<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตปธน.อัฟกันขอโทษหนีตอลิบันหัวซุกหัวซุน ยันไม่ได้หอบเงินมาด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตประธานาธิบดีอัชราฟ กานี ของอัฟกานิสถาน ออกแถลงการณ์จากยูเออี ขอโทษประชาชนชาวอัฟกันที่ตัวเขาหนีออกนอกประเทศเมื่อตอลิบันบุกมาถึงเมืองหลวงเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม แต่ยืนกรานไม่ได้หอบเงินสดเกือบ 170 ล้านดอลลาร์มาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพแคปเจอร์จากวิดีโอที่เผยแพร่ในเฟซบุ๊ของอัชราฟ กานี (Facebook/Ashraf Ghani)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตผู้นำอัฟกันวัย 72 ปีโดนวิจารณ์อย่างรุนแรงที่ทิ้งเพื่อนร่วมชาติให้เผชิญชะตากรรมกับระบอบตอลิบัน ด้วยการหลบหนีออกนอกประเทศอย่างรวดเร็วทันทีที่นักรบของตอลิบันเข้าควบคุมกรุงคาบูลเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ในวิดีโอที่กานีโพสต์ลงทวิตเตอร์และคำชี้แจงในเพจเฟซบุ๊กของเขาเมื่อวันพุธที่ 8 กันยายน เขาอ้างว่า หนีออกมาตามคำแนะนำของหน่วยรักษาความปลอดภัยที่เตือนว่า หากเขายังอยู่ที่นั่น ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการต่อสู้บนท้องถนนในเมืองหลวงอย่างน่ากลัว ในแบบเดียวกับที่เกิดระหว่างสงครามกลางเมืองช่วงทศวรรษ 1990&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การออกจากคาบูลเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตของผม แต่ผมเชื่อว่ามันเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เสียงปืนเงียบ และช่วยรักษาคาบูลและพลเมืองในคาบูล 6 ล้านคน&amp;quot; รอยเตอร์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีอ้างคำกล่าวของอดีตประธานาธิบดีผู้นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กานีกล่าวว่า เขารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ช่วงเวลาของเขาจบลงด้วยโศกนาฏกรรมในแบบเดียวกับของคนรุ่นก่อนๆ โดยไร้ซึ่งความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรือง &amp;quot;ผมขอโทษต่อชาวอัฟกันที่ไม่สามารถทำให้มันจบลงในแบบที่แตกต่างออกไป&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานจากบีบีซีเผยด้วยว่า กานีกล่าวว่า อีกไม่นานเขาจะชี้แจงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้เขาต้องเดินทางออกนอกประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ในคำแถลงทางเฟซบุ๊กไลฟ์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม กานีอ้างว่า เขาโดนหน่วยรักษาความปลอดภัยของเขา &amp;quot;บังคับ&amp;quot; ให้ต้องออกจากอัฟกานิสถาน เพราะมีโอกาสที่ตัวเขาจะโดนจับและฆ่าทิ้ง พวกตอลิบันเข้ามาในทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงคาบูล และเริ่มตามหาเขาไล่เรียงทีละห้อง เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะเปลี่ยนรองเท้าแตะด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อดีตเจ้าหน้าที่องค์การการค้าโลกที่ได้เป็นประธานาธิบดีภายหลังการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและข้อกล่าวหาทุจริตเลือกตั้งจากคู่แข่งทั้งสองฝ่าย ยังปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า เขาและภรรยาหนีมายังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) พร้อมกับเงินสดประมาณ 169 ล้านดอลลาร์ (เกือบ 5,400 