<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อผ่อนไม่ไหวทำอย่างไร นี่คือ เทคนิคการบริหารจัดการหนี้  ที่ควรรู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยจากการระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 &amp;nbsp;ระลอกที่ 3 &amp;nbsp;ส่งผลให้หลายคนประสบปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง หนี้สินเริ่มกลายเป็นภาระที่จัดการไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นใครที่กำลังประสบปัญหาการจัดการหนี้ &amp;nbsp;นี่คือ เคล็ดลับเบื้องต้นในการจัดการหนี้ และอย่าปล่อยให้เป็นปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนี่คือ เทคนิคการบริหารจัดการหนี้ จากกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทคนิคการบริหารจัดการหนี้หลายก้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จัดการรวมหนี้ทั้งหมดให้เป็นก้อนเดียว
เพื่อหลีกเลี่ยงการที่มีใบเรียกเก็บยอดเล็กๆ น้อยๆ หลายๆ ใบ ในแต่ละเดือน ทำให้เราต้องเสียค่าธรรมเนียมการชำระเงินตามแต่ละช่องทางจำนวนหลายครั้ง ซึ่งทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นอีก ทั้งรวมหนี้ทั้งหมดให้เป็นก้อนเดียวจะช่วยให้เราบริหารจัดการหนี้ได้ง่ายกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ชำระหนี้ก้อนที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน
การชำระหนี้ก้อนที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน จะทำให้หลุดพ้นการเป็นหนี้ได้เร็วขึ้น เพราะเมื่อเงินต้นเหล่านี้ลดลงดอกเบี้ยที่จ่ายก็ลดลงและถ้าหากมีหนี้นอกระบบร่วมด้วย ต้องรีบพยายามหาวิธีปิดหนี้นอกระบบนั้นให้หมดโดยเร็วเป็นอันดับแรกเพราะดอกเบี้ยสูงกว่าหนี้ประเภทอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ชำระหนี้ให้ตรงเวลา
ควรชำระหนี้ให้ตรงตามกำหนดเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการติดตามทวงถาม หากลืมชำระ หรือชำระล่าช้า ซึ่งจะเกิดค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น นอกเหนือจากดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมของยอดหนี้ที่จะต้องถูกเรียกเก็บอยู่แล้ว นอกจากนี้ ถ้าจ่ายตรงตามกำหนด มีประวัติการจ่ายชำระดีอาจจะได้รับการพิจารณาปรับลดดอกเบี้ย หรือสิทธิพิเศษอื่นๆ จากเจ้าหนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ชำระหนี้ให้มันมากกว่ายอดเรียกเก็บเงินขั้นต่ำ
ในแต่ละเดือนจะมีการเรียกเก็บเงินจากเจ้าหนี้ด่างๆ ซึ่งเราจะต้องชำระหนี้อย่างน้อยที่สุดตามยอดเรียกเก็บขั้นต่ำ หากคำนวณแล้วพบว่าสามารถชำระหนี้ขั้นต่ำได้ครบทุกใบ และยังพอมีเงินเหลือควรนำเงินส่วนนั้นไปจ่ายชำระหนี้ให้มากกว่ายอดเรียกเก็บขั้นต่ำ เพราะเงินที่จ่ายชำระส่วนเพิ่มขึ้นนั้น จะทำให้ยอดเงินต้นลดลงดอกเบี้ยน้อยลงและหมดหนี้ไวขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. รู้จักประหยัด และลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
การรู้จักประหยัดและเลือกใช้จ่ายเฉพาะที่จำเป็น จะทำให้เรามีเงินเหลือเพิ่มในกระเป๋าได้ และควรจะเลิกหรือลดการใช้จ่ายมีฟุ่มเฟือย เช่น การซื้อเสื้อผ้าแพงๆ การกิน ดื่ม เที่ยว เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. อย่าสร้างหนี้ก้อนใหม่ขึ้นมาอีก
ถ้าหากหนี้ก้อนเดิมยังชำระไม่หมด และยังเป็นภาระอยู่ก็อย่าสร้างหนี้ก้อนใหม่เพิ่มเติม นอกเสียจากว่าจะนำหนี้ก้อนใหม่มาจ่ายหนี้ก้อนเก่าให้หมด โดยหนี้ก้อนใหม่จะต้องมีดอกเบี้ยที่ถูกกว่าเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ถ้าชำระหนี้หมดแล้ว &amp;nbsp;ให้เปลี่ยนมาเก็บเงิน
