<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 08:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มคลั่งไล่ฟันแท๊กซี่สาหัส3ราย! ในลานจอดรถหน้าห้างดังย่านบางพลี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ส.ค. 64 - เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.วีระพงษ์ อะภัยวงศ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ บางพลี จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp; รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธมีด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย ภายในลานจอดรถห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีบางพลี ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนมูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางไปตรวจสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุบริเวณลานจอดแท็กซี่หน้าห้าง พบเพียงกองเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณพื้น ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 ราย ทราบว่าเป็นคนขับแท็กซี่ พลเมืองดีได้ช่วยนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางพลี ซึ่งอยู่ติดกับห้างดังกล่าวไปก่อนแล้ว ซึ่งผู้บาดเจ็บ 2 ใน 3 ราย อาการสาหัส ถูกอาวุธมีดดาบฟันเข้าที่ศีรษะ และลำตัว ส่วนผู้ก่อเหตุเจ้าหน้าที่ห้างและพลเมืองดี ได้ช่วยกันจับตัวเอาไว้ได้ ในสภาพเลือดของผู้บาดเจ็บท่วมตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ในอาการคล้ายคนคลุ้มคลั่ง พร้อมด้วยอาวุธมีดดาบยาวประมาณ 1 ฟุตที่ใช้ก่อเหตุซึ่งอยู่ในสภาพหงิกงอ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปที่โรงพัก สภ.บางพลี ทราบชื่อนายวินัย สุกแก้ว อายุ 52 ปี ชาวจังหวัดพิจิตร ซึ่งยังไม่ยอมให้การใด ๆ ทั้งสิ้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้เพื่อสงบสติอารมณ์ก่อน รอการสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนางสาวคำบง ศรีบุบ อายุ 54 ปี&amp;nbsp; หัวหน้าแม่บ้านของห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ได้เล่านาทีระทึกว่า&amp;nbsp; ก่อนเกิดเหตุเห็นผู้ก่อเหตุได้วิ่งถือมีดเข้ามาหาตน จึงวิ่งหนีเข้ามาในห้างฯ ผู้ก่อเหตุจึงหันไปที่กลุ่มโชเฟอร์รถแท็กซี่ที่นั่งรอลูกค้าอยู่ที่ลานจอดหน้าห้าง โดยผู้ก่อเหตุได้ฟันกลุ่มคนขับแท็กซี่ไม่ยั้ง จนต้องหนีตายกันอลหม่าน แต่มีผู้บาดเจ็บ 3 รายที่หนีไม่ทันถูกฟันเข้าที่ศีรษะและลำตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากที่คนขับแท็กซี่จะตั้งสติได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของห้างและพลเมืองดีจะเข้ากันช่วยจับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้และใช้เชือกมัดมือมัดเท้าเอาไว้ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านคนแท็กซี่ที่อยู่ในเหตุการณ์&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ก่อนเกิดเหตุขณะที่พวกตนและผู้บาดเจ็บกำลังนั่งลูกค้าอยู่ที่ลานจอดรถ อยู่ ๆ ผู้ก่อเหตุได้วิ่งถือมีดเข้ามาไล่ฟัน ซึ่งไม่รู้ว่ามาจากไหนเพราะไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด หลังจากที่พวกตนตั้งสติได้จึงได้ช่วยกันเข้าจับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสอบปากคำผู้ก่อเหตุได้ จึงควบคุมตัวไว้เพื่อสงบสติอารมณ์ก่อน รอการสอบสวนภายหลัง ซึ่งคาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะมีอาการทางสมองหรืออาการทางประสาท เนื่องจากมีดดาบที่นำมาเป็นอาวุธในการก่อเหตุอยู่ในสภาพใหม่น่าจะเพื่อซื้อมาหรืออาจจะหยิบฉวยมาจากร้านค้าในละแวกใกล้เคียงก่อนที่จะวิ่งเข้ามาก่อเหตุ อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111907</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนุ่มคลั่ง, ห้างดังย่านบางพลี, แท๊กซี่, ไล่ฟัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_6107425fbbac6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2020 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2020 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทิดสึกใหม่คลั่งบุกทวงคืนมีดตำรวจไม่ให้ ปรี่รื้อศาลพระภูมิโรงพัก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.63- เกิดเหตุการณ์ชายคนหนึ่งเกิดอาการสติหลุด คลุ้มคลั่ง เข้าไปรื้อทำลายเครื่องเซ่นไหว้ที่ศาลพระภูมิภายใน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา &amp;nbsp;และขว้างปาสิ่งของภายในบริเวณ สภ.หาดใหญ่ &amp;nbsp;ก่อนที่จะวิ่งหนีออกไปทางชุมชนที่อยู่ด้านหลัง สภ.หาดใหญ่ และถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันปราบปรามใช้เหล็ก 2 ง่ามบุกเข้าชาร์จและควบคุมตัวเอาไว้ได้อย่างทะลักทุเลเนื่องจากชายคนนี้พยายามดิ้นหนีและส่งเสียงร้องและต่อว่าตำรวจตลอดเวลา แต่สุดท้ายก็ควบคุมตัวเอาไว้ได้และพาไปสงบสติอารมณ์ที่ สภ.หาดใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเหตุการณ์สงบ ตรวจสอบบัตรประชาชนทราบชื่อพระลัดฟ้า อังคารธรรม ชาว ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา โดยบวชมา 2 พรรษาและเพิ่งสึกออกมา ส่วนสาเหตุที่โกรธจนคลั่งเนื่องจากเมื่อวานนี้ถูกตำรวจ สภ.หาดใหญ่จับกุมและยึดมีดพก 3 เล่ม ในวันนี้ชายคนนี้จึงได้เดินทางมาที่ สภ.หาดใหญ่เพื่อทวงมีดคืนแต่ตำรวจไม่ให้เพราะเป็นของกลางจึงโมโหสุดขีดจนคลั่งและก่อเหตุดังกล่าวขึ้น โดยเบื้องต้นได้แจ้งข้อหาดำเนินคดี 3 ข้อหา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84660</URL_LINK>
                <HASHTAG>สภ.หาดใหญ่, หนุ่มคลั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201122/image_big_5fba0ac806c36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 19:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มป่วยซึมเศร้าควงมีดพร้าไล่ฟันชาวบ้านออกกรีดยางกลางดึก ตำรวจ 3 นายเจ็บด้วยก่อนใช้ปืนยิงขาสิ้นฤทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.63 - ร.ต.อ.สุวิทย์ สุวรรณราช รอง สว.(สอบสวน) สภ.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ได้รับแจ้งเหตุมีหนุ่มคลั่งออกอาละวาดไล่ฟันเพื่อนบ้าน ที่สี่แยกโหละหาร ต.หนองบ่อ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ก่อนจะแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับขั้น และแจ้งไปยังชุดสายตรวจชุดปราบปราม ภายใต้การนำมี ร.ต.อ.โกวิทย์ ขุนทอง&amp;nbsp;ด.ต.วิเชียร ไชยทองรักษ์ ส.ต.อ.ปิติพงษ์ จันทรสมบัติ จำนวน 3 นาย เพื่อเข้าระงับเหตุเมื่อเวลา 03.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดเกิดเหตุ บริเวณสี่แยกบ้านโหละหาร ม.1 ต.หนองบ่อ มีประชาชนยืนดูเหตุการณ์อยู่บนถนน ทางแยกเข้าไปบ้านช่องหาย มี นายประทีป เดชอรัญ หรือหมอจ้ง อายุ 39 ปี อาชีพลูกจ้างคลินิกสัตวแพทย์แห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 97/1 หมู่ที่ 1 ต.หนองบ่อ อ.ย่านตาขาว ยืนถือมีดพร้าอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง ยืนเฝ้าร่างของนางอุไรวรรณ รัตนสุข อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 /1 ม.6 ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งถูกนายประทีปใช้มีดพร้าฟันเข้าที่ศีรษะ แต่โชคดีสวมหมวกกันน็อก ทำให้คมมือไปโดนหัวไหล่ทั้งสองข้าง รวมทั้งสะโพกได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ด.ต.วิเชียร ไชยทองรักษ์ ผบ.หมู่งานปราบปราม และ ส.ต.อ.ปิติพงษ์ จันทรสมบัติ ผบ.หมู่งานปราบปราม ได้ใช้ไม้ง่ามเข้าดันนายประทีปเพื่อระงับเหตุ จนทำให้มือพร้าหลุดจากมือ แต่ได้ถูกนายประทีปกัดและข่วนจนเป็นแผลจำนวนมาก ส่วน ร.ต.อ.โกวิทย์ ขุนทอง ร้อยเวรงานปราบปราม ได้อาศัยจังหวะดังกล่าว เข้าไปช่วยนำผู้บาดเจ็บคือนางอุไรวรรณ ที่นอนบาดเจ็บบนพื้นถนน เพื่อออกมาจากจุดดังกล่าว แต่จังหวะนั้นนายประทีปได้คว้ามีดพร้ากลับขึ้นมาอีกครั้ง ฟันเข้าที่แขนขวา ร.ต.อ.โกวิทย์ ที่กำลังช่วยเหลือนางอุไรวรรณ จนได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่ทางตำรวจทั้ง 2 นายยังคงใช้ไม้ง่ามเพื่อดันและล็อกตัวนายประทีปไว้ แต่ไม่เป็นผลเนื่องจากนายประทีปมีแรงค่อนข้างเยอะ และยังคงคลั่งตลอดเวลาและมุงตรงเข้ามาที่ตำรวจเพื่อจะทำร้ายอีกครั้ง ทางเจ้าหน้าที่ซึ่งมองแล้วว่าจะได้รับอันตรายอย่างแน่นอน จึงได้ใช้อาวุธปืนประจำตัว ไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงเข้าที่ขาของนายประทีป จำนวน 3 นัด จนล้มพับลง ก่อนที่จะช่วยเหลือนำส่ง รพ.ย่านตาขาว และถูกส่งตัว ต่อมาที่ รพ.ศูนย์ตรัง ในเวลาต่อมา พร้อมกับ ร.ต.อ.โกวิทย์ ขุนทอง ซึ่งในขณะนี้ทั้งหมดอยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 08.30 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ. เชื้อชาติ เยาดำ ผกก. พ.ต.ท. จุลพงษ์ อัตบุตร.รอง.ผกก. สส. และชุดสืบสวน และ ร.ต.อ.สุวิทย์ สุวรรณราช รอง สว.(สอบสวน) ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ อีกครั้ง พบกองเลือดเจิงนองอยู่บนถนน พร้อมกับสอบถาม นางนุชรินทร์ เดชอรัญ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ &amp;nbsp;139 หมู่ที่ 1 ต.หนองบ่อ อ.ย่านตาขาว ภรรยานายประทีป หรือหมอจ้ง ได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุสามีออกไปทำงานที่ร้านทุกวัน เมื่อวานตอนเย็นได้เล่นตะกร้อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.ย่านตาขาว โดยปกติ กลับมาถึงบ้านเกือบ 3 ทุ่ม อาบน้ำ กินข้าว ตนและลูกก็เข้านอน ส่วนสามีก็ไม่นอน นั่งบ่นอยู่คนเดียวบริเวณศาลพระภูมิเจ้าที่ของบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จนกระทั่งเวลาประมาณ ตี 2 วันเดียวกันสามีได้ท่องบทสวดอิสลามเสียงดังสนั่น ตนและลูกได้ออกไปห้ามแต่โดนสามีถือมีดพร้าอยู่ในมือ จะไล่ฟันลูกได้บอกแม่ว่าหนีเข้าไปในห้องนอนก่อนเดี๋ยวแม่ตายลูกจะอยู่กับใคร หลังจากนั้นสามีก็เปิดประตูออกมายังนอกบ้านแล้วส่งเสียงโวยวาย มีคนขับรถ จยย.ไปกรีดยางพารา ขับผ่านมาก็ไล่ฟันเขาไปทุกรายแต่ทุกคนหนีรอดไปได้ ก่อนที่นางอุไรวรรณ รัตนสุข อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่กำลังขี่รถ จยย.จะไปกรีดยางพาราผ่านมาพอดีได้ไล่ฟันจนได้รับบาดเจ็บ โดยที่ไม่เข้าไปช่วย ทางญาติๆจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพี่อเข้าระงับเหตุดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้สามีได้ทำการรักษาและกินยาเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าอยู่ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น&amp;rdquo; ภรรยานายประทีปกล่าวกับเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.ตรัง ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บทั้งหมด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำผู้ที่เห็นเหตุการณ์ไปแล้วจำนวนหลายปาก ก่อนจะทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดีและแจ้งข้อกล่าวหาผู้ก่อเกิด พร้อมทั้งดำเนินการตามข้อกฎหมายเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนยิงระงับเหตุดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71550</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง, สภ.