<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘วีรศักดิ์’แจงทันควันหนี้หมื่นล้านหายเพราะค้ำประกันให้คนอื่นก่อนนั่งรมต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.2564 - &amp;nbsp;กรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคม องค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะไปยื่นที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบการแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม และนางยลดา หวังศุภกิจโกศล ภริยากรณีเข้ารับตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่หนี้สินหายไปประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาทหายไปเกือบทั้งหมด หลังดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์มา 2 ปีนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีรศักดิ์ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องบัญชีทรัยพ์สินและหนี้สินในส่วนของตนเองและภรรยาได้ยื่นเอกสารทั้งหมดให้กับป.ป.ช.ไปเรียบร้อยแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนที่มีข่าวว่าหนี้สินประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาทหายไปเกือบทั้งหมดนั้น ขอชี้แจงว่าหนี้ที่หายไปมีประมาณกว่า 9 พันล้านบาทเท่านั้น ซึ่งไม่ได้เป็นหนี้ในส่วนของตนที่ก่อขึ้น แต่เป็นหนี้ที่เกิดจากการเซ็นค้ำประกันการทำงานทางธุรกิจให้กับบุคคลอื่นก่อนเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี เมื่อเขามีการชดใช้ตกลงงเคลียร์กันแล้วหนี้ในส่วนนี้ก็หายไป ยืนยันว่าไม่ได้เป็นหนี้เอง ซึ่งเมื่อมาเป็นรัฐมนตรีแล้วก็ไม่เคยไปเซ็นคำประกันให้ใครอีกเลย อีกทั้งนี้ก็ไม่จำเป็นต้องไปชี้แจงอะไรเพิ่มเติมต่อ ป.ป.ช.แล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามเอกสาร และเป็นไปตามข้อมูลข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า รายละเอียดของหนี้ที่เกิดจากการเซ็นค้ำประกันมีอะไรบ้าง เหตุใดยอดหนี้จึงสูงเป็นหมื่นล้านบาท นายวีรศักดิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ถ้าคุยรายละเอียดกันจะยาวมาก ขอให้ไปตรวจสอบเอกสารจาก ป.ป.ช. เพราะมีเอกสารเป็นจำนวนมาก หากพูดไปเกรงว่าอาจจะพูดไม่ครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณจะไปยื่นป.ป.ช.ให้ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย นายวีรศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้กังวลใจอะไร เพราะให้ข้อมูลทุกอย่างกับป.ป.ช.ไปหมดแล้ว ยืนยันถูกต้อง และเป็นความจริง เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100197</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ป.ป.ช., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, หนี้สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606465edbcabb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2021 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2021 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรีน อัษฏาพร&#039;แบกรับหนี้ 8 หลัก แทนพ่อผู้ล่วงลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีข่าวว่านางอกสาว กรีน-อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล ต้องรับภาระหนี้สินเกือบ 50 ล้านบาท หลังจากที่คุณพ่อเสียชีวิต ล่าสุดกรีนได้ออกเปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมยอมรับว่ามีหนี้จริงแต่ไม่ถึง 50 ล้าน ตั้งเป้าจะพยายามให้หมดภายใน 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หนี้ก็มีมาตั้งนานแล้ว เราก็ช่วยกันในครอบครัว แต่วันที่คุณพ่อเสีย ก็มีมากกว่าเดิม ก็ค่อนข้างจะหนัก คุณพ่อเสียไปก็ไม่มีคนช่วย ลูกๆ ก็ต้องช่วยกัน ก็เคว้ง ชีวิตหนูก็ไม่ได้ร่ำรวยมาตั้งแต่แรก เป็นเด็กเข้ามาประกวด &amp;nbsp;เรามีหนี้สินที่มีมาอยู่แล้ว เพียงแค่คนไม่รู้เบื้องลึกของเราเฉยๆ &amp;nbsp;หนี้ก็มันมีหลายๆ ส่วนรวมๆ กัน คุณพ่อของเรา เราก็ต้องรับผิดชอบ จริงๆ ตัวเลขไม่ถึง 50 ล้านบาทตามข่าวค่ะ แต่มันก็ประมาณ 8 หลัก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางคนอาจจะมองว่าไม่เยอะหรอก แต่สำหรับกรีนมันเยอะมากๆ ส่วนที่หลายคนมองว่าเล่นละครมาหลายปี ทำไมไม่มีเงินมาจุนเจือตรงนี้ คือทุกๆ ครั้งที่ได้เงินละครมา ไม่ได้หมายถึงว่ากรีนต้องเอาเงินมาลงกับหนี้สินทั้งหมด