<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำไมต้องมี ‘คลินิกแก้หนี้’?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวานผมนำเอาบทวิเคราะห์เรื่อง &amp;quot;หนี้คนไทย&amp;quot; ของ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการแบงก์ชาติมาให้อ่านเพราะเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกคนควรสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านบอกว่าจากการศึกษาเชิงลึกพบว่าคนไทยเป็นหนี้เร็วขึ้นและมากขึ้น อายุมากแต่หนี้ยังไม่ลด&amp;nbsp; ที่สำคัญสัดส่วนหนี้เสียเพิ่มขึ้น คนที่มีหนี้อายุ 29-30 ปี เป็นหนี้เสียถึง 1 ใน 5&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.วิรไทอธิบายถึง &amp;quot;โครงการคลินิกแก้หนี้&amp;quot; ต่อว่าอย่างนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับโครงการคลินิกแก้หนี้ ซึ่งเป็นเสาหลักที่ 2 ในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ให้สามารถออกจากกับดักหนี้ได้ เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1&amp;nbsp; มิ.ย.60 เป็นต้นมา โดยธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ และบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ SAM ร่วมมือกันจัดตั้งขึ้น โดยมีเจตนารมณ์ให้เป็น One-stop service ในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีปัญหาหนี้กับเจ้าหนี้หลายราย&amp;nbsp; โดย SAM ซึ่งมีข้อตกลงด้านการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ที่เข้าร่วมโครงการทุกราย ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเจ้าหนี้ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเดียวกัน&amp;nbsp; ประเมินศักยภาพในการชำระหนี้และเรียกเก็บหนี้ ในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยากที่ลูกหนี้จะไปหาเจ้าหนี้ทุกรายและเจรจาหนี้ได้สำเร็จ ซึ่งเป็น Coordination failure คือการไม่สามารถประสานงานกันระหว่างแรงจูงใจและผลประโยชน์ของผู้ให้บริการและลูกหนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการคลินิกแก้หนี้ได้ดำเนินการมาประมาณ 2 ปี มีลูกหนี้ที่เข้ามาปรึกษา 37,000 ราย&amp;nbsp; ลูกหนี้จำนวนมากยังไม่เป็น NPL จึงไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ที่ผ่านมามีลูกหนี้ที่สามารถปรับโครงสร้างหนี้ (Debt restructuring) ได้สำเร็จ 1,500 ราย ซึ่งมีเจ้าหนี้เฉลี่ย 3 ราย เงินต้นเฉลี่ย 300,000 บาท ทั้งนี้ เงื่อนไขของโครงการนี้จะช่วยให้ยอดผ่อนชำระและอัตราดอกเบี้ยลดลงมากไม่เกินร้อยละ 7 และระยะเวลาผ่อนยาวถึง 10 ปี กรณีที่ลูกหนี้มียอดหนี้ 100,000 บาท&amp;nbsp; จะผ่อนชำระต่อเดือนเพียง 1,200 บาท เงื่อนไขสำคัญของโครงการคือ ลูกหนี้ต้องแสดงเจตนารมณ์ว่าจะไม่ก่อหนี้เพิ่มเติม ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเป็นโอกาสดีในการทดลองโครงการ&amp;nbsp; ถึงแม้จะแก้ไขหนี้ให้ลูกหนี้ได้เพียง 1,500 ราย เนื่องจากลูกหนี้ส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ที่มีเจ้าหนี้&amp;nbsp; Non-bank รวมอยู่ด้วยจำนวนสูงพอสมควร จึงไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องขยายขอบเขตให้รวมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลของผู้ประกอบการ Non-bank&amp;nbsp; เพื่อสามารถช่วยเหลือประชาชนได้กว้างขวางและเบ็ดเสร็จมากขึ้น ซึ่งลูกหนี้กลุ่มที่เป็นหนี้เสียมีประมาณ 490,000 ราย ยอดหนี้เสียประมาณ 49,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ดังนั้นจึงต้องร่วมมือในการแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งจะเป็นการสร้างความยั่งยืนและมั่นคงให้กับระบบเศรษฐกิจไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โอกาสนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้ประกอบการ Non-bank 19 แห่งได้เห็นความสำคัญของการช่วยเหลือประชาชน และเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ระยะที่ 2 ทั้งนี้เมื่อรวมกับธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมโครงการแล้ว 16 แห่ง รวมเป็น 35 แห่ง จะสามารถครอบคลุมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลได้เกือบทั้งระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอขอบคุณผู้บริหารของ Non-bank ทั้ง 19 แห่งที่เข้าร่วมโครงการในวันนี้ ชมรมสินเชื่อส่วนบุคคล ชมรมธุรกิจบัตรเครดิต คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการคลินิกแก้หนี้ สมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ ทีมงานของ ธปท.และ SAM ที่เข้ามาร่วมโครงการนี้ ซึ่ง ธปท.เชื่อมั่นว่าโครงการคลินิกแก้หนี้จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่จะอยู่กับระบบการเงินไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท้ายที่สุดการแก้ปัญหาหนี้ที่ถาวรและยั่งยืนย่อมอยู่ที่การไม่สร้างหนี้ หรือสร้างหนี้อย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญที่อาจต้องเริ่มต้นด้วยการปฏิรูปการศึกษาให้สร้าง &amp;quot;ความรู้เรื่องการเงิน&amp;quot;&amp;nbsp; ตั้งแต่ชั้นประถมกันเลยทีเดียว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35866</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, คลินิกแก้หนี้, สุทธิชัย หยุ่น, หนี้คนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
