<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> หนุนม.44ปลดล็อกกัญชาไม่ต้องแอบใช้&quot;ใต้ดิน&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;28ก.ย.61-หมอธีระวัฒน์ จี้ รัฐบาล ใช้ ม.44 ปลดล็อกกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ &amp;nbsp;ชี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด &amp;nbsp;ถ้าช้าทำให้ผู้ป่วยจำนวนมาก ไปเสาะแสวงหากันเอง เรียกว่า ไปพึ่งพากัญชาจากใต้ดิน มีความเสี่ยงและอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในฐานะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ กล่าวว่า ตนมีความเป็นห่วงหากไม่สามารถเดินหน้าปลดล็อกนำสารสกัดจากกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ทัน จะเกิดดปัญหาใหญ่แน่นอน เนื่องจากทุกวันนี้ผู้ป่วยหลายคน โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็ง ยิ่งระยะสุดท้าย ที่มีความหวังที่ต้องการลดความเจ็บป่วยจากภาวะโรคหันมาหาและใช้น้ำมันสกัดจากกัญชากันจำนวนมาก ผู้ป่วยจำนวนมากไปเสาะแสวงหากันเอง เรียกว่า ไปพึ่งพากัญชาจากใต้ดิน ซึ่งมีความเสี่ยงเพราะไม่สามารถทราบได้ว่า สารสกัดจากน้ำมันกัญชาที่นำมาใช้มีปริมาณสารสำคัญ หรือการใช้ต้องใช้ในปริมาณมากน้อยแค่ไหนระหว่างสารสกัดสำคัญทั้งทีเอชซี (THC) และซีบีดี (CBD) และเราจะไม่ทราบเลยว่าน้ำมันกัญชาที่ได้มานั้น มาจากกัญชาที่ปนเปื้อนสารเคมี ยาฆ่าหญ้าหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า แต่หากนำขึ้นมาบนดิน เพื่อใช้ทางการแพทย์เท่านั้น จะทำให้สามารถควบคุมได้ และทราบว่าใช้ปริมาณสารสำคัญในระดับใด แบ่งออกเป็นสูตรๆให้เหมาะกับกลุ่มหรือภาวะโรค ซึ่งจะดีกว่าให้ประชาชนไปลองผิดลองถูกเอง จึงไม่เข้าใจว่ารัฐบาลไม่ทราบถึงปัญหานี้หรืออย่างไร และแทนที่จะรีบดำเนินการเรื่องให้เพื่อให้ผู้ป่วยได้ใช้ประโยชน์ในการรักษาไม่ดีกว่าหรือ เพราะผมมองว่าการพิจารณาร่างกฎหมายยาเสพติดแต่ละฉบับคงไม่น่าจะทัน ทางที่ดีต้องใช้มาตรา 44 เพื่อปลดล็อกการดำเนินการตรงนี้จะดีกว่า ยิ่งปล่อยช้าประชาชน ผู้ป่วยก็เสี่ยงอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่านอกจากมาตรา 44 คิดว่ามีวิธีใดอีกหรือไม่ที่จะสามารถแก้ปัญหาได้ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า อีกแนวทางนั้น เคยได้มีการหารือกับทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) คือ การปรับจากกัญชาเป็นยาเสพติดประเภท 5 ให้สามารถใช้น้ำมันกัญชามาอยู่ในยาเสพติดประเภทที่ 2 แทน ทำเหมือนมอร์ฟีน ซึ่งจริงๆก็ทำได้ เพื่อใช้ประโยชน์การแพทย์ แต่ส่วนตัวอยากให้ใช้มาตรา 44 ดีกว่า เพราะถ้าคุมเหมือนมอร์ฟีน จะมีขั้นตอนยุ่งยากมาก และการใช้ทางคลินิกก็อาจจะติดขัดได้ จึงฝากความหวังไว้ที่รัฐบาล และท่านนายกรัฐมนตรีใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งปลดล็อกดีที่สุด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18609</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, หนุนม.44ปลดล็อกกัญชาเป็นยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba4bcb8124d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