เพราะหนี้เยอะกว่ารายได้ที่กรีนมี และปีนึงเราก็ไม่ได้รับละครปีละ 10 เรื่อง กรีนไม่ได้เอาเงินทั้งหมดลงที่หนี้สิน กรีนต้องดูแลครอบครัว ดูแลคุณแม่ มีภาระเรื่องส่วนตัว ฉะนั้นก็ต้องแบ่งไปเรื่อยๆ รายจ่ายด้านอื่นๆ เราก็มี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างหนี้สินเราก็ผ่อนมาตลอด มันไม่ได้หมดง่ายๆ เพราะด้วยความที่มัน 8 หลัก ถามว่าหนักไปไหม กรีนว่าไม่มีคำว่าหนักไปสำหรับลูกที่จะตอบแทนพ่อแม่หรอกค่ะ &amp;nbsp;ตอนนี้หนี้ยังเหลืออีกเยอะไหม มันเป็นเรื่องของอสังหาฯ เป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจทางใต้ด้วย กรีนไม่สามารถอธิบายเป็นตัวเลขได้ว่าเหลือเทาไหร่ เอาเป็นว่ากรีนก็ยังต้องจ่ายค่ะ ก็มีน้องช่วยด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรา และก็มีลูกพี่ลูกน้อง พี่แก็ป ที่เป็นนักแสดงเขาก็มาช่วยเรา &amp;nbsp;แต่หลักๆ ก็เป็นกรีนกับน้องสาว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็พยายามจะให้หมดภายในไม่เกิน 10 ปี ซึ่งมันต้องไม่กระทบคนอื่นๆ หรือกระทบตัวเรา กรีนพูดตรงๆ ว่าถึงเราจะต้องใช้หนี้สิน เราก็มีความฝันของเราเหมือนกัน ก็ต้องแบ่งเรื่องงานและหนี้สินให้บาลานซ์กัน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม &amp;nbsp;green_ausadaporn&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95182</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรีน  อัษฎาพร, นางเอก, หนี้สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210306/image_big_604312779d5d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยรายได้-เงินออมลดฮวบ ขณะที่รายจ่าย-หนี้สินพุ่ง ช่วงโควิด19ระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 2563 การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นภาคการท่องเที่ยว บริการ และธุรกิจต่าง ๆ ในขณะที่ประชาชนเองก็ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤต โดนเลิกจ้าง ขาดรายได้ แต่รายจ่ายและหนี้สินยังคงมีอยู่ทุกวัน เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ กรณี &amp;ldquo;รายได้-รายจ่าย-หนี้สิน-เงินออม&amp;rdquo; ของคนไทยยุคโควิด-19 จำนวนทั้งสิ้น 1,125 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 12-15 พฤษภาคม 2563 สรุปผลได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;ldquo;รายได้ &amp;ndash; หนี้สิน &amp;ndash; เงินออม&amp;rdquo; ของประชาชน เมื่อเปรียบเทียบช่วงเวลาก่อนโควิด-19 ระบาด กับ ณ วันนี้ &amp;nbsp;
ข้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพรวม
1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายได้ประจำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;25.16%
2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายได้พิเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;35.38%
3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงินออม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;27.91%
4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนี้สิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;25.07%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;nbsp;&amp;ldquo;5 รายจ่าย&amp;rdquo; ที่เพิ่มขึ้น คือ&amp;nbsp;
อันดับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายจ่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพรวม
1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าน้ำ-ค่าไฟ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;68.53%
2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทรศัพท์มือถือ /อินเตอร์เน็ต&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;44.89%
3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาหารและเครื่องดื่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;40.27%
4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยารักษาโรค/ค่ารักษาพยาบาล/ดูแลสุขภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;20.18%
5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริจาค ทำบุญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;14.22%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. &amp;nbsp;&amp;ldquo;5 รายจ่าย&amp;rdquo; ที่ลดลง คือ&amp;nbsp;
อันดับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายจ่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพรวม
1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าเดินทาง ค่ารถ ค่าเรือ /น้ำมัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;60.62%
2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;42.31%
3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่องเที่ยว พักผ่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;41.51%
4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสี่ยงโชค ล็อตเตอรี่ หวย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;38.67%
5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องประดับ /น้ำหอม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;34.31%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; *หมายเหตุ &amp;nbsp; ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนดุสิตโพล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66131</URL_LINK>
                <HASHTAG>รายได้, สวนดุสิตโพล, หนี้สิน, เงินออม, โรคโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec0ad8211426.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2019 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2019 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยตะลึงสถิติฆ่าตัวตายเซ่นหนี้ วอนคนถูกลอตเตอรี่แบ่งปันคนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.62 - นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในฐานะเป็นนักการเมืองที่ทำงานเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาสังคม เด็ก เยาวชน สตรี ครอบครัวกลุ่มหลากหลายทางเพศ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้ใช้แรงงาน รู้สึกเครียดมากเมื่ออ่านข่าวกรณีแพทย์หญิงกรองกาญจน์ แก้วชัง รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ และประธานทีมนำทางคลินิก โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ จังหวัดนครราชสีมา ออกมาให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่า ผู้ที่มีภาระหนี้สินมีความเสี่ยงสูงในการฆ่าตัวตาย ทั้งนี้ จากการสำรวจสภาวะเศรษฐกิจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าในปี 2560 &amp;nbsp;มี 10.8 ล้านครัวเรือนที่มีหนี้สิน คิดเป็น 57% ของ 21 ล้านครัวเรือนทั้งประเทศ เฉลี่ย 1 ครัวเรือนมีหนี้ 178,994 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่า การฆ่าตัวตาย อันเกิดจากปัญหาหนี้สิน ถูกตามทวงหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ เป็นภัยเงียบ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในแต่ละครอบครัว โดยที่คนอื่นไม่ได้รับรู้ และไม่อยู่ในฐานะที่จะ ช่วยเหลืออะไรได้ มาทราบข่าวอีกที ก็เมื่อตกเป็นข่าวว่ามีการฆ่าตัวตายเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งพบว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สถิติการฆ่าตัวตายมีจำนวนสูงขึ้นมากจนน่าตกใจ จะบอกว่าเศรษฐกิจดี ก็เหมือนเป็นการหลอกลวง ไม่มีใครเชื่อ รัฐบาลมีหน้าที่ ในการแก้ไขและหาทางป้องกัน เพื่อลดสถิติการฆ่าตัวตายลงให้ได้ &amp;nbsp;หน่วยงานรัฐทั้งในส่วนกลางและในส่วนภูมิภาค รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน ต้องลงไปให้ถึงก้นครัวเพื่อสำรวจว่า มีครอบครัวใดกำลังหมดหนทางในการเผชิญภาระหนี้สินล้นพ้นตัว จนต้องคิดสั้นจะฆ่าตัวตาย เพื่อยับยั้งมิให้เกิดเหตุร้ายอันน่าเศร้าสลดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลดาวัลลิ์ กล่าวอีกว่า ทุกกลางเดือนและต้นเดือน มีข่าวทางสื่อสารมวลชนว่ามีผู้ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เป็นเงินหลายสิบล้านบาท ผู้ที่เป็นเศรษฐีรายใหม่ไม่ได้มีส่วนที่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้มีหนี้สินรุงรังที่เกิดขึ้น เนื่องจากไม่ได้เกี่ยวข้องเป็นญาติพี่น้องกัน รวมไปถึงมหาเศรษฐีของเมืองไทยที่ร่ำรวยหลายหมื่นหลายแสนล้านบาท