ย่านตาขาว, หนุ่มคลั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0ef12d98f3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้ง4ข้อหาหนัก! หนุ่มบุรีรัมย์เมาคลั่งยิงปืนมั่ว20นัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ. 63 &amp;ndash; เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ภควัต&amp;nbsp; ธรรมดี&amp;nbsp; ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้ทำการสอบปากคำนายจักรกฤษณ์&amp;nbsp; หรือมาร์ค&amp;nbsp; อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาที่เกิดอาการคุ้มคลั่งก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. กระหน่ำยิงขึ้นฟ้า และยิงออกมานอกตัวบ้านของตัวเอง ซึ่งอยู่ในชุมชนวัดขุนก้อง ในเขตเทศบาลเมืองนางรอง&amp;nbsp; อ.นางรอง&amp;nbsp; เกือบ 20 นัด เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.ที่ผ่านมา กระทั่งเวลา 18.00 น. ผู้ก่อเหตุจึงยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เข้าเจรจาเกลี้ยกล่อมและควบคุมสถานการณ์ โดยไม่ได้มีการยิงต่อสู้ และไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
โดย พ.ต.อ.ภตวัต&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผกก. สภ.นางรอง&amp;nbsp; ระบุว่า&amp;nbsp; จากการสอบปากคำผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุยิงปืนจริงซึ่งจำไม่ได้ว่ายิงไปทั้งหมดกี่นัด&amp;nbsp; โดยอ้างว่าเป็นการยิงเพื่อระบายอารมณ์ เนื่องจากไม่พอใจน้าที่มาต่อว่าเรื่องการตัดต้นไม้และขอยืมรถกระบะเพื่อนำกิ่งไม้ไปทิ้ง ไม่ได้มีเจตนาจะยิงใส่ใครประกอบกับก่อนก่อเหตุนายจักรกฤษณ์ ได้ดื่มเหล้าขาวไป 2 ขวด และเสพยาบ้าด้วย เมื่อถูกต่อว่าจึงเกิดอารมณ์โมโห ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนขนาด 9 มม.&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามหลังจากนายจักรกฤษณ์&amp;nbsp; ยอมมอบตัว&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจค้นภายในบ้านก็พบปืนลูกซองยาวอีก 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ซึ่งนายจักรกฤษณ์ ผู้ต้องหา ให้การว่า&amp;nbsp; ปืนทั้ง 2 กระบอกเป็นปืนของพ่อเลี้ยงซึ่งเป็นอดีตข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุแล้ว ปัจจุบันไปอยู่กับแม่ที่กรุงเทพฯ ส่วนปืนเก็บไว้ที่บ้าน ซึ่งตำรวจจะได้เรียกพ่อเลี้ยงที่ถูกกล่าวอ้างถึงว่าเป็นเจ้าของปืนทั้ง 2 กระบอก มาสอบสวนอีกครั้งว่าเป็นปืนที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ส่วนกรณีที่มีโซเชียลระบุว่าได้มีการจับญาติไว้เป็นตัวประกันตัวนั้น ผู้ต้องหายืนยันว่า ไม่ได้จับใครเป็นตัวประกัน ขณะก่อเหตุอยู่ในบ้านเพียงคนเดียว ทั้งนี้ผู้ต้องหายังได้ขอโทษน้า และญาติพี่น้อง ที่ก่อเหตุขึ้นในครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม หลังสอบปากคำเจ้าหน้าที่ก็ได้นำตัวนายจักรกฤษณ์&amp;nbsp; ผู้ต้องหา ส่งให้พนักงานสอบสวน โดยเบื้องต้นได้แจ้ง 4 ข้อหา คือ มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, ยิงปืนในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และเสพสารเสพติด ทั้งนี้ ยังได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวนด้วย เพราะเกรงจะไปก่อเหตุซ้ำอีก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57376</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์, ยิงปืน20กว่านัด, สภ.นางรอง, หนุ่มคลั่ง, แจ้ง4ข้อหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e49e6975a33e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 22:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 22:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มจีนคลั่งไล่แทงนักเรียน ม.