<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัวตกขบวน! กสม.หนุนแบน3สารพิษเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค. 62 &amp;ndash; นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยกรณีที่มีกระแสเรียกร้องในวงกว้างให้มีการยกเลิกการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมว่า เห็นด้วยที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และได้สั่งการให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายเร่งหารือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 4 ฝ่าย คือ รัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร ผู้บริโภคเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายใน 60 วัน ขณะที่รัฐมนตรี 3 กระทรวงที่เกี่ยวข้องได้มีท่าทีชัดเจนในการคำนึงถึงสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งการเคลื่อนไหวในเรื่องดังกล่าวยังแสดงถึงการตื่นตัวของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาสังคมที่ช่วยกันติดตามและนำเสนอประเด็นนโยบายของรัฐอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มีมติเห็นชอบรายงานผลการตรวจสอบที่ 31/2562 เรื่องสิทธิในชีวิตและร่างกาย อันเกี่ยวเนื่องกับสิทธิผู้บริโภค กรณีคัดค้านการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายพาราควอตของกรมวิชาการเกษตร ซึ่งการตรวจสอบของ กสม. ได้พิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านโดยเฉพาะด้านพิษวิทยาที่มีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ปริมาณสารพิษตกค้างในสินค้าเกษตร รวมถึงผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนี้ กสม. ได้มีข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมการวัตถุอันตราย เพื่อให้ดำเนินมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตลอดทั้งแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่งใด ๆ ให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นางประกายรัตน์ กล่าวว่า ข้อเสนอแนะของ กสม. ที่มีถึง 3 หน่วยงานมีดังนี้ 1.คณะกรรมการวัตถุอันตราย ควรกำหนดให้พาราควอต เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายปี 2535 มาตรา 18 โดยห้ามมิให้มีการผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครอง 2.กระทรวงเกษตรฯ ควรแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีทางการเกษตรทุกชนิดในระยะยาว ขณะเดียวกันจะต้องพัฒนาทางเลือกด้านสารชีวภาพและเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืนสำหรับเกษตรกรอย่างเป็นระบบและจริงจัง และ 3.คณะรัฐมนตรีควรจัดให้มีกฎหมายว่าด้วยการควบคุมสารเคมีทางการเกษตร เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาจากร่างกฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาสังคม-สาธารณสุข
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;กสม. ยังรอคอยความหวังว่า ทั้งสามหน่วยงานจะปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของ กสม. อย่างครบถ้วน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการใช้พาราควอต รวมทั้งสารเคมีการเกษตรตัวอื่น ๆ ในภาคการเกษตรที่มีอันตรายสูงต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม เช่น คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต เป็นไปอย่างเป็นระบบและยั่งยืนในทุกมิติตามที่รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 55 ได้บัญญัติให้รัฐต้องดูแลและส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี อันสอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ข้อ 12 วรรคหนึ่ง ที่กำหนดให้รัฐภาคีแห่งกติกานี้รับรองสิทธิของทุกคนที่จะมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตตามมาตรฐานสูงสุดเท่าที่เป็นได้ ดังนั้น รัฐไทยจึงควรดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 40 วรรคสอง เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคและเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง&amp;rdquo; นางประกายรัตน์ ระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47671</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษเกษตร, กสม., ประกายรัตน์ ตันธีรวงศ์, พาราควอต, หนุนยกเลิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca43a12d937b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
