<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สามนักข่าวเมียนมาหนีเข้าไทยได้ลี้ภัยประเทศที่สาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักข่าวชาวเมียนมา 3 คนที่หนีการปราบปรามของรัฐบาลทหารข้ามแดนเข้ามาในไทยและโดนจับกุมเมื่อเดือนพฤษภาคม ถูกส่งตัวไปลี้ภัยในประเทศที่สามอย่างปลอดภัยแล้ว ตามการเปิดเผยของสำนักข่าวดีวีบีต้นสังกัดเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าวทั้ง 3 คนนี้โดนจับกุมที่จังหวัดเชียงใหม่พร้อมกับนักเคลื่อนไหวเพื่อนร่วมชาติอีก 2 คน และถูกตั้งข้อหาหลบหนีเข้าเมือง แต่ข่าวเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์อ้างคำแถลงของเอ ชาน ไนง์ บรรณาธิการบริหารของสำนักข่าวเสียงประชาธิปไตยแห่งเมียนมา (ดีวีบี) ต้นสังกัดของพวกเขา ว่านักข่าวทั้ง 3 คน และนักเคลื่อนไหว 2 คน ได้ลี้ภัยในประเทศที่สามและเดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ เขาจะเปิดเผยรายละเอียดในภายหลังว่าเป็นประเทศใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราขอขอบคุณทุกๆ คนในไทยและทั่วโลก ที่ช่วยให้พวกเขาเดินทางออกไปได้อย่างปลอดภัย&amp;quot; เขากล่าว และเสริมด้วยว่า นักข่าวเหล่านี้จะยังคงทำงานให้ดีวีบีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีวีบีเป็นองค์กรสื่อที่เป็นที่รู้จักกันดีภายในเมียนมา แต่ภายหลังรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ รัฐบาลทหารได้ปิดกั้นสื่อ และเดือนมีนาคมได้เพิกถอนใบอนุญาตแพร่ภาพและกระจายเสียงของดีวีบี ทำให้นักข่าวของพวกเขาต้องหลบซ่อนตัว แต่สำนักข่าวนี้ยังคงรายงานสถานการณ์การประท้วงและการปราบปรามในเมียนมาต่อไป โดยโพสต์ทางเฟซบุ๊กอย่างสม่ำเสมอและแพร่ภาพผ่านทีวีดาวเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว นักข่าวอีกคนของดีวีบีโดนตัดสินจำคุก 2 ปีที่เมืองมะริดทางภาคใต้ของเมียนมา จากความผิดตามกฎหมายยุคอาณานิคมที่ห้ามการปลุกปั่นยุยงให้เกิดการกระด้างกระเดื่องในกองทัพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105610</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีวีบี, นักข่าวเมียนมา, รัฐประหารเมียนมา, ลี้ภัยประเทศที่สาม, หนีเข้าไทย, เมียนมา, เสียงประชาธิปไตยแห่งเมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60be322d77753.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาเตือน 30 นักโทษแหกคุกอาจหนีเข้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เมียนมากล่าวเตือนเมื่อวันจันทร์ว่า นักโทษมากกว่า 30 คนที่แหกคุกในรัฐกะเหรี่ยงออกมาได้พร้อมกันกว่า 40 คนเมื่อวันอาทิตย์นั้น อาจพยายามหลบหนีข้ามชายแดนเข้าประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากแฟ้มข้อมูลของเรือนจำแห่งนี้ ซึ่งคุมขังนักโทษราว 2,000 คน เผยให้เห็นป้ายขนาดใหญ่เป็นภาษาอังกฤษที่กำแพงด้านนอก ข้อความว่า อ่อนโยนแต่หนักแน่น / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของทางการเมียนมากล่าวกันว่า ผู้ต้องขังที่หลบหนีออกจากเรือนจำพะอันเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 16 กันยายนที่ผ่านมานั้น มีทั้งสิ้น 41 ราย ตำรวจสามารถจับกุมตัวกลับมาได้แล้ว 10 ราย และกำลังออกตรวจค้นตามหมู่บ้านหลายแห่งที่อยู่ใกล้กับคุกแห่งนี้เพื่อตามล่าตัวนักโทษที่เหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 17 กันยายน อ้างคำกล่าวของขิ่น เท็ต มาร์ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งอยู่ภาคตะวันออกของเมียนมาใกล้กับชายแดนไทย ว่าชาวบ้านที่อยู่ใกล้เรือนจำพะอันแห่งนี้กำลังอยู่ในความหวาดกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอบอกว่า พวกนักโทษที่แหกคุกไม่มีอาหารกิน และไม่มีเงินติดตัว ชาวบ้านจึงหวาดกลัวกันว่านักโทษอาจเข้ามาขู่ชาวบ้านเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ &amp;quot;พวกนี้อาจจะหนีเข้าประเทศไทย แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่นี่กำลังพยายามจับกุมพวกเขากลับมาให้ได้ โดยได้สกัดเส้นทางที่อาจใช้หลบหนีไว้แล้ว&amp;quot; เจ้าหน้าที่ผู้นี้กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักโทษกลุ่มนี้เข้าจี้รถขยะที่เข้ามาเก็บขยะในเรือนจำโดยดึงตัวคนขับรถลงจากรถ แล้วจึงขับรถพุ่งชนประตูรั้วของเรือนจำฝ่าออกไปได้ หนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมา ของทางการเมียนมา กล่าวว่า พาหนะแหกคุกคันนี้ถูกพบจอดติดโคลนอยู่บนถนนที่มุ่งหน้าสู่ชายแดนไทยเมื่อวันอาทิตย์ ห่างจากเรือนจำพะอันราว 200 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานกล่าวด้วยว่า หัวโจกของนักโทษกลุ่มนี้ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในคดียาเสพติด, ครอบครองอาวุธเถื่อน และพยายามฆ่า ขณะที่ขิ่น เท็ต มาร์ ยืนยันเช่นกันว่า ในบรรดานักโทษทั้งหมด 41 คนที่หลบหนีนั้น มี 29 คนที่ถูกตัดสินจำคุกแล้ว แต่อีก 12 คนอยู่ระหว่างรอการพิจารณาคดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17780</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักโทษแหกคุก, รัฐกะเหรี่ยง, หนีเข้าไทย, เมียนมา, เรือนจำพะอัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180916/image_big_5b9e6b90e3c1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2018 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับนักศึกษาแพทย์กัมพูชา ฆ่าแฟนสาวหนีกบดานไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17&amp;nbsp;ส.ค.61 -&amp;nbsp; พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีการจับกุมนักศึกษาเเพทย์สัญชาติกัมพูชาที่ลงมือก่อเหตุฆ่าแฟนสาวในประเทศกัมพูชาแล้วหลบหนีเข้ามากบดานในประเทศไทย ว่า&amp;nbsp;ได้รับรายงานจาก สภ.ท่าใหม่ จว.จันทบุรี ว่า เมื่อวันนี้ 17 ส.ค.2561 เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายฮอน เวสนา (Mr.HOUN VEASNA)&amp;nbsp;อายุ 22 ปี และนายบุน พลล็อก (Mr.BON PONLORK)&amp;nbsp;อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาสัญชาติกัมพูชา โดยกล่าวหาว่า เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่ง พงส.สภ.ท่าใหม่ จว.จันทบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเกิดเหตุและจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนหาข่าวจนทราบว่าผู้ต้องหาดังกล่าวที่ได้ก่อเหตุลงมือฆ่าแฟนสาวตนในประเทศกัมพูชา และอยู่ระหว่างหลบหนีเข้ามากบดานอยู่ใน อ.ท่าใหม่ จว.จันทบุรี จึงทำการเข้าจับกุม เเต่ผู้ต้องหาไหวตัวทันหลบหนีการจับกุมเข้าไปในป่าทึบบริเวณหลังเขาพลอยเเหวน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เข้าทำการปิดล้อมและกดดัน ตั้งเเต่วันที่ 16 ส.ค.2561 เวลา 10.00 น. ถึงวันที่ 17 ส.ค.2561 เวลา 08.30 น. กระทั่งผู้ต้องหาได้พยายามหลบหนีออกมาทาง ถนนสายพระยาตรัง ต.พลอยเเหวน อ.ท่าใหม่ จว.จันทบุรี ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.จันทบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.ท่าใหม่ เฝ้าดูอยู่ จึงได้ร่วมกันเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังจากนี้ก็จะมีการส่งตัวผู้ต้องหาให้เจ้าหน้าที่ ตม. ผลักดันออกนอกราชอาณาจักรทางด่าน ตม.อรัญประเทศ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่อว่า การจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการกำลัง และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านการข่าว ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้มีการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ที่เกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติตามแนวชายแดน เช่น การลักลอบขนคนเข้าเมือง การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมอื่นๆ ตามนโยบายของ พล.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ที่เน้นย้ำให้การปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมระหว่าง ประเทศจะต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15597</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักศึกษากัมพูชาฆ่าแฟน, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, หนีเข้าไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180817/image_big_5b767f5f3b3c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