ล้านบาท) ว่าเป็นคำกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงและเป็นเท็จอย่างสิ้นเชิง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116170</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอโทษต่อชาวอัฟกัน, หนีตอลิบัน, หนีออกนอกประเทศ, อดีตประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน, อีชราฟ กานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139ceee4c3dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2020 21:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2020 21:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่น-ตุรกีล้อมคอก สอบอดีตซีอีโอนิสสันหนีไปเลบานอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นบุกค้นที่พักในกรุงโตเกียวของคาร์ลอส โกส์น อดีตซีอีโอของนิสสันที่ต้องคดีทุจริตการเงิน ภายหลังเขาหลบหนีออกนอกประเทศแล้วไปโผล่ที่เลบานอน ขณะทางการตุรกีคุมตัวผู้ต้องสงสัยหลายรายสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการถือถุงเดินออกจากบ้านของคาร์ลอส โกส์น ระหว่างการเข้าตรวจค้นเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานและหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท นิสสัน รายนี้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริตทางการเงินหลายข้อหา โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัวเขาเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว พร้อมกับเงื่อนไขเข้มงวดหลายข้อ ซึ่งรวมถึงห้ามเดินทางออกนอกญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี อดีตผู้บริหารซึ่งมีสัญชาติฝรั่งเศส, บราซิล และเลบานอน รายนี้สามารถหนีออกนอกประเทศได้เมื่อวันอาทิตย์ ทั้งที่ได้มอบหนังสือเดินทาง 3 ฉบับไว้ให้ทนายความเก็บไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวใกล้ชิดกับคดีนี้กล่าวกับเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ศาลในกรุงโตเกียวยอมให้โกส์นเก็บพาสปอร์ตสำรองของฝรั่งเศสไว้ เพื่อใช้พิสูจน์ฐานะผู้พักอาศัยระยะสั้นของเขากรณีเดินทางภายในญี่ปุ่น เขาได้รับอนุญาตให้มีพาสปอร์ตฝรั่งเศสเล่มที่ 2 โดยมีข้อแม้ว่าต้องถูกเก็บไว้ในตู้เซฟที่ทนายของเขาเป็นผู้เก็บรหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสถานีเอ็นเอชเคกล่าวว่า ไม่มีข้อมูลของแผนกตรวจคนเข้าเมืองที่บ่งบอกว่าโกส์นเดินทางออกจากญี่ปุ่น แต่เขาเข้าเลบานอนโดยถือพาสปอร์ตฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข่าวลือต่างๆ นานาถึงวิธีที่โกส์นหลบหนี ข่าวจากสื่อเลบานอนกล่าวว่า เขาลอบออกจากที่พักโดยซ่อนตัวในกล่องเครื่องดนตรี แต่แหล่งข่าวในคณะติดตามของเขาปฏิเสธเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่ากันว่าเขาขึ้นเครื่องบินส่วนตัวออกจากสนามบินคันไซเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม มุ่งหน้าสู่นครอิสตันบูลของตุรกี เชื่อว่าเขาเดินทางจากที่นี่ต่อไปยังเลบานอนเมื่อวันจันทร์ กระทรวงมหาดไทยของตุรกีได้เปิดการสอบสวนแล้ว ข่าวดีเอชเอรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่าเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องสงสัย 7 ราย รวมถึงนักบิน 4 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่โตเกียว อัยการได้เข้าค้นที่พักของโกส์น โดยคาดว่าเจ้าหน้าที่จะวิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิดจากที่พักของเขาและสถานที่ต่างๆ ที่สงสัยว่าโกส์นเดินทางไปก่อนหนี