<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟันเพิ่มครูจุ๋มกักขัง เพื่อนครูติดร่างแห</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายรณณรงค์พาผู้ปกครองแจ้งความเอาผิดเพิ่มครูจุ๋มหน่วงเหนี่ยวกักขัง จับเด็กขังห้องน้ำจนมีอาการหวาดผวา พร้อมให้ดำเนินคดีครูผู้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เลขาฯ กช.ลงตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนเสนอคุรุสภาลงโทษกราวรูด ส.ส.ปชป.ชี้ ความรุนแรงในรั้วโรงเรียน คือความล้มเหลวของระบบการศึกษา จวกกระทรวงศึกษาฯ ไม่ใส่ใจแก้ปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยว่า วันจันทร์ที่ 28 กันยายนนี้ จะลงพื้นที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี เพื่อไปดูข้อมูลที่เกิดขึ้นกรณีผู้ปกครองแจ้งดำเนินคดี น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง หรือครูจุ๋ม ครูพี่เลี้ยงประจำชั้นอนุบาล 1 ของโรงเรียน ทำร้ายนักเรียน เพื่อหาทางออก และวางมาตรการด้านความปลอดภัยในโรงเรียน เนื่องจากข้อมูลที่ได้รับรายงานเบื้องต้นยังไม่ถูกต้อง เช่น ครูที่อยู่ในเหตุการณ์กับครูพี่เลี้ยงที่ทำร้ายร่างกายเด็กอนุบาล เพียงแค่ถูกว่ากล่าวตักเตือน มองว่ายังไม่เหมาะสม จะลงไปดูว่าทำไมทางโรงเรียนถึงลงโทษเท่านี้ เพราะการนิ่งเฉยต่อเหตุการณ์นั้น เปรียบเสมือนการทำผิดเสียเอง ส่วนครูจุ๋ม ครูพี่เลี้ยงที่ก่อเหตุได้รับรายงานว่าถูกไล่ออกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ กช.กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าครูจุ๋มที่ก่อเหตุ จบ ม.6 ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู ซึ่งก็สามารถสมัครเป็นครูพี่เลี้ยงได้ ไม่ผิด เพราะครูพี่เลี้ยงก็เท่ากับพี่เลี้ยงเด็ก แต่ที่สำคัญโรงเรียนต้องคัดและดูพฤติกรรมก่อนรับทำงาน หน้าที่ของครูพี่เลี้ยง คือมีหน้าที่ช่วยเหลือครู ไม่ใช่แสดงบทบาทเกินหน้าที่ หากปล่อยให้พี่เลี้ยงแสดงบทบาทเกินหน้าที่ โรงเรียนต้องรับผิดชอบด้วย ทั้งนี้ เมื่อลงพื้นที่โรงเรียนแล้วได้รายละเอียด หากจำเป็นต้องกล่าวโทษใครบ้าง จะเสนอต่อคุรุภาต่อไป เพื่อดูเรื่องใบประกอบวิชาชีพ นอกจากนี้จะดูว่าโรงเรียนเก็บค่าเทอมเกินควรหรือไม่ เพราะทราบว่าค่าเทอมแพงกว่าแสนบาท กช.อนุญาตให้เก็บค่าเทอมเป็นหลักแสนได้ แต่ต้องไปดูว่ามีการค้ากำไรเกินควรหรือไม่ มีการขอเปิด English Program หรือ EP. ในชั้นอนุบาลถูกต้องตามที่ปรากฏเป็นข่าวหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ นายรณณรงค์ แก้วเพชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมกลุ่มผู้ปกครอง เข้ายื่นหนังสือต่อ ร.ต.อ.อุทิศ อาสานอก รอง สว.(สอบสวน) สภ.ชัยพฤกษ์ เพื่อแจ้งไปยัง พ.ต.อ.สถิตพร บุณยรัตพันธุ์ ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์ ให้สั่งการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อเอาผิดครูจุ๋มในข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขัง เนื่องจากผู้ปกครองแจ้งเพิ่มเติมว่ามีเด็กนักเรียนบางคนถูกลงโทษด้วยวิธีการขังในห้องน้ำโรงเรียนเป็นเวลานาน ทำให้เด็กนั้นได้รับอันตรายด้านจิตใจ เป็นการจำกัดเสรีภาพไม่ให้ออกไปไหน ให้เด็กอยู่ในที่กำหนดโดยมีขอบเขตจำกัด โดยที่เด็กไม่สมัครใจ ทำให้เด็กมีอาการหวาดระแวงกลัวการไปโรงเรียน ตื่นขึ้นมาผวาตอนกลางคืน กระวนกระวายกลัวคน บางครั้งมีอาการหลอน พูดจาคนเดียว และหวาดกลัวการเข้าไปอยู่ในห้องแคบๆ คนเดียว แต่พนักงานสอบสวนยังไม่ได้มีความเห็นทางกฎหมายในประเด็นนี้ จึงอยากให้สอบสวนเพิ่มตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายรณณรงค์กล่าวว่า ขอให้ตำรวจดำเนินการสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแก่ครูหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบทุกคนขณะเกิดเหตุ ในฐานะตัวการร่วมหรือผู้สนับสนุนให้เกิดการกระทำความผิด ซึ่งคดีนี้อยู่ในความสนใจของสังคม และเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิเด็ก ซึ่งเป็นการขัดกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก จึงต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดให้สังคมเห็น เพื่อไม่ให้มีการลอกเลียนแบบ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่าต้องไม่มีการละเมิดสิทธิเด็กในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ช่วง 2-3 เดือนมานี้ การแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรง ทำร้ายร่างกายและจิตใจเด็กในโรงเรียน แทบยังไม่มีทีท่าจะลดจำนวนลง แถมยังเพิ่มความถี่ของเหตุการณ์มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่แปลกใจเลยที่เด็กนักเรียนออกมาชุมนุมกันจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเพราะต่อต้านการใช้ความรุนเเรงในสถานศึกษา ซึ่งเกิดจากความล้มเหลวของระบบการศึกษา ก่อนหน้านี้การทำงานของหน่วยงานที่กำกับดูแลเหมือนเเมวไล่จับหนู ชักช้าไม่ทันการณ์ก็ว่าแย่แล้ว ตอนนี้มีแต่เสียงของเด็กและผู้ปกครองที่ต้องต่อสู้ฟ้องสังคมด้วยตัวเอง มันเป็นสถานการณ์ที่แย่ยิ่งกว่า โรงเรียนที่ควรเป็นพื้นที่เซฟโซน เป็นบ้านหลังที่ 2 ของเด็ก กลับกลายเป็นดินแดนสนธยาอันตราย เพราะบทบาทผู้บริหารทั้งโรงเรียนและกระทรวง ทำเหมือนไม่ได้สนใจเสียงเรียกร้อง ไม่มีการวางแผนเชิงรุก หรือแผนรับมือระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม และตนคิดว่ากระทรวงยังไม่ต้องไปคิดทำนวัตกรรมอะไรใหม่ๆ ก็ได้ หันมาสะสางปัญหาเดิมๆ ซึ่งเป็นรากฐานของการศึกษา คือสวัสดิภาพและความปลอดภัยของนักเรียนให้ดีก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งครูผู้ก่อเหตุและครูผู้เห็นเหตุแต่ไม่ทำอะไร ควรจะได้รับโทษหนักมากกว่าการไล่ออกดำเนินคดีแล้วจบไป จากนั้นก็ไปทำงานที่ใหม่และก่อเหตุซ้ำอีก วนเวียนไปไม่รู้จบแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งผู้ที่เข้าข่ายกระทำอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายและจิตใจเด็กตามมาตรา 26 และ 78 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กในปัจจุบัน มีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท ถือว่าเบามากสำหรับแม่พิมพ์ของชาติที่ทำตัวเป็นเบ้าหลอมที่บิดเบี้ยวทำร้ายทำลายอนาคตของลูกหลาน จึงอยากเสนอว่าควรขึ้นบัญชีดำสำหรับผู้ประกอบอาชีพครูที่ใช้ความรุนแรงหรือทำอนาจารเด็ก ห้ามผู้ที่อยู่ในบัญชีดำมีโอกาสทำงานในวงการที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนอีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ และ น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร เตรียมนำเรื่องการเยียวยาเด็ก เสนอต่อที่ประชุม กมธ.กิจการเด็กฯ พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง โดยจะเสนอ กมธ.กิจการเด็กฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริง และหารือถึงแนวทางการเยียวยา ทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ทำหน้าที่แทนประธาน กสม. กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาปรากฏข่าวการใช้ความรุนแรงต่อเด็กนักเรียนหลายรูปแบบ ซึ่งกรณีล่าสุดเป็นการละเมิดต่อสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของเด็กอย่างชัดแจ้ง ขัดกับหลักการคุ้มครองเด็กและเยาวชนมิให้ถูกใช้ความรุนแรงหรือการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 71 วรรคสาม และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) ข้อ 37 (ก) ที่ระบุว่า &amp;ldquo;รัฐภาคีประกันว่าจะไม่มีเด็กคนใดได้รับการทรมาน หรือถูกปฏิบัติ หรือลงโทษที่โหดร้าย...