<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ออมสิน&#039;จัดงานใหญ่ช่วยสางหนี้ครูทั่วประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 2564 นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในช่วงเวลากว่า 12 ปีที่ผ่านมา ธนาคารออมสิน และกระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดทำโครงการสินเชื่อเพื่อช่วยลดภาระในชีวิตประจำวันแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษามาอย่างต่อเนื่องหลายโครงการ แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันพบว่าครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวนหนึ่งไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่การแพร่ระบาดของ COVID-19 อาจส่งผลทางอ้อมต่อรายได้ครอบครัว
&amp;nbsp;
ธนาคารจึงเร่งจัดทำมาตรการแก้ไขหนี้ภายใต้แนวคิด มหกรรมผ่อนปรนการชำระหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อช่วยยับยั้งไม่ให้ต้องกลายเป็นหนี้เสีย (NPLs) จนเป็นเหตุให้อาจถูกดำเนินคดี ส่งผลเสียทางเครดิตและกระทบต่อหน้าที่ราชการได้ในอนาคต ทั้งนี้ ข้าราชการครู ลูกจ้างและบุคลากรทางการศึกษาที่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง สามารถเข้าร่วมมาตรการพักชำระเงินต้น และเลือกจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน ตามแผนการชำระหนี้ที่ธนาคารกำหนด เป็นระยะเวลา 12 เดือน หรือนานที่สุดไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2566 โดยการเลือกแผนการชำระหนี้ตามความสามารถในการผ่อนชำระของตนเอง ผ่านแอป MyMo หรือที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th ซึ่งเปิดให้แจ้งความประสงค์จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 นี้เท่านั้น
&amp;nbsp;
สำหรับข้าราชการครูที่เกษียณอายุแล้ว และยังไม่เคยใช้สิทธิบำเหน็จตกทอดมาเป็นหลักประกันการกู้เงิน สามารถขอกู้สินเชื่อสวัสดิการสำหรับข้าราชการบำนาญฯ ที่ผ่อนปรนให้ใช้บำเหน็จตกทอดเป็นหลักประกันในการกู้ และนำเงินกู้ไม่ต่ำกว่า 50% ไปชำระหนี้เดิมกับธนาคารได้ ด้วยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษ คงที่ 2.00% ต่อปี นานถึง 10 ปี หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ย MRR-2.50% ต่อปี ให้วงเงินกู้ 100% ของเงินบำเหน็จตกทอด ผ่อนชำระนาน 30 ปี โดยสอบถามรายละเอียดได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือติดต่อสาขาที่ใช้บริการสินเชื่ออยู่
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 เป็นต้นมา ธนาคารได้เน้นดำเนินการแก้ไขหนี้แก่ลูกหนี้ที่ประสบปัญหาการผ่อนชำระเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 มาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน มีผู้เข้ามาตรการแก้ไขหนี้กับธนาคารแล้วกว่า 6 แสนบัญชี วงเงินรวมกว่า 370,000 ล้านบาท โดยเป็นครูและบุคลากรทางการศึกษากว่า 1 แสนบัญชี วงเงินรวมกว่า 120,000 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2564) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115 และที่ facebook : GSB Society&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106300</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิทัย รัตนากร, มหกรรมผ่อนปรนการชำระหนี้ครู, หนี้สินครู, แก้ไขหนี้ครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c6c5750562f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจตน์&#039;รับไม้ต่อ&#039;อนุชา&#039;ดูแลการขับเคลื่อนงานอาชีวศึกษา โจทย์ใหญ่&#039;รมว.ศธ.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.63- นายเจตน์ โศภิษฐ์พงศธร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (เลขาฯ รมว.ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้รับมอบนโยบายจากนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศธ. ให้ดำเนินการขับเคลื่อนและสานต่องานการศึกษาในเรื่องต่างๆ ที่ในช่วงที่ผ่านมาเป็นงานที่นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกรัฐบาล หรืออดีตเลขานุการรมว.ศธ. เป็นผู้ดูแล เช่น โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) โดยในส่วนของการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูนั้น นายณัฏฐพล ยังมอบหมายให้นายอนุชา ดำเนินการสานต่อการแก้ปัญหาหนี้สินครูให้จบ เพราะเท่าที่ทราบการแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวนายอนุชาเดินหน้าใกล้เสร็จสิ้นแล้ว โดยในส่วนของตนจะรับผิดชอบการขับเคลื่อนงานอาชีวศึกษา เนื่องจากเป็นโจทย์ใหญ่ของ รมว.ศธ. ที่ต้องการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนสายอาชีพให้มีมาตรฐานสากล &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ขณะนี้ผมกำลังเรียกดูข้อมูลทั้งหมดของอาชีวศึกษา โดยเฉพาะวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่เน้นสาขาวิชาภาคอุตสาหกรรม โดยผมไม่มีความกังวลใจแม้จะเจอโจทย์ใหญ่ที่ รมว.ศธ. มอบหมายมา ซึ่งการยกระดับอาชีวศึกษาผมมองว่าไม่ใช่เรื่องภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการจัดการเรียนการสอน การฝึกปฏิบัติจริง อุปกรณ์การเรียนการสอน รวมถึงหลักสูตรการเรียนการสอน จะต้องรื้อใหม่หมด &amp;nbsp;เพราะทุกเรื่องต้องบูรณาการแก้ปัญหาให้ไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้งการเรียนสายอาชีวะจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องผลิตผู้เรียนรองรับตลาดแรงงานของประเทศในอนาคต ดังนั้นผมมองว่าหากเด็กอาชีวะมีทักษะและมีศักยภาพดีพอจะส่งผลให้เงินเดือนของเด็กที่จบสายนี้ถูกปรับขึ้นตามไปเอง&amp;rdquo;เลขาฯรมว.ศธ.กล่าว .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76822</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนี้สินครู, เจตน์ โศภิษฐ์พงศธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200908/image_big_5f57499491003.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทย 76% ไม่เห็นด้วยที่ครูเบี้ยวหนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซูเปอร์โพล โชว์ผลสำรวจพบ คนไทย 76% ไม่เห็นด้วยที่ครูเบี้ยวหนี้ ชี้ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี &amp;nbsp;แถมกว่า 82% พอใจบทบาทธนาคารออมสิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดล &amp;nbsp;กรรณิกา ผู้อำนวยการ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิ สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรต่อ ธนาคารออมสินกับปัญหาหนี้ครู กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,156 ตัวอย่าง โดยดำเนินโครงการระหว่าง วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.3 ทราบข่าว ธนาคารออมสิน กับ กลุ่มครูเรียกร้องเรื่องหนี้สิน ในขณะที่ &amp;nbsp;ร้อยละ 5.7 ไม่ทราบข่าว โดยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.6 ไม่เห็นด้วยต่อการประกาศไม่ยอมชำระหนี้ของครู เพราะ ธนาคารทำถูกแล้ว ครูต้องเป็นตัวอย่างที่ดีต่อสังคม ครูต้องมีวินัย ใช้ชีวิตพอเพียง ยอมรับผลที่ตัวเองทำ และไม่ควรใช้กฎหมู่มาทำให้เสียภาพลักษณ์ เป็นต้น ร้อยละ 14.7 ไม่ค่อยเห็นด้วย ในขณะที่ร้อยละ 6.4 ค่อนข้างเห็นด้วย มีเพียงร้อยละ 2.3 เท่านั้นที่เห็นด้วย เพราะ ปัญหาค่าครองชีพสูง หนี้สินครูมีมาก