ใช้จ่ายไม่รู้กี่สิบชาติก็ไม่หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตนอยากขอวิงวอนให้คนเหล่านี้ &amp;nbsp;ได้ยื่นน้ำใจไมตรีเผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนพี่น้องร่วมชาติ ที่มีอยู่จำนวนมาก ที่ยากจนไม่มีกินไม่มีใช้ และกำลังจะอำลาโลกเพราะหาทางออกไม่ได้ มีแต่หนี้สินล้นพ้นตัว&amp;quot;นางลดาวัลลิ์ กล่าวและว่าอย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยในฐานะฝ่ายค้าน ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาทางสังคมไม่น้อยกว่าการแก้ไปเศรษฐกิจและการเมือง จะพยายามทำหน้าที่กระทุ้งและเสนอแนะรัฐบาล ให้รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังและต้องลดจำนวนการฆ่าตัวตายหนีหนี้ลงให้ได้ และที่สำคัญรัฐบาล ต้องจัดทำนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนให้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมประชาชนมีรายได้เลี้ยงชีพอย่างยั่งยืน คือการช่วยเหลือให้ประชาชนช่วยตัวเองได้ เหมือนนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43149</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนจน, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, หนี้สิน, แก้ปัญหาความยกจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0cc329e6633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2018 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2018 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> น่าห่วงคนไทยส่วนใหญ่เป็นหนี้แถมไม่มีเงินออม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.61- นพ.ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส. กล่าวถึงผลสำรวจความนิยมประชาชนเรื่องหนีสิน เงินออม ความสุข พบส่วนใหญ่มีหนี้สินเป็นภาระและไม่มีเงินเก็บว่า ความสุขของคนทำงานเกิดจากความตั้งใจของคนทุกคนในที่ทำงานตั้งแต่ผู้ประกอบการถึงลูกจ้าง ควรเป็นความตั้งใจร่วมกันว่าความสุขในที่ทำงานควรเป็นอย่างไรและทำอย่างไรให้เกิดความสุขร่วมกัน ควรตั้งคำถามด้วยว่า ที่ทำงานร่วมกันมานี้มีความสุขหรือไม่ คนทำงานจะมีความสุขได้ต้องพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ ทัศนคติ จิตปัญญา และสังคมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แน่นอนว่าเรื่องเงินคือเรื่องใหญ่ ถ้าบริหารเงินไม่เป็นความสุขจะไม่เกิด เพราะเงินเกี่ยวกับตัวเอง ครอบครัว และสังคมมากมาย จึงต้องรู้จักเก็บออมเป็นหนี้แบบพอดีพอจ่ายคืนได้&amp;quot; นพ.ชาญวิทย์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง หนี้สิน เงินออม ความสุข จำนวนทั้งสิ้น 5,160 คน โดยดำเนินโครงการระหว่าง 1 กันยายน ถึง 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มตัวอย่างในวัยทำงาน ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.2 มีหนี้สินเป็นภาระ ในขณะที่ร้อยละ 23.8 ไม่มีหนี้สิน ไม่เป็นภาระ โดยจำนวนมากหรือร้อยละ 42.8 ผ่อนชำระหนี้ได้ตรงเวลา ร้อยละ 24.3 ผ่อนได้ตรงเวลาเกือบทุกครั้ง และร้อยละ 32.9 ผ่อนได้ตรงบ้าง ถึง ไม่ตรงเวลาเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงเงินออม พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.9 มีเงินเก็บออมน้อยถึงไม่มีเลย ร้อยละ 29.8 มีเงินเก็บออมปานกลาง และร้อยละ 11.3 มีเงินเก็บออมมาก ที่น่าเป็นห่วงคือ จำนวนมากหรือร้อยละ 41.0 ได้รับเงินค่าจ้าง ค่าล่วงเวลาไม่ครบหรือได้บ้างไม่ได้บ้าง ในขณะที่ร้อยละ 59.0 ได้รับถูกต้องครบถ้วนทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม ค่าคะแนนเฉลี่ยความสุขจากการทำงานโดยรวมเมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน ได้ 6.8 คะแนน
ขณที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21748</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์, หนี้สิน, เงินออม, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181111/image_big_5be7ecc398cb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.เตรียมชงรัฐช่วยอุ้มหนี้ 8.4หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขสมก.ชง&amp;rsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo;ช่วยอุ้มหนี้ 8.4 หมื่นล้านบาท เผยแผนฟื้นฟูเน้นจัดหารถใหม่ลดต้นทุนเชื้อเพลิง 50% เดินหน้าลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ซึ่งในอนาคตจะนำเทคโลยีและนวัตกรรมใหม่ใช้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปิดเผยว่า ขสมก.