<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเตรียมแผนแก้ปัญหาหนี้ครู 1.4 ล้านล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค. 2564 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงใยต่อสถาการณ์ปัญหาหนี้สินของครูและบุคลากรทางการศึษา ซึ่งปัจจุบันพบว่าครูทั่วประเทศประมาณ 9 แสนคน คิดเป็นร้อยละ &amp;nbsp;80 &amp;nbsp;มีหนี้รวมกัน 1.4 ล้านล้านบาท โดยเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู วงเงิน 8.9 แสนล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 64 รองลงมาคือ ธนาคารออมสิน วงเงิน 3.49 แสนล้านบาท คิดเป็นร้อยละ &amp;nbsp;25 ซึ่งนายกรัฐมนตรีกำชับกระทรวงศึกษาธิการ เร่งหาแนวทางในการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรอย่างยั่งยืน รวมถึงให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เตรียมพร้อมวงเงินปล่อยกู้ให้นักเรียนและนักศึกษาเข้าถึงแหล่งเงินเพื่อใช้ในค่าใช้จ่าย ปีการศึกษา 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำแผนแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบแล้ว ระยะแรกจะดำเนินการ 3 แผนงาน ได้แก่ แผนงานที่ 1. โครงการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบเป็นฐาน เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูร่วมกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบ จำนวน 12 แห่ง 4 ภาค ภาคละ 3 แห่ง ทำงานร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทุกแห่ง และส่วนราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่จังหวัด ภายในเดือนตุลาคมนี้ และขยายผลการดำเนินไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศที่มีความพร้อม ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป แผนงานที่ 2.คณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เจรจากับสถาบันการเงินเพื่อแก้ไขปัญหาครูรายที่ถูกฟ้อง พร้อมแนวทางการแก้ปัญหาของผู้ค้ำประกัน และการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 โดยให้มีการดำเนินการแก้ปัญหาร่วมกันในระดับพื้นที่จังหวัดในการปรับโครงสร้างหนี้ ระหว่างสหกรณ์ออมทรัพย์ครู สถาบันการเงิน และส่วนราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการระดับจังหวัด และ แผนงานที่ 3. การจัดอบรมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ทางด้านการวางแผนและการสร้างวินัยทางการเงินและการออม โดยมีเป้าหมายอบรม 1 แสนคนต่อปี &amp;nbsp;เริ่มอบรมรุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 1-15 ตุลาคม 2564 ผ่านระบบออนไลน์ศูนย์ Deep กระทรวงศึกษาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการถอดบทเรียนการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาจากสหกรณ์ตัวอย่าง 2 แห่ง คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสมุทรปราการ จำกัด และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกำแพงเพชร จำกัด พบสาระสำคัญของการแก้ไขปัญหาหนี้ คือ &amp;ldquo;การปรับลดภาระดอกเบี้ย&amp;rdquo; &amp;nbsp;และ &amp;ldquo;การปรับโครงสร้างหนี้&amp;rdquo; ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของสหกรณ์ออมทรัพย์ให้ต่ำลงไม่เกิน 3% &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สหกรณ์และสถาบันการเงินให้สอดคล้องกับสินเชื่อที่มีอัตราความเสี่ยงต่ำ 4.5-5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เช่น รวมหนี้จากทุกสถาบันการเงินมาไว้ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูหรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่สหกรณ์ออมทรัพย์ครู การปรับโครงสร้างหนี้ครูก่อนเกษียณ อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และลดดอกเบี้ยเงินกู้แก่ครูที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป ตั้งแต่ 0.25-0.50.% &amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการช่วยเหลือนักเรียนและนักศึกษาในเรื่องเงินกู้นั้น กยศ.