ถ้าหากว่าเราใช้หนี้หมดแล้ว ควรจะนำเงินส่วนที่เราเคยกันเอาไว้ชำระหนี้ มาเปลี่ยนเป็นเงินเก็บแทนเพื่อเพิ่มความพร้อมทางการเงิน เผื่อในอนาคตจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน จะได้ไม่ต้องกลับไปสู่วังวนของการเป็นหนี้อีก
ส่วนกรณีที่ไม่สามารถที่จะจัดการหนี้ที่มีอยู่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกแนวทางหนึ่ง ก็คือ การเข้าไปเจรจากับเจ้าหนี้ สถาบันการเงินโดยตรง ซึ่งในขณะนี้ทาง ธปท. ก็ยัง เปิดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน เปิดให้ลงทะเบียน 14 กุมภาพันธ์ ถึง 30 มิถุนายน 2564 (คลิก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลักการของมหกรรมนี้ คือ การไกล่เกลี่ยให้ลูกหนี้สามารถ เดินหน้าในการใช้ชีวิตต่อ และสามารถจัดการหนี้ที่ตัวเองมีอยู่ ซึ่งข้อเสนอ คือ พักดอกเบี้ย และจ่ายเฉพาะเงินต้น หรือยอดระยะเวลาการผ่อนออกไป&amp;nbsp; อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในกลุ่มสินเชื่อเช่าชื่อรถยนต์ ธปท. ก็มีการเปิดให้ลงทะเบียน &amp;nbsp;มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้เช่าซื้อ เปิดให้ลงทะเบียน 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2564 (คลิก) สามารถกดอ่านเงื่อนไขเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105535</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนี้บัตรเครดิต, หนี้สินเชื่อบุคคล, หนี้สินเชื่อเช่าซื้อ, เทคนิคจัดการหนี้สิน, แก้ไขหนี้สิน, ไกลเกลี่ยหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae4b9a408c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2021 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้ว รัฐบาล-ธปท.เปิดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.พ.64 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือประชาชนเต็มที่ โดยเฉพาะการดูแลไม่ให้เกิดปัญหาข้อมูลเครดิต การผิดนัดชำระ จนกระทบต่อการประกอบอาชีพในระยะยาว สืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงได้ร่วมกับกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อ กว่า 22 แห่ง จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล เชิญชวนให้ผู้กำลังประสบปัญหาร่วมใช้บริการ โดยมีข้อเสนอผ่อนปรนสำหรับลูกหนี้ 3 กลุ่ม อาทิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 1 ลูกหนี้ NPL ที่มีคำพิพากษาและเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีแล้ว มีข้อเสนอให้ชำระเฉพาะเงินต้น ไม่มีดอกเบี้ย โดยวางกรอบการชำระหนี้ไว้ 3 ระยะ คือภายใน 3 เดือน 3 ปี และ 5 ปี หากชำระได้ตามแผนก็จะยกดอกเบี้ยให้ลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 2 ลูกหนี้ NPL ที่ยังไม่ถูกฟ้องร้องหรือถูกฟ้องแล้ว เมื่อสมัครเข้าร่วมมหกรรมฯ จะมีการรับเรื่องเข้าเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้ของศาล พร้อมข้อเสนอผ่อนชำระระยะยาว เช่น ภายใน 10 ปี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และกลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ขาดสภาพคล่องชั่วคราว ค้างชำระเกิน 3 เดือน โดยธนาคารแห่งประเทศไทย จะช่วยแปรสภาพหนี้เป็นระยะยาว คิดดอกเบี้ยในอัตราที่ลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ประชาชนที่มีปัญหาด้านการชำระหนี้สามารถเข้าร่วมมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ฯ ดังกล่าวได้ ด้วยการลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ ระหว่างวันที่ 14 ก.