เตรียมเสนอแผนฟื้นฟูกิจการองค์กรขอรับการพิจารณาจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.)ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หากสามารถเห็นชอบได้จะนำแนวทางดังกล่าวไปดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นสำคัญของเรื่องแผนฟื้นฟูกิจการในครั้งนี้ได้แก่แนวทางการลดรายจ่ายด้านงานบริการรถเมล์ควบคู่ไปกับการบริหารหนี้สินจำนวน 1 แสนล้านบาท โดยเฉพาะเรื่องหนี้สินสะสมขององค์กรนั้นแบ่งเป็นหนี้สินจากนโยบายภาครัฐและหนี้สินจากงานบริหาร ดังนั้นในครั้งนี้จะมีการเสนอแนวทางแก้ปัญหาโดยการให้รัฐบาลช่วยแบ่งเบารับภาระหนี้ที่เกิดจากนโยบายภาครัฐไปดูแลซึ่งหนี้สินสะสมดังกล่าวส่วนใหญ่มาจากสาเหตุนี้เกือบทั้งหมด โดยขสมก.จะเป็นผู้ดูแลเพียงหนี้สินจากงานบริหารเพียงเท่านั้น โดยที่ผ่านมานั้นได้มีการหารือกันไปหลายครั้งแล้วระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่เรื่องแนวทางการลดค่าใช้จ่ายนั้นขสมก.จะให้ความสำคัญกับโครงการจัดซื้อรถเมล์ใหม่เพื่อลดภาระค่าซ่อมบำรุงและค่าเชื้อเพลิงซึ่งถือเป็นต้นทุนดำเนินการส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ตนมองว่ารถเมล์รุ่นใหม่แบบไฮบริดสามารถลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงลงได้ 50% จากเดิม 3,400 บาท/คัน/วัน เหลือเพียง 1,800 บาท/คัน/วัน ซึ่งจากที่ทดสอบแล้วเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในกรุงเทพอีกทั้งยังสามารถผลิตและประกอบได้ในไทยอีกด้วย&amp;nbsp;
นอกจากนี้ในแผนดังกล่าวยังมีแนวทางการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่เพื่อลดภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรอีกด้วย ซึ่งในอนาคตขสมก.จะเน้นการนำเทคโลยีและนวัตกรรมใหม่มาทดแทนบุคลากรมากขึ้น อาทิ โครงการติดตั้งเครื่องอ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยูรกล่าวต่อว่าส่วนด้านความคืบหน้ากรณีที่ศาลปกครองกลางพิพากษาให้ ขสมก.ชดใช้ค่าเสียหายอันเนื่องจากการไม่ชำระราคารถยนต์โดยสาร พร้อมดอกเบี้ย รวมเป็นเงิน 1.04 พันบาท ให้กับบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ปนั้นขณะที่ขสมก.ได้รับคำสั่งศาลพร้อมยื่นเรื่องอุทธรณ์ไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเข้าไปชี้แจงให้ศาลปกครองรับทราบในวันที่นัดหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในวันที่31 พ.ค.นี้จะมีพิธีส่งมอบรถโดยสารปรับอากาศชานต่ำยี่ห้อฮีโน่ ระบบดีเซลและไฟฟ้า(ไฮบริด) ในโครงการความร่วมมือระหว่าง ขสมก. บริษัท ฮีโน่ มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) จำนวน 1 คัน มาทดลองวิ่งให้บริการประชาชนในเส้นทางเดินรถของ ขสมก. เป็นระยะเวลา 122 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.-30 ก.ย.นี้รวม 7 เส้นทาง อาทิสาย A1 ดอนเมือง-หมอชิต 2 สาย 510 ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สาย522 รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยฯ (ทางด่วน) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากขสมก.ระบุว่าปัจจุบันขสมก.มีภาระหนี้สินจำนวนทั้งสิ้นราว 1 แสนล้านบาทโดยพบว่าหนี้สินราว 8.48 หมื่นล้านบาทหรือคิดเป็น 84% ของมูลค่าหนี้ทั้งหมดนั้นเป็นหนี้สินที่เกิดจากนโยบายรัฐบาล ขณะที่อีกราว 1.6 หมื่นล้านบาทนั้นคือหนี้สินที่เกิดจากงานบริหาร สำหรับสาเหตุของหนี้สินจากนโยบายรัฐนั้นได้แก่ 1.โครงการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน เงินอุดหนุนบริการสาธารณะ (PSO) &amp;nbsp;และต้นทุนในอดีตอย่างโครงการอุดหนุนรถเมล์ฟรีจำนวน 10,000 บาทต่อคันต่อวัน หรือคิดเป็นเดือนละ 240 ล้านบาทหรือปีละ 2,880 ล้านบาท จากจำนวนรถเมล์ฟรีทั้งหมดราว 800 คัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10300</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก., คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ, นายกรัฐมนตรี, ประยูร ช่วยแก้ว, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนี้สิน, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e12060f59c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