ได้ขยายกรอบวงเงินการให้กู้ยืม ปีการศึกษา 2564 จากเดิมจำนวน 38,587 ล้านบาท สำหรับผู้กู้ จำนวน 6.2 แสนราย เป็น 40,000 ล้านบาท สำหรับผู้กู้ยืม จำนวน 7 แสนราย เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบต่างๆ ให้กับนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 โดยขยายเวลายื่นขอกู้ยืมเงินภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564 นักเรียน นักศึกษาสามารถยื่นกู้ยืมผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยแอปพลิเคชัน กยศ. Connect หรือทาง www.studentloan.or.th โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันในการทำสัญญากู้ยืมเงินใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรัชดา &amp;nbsp;กล่าวว่า การแก้ปัญหาหนี้ครูและบุคลากรทางการศึษา เป็นเรื่องที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญอย่างมาก ที่ผ่านมาได้แต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์เป็นหัวหน้าคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นระบบ ทั้งการลดรายจ่าย เพิ่มการออม และไม่ก่อหนี้เพิ่ม รวมไปถึงการป้องกันไม่ให้ครูรุ่นใหม่ๆ ต้องติดกับดักวงจรการเป็นหนี้ด้วย และในเรื่องเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ขอยืนยันว่ากองทุน กยศ. มีเงินให้กู้ยืมเพียงพอสำหรับนักเรียน นักศึกษาได้มีโอกาสได้เรียนต่ออย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118582</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัชดา ธนาดิเรก, หนี้กยศ., หนี้ครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149cb111aa35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2019 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2019 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้กองปูเค็ม&#039; จ้วง &#039;โรม&#039; แก้รธน.ต้องเดี๋ยวนี้  พอหนี้&#039;กยศ.&#039;มีเวลา 15 ปี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.62 - ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ &amp;quot;ผู้กองปูเค็ม&amp;quot; โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot; ต้องแก้ รธน. เดี๋ยวนี้ ส่วนหนี้ กยศ. มีเวลา 15 ปี สาดดดด..&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพสต์ของผู้กองปูเค็ม สือเนื่องจาก นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อปปช. พบว่า มีทรัพย์สิน 222,623 บาท หนี้สิน 202,360 บาท โดยหนี้สินเป็นเงินกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์โจมตีอย่างหนักว่า เป็นส.ส.เงินเดือนหลักแสน แต่กลับยังไม่ชำระหนี้กยศ.จำนวน 2 แสนบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายรังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์วานนี้ว่า ขอร้องให้หยุดนำเรื่องนี้มาทำลายตนเอง เพราะข้อเท็จจริง ตนเองได้ชำระหนี้กยศ.มาโดยตลอด แบ่งชำระเป็นระยะเวลา 15 ปีตามกรอบเวลา และก่อนหน้านี้ ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตนก็ชำระไปประมาณ 8 พันบาท ขณะที่การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อปปช.เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมมที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น ในเมื่อยังชำระไม่หมดก็ยังมีหนี้ตามที่ปรากฏ ส่วนที่มองว่า ตนเป็นส.ส.มีเงินเดือนหลักแสน แต่ไม่ยอมชำระหนี้นั้น ขอยืนยันว่า ผมเพิ่งได้รับเงินเดือนในฐานะ ส.ส.เพียง 2 เดือนเท่านั้น และก่อนหน้าก็นำเงินไปบริจาคเงินให้พรรคอนาคตใหม่ แต่หลังจากมีประเด็นนี้ขึ้นมา ผมจะชำระหนี้ที่เหลือให้หมดโดยเร็วแบบไม่ต้องรอให้ครบกำหนด 15 ปี&amp;quot;นายรังสิมันต์ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44101</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงกลด ชื่นชูผล, ผู้กองปูเค็ม, รังสิมันต์ โรม, หนี้กยศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190808/image_big_5d4b849428909.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 09:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กยศ. แจงปี 62 เตรียม 3 หมื่นล้านปล่อยกู้นักเรียน  เล็งหักเงินเดือนใช้หนี้ 1ล้านราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กยศ. แจงแผนปี 2562 เตรียมงบ 3 หมื่นล้านบาท ปล่อยกู้อุ้มนักเรียน-นักศึกษา 6 แสนคน ปลื้มแนวทางหักบัญชีเงินเดือนล้างหนี้ ระบุปีหน้าเตรียมทยอยทำข้อตกลงกับองค์กรต้นแบบ ธนาคาร-บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์-รัฐวิสาหกิจ ดึงลูกหนี้เอกชนเข้าระบบหักเงินเดือน คาด 2 ปีจบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ในปี 2562 กยศ. เตรียมงบให้กู้ 3 หมื่นล้านบาทแก่นักเรียน นักศึกษาใหม่และเก่าคาดว่ารองรับได้ 6 แสนคน