ตำรวจสงสัยว่ามีคนหลายคนให้ความช่วยเหลือเขาอย่างผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลญี่ปุ่นจะขอร้องเลบานอนผ่านช่องทางการทูตส่งตัวเขากลับมาดำเนินคดี แต่โอกาสมีน้อยมากเนื่องจากสองประเทศไม่มีสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ส่วนรัฐบาลฝรั่งเศสก็ประกาศชัดเมื่อวันพฤหัสบดีว่าจะไม่ส่งตัวพลเมืองของตนเป็นผู้ร้ายข้ามแดนเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53718</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์ลอส โกส์น, ญี่ปุ่น, ตุรกี, หนีออกนอกประเทศ, อดีตซีอีโอนิสสัน, เลบานอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200102/image_big_5e0df76aef5ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2019 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2019 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นคร&#039;ทำนาย2ดาวฤกษ์&#039;ธนาธร-ปิยบุตร&#039;ที่กำลังจรัสแสง จะถูกเผด็จการทำลาย-หนีออกนอกประเทศซ้ำรอยทักษิณ-ยิ่งลักษณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.62 - นายนคร มาฉิม สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความเรื่อง &amp;quot;การต่อสู้กับเผด็จการนอกสภา จึงจำเป็นต้องมีตั้งแต่บัดนี้&amp;quot; ผ่านเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่เหนือความคาดหมายที่ คุณธนาธร อาจารย์ปิยบุตร ดาวฤกษ์ที่กำลังจรัสแสงฝ่ายประชาธิปไตยจะถูกเครือข่าย ลิ่วล้อบริวารของเผด็จการร่วมมือกันสกัดกั้น ขัดขวาง ทำลาย ให้สิ้นสภาพ จากการเป็น สส ตัดสิทธิทางการเมือง ยุบพรรค หรือแม้แต่ให้ติดคุก จนต้องลี้ภัยทางการเมืองออกไปต่างประเทศ ซ้ำรอยเดิมกับ นายกทักษิณ นายกยิ่งลักษณ์ และเหล่านักสู้ฝ่ายประชาธิปไตยอีกหลายท่าน ที่ต้องบาดเจ็บ ล้มตาย ติดคุก และลี้ภัยทางการเมืองอยู่ต่างประเทศในทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุเพราะ ประเทศไทยของเรายังอยู่ในวังวนการต่อสู้ของสงคราม 2 ระบอบ คือ เผด็จการ และประชาธิปไตย ฝ่ายเผด็จการที่ประกอบด้วย นายทุน ขุนศึกศักดินา อำมาตย์ สั่งสมสรรพกำลังพร้อมสรรพทุกด้าน มีทั้งเงิน อาวุธ มวลชนอนุรักษนิยม และที่สำคัญที่สุด มี ผู้นำเหล่าทัพ ข้าราชการชั้นสูงหลายคน องค์กรอิสระหลายองค์กร และกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือรับใช้เผด็จการ เป็นเครื่องจักรสังหาร ไล่ล่า ทำลายล้าง นักการเมืองและพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยอย่างทรงพลานุภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพการณ์บ้านเมืองของเรานับจากเลือกตั้งทั่วไป 24 มีนาคม ที่ผ่านมาเกือบ 2 เดือน จึงมืดมน สิ้นหวัง ไร้อนาคต ไม่มีความแน่นอนชัดเจนว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ใครจะเป็นรัฐบาล ประเทศไทยจะเดินไปทิศทางไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ต้องถามหาถึงสปิริต ความละอาย วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามในระบอบประชาธิปไตยที่ทั่วโลกเขายอมรับจากพวกเผด็จการและลิ่วล้อบริวารของเผด็จการ ที่แฝงมาในรูปของนักการเมืองและพรรคการเมืองที่พร้อมจะสนับสนุนการสืบทอดอำนาจให้แก่หัวหน้าคณะรัฐประหาร และเหล่าบริวารของเผด็จการที่ลากตั้งเข้ามาเป็น สว. 250 คน เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้ที่พวกเขาจะมารับใช้ประชาชน เพราะประชาชนไม่ได้เลือกพวกเขาไปเป็นตัวแทน คสช. ต่างหากที่เป็นผู้แต่งตั้งพวกเขาเข้าไป