&amp;rdquo; ทั้งยังขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่ครูหรือบุคลากรทางการศึกษามีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงต่อเด็กนักเรียน สะท้อนว่าครูดังกล่าวขาดทักษะวิชาชีพครู ขาดทักษะการจัดการปัญหาและขาดวุฒิภาวะ ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยวิธีการที่เหมาะสม ด้วยการจัดให้มีการฝึกอบรมทักษะครูในโรงเรียนปฐมวัยในวิชาจิตวิทยาการศึกษาและจิตวิทยาพัฒนาการอย่างเข้มข้นและมีการประเมินเป็นระยะ เพื่อให้มีเจตคติที่ดีในการพัฒนาเด็กปฐมวัย&amp;quot; นางประกายรัตน์กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78805</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขังห้องน้ำ, ขังห้องน้ำจนมีอาการหวาดผวา, ครูพี่เลี้ยง, หน่วงเหนี่ยวกักขัง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f708e4a80dad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2019 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2019 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายพาชายสติไม่สมประกอบร้องกองปราบเอาผิดตร.สุพรรณฯ ยัดข้อหาพรากผู้เยาว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ.62 - จากกรณีการตามหาเด็กชายซูลุยผิว หรือ น้องต้าแง วัย 2 ขวบ เด็กชายชาวพม่าที่หายตัวไปกลางไร่อ้อยในพื้นที่หมู่บ้านสุวรรณวัฒน์ หมู่ 9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เป็นเวลา 9 วัน กระทั่งพบศพน้องต้าแงในร่องน้ำ ไกลจากจุดที่หายประมาณ 800 เมตร ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับนายฝน ชายสติไม่ดี ในข้อหาพรากผู้เยาว์ โดยศาลได้มีคำสั่งให้นำตัวนายฝนเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาอาการทางจิตที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เป็นเวลา 30 วัน ต่อมา ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ได้มีคำสั่งปล่อยตัวนายฝนกลับสู่ความดูแลของพ่อแม่เมื่อวันที่ 2 ก.พ.62 ที่ผ่านมา ซึ่งชาวบ้านได้เตรียมทำบุญทำพิธีรับขวัญนายฝนในวันเสาร์ที่ 9 ก.พ. ที่จะถึงนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความได้พานายทองขวัญ ฉิมมา หรือ ฝน พร้อมด้วยนายสมจิตร ฉิมมา และ นางพะยูง สร้อยทอง พ่อและแม่ของนายฝนที่ตกเป็นผู้ต้องหาพรากผู้เยาว์ คดีการเสียชีวิตของ ด.ช.ซูลุยผิว หรือต้าแง เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร &amp;nbsp;ผู้บังคับการจังหวัดสุพรรณบุรี (ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี) พ.ต.อ.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.สมเดช เกษมสุข ผกก.สอบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี &amp;nbsp;พ.ต.อ.รณกร ประคองศรี &amp;nbsp;ผกก.สภ.สระยายโสม พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนและผู้ปฏิบัติรวม 12 นาย ข้อหา 157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ม.166 ปลอมแปลงเอกสาร ม.200 กลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษและ ม.135 หน่วงเหนี่ยวกักขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า&amp;nbsp;คดีนี้ ผลการตรวจวินิจฉัยของแพทย์ จากสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ สรุปว่า นายฝน ปัญญาอ่อนระดับกลาง หรือเทียบเท่ากับเด็กอายุ 7 ปี มีโรคทางอารมณ์ จากอาการทางระบบสมองโรคลมชัก จากภาวะทางจิตเวชและระบบสมองทำให้ ผู้รับการตรวจไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ไม่สามารถตอบคำถามได้ตรงตามคำถามไม่สามารถคิดอะไรซับซ้อน