้มีความพิเศษกว่าคนอื่นยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติช่า : เขาใหญ่สุด ตัวเขาใหญ่สุด เขาสูงตั้ง 193&amp;nbsp; ก็สูงใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีทะเลาะกันบ้างไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติช่า : มีทะเลาะบ้าง เพราะหนูเป็นคนชอบสีสัน แต่ว่าเราเถียงกันแบบมีหลักการ เขาเป็นคนที่ตื่นมาทุกวันแล้วนั่งสมาธิ แล้วทุกอย่างใช้เหตุ ใช้ผล แล้วมันทำให้หนูรู้สึกโตขึ้น ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนที่เราเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่คิดมองหนุ่มไทยบ้างเลยเหรอ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติช่า : หนูมีสาเหตุ หนูไม่ได้ไทป์คนไทยขนาดนั้น แล้วหนูไม่ได้มีโอกาสเพราะว่าเชิงที่คนไทยเข้ามาหา กับฝรั่งเข้ามาหามันแตกต่างกัน ฝรั่งมันชัดเจน คนไทยจะแบบกินข้าวหรือยัง นอนหรือยัง แต่หนูไม่เก็ท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอนาคตจะมีโอกาสมองหนุ่มไทยบ้างไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติช่า : หนูบอกเลยนะถ้าหนูโสดอีกรอบ หนูจะลองไทยแลนด์ จะได้รู้กันไปเลยว่าเป็นยังไง มีหลายคนบอกหนูว่ามันก็มีแซ่บอยู่นะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความที่เราเป็นคนชัดเจน แล้วสิ่งที่แสดงออกมา ในสังคมไทยมันล้นไปไหม แล้วตำหนิเราด้วยถ้อยคำหยาบคายในคอมเมนต์ เรารู้สึกยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติช่า : ตอนที่โดนครั้งแรกในชีวิตคือรายการที่ช่าเคยอยู่ แล้วนั่นเป็นครั้งแรก คนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเราเยอะขนาดนี้เลยเหรอ ไม่เคยเจอ แต่ก่อนอยู่อีกโลกนึงไปเลย ก็เลยเหมือนสร้างภูมิคุ้มกันให้เราตั้งแต่ตอนนั้น แล้วตอนนั้นจะเป็นโมเมนต์เขาไม่รู้จักเรา แล้วเขาชอบคอมเมนต์ว่ายูไม่สวย เตี้ยเกินไปมาเป็นนางแบบได้ยังไง ออกไป คือด่าเราสารพัด เรารู้สึกว่าทำไมเขาโกรธเราจังเลย มันก็เลยทำให้เรามานั่งคิดอีกทีว่า โอเค ต่อไปนี้จะทำยังไงต่อ ถ้าเรายังอยากอยู่ที่นี่ เราไม่แฮปปี้ถ้าเราอ่านแบบนี้ทุกวันแล้วมานั่งเสียใจ เราเลยมองมันว่าถ้าเกิดอะไรที่เป็นการติ แล้วไม่ทำให้ช่าก่อนะไม่ฟัง ไม่ดูเลย ทุกวันนี้มีภูมิคุ้มกันแล้ว ถามว่ามีโมเมนต์ที่เศร้าไหม เคยมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วคอมเมนต์ที่แรงที่สุดที่เคยเจอ จำได้ไหมว่าเป็นคอมเมนต์อะไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติช่า : คอมเมนต์ว่าเราเป็นคนยังไงมันจะเฮิร์ตมากกว่าที่เขามาด่าเราเรื่องหน้าตาหรือส่วนภายนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจัดการกับคนที่มาบูลลี่เรายังไงบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติช่า : แต่ก่อนเข้ามา ใครฟาดมา ติช่าฟาดกลับ เพราะรู้สึกว่าเราสะใจได้ด่าเขากลับ แต่ทุกวันนี้หรือว่าฉันโตขึ้นหรืออะไรก็แล้วแต่หนูไปเจอคนๆ นึง เขาบอกติช่าว่าเธอรู้ไหม ส่วนหนึ่งของการเป็นผู้ใหญ่ คือไม่ได้ปล่อยให้คนอื่นมาอธิบายตัวตนของเรา เรารู้ตัวเองอันนั้นดีที่สุด หนูก็แบบจริง ถ้าหนูนั่งตอบทุกคน เอาเวลาไปทำอะไรที่มีความสุขกับตัวเอง ไปพัฒนาตัวเองดีกว่า เพราะถ้าต้องมานั่งตอบ หรือนั่งฟาดทุกคนเนี่ย มันก็จะเสียเวลามากเลย แล้วเขาไม่ได้มาด้วยความหวังดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันก็มีบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับเรา ที่เราเป็นคนเปิดเผยเรื่องบนเตียง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติช่า : ถ้าตามไปดู อาจจะมีคอนเทนต์ที่คนถามแล้วหนูตอบ ส่วนมากในสื่อมีเดียของเราเอง อินสตาแกรมของเราก็ไม่ได้พูดเรื่องแบบนี้ตลอดเวลา ตัวหนูอยากพูดเรื่องนี้ให้มากขึ้น เอาจริงๆ ไม่ได้อยากพูดเชิงลามกเลย แต่อยากจะพูดเชิงเพศศึกษา คือในประเทศเราก็มีปัญหาอะไรบางอย่าง ที่คนยังไม่ค่อยรู้เรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนูมองว่าเรื่องเพศศึกษาในประเทศไทย บางอย่างยังถูกปิดกั้นอยู่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติช่า : ใช่ๆ หนูคิดว่าคนที่รู้เรื่องนี้มากกว่าสิทธิเสี่ยงเขาจะน้อยลง หนูคิดว่าถ้าเราคุยในเชิงนี้แล้วเราจะเสนอยังไงไม่ให้ไปในเชิงอนาจารลามก ถ้าเกิดติช่าทำได้ 2 อย่างนี้มารวมกันหนูว่าเป็นอะไรที่ดีนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็เลยคิดจะทำยูทูบช่องให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษา?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติช่า : ใช่ค่ะ เป็นช่องยูทูบของเราเองที่กำลังทำอยู่ น่าจะได้ดูกันเร็วๆ นี้ ไม่เกินเดือนนึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรามองเรื่องวันไนท์สแตนด์ว่ายังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติช่า : อันนี้ขอพูดในมุมของติช่าเอง ตัวช่าเองมองว่า วันไนต์สแตนด์มันเกิดขึ้นได้ มันไม่ได้แปลก ยิ่งสมัยนี้ ด้วยการที่เรามีแอพพลิเคชั่นต่างๆ มันช่วยเพิ่มวันไนต์สแตนด์ได้เยอะมาก คนเรามีมุมมองที่แตกต่างจากแต่ก่อน คนก็เลยมีวันไนต์สแตนด์เพิ่มมากขึ้น ตัวช่าเองคิดว่าวันไนต์สแตนด์ถ้าคุณอยากมี คุณมีได้ แต่ช่าคิดว่าถ้ามีไปเรื่อยๆ มันไม่ได้ดีต่อจิตนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วมองยังไงที่ผู้หญิงมักเป็นตัวเลือกของผู้ชาย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติช่า : อันนั้นหนูอยากเปลี่ยนด้วย หนูว่ามันมาตั้งแต่สมัยอยู่ในถ้ำแล้ว ฟิลแบบผู้ชายนำทุกอย่างมาตั้งนานแล้ว ผู้หญิงเป็นซัพพอร์ต ซึ่งเดี๋ยวนี้ด้วยความที่เรามีการศึกษา ทุกอย่างทันเปลี่ยนไปแล้ว ผู้หญิงมีหน้าที่การงานที่ดีขึ้น มีอะไรที่สามารถดูแลตัวเองได้มากขึ้น สมัยก่อนผู้ชายเป็นคนที่คอยค้ำจุนครอบครัว ผู้หญิงคอยอยู่บ้าน แต่ทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่อยากเป็นตัวเลือก