พ.-14 เม.ย.64 ทางเว็บไซต์ของสำนักงานศาลยุติธรรม กรมบังคับคดี ธนาคารแห่งประเทศไทย และศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ซึ่งภายหลังการลงทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับภายใน 1 สัปดาห์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1213
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กดเข้าร่วมไกล่เกลี่ยหนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92957</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธปท., หกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล, หนี้บัตรเครดิต, หนี้สินเชื่อบุคคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fad3e634fa33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธปท.&#039;ลุยคลินิกแก้หนี้ &#039;ออมสิน&#039;จัดหมื่นล้านรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.2563&amp;nbsp;นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนของประเทศที่อยู่ในระดับน่ากังวลใจ ทำให้การแก้ปัญหาหนี้สินให้กับประชาชนเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญในปี 2563 เมื่อดูข้อมูลภาระหนี้ต่อเดือนของครัวเรือนไทยพบว่าประมาณ 40% เป็นหนี้ส่วนบุคคลเพื่ออุปโภคบริโภค ที่ระยะเวลาผ่อนสั้นและมีอัตราดอกเบี้ยแพง ซึ่งหนี้บัตร ทั้งบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดถือเป็นลูกหนี้ส่วนใหญ่ของหนี้กลุ่มนี้

ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2560 สถาบันการเงินสมาชิก บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM)&amp;nbsp;และ ธปท. ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการแก้หนี้ครัวเรือนผ่าน&amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการคลินิกแก้หนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่ง ณ ธ.ค.2562 คลินิกแก้หนี้สามารถช่วยประชาชนแก้หนี้บัตรไปแล้ว 3,194 ราย ครอบคลุมบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดกว่า 13,000 ใบ มีหนี้บัตรเฉลี่ยรายละ 3 ใบ มูลหนี้เฉลี่ยต่อราย 234,843 บาท ในจำนวนนี้ 72 รายชำระหนี้หมดแล้ว สามารถหลุดจากวงจรหนี้บัตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธัญญนิตย์ กล่าวว่า ธปท.ได้เริ่มโครงการคลินิกแก้หนี้ระยะที่ 3 โดยได้ขยายขอบเขตให้สามารถแก้ไขหนี้บัตรที่มีเจ้าหนี้รายเดียว และหนี้บัตรที่อยู่ในกระบวนการของศาลและมีคำพิพากษาแล้ว รวมทั้งปรับปรุงคุณสมบัติผู้เข้าโครงการจากเดิมต้องมีหนี้บัตรที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)&amp;nbsp;ก่อนวันที่ 1 ม.ค.2562 มาเป็นวันที่ 1ม.ค.2563 สามารถช่วยแก้ปัญหาหนี้บัตรของประชาชนได้ในแทบทุกกลุ่ม

&amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัจจุบันโครงการคลินิกแก้หนี้ ทั้ง 3 ระยะ มีสถาบันการเงิน&amp;nbsp;non-bank&amp;nbsp;และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เป็นสมาชิกรวม 35 แห่ง ทำให้โครงการฯ กลายเป็นเครือข่ายที่ช่วยเหลือประชาชนแก้หนี้บัตรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ โดยธนาคารออมสินถือเป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโชคชัย คุณาวัฒน์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ออมสินพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกหนี้บัตรเครดิตในโครงการคลินิกแก้หนี้ระยะที่ 3 ในส่วนที่เป็นลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสีย พร้อมกันนี้ ในส่วนลูกหนี้ปกติ ที่เริ่มมีปัญหาการผ่อนชำระ ธนาคารได้เตรียมวงเงิน 10,000 ล้านบาท ใช้ในโครงการปรับโครงสร้างหนี้บัตรดีเพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้แก่ประชาชน จากปัจจุบันที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยสูง 18 -28% ต่อปี ลดเหลือ 8.50-10.50% ต่อปี ตามความเสี่ยง วงเงินต่อรายไม่เกิน 1 แสนบาทโดยธนาคารไม่ได้กำหนดเงื่อนไขให้ลูกหนี้ ห้ามก่อหนี้เพิ่มในช่วง 5 ปี เหมือนคลินิกแก้หนี้ตามปกติด้วย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56229</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลินิกแก้หนี้, ธ.ออมสิน, ธปท., หนี้บัตรเครดิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a40122f100.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่า&#039;ไฮโซ&#039;แบบไม่มีจะกิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปเจอคำคมในไลน์ &amp;ldquo;อย่า ไฮโซ แบบไม่มีจะกิน แต่จง ติดดิน อย่างมีกิน และมีเก็บ&amp;rdquo; จากเพจจงเติบโต รู้สึกว่าข้อความดังกล่าวกระทบใจอย่างแรง เพราะการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันที่ต้องอวดกันทุกเรื่องทางโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่เสื้อผ้า หน้า ผม อาหารการกิน การท่องเที่ยวต่างประเทศ มันสะท้อนการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลได้อย่างดี บางคนก็เซลฟีหน้าตัวเองได้ทุกวันเพื่อให้คนชมว่าสวย บางคนก็ลงรูปอาหารทุกมื้อซึ่งกว่าจะกินได้แต่ละจานต้องผ่านพิธีกรรมถ่ายรูปก่อน เข้าใจว่าคงเป็นเหมือนกันเกือบทุกครอบครัว วันสงกรานต์ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศเยอะมาก แค่นั่งดูรูปเพื่อนๆ ทางโซเชียลมีเดียเหมือนได้เที่ยวรอบโลกเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การใช้ชีวิตต้องไม่ประมาท อยากจะทำตัวไฮโซก็ต้องคำนวณดีๆ ว่าเงินจะเหลือพอใช้หรือไม่ เดือดร้อนคนอื่นหรือเปล่า ถ้าซื้อทุกอย่างที่อยากได้ ไปเที่ยวในทุกที่ที่อยากไป เป็นแค่มนุษย์เงินเดือนและไม่รวยจริงก็คงมีเงินใช้ไม่ชนเดือน บางคนเป็นหนี้บัตรเครดิตเพราะรูดปรื๊ดทุกอย่างที่อยากได้โดยไม่เคยคำนึงว่าเอามาใช้แล้วคุ้มค่าคุ้มราคา หรือนำมากองแล้วจ้องมองเพื่อความสุขใจส่วนตัว ตามสถานที่ราชการจะมีบริษัททัวร์เงินผ่อน ของใช้เงินผ่อนไปนำเสนอถึงที่ พอเงินเดือนออกก็แทบไม่พอใช้ แต่ไม่เคยเข็ด เพราะมีเงินกู้สหกรณ์ดอกเบี้ยถูก แถมไม่ต้องกังวลเรื่องบั้นปลายชีวิตเพราะมีบำเหน็จ บำนาญ มีสวัสดิการคอยดูแล จึงไม่มีความจำเป็นต้องเก็บเงินมากมายเพื่อใช้สอยในบั้นปลายชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด็กรุ่นใหม่ก็ใช้ชีวิตแบบอิสระมาก ต้องกินหรูทุกเทศกาล วันศุกร์ต้องไปแฮงก์เอาต์ วันหยุดต้องไปเที่ยว ของแบรนด์เนมต้องมีอวด บางคนไม่มีเงินซื้อถึงกับยอมจ่ายค่าเช่า เหมือนกับเกิดมาทั้งทีต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม หัวจรดเท้าต้องเสริมแต่ง ทำเล็บ ทำผม กินอาหารเสริม เข้าคลินิกเสริมความงามเหมือนเข้าร้านสะดวกซื้อ เพื่อมีหน้าปลอมๆ มาอวดกัน บล็อกแบบเดียวกันจนหาเค้าหน้าเดิมไม่เจอ พ่อแม่นอกจากส่งเงินให้ลูกเรียนต้องหาเงินเผื่อค่าเสริมความงามอีกไม่รู้เท่าไหร่ สาวๆ สมัยนี้ไม่กลัวตายแต่กลัวหน้าเป็นสิว ผิวไม่ขาว จมูกไม่โด่ง หมอให้กินยาอะไรกินหมด ไม่สนใจว่าจะกระทบกับระบบตับไตขนาดไหน แก่ตัวลงผลกระทบจะเป็นอย่างไรไม่อยากจะนึกถึง บางครอบครัวพอมีเงิน แต่หลายครอบครัวที่ไม่มีเงินก็ต้องมาเบียดเบียนญาติพี่น้อง โกหกบ้าง หลอกล่อบ้าง โดยไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อน แค่ได้เงินมาสนองความต้องการของตนเองให้เป็น &amp;ldquo;ไฮโซ&amp;rdquo; ปลอมๆ ในหมู่เพื่อนเป็นพอ เมื่อเงินทองไม่ต้องหาก็ติดเป็นนิสัยเบียดเบียนกันร่ำไปโดยไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อน เชื่อว่าทุกครอบครัวคงเจอปัญหาที่ต้องเจียดรายได้เพื่อจุนเจือญาติพี่น้องไม่มากก็น้อย ถ้าเดือดร้อนจริงก็สมควรช่วยเหลือ แต่สำรวจให้ดีๆ ว่าเงินที่ควรจะเป็น &amp;ldquo;เงินเก็บ&amp;rdquo; ของเราถูกนำไปใช้อย่างฟุ่มเฟือยหรือเปล่า เนื่องจากคนใช้ไม่ได้หาเงิน คนหาเงินก็หาไปแลกกับการเป็นคนดีที่ถูกเอาเปรียบอยู่ตลอดเวลาจนเป็นความเคยชิน คนที่ได้เงินแบบแบมือขอก็ไม่เดือดร้อนอะไรเพราะไม่ได้เหน็ดเหนื่อยในการทำมาหากิน หลายครอบครัวที่มีสามีเป็นชาวต่างชาติต้องเลิกรากันเพราะวัฒนธรรม &amp;ldquo;ชาวเกาะ&amp;rdquo; ที่ฝรั่งงุนงงว่าทำไมต้องดูแลครอบครัวกันขนาดนี้ ครอบครัวไหนมีฐานะก็ต้องรับภาระเป็นโขยงไปโดยปริยาย ความอยากได้อยากมีเป็นเรื่องธรรมดาของทุกคน แต่จงอยากได้อยากมีแบบไม่เบียดเบียนใครจะดีที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จิตติมา กุลประเสริฐรัตน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(g.jittima02@gmail.com)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8111</URL_LINK>
                <HASHTAG>การใช้ชีวิตต้องไม่ประมาท, กินหรูทุกเทศกาล, ชีวิตแบบอิสระ, บริษัททัวร์เงินผ่อน, มนุษย์เงินเดือน, หนี้บัตรเครดิต, เงินกู้สหกรณ์ดอกเบี้ยถูก, เป็นเรื่องเป็นราว, แฮงก์เอาต์, ไฮโซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f23f7bc12c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2018 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2018 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท.ขยายเกณฑ์“คลินิกแก้หนี้” รับแก้ปัญหาลูกหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธปท. ปรับเกณฑ์ &amp;ldquo;คลินิกแก้หนี้&amp;rdquo; สั่งเปิดรับลูกหนี้ที่ค้างชำระก่อนวันที่ 1 เม.ย. 2561 หวังดันยอดลูกหนี้เข้าร่วมโครงการเพิ่มอีก 5 หมื่นราย หลังพบเปิดดำเนินการ 10 เดือน มียอดลูกหนี้เข้าร่วมโครงการจริงแค่เฉียด 600 ราย เหตุยังมีความเข้าใจไม่ตรงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) และธนาคารพาณิชย์ทั้งไทยและต่างประเทศ 16 แห่ง ได้ร่วมกันดำเนินโครงการคลินิกแก้หนี้ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้กับลูกหนี้ที่สุจริตและมีความตั้งใจมาตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2560 พบว่า มีลูกหนี้บางส่วนที่ติดขัดเรื่องคุณสมบัติบางประการจึงทำให้เสียโอกาสในการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จึงมีการปรับหลักเกณฑ์เงื่อนไขตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2561 เป็นต้นไป โดยจะขยายขอบเขตเพิ่มเติมให้ครอบคลุมถึงลูกหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันที่ค้างชำระเกินกว่า 3 เดือนกับธนาคารตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไป ก่อนวันที่ 1 เม.