โดย 2 ปีที่ผ่านมา กยศ. ใช้เงินของตัวเอง ไม่ได้ขอเงินงบประมาณในการปล่อยกู้ให้นักเรียน นักศึกษาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผลจากการเร่งประชาสัมพันธ์ สร้างจิตสำนึกให้ชำระหนี้ คาดว่าในปี 2562 จะมียอดชำระหนี้เพิ่มมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท จากในปี 2561 ที่คาดว่าจะมียอดชำระหนี้ 2.6 หมื่นล้านบาท สำหรับมาตรการหักบัญชีเงินเดือน ซึ่งเริ่มแล้วกับข้าราชการกรมบัญชีกลาง และจะทยอยเริ่มกับข้าราชการและหน่วยงานที่มีบัญชีเดือนผ่านกรมบัญชีกลาง ขณะที่การหักบัญชีเงินเดือนของลูกจ้างบริษัทเอกชนที่อยู่ในระบบหักเงินเดือนซึ่งมีอยู่ราว 1 ล้านราย ในองค์กรนายจ้างกว่า 1 แสนบริษัท จะทยอยทำข้อตกลงโดยจะเริ่มโครงการองค์กรต้นแบบในปีหน้าทำร่วมกับธนาคาร บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงรัฐวิสาหกิจต่างๆ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี จึงจะสามารถดึงลูกหนี้ในบริษัทเอกชนเข้าระบบหักเงินเดือนได้หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งได้ประสานกับหน่วยงานที่ครอบครองเลขหมายโทรศัพท์ เพื่อขอเบอร์โทรศัพท์ ในการติดตามทวงหนี้ทางโทรศัพท์ และจดหมาย &amp;nbsp;โดยที่ผ่านมา กยศ. มีลูกหนี้ทั้งระบบ 4 ล้านราย แยกเป็นลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างชำระหนี้ 3 ล้านราย ซึ่งในจำนวนนี้มี 2 ล้านรายที่ชำระหนี้ไม่สม่ำเสมอ และลูกหนี้ ที่มีคดีอยู่ในชั้นศาล 1.12 ล้านคดี และในปี 2561 &amp;nbsp;กยศ.ได้ดำเนินการฟ้องร้องคดีกับผู้กู้ที่ผิดนัดชำระหนี้ประมาณ 1.2 แสนราย ซึ่งมีการติดต่อขอประนีประนอมมากกว่า 80%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยณรงค์ กล่าวถึงกรณีครูวิภา บานเย็น ผอ.โรงเรียนบ้านห้วยน้อย ต.แม่ลาด อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ได้ค้ำประกันให้นักเรียนที่ยืมเงิน กยศ. 60 ราย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีคนนำเงินมาบริจาคช่วยเหลือทำให้ ครูวิภา นำเงินมาชำระหนี้คืน กยศ.แทนลูกศิษย์เรียบร้อยแล้ว และผลจากกรณีดังกล่าวทำให้ กยศ. เตรียมทบทวนเรื่องการค้ำประกันลูกหนี้ กยศ.ใหม่ ซึ่งปัจจุบันในจำนวนลูกหนี้ กยศ. 2.5 ล้านราย มีครูที่เป็นผู้ค้ำประกัน 0.17% หรือประมาณ 4 พันราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18096</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา, ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์, หนี้กยศ., หักบัญชีเงินเดือนชำระหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b177de88f249.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 23:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 23:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ลูลู่ อาร์สยาม’ ปิดหนี้ กยศ. สำเร็จแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กำลังเป็นที่พูดถึงในวงกว้างสำหรับประเด็นที่ ครูวิภา บานเย็น ผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่งที่จังหวัดกำแพงเพชร ได้รับความเดือดร้อน เพราะค้ำประกันเงินกู้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)ให้นักเรียนกว่า 60 คน แต่นักเรียนกว่า 30 คนไม่ชำระหนี้ตามข้อตกลง ทำให้ครุยอดหนี้รวมกว่าล้านบาท ต้องถูกยึดบ้านและที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในส่วนของคนวงการบันเทิง ที่ในอดีตก็ได้มีการกู้ยืมกองทุน กยศ. เพื่อเรียนต่อเช่นกัน อย่าง ลูลู่ อาร์สยาม หรือ ดวงฤดี บุญบำรุง ศิลปินจากค่ายอาร์สยาม ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ชำระหนี้ กยศ.ก้อนสุดท้ายได้สำเร็จแล้ว โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า &amp;ldquo;เป็นไทยแล้วเด้อคะ หนี้ก้อนสุดท้าย กยศ.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานนี้ได้มีแฟนๆ เข้ามาแสดงความชื่นชมนักร้องสาวมากมาย ที่มีความรับผิดชอบ และชำระหนี้อย่างต่อเนื่องจนสามารถเคลียร์ได้หมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @lulu_lizzyduang&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14405</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายอาร์สยาม, นักร้องลูกทุ่ง, ลูลู่ อาร์สยาม, หนี้กยศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180730/image_big_5b5f4098f0471.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