เราต้องคิดว่าเรามีคุณค่าในตัวเองนะ เราก็เลือกได้ เราควรเลือกกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราโดนคอมเมนต์แรงๆ มาหลายรอบ เราเคยเอาคอมเมนต์เหล่านั้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้างไหม แล้วเราอยากจะบอกอะไรกับคนที่คอมเมนต์เราแรงๆ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติช่า : คอมเมนต์ที่ได้มันมีทั้งดีและไม่ดี ต่อให้ช่าเป็นใคร มันก็มีทั้งบวกและลบ มีทั้งดีและไม่ดีในแต่ละวัน แล้วคอมเมนต์บางอย่างพอเราฟังละเราติดตรงนี้ สมมติว่าเขาบอกเราไม่สวย ฉันไม่ชอบเลย เราก็จะมาดูก่อนว่าเป็นอะไรที่เราปรับปรุงได้ไหม ถ้าเกิดปรับปรุงได้ก็ปรับปรุงนะ แต่ถ้าปรับปรุงไม่ได้ มันก็ทำอะไรไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108418</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติช่า กันติชา, ธัญญ่า ธัญญาเรศ, หนิง ปณิตา, เพศศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60dee843d5aa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เฉื่อย ระเบิดเถิดเทิง’เคลียร์ข่าวเป็นตลกตกอับไร้งาน พร้อมเล่าประสบการณ์เฉียดตาย! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าของฉายาตลกหน้านิ่ง เฉื่อย ระเบิดเถิดเทิง ที่วันนี้นิ่งไม่ออกแล้วจ้า โดนพิษโควิดเข้าไปเงินหาย รายได้หด ถึงขนาดต้องควักเงินเก็บออกมาใช้จนเกลี้ยงกระเป๋า พร้อมเปิดเผยเส้นทางตลกกว่า 26 ปี เจ้าตัวยอมรับเลยว่าเห็นแบบนี้ผมเล่นตลกไม่เป็นนะครับ อีกทั้งยังเล่าประสบการณ์เฉียดตายที่เจ้าตัวยังงงเลยว่ารอดมาได้ยังไง และเคลียร์ข่าวเม้าท์เป็นตลกตกอับ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน 31 ที่มีหนิง ปณิตา และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

หลายคนติดชื่อเฉื่อยไปแล้ว แต่จริงๆ ชื่อ?
เฉื่อย : กอบโชค ครับ

ดังมาจากระเบิดเถิดเทิง?
เฉื่อย : ใช่ครับ ระเบิดเถิดเทิง ยังมีตัวละครตัวนี้ยังคาใจเขาอยู่ จริงๆ เขาคงหาคนมาเล่น แต่มันทำไม่ค่อยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เห็นว่าฉายาในการเล่นระเบิดเถิดเทิง คือตัวพักมุก?
เฉื่อย : หมายถึงเขาคุยกัน ซึ่งเราไม่ต้องไปเล่นกับเขา เราก็อยู่เฉยๆ

ตอนนั้นก็มีชื่อเสียงมากๆ มีงานเข้ามา แต่หลายคนก็เขอปัญหาโควิด พี่เจอเหมือนกันไหม?
เฉื่อย : เจอครับ ก็หนักอยู่ ในรอบแรกเราอยู่ได้ ทุกคนร่วมใจกัน คนทั้งประเทศก็ช่วยกัน พอมันเป็นรอบที่สองขึ้นมา เราก็เริ่มต้องควักเนื้อแล้ว เรามีธุรกิจที่แฟนเขาทำ มีลูกน้องที่ต้องเลี้ยง ร้านที่ต้องเช่า มีค่าน้ำ ค่าไฟ มีนู่น มีนี่ หลายอย่าง จิปาถะ ตรงนั้นมันไม่มีเงินเข้ามา ซึ่งเราก็ควักจ่าย ซึ่งไม่เป็นไรโดนกันทั้งหมด พอรอบสามนี่สิ รอบนี้มันแย่แล้วนะ

รอบนี้เห็นว่าต้องเอาที่เก็บมาไว้ใช้ยามแก่เอาออกมาใช้?
เฉื่อย : หมดเลยครับ ก็ต้องเอาออกมาใช้ กั๊กไม่ได้แล้ว รถขายหมด

เห็นว่าหนักถึงขั้นปลงเลย?
