<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุนเด็กไทยวิถีใหม่ใส่ใจเบาหวาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่ทุกคนกำลังเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 แต่ &amp;quot;โรคเบาหวาน&amp;quot; ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังก็ไม่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นน้อยลง โดยมีสาเหตุหลักจาก &amp;quot;ภาวะโภชนาการเกิน&amp;quot; และ &amp;quot;การขาดการออกกำลังกาย&amp;quot; เบาหวานอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน ที่น่าเป็นห่วงคือ &amp;quot;ผู้ป่วยเบาหวานกลุ่มเปราะบาง&amp;quot; ซึ่งนอกจากผู้สูงอายุแล้ว ได้แก่ เด็ก วัยรุ่น และผู้ด้อยโอกาสที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี &amp;quot;ตัวช่วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่ง &amp;quot;ตัวช่วย&amp;quot; ในที่นี้หมายถึง &amp;quot;ญาติ&amp;quot; ซึ่งได้แก่ พ่อ แม่ พี่ ป้า น้า อา ที่อยู่รอบข้าง จำเป็นที่จะต้องมาคอยช่วยดูแลป้องกันไม่ให้เกิดโรคเบาหวานในครอบครัวที่มีความเสี่ยง และในกรณีที่เป็นเบาหวานแล้ว คือดูแลไม่ให้ผู้ป่วยมีอาการกำเริบ หรือมีภาวะแทรกซ้อน โดยอาจารย์ นพ.ชัยวัฒน์ วชิรศักดิ์ศิริ สาขาวิชาการบริบาลผู้ป่วยนอก ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยเบาหวาน กล่าวว่า ผู้ป่วยในกลุ่มเปราะบางมีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ &amp;quot;การตั้งเป้าหมายการรักษา&amp;quot; และ &amp;quot;การใช้ยา&amp;quot; ในการดูแลผู้ป่วยในกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น ที่สำคัญคือ &amp;quot;การสร้างแรงจูงใจ&amp;quot; ให้เห็นว่าโรคเบาหวานมีความสำคัญ ต้องดูแลให้ดี ลด/แก้ไขปัจจัยเสี่ยง และสามารถควบคุมเบาหวานได้ เช่น มีปัญหาเรื่องอ้วน สามารถแก้ไขให้เป็นท้วม หรือน้ำหนักกลับมาเป็นปกติ เบาหวานก็หายได้ แต่หากดูแลไม่ดีอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เวลาวัยรุ่นเป็นเบาหวานโดยมากจะยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องทำมากมาย เช่น การเรียน การเข้าสังคม การคบหาเพื่อน ฯลฯ ทำให้บางทีพวกเขาปล่อยปละละเลยเรื่องการรับประทานยาและการดูแลตัวเอง ทำให้การรักษาไม่ได้ผลเท่าที่ควร อย่างไรก็ดี หากพวกเขามีความรู้ความเข้าใจในการจัดการตนเองที่เหมาะสม รวมถึงผลกระทบและภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน นอกเหนือจากอาการที่เกิดจากภาวะน้ำตาลต่ำหรือสูง ซึ่งได้แก่ ความดันโลหิตสูง ภาวะแทรกซ้อนทางหลอดเลือดและหัวใจ ที่มากับอาการเจ็บแน่นหน้าอก ออกกำลังกายแล้วเหนื่อยง่าย และภาวะแทรกซ้อนทางไต ที่ทำให้เกิดอาการปัสสาวะผิดปกติ และตัวบวม เป็นต้น รวมทั้งมีการสร้างแรงจูงใจที่เหมาะสมและเพียงพอ ก็จะทำให้เยาวชนเหล่านี้หันมาให้ความร่วมมือในการรักษามากขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณหมอระบุด้วยว่า ผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นเด็กและวัยรุ่นไม่ได้ต้องการเพียงการ &amp;quot;ดูแลทางกาย&amp;quot; แต่จำเป็นต้องได้รับการ &amp;quot;ดูแลทางใจ&amp;quot; ร่วมด้วย นอกจากผู้ป่วยควรมีความรู้ในการดูแลตัวเอง ญาติและผู้ที่อยู่รอบข้างก็มีส่วนสำคัญที่จะต้องคอยช่วยดูแลผู้ป่วยด้วย โดยสามารถเข้ารับการอบรม หรือติดตามสาระน่ารู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานได้จากสื่อต่างๆ รวมทั้งร่วมกิจกรรมฝึกอบรมและเข้าค่ายเบาหวาน และค่ายกลุ่มเสี่ยงเบาหวานของศูนย์กิจกรรมการสอนเพื่อการดูแลตนเองเรื่องเบาหวานของทีมเบาหวานศิริราช&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้สนใจกิจกรรมควรมีคุณสมบัติคือ เป็นผู้ที่เป็นเบาหวานตั้งแต่อายุ 10 ปีขึ้นไป และมากับผู้ปกครองได้ หรือผู้ที่เป็นเบาหวานในผู้ใหญ่ และกลุ่มเสี่ยงที่มีญาติเป็นเบาหวาน หรือคนที่มีภาวะอ้วน หรือน้ำหนักเกินที่มีผลระดับน้ำตาลในเลือดเริ่มผิดปกติ จะได้มีความรู้ไปป้องกันตนเองไม่ให้เสี่ยง หรือไม่เป็นเบาหวานในอายุน้อยได้ โดยที่ศูนย์เบาหวานศิริราชนอกจากจะมีแพทย์ที่คอยให้การดูแลแล้ว ยังพร้อมด้วยทีมงานผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานที่ผ่านการฝึกอบรม ประกอบด้วย พยาบาล นักโภชนาการ นักสุขศึกษา และเภสัชกร ฯลฯ ร่วมให้คำปรึกษา โดยทำงานกันเป็นทีมเพื่อการดูแลผู้ป่วยเบาหวานอย่างครบองค์รวมอีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89020</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, หนุนเด็กไทยวิถีใหม่ใส่ใจเบาหวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff5ae95a5c51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