การตัดสินใจไม่ดีคล้ายเด็กและมีปัญหาการควบคุมอารมณ์เมื่อถูกกระตุ้นเห็นควรรับประทานยาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันปัญหาจากอารมณ์ และควรได้รับการดูแลจากญาติอย่างใกล้ชิด โดยนายฝน ได้อยู่ในการดูแลวินิจฉัยของแพทย์ ที่ประกอบไปด้วยจิตแพทย์พยาบาลจิตเวชนัก สังคมสงเคราะห์นักจิตวิทยาคลินิกและนักกิจกรรมบำบัด เป็นเวลากว่า 38 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ชัย กล่าวว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานผิดพลาดหลังเกิดเหตุ แทนที่จะนำตัวส่งแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยทั้งที่รู้ว่านายฝนสติไม่สมประกอบ แต่กลับเรียกไปแจ้งข้อกล่าวหาพรากผู้เยาว์ โดยไม่มีประจักษ์พยานหลักฐานที่สามารถเชื่อมโยงว่านายฝนเป็นผู้ก่อเหตุ หลังเกิดเหตุวันที่ 25 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายฝนไปสอบปากคำก่อนที่จะปล่อยตัวกลับมา วันที่ 26 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจนำนายฝนพร้อมพ่อไปสอบสวนอ้างบอกสอบในฐานะพยาน แต่กลับนำตัวนายฝนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีการบันทึกวีดีโอทั้งที่ตอนแรกบอกว่าสอบในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 28 ธันวาคม ได้ไปขอศาลออกหมายจับคดีพรากผู้เยาว์ โดยมี พล.ต.ต.คมศักดิ์ ผู้บังคับการจังหวัดสุพรรณบุรี หัวหน้าเจ้าพนักงาน ก่อนนำหมายจับไปแจ้งให้นายฝนทราบที่สถาบันกัลยาฯ โดยอ้างว่านายฝนได้อ่านหมายจับด้วยตัวเองพร้อมพิมพ์ลายนิ้วมือ ซึ่งเป็นการบันทึกการจับกุมโดยมิชอบ กระทั่งวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.วีรยุทธ สุขแสง พนักงานสอบสวน.สภ.สระยายโสม ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อขอเลิกคำร้องฝากขังและปล่อยตัวผู้ต้องหาออกมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากแจ้งความเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 12 นายแล้ว ยังมีแพทย์ที่ต้องแจ้งความเพิ่มเนื่องจากลงความเห็นว่า นายฝนสามารถให้การได้ทั้งที่สมองพัฒนาการเท่ากับเด็กอายุ 5 ขวบ ตำรวจไทยเก่งที่สุดในโลก รู้ถึงไหนอายถึงนั่นตำรวจสอบสวนคนปัญญาอ่อนรู้เรื่อง ต้องไปเรียนการสอบสวนใหม่ หรือไม่ก็เลิกไปเลย นอกจากนี้ยังพบว่า มีการข่มขู่ โดยมีคนในหมู่บ้านแจ้งมาที่ตนว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงโทรมาถามพ่อของนายฝนว่าคดีไปถึงไหนแล้ว ถ้าเป็นคดีความระวังจะเดือดร้อน หลังจากนี้จะฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย โดยเรียกค่าเสียหายจำนวน 10 ล้าน เพราะคดีนี้ครอบครัวของนายฝนได้จ้างตนเป็นทนายแล้วในราคา 1 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ ถ้านายอนันต์ชัย &amp;nbsp;ได้เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวสอบถามนายฝน ถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเพื่อให้ทราบว่านายฝนไม่สามารถตอบคําถามได้ อย่างเช่น รู้จักกับ ด.ช.ต้าแงมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว&amp;nbsp;ด.ช.ต้าแงเป็นตำรวจ แต่ขณะเดียวกันนายฝนอ้างว่าในวันที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับไปนั้นถูกใส่กุญแจมือถูกตบหน้าและถูกเอาบุหรี่จี้ที่แขนจนรู้สึกเจ็บ
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28542</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษ, กองบังคับการปราบปราม, คดีต้าแง, คดีเด็กหายในไร่อ้อย, จังหวัดสุพรรณบุรี, นายอนันต์ชัย ไชยเดช, ปลอมแปลงเอกสาร, ละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, หน่วงเหนี่ยวกักขัง, แจ้งความเอาผิดตำรวจสุพรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190207/image_big_5c5bcd348b83e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