เฉื่อย : ใช่ครับ แต่จริงๆ ผมเป็นคนที่ค่อนข้างไม่จับขายอะไร ซึ่งพอมาเป็นตรงนี้เราก็เลยคิดว่า เอาน่า...เดี๋ยววันข้างหน้ามันต้องรอด

เส้นทางในวงการ 26 ปี จุดเริ่มต้นเข้ามาได้ยังไง?
เฉื่อย : จุดเริ่มต้นเป็นเรื่องเบาๆ เราไม่รู้เลยนะ ไปหาติ๊ก กลิ่นสี เป็นเพื่อนกัน วันนั้นเหมือนเอาของไปให้ ก็รู้จักเสนาเพชร วันนั้นเขากำกับรายการอยู่ ที่ JSL ซึ่งเขาเป็นโปรดิวเซอร์ เราก็ไปเที่ยว จังหวะเพชรเขาเป็นคนขี้เล่น เขาก็หันมา เอา...กอบโชค มาทำอะไรเนี่ย ผมก็บอกเอาของมาให้ติ๊กมัน ซึ่งมันมีตัวละครตัวนึงที่เขากำลังวางเพชรเขาเป็นคนที่คิดอะไรในเวลานั้นได้ ถ้ากล้า ขึ้นมาเลย เราก็ถามว่าจะให้ขึ้นไปทำอะไร เขาให้ขึ้นไปนั่งเฉยๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พี่เป็นคนผลักดันพี่เฉื่อย?
ติ๊ก กลิ่นสี : ไม่เชิงผลักดันครับ เฉื่อยเขาเป็นนักแสดง เขาแสดงได้อยู่แล้ว เขาแสดงดีด้วย

พี่ติ๊กเคยดูดวงให้พี่เฉื่อยบ้างไหม?
ติ๊ก กลิ่นสี : ก็ดูให้ครับ แต่ว่าไม่ได้เน้นมากมาย เส้นในมือเขาก็ใช้ได้ ก็เห็นเขามีแววอยู่น่าจะไปทิศทางนี้ได้

เคยเฉียดตายหลายครั้ง?
เฉื่อย : คือผู้ชายเราก็ไปตามเรื่องตามราว มันเหมือนไม่ได้ตั้งตัวว่ามันจะเกิดกรณีนี้ เราก็เห็นอยู่ ผมขี่มอเตอร์ไซค์ โดยส่วนตัวเราก็ระวัง ข้างหน้าเราเห็นมันเป็นรถบริษัทน้ำส้ม น้ำอัดลม เขาก็ขับธรรมดา แต่เราขี่มอเตอร์ไซค์มองกระจกหลังไปเหมือนอารมณ์เขาแข่งกัน ลงจากสะพาน สมัยก่อนกำลังทำฟุตปาธอยู่ เราก็ขี่ไปเรื่อยๆ ไม่ได้สนใจอะไร แต่พอมองไป มองมามันมีความรู้สึกว่ารถสองคันมันเร็วมาก แล้วเขาเกี่ยวรถมอเตอร์ไซค์เรา เราลอยหลุดออกไปจากรถเลย รู้สึกตัวตลอด เราก็ลอยไปฝั่งฟุตปาธ&amp;nbsp;แต่จังหวะดีมากเจากำลังทำฟุตบาทมันมีกองทราย ก็พุ่งลงไปเลย ใจคิดแล้วว่าถ้าไม่มีกองทรายกองนี้เอาไงอะ คือตายๆ ไม่มีหมวกกันน็อคสมัยก่อนยังวัยรุ่น เราก็ลุกขึ้นมานั่งคิดเลยว่าตายหรือยัง เพราะมันเห็นหมดเลย นั่งตัวสั่นอยู่ คู่กรณีเขาก็ไปแล้ว ซึ่งเราก็คิดว่าเราไม่เป็นไรแล้วก็จบ ผมก็งงๆ นั่งแบบอุบัติเหตุมันนิดเดียว ทุกคนที่ใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนอย่าประมาท มันแว๊บเดียว บางคนรู้เรื่อง บางคนไม่รู้เรื่อง

เคยเจอผีเคาะห้อง?