ย. 2561 ทั้งกลุ่มที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีและกลุ่มที่ถูกดำเนินคดีแล้ว แต่ยังไม่มีคำพิพากษา จากเดิมเมื่อเริ่มต้นโครงการกำหนดเฉพาะลูกหนี้ที่มีรายได้ประจำ ค้างชำระเกินกว่า 3 เดือนก่อนวันที่ 1 พ.ค.2560 และยังไม่ถูกดำเนินคดี คาดว่าจะมีลูกหนี้ที่สามารถเข้าโครงการได้เพิ่มขึ้นประมาณ 50,000 ราย เฉลี่ยรายละ 400,000 บาท รวมมูลหนี้ 20,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อกำหนดอื่น ๆ คือ ต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปี มียอดหนี้เงินต้นค้างชำระรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท และเงื่อนไขเต็มใจจะไม่ก่อหนี้เพิ่มใน 5 ปี พร้อมทั้งเรียนรู้ในการสร้างวินัยทางการเงินที่ดี จากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2561 ได้มีการปรับคุณสมบัติจากเดิมที่จะต้องเป็นบุคคลธรรมดามีเงินเดือนประจำ มาเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ รวมถึงปรับหลักเกณฑ์ในการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ให้ยืดหยุ่นขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา ผู้สมัครเข้าโครงการ 33,736 ราย มีผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ 1,074 ราย มีผู้ที่เข้าร่วมโครงการจริง จำนวน 594 ราย รวมยอดหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้แล้ว129.65 ล้านบาท &amp;nbsp;และในสิ้นเดือน เม.ย. นี้ จะมีลูกหนี้ที่ผ่อนชำระเสร็จสิ้นเป็นรายแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงแรกยังมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการประมาณ 20% หรือประมาณ 7,000 คน จากผู้สมัคร 33,376 คน เป็นหนี้กับนอนแบงก์ และประมาณ 70% มีการผ่อนชำระขั้นต่ำ ซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์เข้าร่วมโครงการ และเมื่อผ่านกระบวนการคัดกรอง และจัดโปรแกรมการชำระหนี้ พบว่าลูกหนี้ไม่สามารถผ่อนชำระได้ เนื่องจากลูกหนี้ต้องเจียดเงินเพื่อผ่อนกับชำระหนี้กับนอนแบงก์ด้วย ทำให้มีลูกหนี้ออกจากโครงการประมาณ 5% หรือ 30 ราย &amp;nbsp;สำหรับผู้สมัครเข้าร่วมโครงการมีมูลหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 230,000 บาทต่อราย มีเจ้าหนี้เฉลี่ย 3 ราย&amp;rdquo; นางผ่องเพ็ญ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางฤชุกร &amp;nbsp;สิริโยธิน รองผู้ว่าด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไข พ.ร.ก. บริษัทบริหารสินทรัพย์ เพื่อขยายขอบเขตให้สามารถบริหารหนี้เสียที่เกิดกับนอนแบงก์ได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา &amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นช่วยลูกหนี้นอนแบงก์ได้ครอบคลุมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ผู้สนใจสามารถติดต่อเพื่อขอเข้าร่วมโครงการ ได้ที่ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด &amp;nbsp;โทรศัพท์ 0-2610-2266 หรือสมัครเว็บไซต์ www.debtclinicbysam.com หรือ www.คลินิกแก้หนี้.com
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7675</URL_LINK>
                <HASHTAG>SAM, คลินิกแก้หนี้, ธปท., บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท, ปรีดี ดาวฉาย, สมาคมธนาคารไทย, สินเชื่อบุคคล, หนี้บัตรกดเงินสด, หนี้บัตรเครดิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180423/image_big_5adda8c6bfc3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