นั่งเก้าอี้สว. ร้อยทั้งร้อยพวกเขาก็คงจะต้องปกป้องคุ้มครอง คสช. ดูแลรักษาระบอบเผด็จการ คสช. ผู้ให้กำเนิดเขา แต่กินเงินเดือนภาษีประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกัน พรรคการเมืองขนาดกลาง และขนาดเล็กบางพรรค ก็ถือโอกาสต่อรองเอาผลประโยชน์ส่วนตน โดยไม่ได้สนใจว่าระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำลังถูกฝ่ายเผด็จการและเครือข่ายเผด็จการทำลาย กลับพยายามต่อรองเอาตำแหน่งและผลประโยชน์ให้มากที่สุด จนน่ารังเกียจ ซึ่งสุดท้ายเผด็จการก็จะกินรวบ ประชาชนและประเทศชาติจะอยู่ภายใต้อำนาจของระบอบเผด็จการต่อไปอีกยาวนานชั่วลูกชั่วหลาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นความเสียสละของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ทั้ง เพื่อไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย ที่พยายามทำทุกอย่าง ทุกวิถีทาง เพื่อสกัดกั้นการสืบทอดอำนาจของ คสช. เพื่อหยุดเชื้อมะเร็งร้าย เผด็จการก็ต้องขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากแต่จะเป็นเพียงแค่กำลังใจในสภาวะการณ์ที่ผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยกำลังถูกไล่ล่า กำลังถูกทำลายล้าง โดยองคาพยพของฝ่ายเผด็จการโดยที่ ผู้รู้ ผู้กล้า ผู้รักความถูกต้องและความเป็นธรรม ไม่ยื่นมือเข้าไปช่วย ไม่ลุกขึ้นมาเป็นพลัง เป็นผนังทองแดง กำแพงเหล็กปกป้อง คุ้มครอง ปล่อยให้พรรคการเมืองและนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยต่อสู้กับเผด็จการอย่างโดดเดี่ยว และต่อสู้ในสภาเพียงอย่างเดียว คงจะไม่มีทางเอาชนะฝ่ายเผด็จการได้ และผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยอย่างธนาธร ปิยบุตร และอีกหลายท่าน คงจะไม่พ้นคมหอกคมดาบ ที่ระบอบเผด็จการวางกับดักไว้ อาจจะประสบชะตากรรมเดียวกันทักษิณ ยิ่งลักษณ์ฝ่ายประชาธิปไตยก็คงจะไม่มีโอกาสชนะ ไม่สามารถนำเอาสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาคและ ภราดรภาพมาสร้างความเจริญรุ่งเรือง ให้ประชาชนและประเทศชาติของเราได้ หากศึกครั้งนี้ ฝ่ายเผด็จการชนะ พวกเขาจะครอบงำปกครองประเทศไทยของเราให้อยู่ในยุคมืด ยุคแห่งการกดขี่ ข่มเหง เป็นทาส ไพร่ ไปอีกไม่น้อยกว่า 20 ปีตามยุทธศาสตร์ชาติ ที่พวกเขาวางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงจะถึงเวลาแล้ว ที่เหล่าผู้รู้ เหล่าผู้กล้าที่มีอยู่ในแผ่นดิน จะพร้อมกันลุกขึ้นยืนสู้กับเผด็จการทั้งในและนอกสภา เป็นพลังปวงชนชาวไทยทุกคน ทุกสาขาอาชีพ ที่จะลุกขึ้นมาทวงสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาคและประชาธิปไตย บนความชอบธรรม ตามกฎหมาย เพื่อนำพาประเทศไทยของเราให้ข้ามพ้นจากยุคมืดที่ถูกปกคลุมด้วยระบอบเผด็จการ ที่สร้างความหวาดกลัว สร้างมรดกบาป สร้างกฎ กติกาที่วิปริตผิดเพี้ยนให้คนในสังคม แล้วร่วมกันสร้างประเทศ ให้เจริญทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศ ด้วยกัน เพราะหากปล่อยให้นักการเมืองและพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยสู้อย่างโดดเดี่ยวเฉพาะในสภาเช่นนี้ พวกเราฝ่ายประชาธิปไตยคงจะไม่มีวันที่จะชนะเผด็จการได้เลย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36163</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซ้ำรอยทักษิณ, ธนาธร, นคร มาฉิม, ปิยบุตร, พรรคอนาคตใหม่, หนีออกนอกประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181210/image_big_5c0e3c400aa6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