เฉื่อย : ใช่ เจอกับแดนนี่นี่แหละ ช่วงนั้นก็ยังถ่ายระเบิดเถิดเทิงอยู่ หม่อมได้สปอนเซอร์มาก้อนนึง แล้วไปทัวร์กัน เรียกกันว่าทัวร์ระเบิดเถิดเทิง เขาก็ขออนุญาตทางช่องไปทำกัน เดือนนึงจะมีสัก 2 ที่ อันนั้นน่าจะไปเมืองจัน ตราด เขาจะเลือกที่ใกล้ๆ กัน คือไปที่นึงเล่น พัก พอตื่นเช้ามาก็จะเดินทางไปอีกที่นึง เราไปทั้งหมดก็เช่าชั้นนึงเลยของโรงแรม เพราะว่าคนไปกันเยอะ แล้วมันไม่พอก็ต่อ เพิ่มห้อง แต่ต้องขึ้นไปอยู่ข้างบน เราไม่ได้คิดอะไรมาก แค่นอน เช้าก็ออกแล้ว ที่นี่ผมไปถึงที่ สมัยก่อนยังสูบบุหรี่ แดนนี่บอกว่าผมขึ้นห้องก่อนนะ ผมบอกว่าขึ้นไปก่อน ผมก็ยังไม่ได้ขึ้นไป พอผมขึ้นไป เขาก็เลยถาม พี่เมื่อกี้พี่เคาะห้องหรือเปล่า ผมบอกเปล่าพี่เพิ่งขึ้นมา ก็ไม่ได้ว่าอะไร แล้วเขาบอกจะลงไปสั่งของข้างล่าง เราก็อาบน้ำ แล้วมีคนมาเคาะ เราไม่ได้คิดอะไร เพราะยังอาบน้ำไม่เสร็จ พอออกมาจากห้องน้ำก็ดูตาแมว ไม่มีใคร แล้วก็เคาะอีก เราก็ไปดู แล้วเปิดไปดูก็มองไปไม่มีใคร เราก็ปิด แต่งตัวลงไปที่เขาอยู่เยอะๆ เสร็จปุ๊บขึ้นมานอน ขึ้นมาทั้งคู่ จะนอนแล้ว ก็เคาะอีกแล้ว ก็เปิดดูไม่มีใคร ชั้นนั้น วันนั้น น่าจะอยู่กันแค่ 2 ห้อง หรือ 3 ห้องนี่แหละ ผมจำไม่ได้ เราก็ไม่ได้คิดอะไรปิดไฟนอน เช้ามาเก็บเสื้อผ้าเพื่อจะย้ายที่ ข้างล่างเขาคุยกันว่าไม่รู้ใครเคาะ พอสุดท้ายรู้ความมาว่าชั้นนั้นมีคนตาย

เขาลือกันว่าเป็นตลกตกอับ?
เฉื่อย : ไม่นะ มันยังมีงานอยู่นะ ผมว่าทุกคนดิ้นรนไปเถอะ อย่าไปคิดๆ เพราะว่าถ้าคิดเนี่ยคือตัวคุณเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106789</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชมพู่ ก่อนบ่าย, นักแสดงตลก, ระเบิดเถิดเทิง, หนิง ปณิตา, เฉื่อย ระเบิดเถิดเทิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc33cfe73da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2021 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2021 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ดาว บ้านดอน’เปลือยชีวิตจากเด็กวัดสู่ศิลปินแถวหน้า ทุ่มเงินหมดตัวเพื่อเพลงแรกในชีวิต!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; พ่อใหญ่ศิลปินแห่งที่ราบสูง ดาว บ้านดอน ที่วันนี้จะมาเผยเส้นทางชีวิตกว่า50&amp;nbsp;ปีที่อยู่ในวงการเพลง จากเด็กวัดสู่สามเณรนักแหล่อันดับหนึ่งของภาคอีสาน พร้อมเผยเพลงแรกในชีวิตก็ทำเอาเงินเก็บหมดตัว อีกทั้งยังเล่าประสบการณ์เฉียดตายโดนโจ๋ตามเอาชีวิตถึงหน้าเวที โดยทั้งหมดนี้เจ้าตัวมาเล่าผ่านรายการ คุยแซ่บshow&amp;nbsp;ทางช่องวัน31&amp;nbsp;ที่มี หนิง ปณิตา และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพลงประสบความสำเร็จมากขนาดไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;คนขี่หลังควาย เป็นเพลงที่ทำให้แฟนเพลงทั่วทุกภาครู้จักพ่อดาวบ้านดอน แล้วยังเป็นเพลงได้รับเสาอากาศทองคำปี19&amp;nbsp;จากองค์สมเด็จพระเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณ ปีที่เพลงดังเดินสายทุกวันเลย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;ไปทุกภาคครับ จะเยอะก็เป็นภาคกลาง เหนือ ใต้ อีสาน เดินสายทั่วเลยครับ พอเพลงคนขี้หลังควายออกมาไปแสดงที่ไหนก็ได้รับแรงใจจากพี่น้องเยอะทุกสถานที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุคที่พีคๆวันนึงคุณพ่อวิ่งกี่งาน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;ส่วนมากจะรับงานเดียวแต่มีทุกวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในยุคนั้นค่าเข้าดูดาวบ้านดอนกี่บาท?