<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 07:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!ไทยมีหนี้กับประเทศเดียวกว่า98%ของยอดหนี้ตปท.&#039;ไพศาล&#039;เตือนอันตรายเมืองขึ้นทางการเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;12ก.ค.62-นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี(พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol มีเนื้อหาดังนี้
คำเตือน!!
ประเทศไทยเป็นหนี้ต่างประเทศกับประเทศเดียว กว่า 98%ของยอดหนี้ต่างประเทศทั้งหมด( ดูได้จากเอกสารงบประมาณแผ่นดิน ในหมวดว่าด้วยภาระหนี้ต่างประเทศ)
นับว่าเป็นอันตรายร้ายแรงอย่างยิ่ง!!!
จะต้องรีบปรับปรุงแก้ไขโดยด่วนที่สุดคือ
1 ถ้าจะมีการก่อหนี้ต่างประเทศใหม่
จะต้องไม่กู้จากเจ้าหนี้รายเดิมอีกต่อไป! ทั้งนี้เพื่อลดสัดส่วนหนี้ต่างประเทศที่มีต่อประเทศเดียวลงให้มากที่สุดและเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต้องเตรียมการปรับโครงสร้างหนี้ต่างประเทศ เพราะถ้าปล่อยให้ประเทศใดเป็นเจ้าหนี้ประเทศไทยจำนวนมาก เขาก็จะตั้งเงื่อนไขที่เอาเปรียบประเทศไทย นี่ก็คือการเป็นเมืองขึ้นทางการเงินนั่นเอง
การทำให้ประเทศเป็นเมืองขึ้นทางการเงินของชาติอื่น ก็คือการขายชาติหรือทรยศชาติชนิดหนึ่งนั่นเอง
ไม่เห็นหรือว่า หลายครั้ง ที่เราต้องออกกฎหมายหรือข้อบังคับต่างๆที่วิปริต ชนิดที่ปกติแล้วไม่มีใครคิดหรือทำได้เลย
และที่เสียหายแก่ประเทศชาติมากที่สุดก็คือ การกำหนดให้ประเทศไทยจะต้องจัดซื้อจัดจ้าง จากผู้ขายหรือผู้รับเหมาที่เจ้าหนี้กำหนดเป็น short list ให้ ทำให้ต้นทุนโครงการเพิ่มขึ้นถึง 30 %เป็นอย่างน้อย นอกจากนั้นยังต้องดู ค่าที่ปรึกษาทางการเงิน หรือค่าปากถุงด้วยว่า จะต้องจ่ายมากขึ้นเท่าใด ทำให้ต้นทุนเงินกู้สูงขึ้นขนาดไหน
ขอท่านผู้แทนราษฎรและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ช่วยกันปรับปรุงแก้ไขเรื่องนี้ให้ทันท่วงทีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40764</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไพศาล พืชมงคล, ปรับโครงสร้างหนี้, หนี้ต่างประเทศ, เมืองขึ้นทางการเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190412/image_big_5cb0a10c9bc07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเปิดตัวเลขหนี้ประเทศล่าสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 พ.ค.2561- นายธีรัชย์ อัตนวานิช ที่ปรึกษาด้านตลาดตราสารหนี้ ได้รายงานหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561 มีจำนวน 6,454,168.89 ล้านบาท หรือคิดเป็น 41.04% ของ GDP โดยแบ่งเป็นหนี้รัฐบาล 5,145,028.98 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจ 918,898.16 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) 381,046.94 ล้านบาท และหนี้หน่วยงานของรัฐ 9,194.81 ล้านบาท ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าหนี้สาธารณะคงค้างลดลงสุทธิ 9,522.95 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนี้รัฐบาล จำนวน 5,145,028.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสุทธิ 9,945.30 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของหนี้รัฐบาล ดังนี้ เงินกู้ภายใต้แผนที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 และการบริหารหนี้สาธารณะ เพิ่มขึ้นสุทธิ 52,226.87 ล้านบาท เนื่องจากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณเพื่อนำไปลงทุนในการพัฒนาประเทศ สร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจ จำนวน 70,508.21 ล้านบาท การไถ่ถอนพันธบัตร 10,477.34 ล้านบาท และการลดลงของตั๋วเงินคลัง 7,804 ล้านบาท เงินกู้เพื่อการลงทุนจากแหล่งเงินกู้ในประเทศเพิ่มขึ้นสุทธิ 4,291.61 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น การกู้ให้กู้ต่อแก่ (1) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยเบิกจ่ายเงินกู้จำนวน 920.19 ล้านบาท เพื่อจัดทำโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มจำนวน 304.81 ล้านบาท สายสีน้ำเงินจำนวน 382.59 ล้านบาท และ สายสีเขียวจำนวน 232.79 ล้านบาท (2) การรถไฟแห่งประเทศไทยเบิกจ่ายเงินกู้จำนวน 3,371.42 ล้านบาท เพื่อจัดทำโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงลพบุรี &amp;ndash; ปากน้ำโพ จำนวน 1,600 ล้านบาท โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม &amp;ndash; ชุมพร จำนวน 646.50 ล้านบาท โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ &amp;ndash; ขอนแก่น จำนวน 573.79 ล้านบาท โครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา &amp;ndash; คลองสิบเก้า - แก่งคอย จำนวน 452.67 ล้านบาท และโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ - รังสิต จำนวน 98.46 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกู้เงินบาททดแทนการกู้เงินตราต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 200 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและระบบขนส่งทางถนนระยะเร่งด่วน การชำระหนี้ที่รัฐบาลกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้แก่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน จำนวน 2,059.14 ล้านบาท โดยใช้เงินจากบัญชีสะสมเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ &amp;nbsp;เงินกู้ล่วงหน้าเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ลดลง 44,800 ล้านบาท เนื่องจากได้นำไปชำระคืนหนี้พันธบัตรรัฐบาลที่กู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณและการบริหารหนี้ที่ครบกำหนดในวันที่ 13 มีนาคม 2561 หนี้ต่างประเทศเพิ่มขึ้นสุทธิ 85.96 ล้านบาท เนื่องจากการเบิกจ่ายและชำระคืนเงินกู้สกุลเงินต่างๆ และการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน หนี้รัฐวิสาหกิจ จำนวน 918,898.16 ล้านบาท ลดลงสุทธิ 16,893.64 ล้านบาท โดยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดจากหนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน ลดลงสุทธิ 4,183.31 ล้านบาท โดยรายการที่สำคัญเกิดจากหนี้ที่ลดลงของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน ลดลงสุทธิ 12,710.33 ล้านบาท โดยรายการที่สำคัญเกิดจากหนี้ที่ลดลงของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลคํ้าประกัน) จำนวน 381,046.94 ล้านบาท ลดลงสุทธิ 2,523.65 ล้านบาท โดยรายการที่สำคัญเกิดจากการชำระคืนต้นเงินกู้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หนี้หน่วยงานของรัฐ จำนวน 9,194.81 ล้านบาท ลดลงสุทธิ 50.96 ล้านบาท โดยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เนื่องจากหนี้ที่ลดลงของสำนักงานธนานุเคราะห์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2561 จำนวน 6,454,168.89 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหนี้ในประเทศ 6,184,166.52 ล้านบาท หรือร้อยละ 95.82 และหนี้ต่างประเทศ 270,002.37 ล้านบาท (ประมาณ 8,421.46 ล้านเหรียญสหรัฐ) หรือร้อยละ 4.18 ของหนี้สาธารณะคงค้างทั้งหมด และหนี้สาธารณะคงค้าง แบ่งตามอายุคงเหลือ สามารถแบ่งออกเป็นหนี้ระยะยาว 5,824,318.73 ล้านบาท หรือร้อยละ 90.24 และหนี้ระยะสั้น 629,850.16 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.76 ของหนี้สาธารณะคงค้างทั้งหมด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8501</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย, มีนาคม, หนี้ต่างประเทศ, หนี้รัฐบาล, หนี้สาธารณะ, หนี้ในประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180504/image_big_5aec16fc58511.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