ทำประโยชน์ให้กับสังคม น่าเห็นใจ เงินเดือนน้อย เป็นต้น นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.8 ระบุครูควรยอมรับสภาพหนี้ที่ครูก่อไว้กับธนาคาร ในขณะที่ร้อยละ 6.2 ระบุไม่ควรยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.6 พอใจมากถึงมากที่สุด ต่อ ท่าทีของธนาคารออมสิน กรณีแก้ปัญหาหนี้ครู เพราะ ธนาคารยืดหยุ่นช่วยเหลือมากแล้ว ดอกเบี้ยต่ำ มีประกันชีวิต ครอบครัวครูได้รับผลประโยชน์ เห็นคุณค่าของครูทำประโยชน์สังคม ทำให้ครูมีวินัยการเงิน และแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบ &amp;nbsp; เป็นต้น ร้อยละ 10.7 พอใจปานกลาง ในขณะที่ มีเพียงร้อยละ 6.7 พอใจน้อยถึงไม่พอใจเลย เพราะ ปัญหาค่าครองชีพสูง ยังแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ควรให้กู้เพิ่ม เป็นต้น&amp;nbsp;
ที่น่าสนใจคือ สาเหตุหลักของปัญหาหนี้สินของประชาชนทั่วไป พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.5 ระบุใช้จ่ายเงินเกินตัว รองลงมาคือ ร้อยละ 87.1 ชำระหนี้ไม่ตรงเวลา ร้อยละ 85.2 ไม่มีวินัย ร้อยละ 72.6 ใช้เงินเพราะ อยาก มากกว่า จำเป็น ร้อยละ 65.9 โทษเศรษฐกิจไม่ดี ร้อยละ 64.3 มีค่านิยมเป็นหนี้ตามๆ กัน &amp;nbsp; ร้อยละ 53.2 หมุนเงินไม่เป็น ร้อยละ 42.1 ถูกหลอกถูกโกง ร้อยละ 38.9 เล่นพนัน และร้อยละ 34.4 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ค้ำประกันคนอื่น ตามลำดับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13863</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูชักดาบหนี้ออมสิน, ซูเปอร์โพล, ธนาคารออมสิน, ปฎิญญามหาสารคาม, หนี้สินครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b53f100288ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นหนี้ต้องจ่าย &#039;ดร.เสรี&#039; อบรม &#039;ปฏิญญาชักดาบ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค. 61 - &amp;nbsp;ดร.เสรี วงษ์มณฑา โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า ว่า&amp;quot;ก่อนกู้ต้องรู้และยอมรับเงื่อนไข แม้จะมีโครงการให้กู้ ก็ไม่มีใครบังคับให้ต้องกู้ และที่ต้องเป็นหนี้ก็เพราะความต้องการของตนเอง (ที่จำเป็นหรือเกินตัว) กู้นาน ผ่อนน้อย ต้นลดช้า เป็นเรื่องธรรมดา คนกู้สร้างบ้านเขาก็เจอแบบเดียวกับ เขาเข้าใจกันทั้งนั้น เอาจำนวนที่ผ่อนแต่ละเดือนคูณกับจำนวนเดือนที่ผ่อน ราคาบ้านเพิ่มมากกว่า 2 เท่าตัว เขารู้กันทั่ว คนซื้อบ้านมีบ้านค้ำ และผ่อนได้ถึงอายุ 65 ปีเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่พวกคุณกู้เป็น personal loan ไม่ต้องมีบ้านค้ำ และไม่มีกำหนดอายุ ได้พักหนี้ 3 ปี ดอกเบี้ย 6.5%ก็ได้รับสิทธิพิเศษแล้ว รู้บ้างไหม คนซื้อบ้านเขาผ่อนทันที ดอกเบี้ย 2-3% เป็นเวลา 2-3 ปี ต่อจากนั้นดอกเบี้ย 7-8% เขาก็เข้าใจ จ่ายไม่ไหวก็เจรจา ไม่ออกมาประกาศยุติการใช้หนี้หรือออกมากล่าวหาว่าสัญญาไม่ยุติธรรมหรือไม่มีจริยธรรม ไม่มีใครเขาเรียกให้รัฐบาลช่วย การปรับโครงสร้างหนี้ต้องเป็นเรื่องของคู่สัญญา จะให้รัฐบาลเข้ามาช่วยได้อย่างไร อยากได้ดอกเบี้ยแบบเกษตรกรได้อย่างไร เกษตรกรเขาไม่มีเงินเดือน และเขาต้องเผชิญกับสภาพดินฟ้าอากาศ บางช่วงบางปี ไม่มีรายได้ แต่พวกคุณมีรายได้ทุกเดือน ไม่ว่าฝนตกหรือฝนแล้ง จะเป็นครูสอนคน ควรมีตรรกะที่ดีกว่านี้ ที่สำคัญเป็นหนี้ต้องจ่ายค่ะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13760</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครู, ชักดาบ, ดร.เสรี, ปฎิญญามหาสารคาม, หนี้สินครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3d69226a6d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