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน: 5&amp;nbsp;บาท10&amp;nbsp;บาทคือแพงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่จะมาเป็นศิลปินดังเป็นเด็กวัดมาก่อน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;ใช่ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่าการเป็นเด็กวัดทำให้เราได้เป็นศิลปิน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;พ่อเองเป็นลูกกำพร้าพ่อเสียตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นมาหน่อยก็ไปเป็นเด็กวัด ช่วงนั้นไม่อยากเข้าบ้านชอบไปนอนหอระฆังวัดพอดีท่านเจ้าอาวาสบอกว่าบวชเณรไหม ก็เลยบวชเป็นสามเณร ก็บวชตั้งแต่อายุ11&amp;nbsp;ช่วงที่บวชเรามีความฝันอยากเป็นนักร้องอยากจะเข้าวงการก็เลยเป็นสามเณรเทศน์แหล่ทางอีสานครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาบอกว่าตอนนั้นดัง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;ก็เป็นเณรนักแหล่นักเทศน์ครับ ก็มีชื่อทางจังหวัดยโสธร พอถึงอายุ18&amp;nbsp;คนนั้นดังคนนี้ดังเราก็เลยสึกดีกว่าอยากเป็นนักร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็เลยเก็บเงินที่ตัวเองมีทั้งหมดทุ่มทำเพลงของตัวเอง ตอนนั้นใช้เงินทั้งหมดที่มีกี่บาท?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;ตอนนั้นถือว่ายังไม่ได้เข้าวงการเต็มตัว หลังจากที่ประกวดร้องเพลงพอได้รับรางวัลที่1&amp;nbsp;หลายที่ก็ไปขึ้นวงคณะเพชรสำราญวงเล็กๆแถวบ้านพออยู่วงดนตรีเพชรสำราญก็เดินสายแถวนั้น แล้วแบบอยู่วงดนตรีแล้วอยากมีเพลงเป็นของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินสายประกวดเก็บเงินได้ประมาณ8,000&amp;nbsp;บาททำเพลงของตัวเองเลย ผลตอบรับเป็นยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;ก็ดีครับ ทำหมดตัวเลยครับ8,000&amp;nbsp;บาท เพลงแรกชื่อเพลงหนุ่มยโสธร ช่วงนั้นยังแต่งเพลงไม่ค่อยเก่งเราจะไปหาครูบาอาจารย์ดีๆเราก็ไม่รู้จักก็เลยหัดแต่งเองเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเพลงนี้เป็นที่รู้จักไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;ก็ไปอัดแผ่นเสียงก็ตัดแผ่น200&amp;nbsp;แผ่นก็เอาแผ่นไปฝากสถานีวิทยุ สจ.ร้อยเอ็ดก่อนให้เขาช่วยเปิดให้เพลงนี้ก็มาพอสมควรแฟนเพลงก็รู้จักชื่อดาวบ้านดอน แล้วเพลงนี้ติดอันดับอยู่หลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากคนแต่งเพลงไม่เป็นกลายมาเป็นครูเพลงได้ยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;มันอยู่ที่ความพยายามเราแต่งไม่เก่งแต่อาศัยฟังวิทยุมั้งแล้วก็ซื้อหนังสือเพลงของนักร้องคนนั้นคนนี้เอามาศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีใครบ้างที่คุณพ่อแต่งเพลงให้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;ฮันนี่ ศรีอีสาน แต่งให้24&amp;nbsp;เพลง2&amp;nbsp;ชุดชุดแรกคือน้ำตาหล่นบนที่นอน ชุดที่2&amp;nbsp;คือวอนพี่มีรักเดียวแล้วก็มีแต่งให้สมจิตรบ่อทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนแต่งเพลงให้พี่ฮันนี่แล้วมีเรื่องช็อกเขาจากไป พี่ฮันนี่เป็นลูกศิษย์เอกของพ่อเลยพ่อรู้สึกยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;ตอนเขาเสียก็เสียใจจนร้องไห้เลย คือเขากำลังมาแรงเสียดายเขาทุกวันนี้ยังคิดถึงอยู่เวลาสวดมนต์นั่งสมาธิเราก็แผ่เมตตาให้เขาอยู่ตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ว่ามีลูกศิษย์อีกหลายคนที่ประดับไว้ในวงการหนึ่งในนั้นคือจินตหราพูลลาภเรียกว่าคู่บุญเลยไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;น่าจะเรียกได้ครับเพราะว่าแต่งเยอะ130&amp;nbsp;เพลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประทับใจอะไรในตัวพี่จิน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;น้องจินเขาเป็นเด็กดีนะอ่อนน้อมถ่อมตน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอย้อนไปในช่วงพีคๆที่คุณพ่อเดินสายแบบนี้สาวๆไม่ติดตรึมเหรอ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;ก็พอมีครับจะว่าไม่เยอะก็ไม่ใช่จะว่าเยอะก็ไม่เชิงก็พอมีทุกบ้านเขามาเขาไม่ได้ชอบว่าพ่อหล่อหรือไม่หล่อแต่เขารู้สึกว่าชอบเพลงนี้จังเลยชอบเสียงจังเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อเคยแต่งเพลงจีบสาวแบบสดๆบ้างไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;ก็มีแต่งให้พิมพ์ใจเพชรพลาญชัยคู่กันจีบสาวเลี้ยงเป็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกคนย่อมมีอุปสรรคของพ่อเห็นบอกว่าช่วงนั้นมีคนมาไล่ตามยิง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;ตอนนั้นพ่อไปแสดงที่อำเภอศรีสงครามเรื่องมันเกิดจากหน้าประตูเด็กของเราที่อยู่หน้าประตูก็หลายคนทีนี้คนที่มาดูมันจะมีนักเลงขี้เมามาขอเบ่งเข้าหลายๆคนเข้าฟรีทางนี้เขาก็ผลักผลักปุ๊บเขาก็ต่อยก็น่อยกันหน้าประตูเขาก็ทำอะไรเด็กพวกนั้นไม่ได้เพราะเด็กพวกนั้นมันก็หลบเขาก็บอกไอดาวมันอยู่ไหนซึ่งมันไม่เกี่ยวกับพ่อแต่เขาคิดว่าพ่อเป็นหัวหน้าวงคงเป็นคนสั่งอะไรทำนองนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นบอกเอาปืนมาจ่อใกล้ๆเลย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;วันนั้นเพลงแรกที่พ่อจะออกหน้าเวทีแต่พ่อจะร้องหลังเวทีพอพ่อยืนร้องมันมาเบียดก่อนให้เราล้มเราก็ล้มลงไปตกใจพอลุกขึ้นมาวันนี้เราต้องออกให้ได้แล้วอธิฐานถึงครูบาอาจารย์ถึงคุณพ่อคุณแม่ก็ตัดสินใจขึ้นเวทีเลย พอขึ้นเวทีเราเดินร้องหน้าเวทีมันก็เอาปืนจ่อหน้าเวทีแต่เราก็ไม่เป็นไร นึกถึงครูบาอาจารย์คุณพ่อคุณแม่มันก็ไม่กล้ายิงเพราะว่ามันอาจจะสงสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สุดท้ายก็รอดมาได้แต่เห็นว่าคุณพ่อก็มีโอกาสกลับไปแสดงที่นั่นอีก?