<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2019 20:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2019 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อียู-ญี่ปุ่นลงนามความร่วมมือเชื่อมทวีป ประชันทางสายไหมจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ สหภาพยุโรปและญี่ปุ่นลงนามความตกลงด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมระหว่างยุโรปกับเอเชีย หวังประชันกับยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฌอง-โคลด ยุงเคอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (ขวา) และนายกฯ ชินโซ อาเบะ ในพิธีลงนามความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนด้านการเชื่อมต่อที่ยั่งยืนและโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพระหว่างยุโรปและญี่ปุ่น ที่สำนักงานใหญ่อียูในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2562 ว่าความตกลงฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ &amp;quot;การเชื่อมต่อเอเชีย&amp;quot; ของสหภาพยุโรป (อี) ที่เริ่มไว้เมื่อปีที่แล้ว ท่ามกลางความวิตกกังวลในประชาคมระหว่างประเทศเกี่ยวกับโครงการ &amp;quot;เส้นทางสายไหมใหม่&amp;quot; ของจีน ที่เป็นการสร้างทางรถไฟ, ถนน และท่าเรือทั่วโลกโดยใช้เงินกู้ยืมหลายหมื่นล้านดอลลาร์ของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตกลงที่นายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น และฌอง-โคลด ยุงเคอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ลงนามเมื่อวันศุกร์ จะเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐาน, ระบบคมนาคม และโครงการดิจิทัลระหว่างยุโรปกับเอเชีย และทั้งสองฝ่ายยังย้ำนักย้ำหนาว่า ความตกลงนี้ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและด้านงบประมาณ ซึ่งเป็นการเหน็บแนมโครงการหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง ของจีนแบบกลายๆ ตามที่นักวิจารณ์กล่าวกันว่าประเทศที่อยู่ในโครงการนี้ต้องแบกภาระหนี้ก้อนโตจากบริษัทจีนที่พวกเขาอาจไม่มีปัญญาใช้หนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุงเคอร์กล่าวก่อนพิธีลงนามว่า การเชื่อมต่อต้องมีความยั่งยืนในแง่การเงิน โลกที่จะส่งต่อถึงคนรุ่นต่อไปจะต้องเป็นโลกที่เชื่อมต่อกันมากขึ้น, มีสภาพแวดล้อมที่สะอาดขึ้น และไม่มีหนี้สินกองมหึมา การเชื่อมต่อนี้เป็นการเชื่อมระหว่างทุกประเทศในโลกใบนี้ ไม่ใช่แค่การพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้อียูจะยืนกรานว่าโครงการเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานกับเอเชียไม่ใช่การขันแข่งกับโครงการแถบและเส้นทางของจีน แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายรายแอบยอมรับว่าโครงการของจีนเป็นปัจจัยกระตุ้นให้อียูทำข้อตกลงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนกล่าวไว้ว่า การค้ากับประเทศในโครงการแถบและเส้นทางมีมูลค่าเกิน 5 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเป็นการลงทุนโดยตรงที่เป็นรูปธรรมกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ และอิทธิพลที่จีนได้รับจาก &amp;quot;อำนาจอ่อน&amp;quot; นี้ทำให้อียูมองด้วยความอิจฉา เจ้าหน้าที่ระดับสูงในอียูรายหนึ่งกล่าวว่า จีนปลุกให้อียูตระหนักว่าสิ่งเหล่านี้อียูเคยทำไว้ก่อนแล้ว แต่จีนกำลังใช้มันเพื่อวัตถุประสงค์ทางภูมิรัฐศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมาอียูปล่อยเงินกู้, เงินให้เปล่า และเงินช่วยเหลือด้านการพัฒนาจำนวนมหาศาลแก่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก แต่กลับมีความสำเร็จอย่างจำกัดในการแปรเปลี่ยนความช่วยเหลือเหล่านี้ให้เป็นอิทธิพล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46773</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชินโซ อาเบะ, ฌอง-โคลด ยุงเคอร์, ญี่ปุ่น, ทางสายไหมใหม่, ลงนามความตกลง, สหภาพยุโรป, หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190927/image_big_5d8e0fecb14f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 21:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาเลเซียฟื้นชีพโครงการรถไฟจีน 3.3 แสนล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มาเลเซียกลับมาเริ่มโครงการก่อสร้างทางรถไฟงบประมาณ 44,000 ล้านริงกิต หรือราว 330,330 ล้านบาท ที่หยุดก่อสร้างไป 1 ปี โดยเป็นหนึ่งในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางที่จีนสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตรวจอุโมงค์เส้นทางรถไฟชายฝั่งตะวันออกที่รัฐตรังกานู เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการก่อสร้างทางรถไฟ &amp;quot;อีสต์โคสต์เรลลิงค์&amp;quot; ระยะทาง 640 กิโลเมตร สายนี้ เชื่อมต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือของมาเลเซียจากเมืองโกตาบาลูในรัฐกลันตันกับเมืองพอร์ตกลัง ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญที่ช่องแคบมะละกาทางตะวันตกของประเทศ โดยมีทั้งหมด 20 สถานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เส้นทางรถไฟสายนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (บีอาร์ไอ) หรือเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน มูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่นายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด สั่งระงับการก่อสร้างเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว หลังเริ่มดำเนินโครงการไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลมาเลเซียเจรจากับรัฐบาลจีนและบริษัทก่อสร้างจีนนานหลายเดือน จนตกลงกันได้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยจีนยอมลดงบก่อสร้างโครงการนี้ลงเหลือ 44,000 ล้านริงกิต หรือราว 330,331 ล้านบาท จากงบเดิม 65,000 ล้านริงกิต และมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางรถไฟโดยกำหนดสร้างเสร็จในเดือนธันวาคม 2569 บริษัทก่อสร้างหลักของโครงการคือ บริษัท ไชน่า คอมมูนิเคชั่นส์ คอนสตรัคชั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย แอนโทนี หลู่ กล่าวในพิธีเริ่มก่อสร้างโครงการนี้ใหม่เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่อำเภอดูงุน รัฐตรังกานู ว่ารถไฟสายนี้จะช่วยปรับปรุงระบบขนส่งมวลชนในเขตชนบท โดยเฉพาะชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรมาเลเซีย งบก่อสร้างโครงการนี้ 85% มาจากธนาคารเอ็กซ์พอร์ต-อิมพอร์ตของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไป๋ เทียน เอกอัครราชทูตจีนประจำมาเลเซีย กล่าวในพิธีเดียวกันว่า การกลับมาก่อสร้างโครงการรถไฟสายนี้จะช่วยดึงดูดนักลงทุนจีนมาศึกษาความเป็นไปได้ที่จะมาลงทุนในมาเลเซีย และเมื่อรถไฟสายนี้สร้างเสร็จ จะมีนักท่องเที่ยวจากจีนมามาเลเซียเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า จากปีที่แล้วคนจีนมาเที่ยวมาเลเซีย 3 ล้านราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41964</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, มาเลเซีย, หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง, อีสต์โคสต์เรลลิงค์, เส้นทางรถไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39bb9380345.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2019 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2019 21:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิตาลีชาติแรกจี 7 ร่วมโครงการ &#039;เส้นทางสายไหมใหม่&#039; ของจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อิตาลีเป็นสมาชิกจี 7 ชาติแรกที่ลงนามความตกลงที่ไม่มีผลผูกมัด เพื่อเข้าร่วมในโครงการ &amp;quot;เส้นทางสายไหมใหม่&amp;quot; ของจีน ที่เป็นความริเริ่มเชื่อมโยงการค้าและการคมนาคมจากเอเชียสู่ยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากซ้าย ประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง, เหอ ลี่เฟิง ประธานคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน, ลุยจิ ดิ มาโย รองนายกฯ อิตาลี และนายกฯ จูเซปเป กอนเต ในพิธีลงนามความตกลง ที่กรุงโรม เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิตาลีและจีนลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ทั้งสิ้น 29 ฉบับ ที่กรุงโรมเมื่อวันเสาร์ที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และนายกรัฐมนตรีจูเซปเป กอนเต ของอิตาลี ร่วมเป็นสักขีพยานด้วย รายงานของสื่ออิตาลีกล่าวว่า ความตกลงที่ไม่ผูกมัดที่ลงนามกันในครั้งนี้มีมูลค่า 5,000-7,000 ล้านยูโร (179,627-251,478 ล้านบาท) โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการลงทุนอย่างมโหฬารของจีนมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการนี้ถูกเรียกว่า เส้นทางสายไหมใหม่ หรือความริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (บีอาร์ไอ) ที่เลียนแบบเส้นทางสายไหมโบราณที่เชื่อมเส้นทางการค้าจีนกับยุโรป การลงนามความตกลงครั้งนี้ทำให้อิตาลีเป็นประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกในกลุ่มจี 7 ชาติแรกที่เข้าร่วมบีอาร์ไอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐและสหภาพยุโรปไม่สบายใจกับความทะเยอทะยานแผ่อิทธิพลของจีนนี้นัก นักวิจารณ์หลายรายกล่าวว่า การลงทุนมหาศาลของจีนในธุรกิจด้านท่าเรือ, ทางรถไฟ และถนน เป็นการปล้นชิงและฉกฉวยประโยชน์ให้แก่จีนและบริษัทของจีนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของมิเคเล เจราชี รัฐมนตรีเศรษฐกิจของอิตาลี ที่ยอมรับว่า การลงนามเอ็มโอยูเหล่านี้ เป็นทั้งความเสี่ยง และเป็นทั้งโอกาสเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอนเตมีกำหนดจะเดินทางเยือนจีนระหว่างวันที่ 26-27 เมษายน ซึ่งจะมีการลงนามความตกลงเพิ่มเติมด้วย โดยรองนายกฯ ลุยจิ ดิ มาโย กล่าวว่า เป้าหมายการเยือนของกอนเตคือการปรับแก้ความไม่สมดุลทางการค้า ที่สินค้าของจีนส่งมาขายที่อิตาลี มากกว่าของที่อิตาลีส่งไปขายจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์การเงินรายวัน อิลโซเล24โอเร กล่าวว่า การลงทุนของจีนอาจเพิ่มมูลค่าเป็น 20,000 ล้านยูโรในอนาคต แต่ขณะนี้จะจำกัดอยู่เฉพาะที่ท่าเรือเจนัวและตริเอสเต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทของอิตาลีหลายบริษัทได้รับประโยชน์จากการลงทุนของจีน อาทิ กลุ่มบริษัทอันซัลโด ที่ได้สัญญาสร้างกังหัน และกลุ่มบริษัทดานิเอลี ที่ได้สัญญามูลค่า 1,100 ล้านยูโร เพื่อสร้างโรงงานเหล็กที่อาเซอร์ไบจาน ขณะเดียวกัน ความตกลงนี้ยังเปิดตลาดจีนรับส้มของอิตาลี รวมถึงความเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทซีทริป ยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวของจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32129</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง, อิตาลี, เส้นทางสายไหมใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190324/image_big_5c97942305b70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