ต้น ดับ 7 เจ็บ 12 แค้นฝังใจเคยโดนรังแกตอนเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุชายชาวจีนวัย 28 ปีใช้มีดไล่แทงนักเรียนชั้นมัธยมตอนต้นในมณฑลฉ่านซีเมื่อเย็นวันศุกร์ สังหารเด็ก 7 คน และทำให้บาดเจ็บ 12 คน อ้างเหตุผลเคยโดนรังแกสมัยเป็นนักเรียนในโรงเรียนแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;แผนที่แสดงที่ตั้งของเขตหมี่จื้อ มณฑลฉ่านซี ภาพ Daily Mail&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 27 เมษายน 2561 ว่าเกิดเหตุการณ์มือมีดทำร้ายเด็กนักเรียนในจีนอีกแล้ว ผู้ต้องสงสัยรายนี้เป็นชายอายุ 28 ปีซึ่งตำรวจจับกุมได้ในที่เกิดเหตุ โดยพบเหยื่อถูกแทงเสียชีวิต 7 คน ทั้งหมดเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนมัธยมหมายเลข 3 ในเขตหมี่จื้อ มณฑลฉ่านซี ทางภาคเหนือของจีน และมีนักเรียนบาดเจ็บอีก 12 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานตำรวจประจำเขตหมี่จื้อเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียของสำนักงานว่า เหตุการณ์เกิดเมื่อเวลาประมาณ 18.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กๆ เลิกเรียนกำลังกลับบ้าน เด็กที่เสียชีวิตเป็นเด็กผู้หญิง 5 คน เด็กผู้ชาย 2 คน ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นเด็กหญิง 9 คน เด็กชาย 3 คน คำแถลงไม่ได้เปิดเผยอายุของเด็ก แต่โดยปรกตินักเรียนมัธยมต้นของจีนจะมีอายุระหว่าง 12-15 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายที่ถูกจับกุมมีแซ่จ้าว มาจากหมู่บ้านจ้าวเจี่ยซาน ในเขตหมี่จือนี้ เขารับสารภาพกับตำรวจว่า เขาเคย &amp;quot;โดนรังแก&amp;quot; สมัยเป็นเด็กเล่าเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ เขาเกลียดเพื่อนร่วมชั้นเรียน และตัดสินใจจะใช้ดาบสั้นฆ่าคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไล่ทำร้ายและฆ่าคนด้วยมีดในจีนเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง เช่นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ชายคุ้มคลั่งฆ่าหญิงคนหนึ่งและทำร้ายคนบาดเจ็บอีก 12 คนในศูนย์การค้าที่กรุงปักกิ่ง เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว มีชายคนหนึ่งที่เชื่อกันว่ามีปัญหาทางจิต ฆ่าคนตาย 2 คน และทำร้ายคนบาดเจ็บอีก 18 คนที่มณฑลกุ้ยโจว และเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน ยังมีชายคนหนึ่งใช้มีดทำครัว ฆ่าคนตาย 2 คน ทำให้บาดเจ็บ 9 ภายในซูเปอร์มาร์เก็ตที่เมืองเสิ่นเจิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด็กนักเรียนก็ตกเป็นเป้าหมายการทำร้ายบ่อยครั้งเช่นกัน เช่นเมื่อเดือนมกราคม 2560 ชายคนหนึ่งใช้มีดทำครัวแทงนักเรียนในโรงเรียนอนุบาลบาดเจ็บ 11 คนที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เดือนกุมภาพันธ์ 2559 มือมีดทำร้ายเด็กบาดเจ็บ 10 คนในมณฑลไห่หนาน ก่อนจะฆ่าตัวตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี 2557 สื่อทางการจีนเคยรายงานว่า มีชายคนหนึ่งแทงเด็ก 3 คน และครู 1 คนเสียชีวิต และทำร้ายคนบาดเจ็บอีกหลายคนภายในโรงเรียนประถมศึกษา ด้วยความแค้นที่โรงเรียนไม่รับลูกสาวของเขาเข้าเรียน และเดือนมีนาคมปี 2556 ก็มีชายคนหนึ่งฆ่าญาติ 2 คน แล้วจากนั้นก็ไล่ฟันไล่แทงคนอีก 11 คน ที่รวมถึงเด็กนักเรียน 6 คน ด้านนอกโรงเรียนแห่งหนึ่งในนครเซี่ยงไฮ้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8025</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ฉ่านซี, หนุ่มคลั่ง, หมี่จื็อ, แทงเด็กนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180427/image_big_5ae33f7a9bb88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