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;คืนนั้นรอดแต่ไปขึ้นรถไม่ได้นะ เด็กในวงก็มาเยอะๆเอาพ่อไปขึ้นรถเก๋งพ่อก็ขับไปที่โรงแรมมันก็ตามไปที่โรงแรมอีกพอเรานอนมันก็ทุบดาวมันอยู่ไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายเคลียร์กับเขายังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;เราไม่เปิดประตูมันก็หนีไปเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนั้นแจ้งความไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวบ้านดอน:&amp;nbsp;ไม่ได้แจ้งครับ พอปีที่2&amp;nbsp;เราก็ไปอีกเพราะอำเภอนี้มันคนดูเยอะที่ได้ไปอีกเพราะว่ามีเจ้าภาพมาติดต่อเราก็ตัดสินใจไปพอไปถึงยังไม่ได้แสดงนะ คนที่จัดงานมาบอกคุณพ่อคนที่จะยิงพ่อปีที่แล้วมันตายแล้วนะมันก็คงเป็นกรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92806</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาว บ้านดอน, นักร้องลูกทุ่ง, ลูกทุ่ง, หนิง ปณิตา, เป็กกี้ ศรีธัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210212/image_big_602614b57b1ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หนิง ปณิตา&#039;เปิดใจยังไม่ได้หมายฟ้องจาก&#039;ไฮโซแชมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ เปิดปากพูดครั้งแรก สำหรับข่าวลือที่บอกว่าเธอเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ ไฮโซแชมป์-จิรัฏฐ์ เพชรนันทวงศ์ จ่อฟ้องหมิ่นประมาท กรณีที่พูดพาดพิงถึงคดีที่ตนเองมีปัญหากับ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น โดยงานนี้ หนิง ปณิตา ยืนยันยังไม่ได้รับหมายศาล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เราไม่แน่ใจเพราะทางคุณแชมป์เองก็ไม่ได้ออกมาพูดว่าเขาจะฟ้องใคร &amp;nbsp;มันเป็นข่าวที่ถูกเขียนขึ้นมา ซึ่งเราไม่รู้จริงๆ ว่าคุณแชมป์เขาทำแบบนั้นแล้วหรือเปล่า ในส่วนหนิงเองก็ยังไม่ได้รับหมายศาลหรือหมายเรียกอะไรนะคะ รอถ้ามีหมายส่งมาเมื่อไหร่ ก็คงดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ต้องไปชี้แจง เราคงต้องทำให้ถูกต้องตามขั้นตอนอยู่แล้ว ไม่ได้จะหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จริงๆ เรื่องของคดีความมันมีเรื่องพัวพันกันมาตั้งแต่ 8 ปีที่แล้วกับคุณน้ำหวาน ซึ่งวันนี้หนิงเองกับคุณน้ำหวานคือเคลียร์หมดล่ะ มันจบแล้ว คดีความทั้งหมดมันก็เป็นมาตั้งแต่เมื่อแปดปีที่แล้ว ซึ่งล่าสุดศาลอาญาก็มีการตัดสินเรียบร้อย ส่วนของศาลแพ่งหนิงถอนฟ้องทั้งหมดค่ะ มันเหมือนเป็นพลังงานลบๆ ในใจเราก็ว่าได้ แล้ววันนี้เหมือนเราโตขึ้น เราเป็นแม่คน เราต้องสอนลูกต้องดูแลน้องๆ มันมีอะไรหลายๆ อย่างที่เรารู้สึกอยากหลุดจากสิ่งเหล่านี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนกับคุณแชมป์ เอาเป็นว่าถ้ามันเกิดอะไรขึ้น เราก็ดำเนินการในส่วนที่เราต้องดำเนินการ แล้วก็ชี้แจงในส่วนที่เราต้องชี้แจงดีกว่า คงไม่ถึงขั้นจะเอาชนะหรือว่าเขาฟ้องมาจะฟ้องกลับ ก็คือถ้าถูกฟ้องมา เราก็ชี้แจงแล้วก็เนินการในส่วนของเราแค่เท่านั้นก็พอ&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81363</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟ้องหมิ่นประมาท, หนิง ปณิตา, ไฮโซแชมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201021/image_big_5f9002a83c201.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
