<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 23:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทลายแก๊งค้ายา ยึดทรัพย์15ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; สั่งหน่วยมั่นคงจับตาแหล่งผลิตยาเสพติดพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ หลังพบเปลี่ยนสารตั้งต้น หวั่นทะลักเข้าไทยมากขึ้น ป.ป.ส.ร่วมตำรวจ-ฝ่ายปกครองเปิดปฏิบัติการ &amp;quot;ยุทธการพิทักษ์ไทย&amp;quot; ทลายเครือข่ายยานรกเมืองกาญจน์ ยึดทรัพย์อดีตผู้ช่วย ผญบ. 15 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการหน่วยงานความมั่นคงจับตาความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของเครือข่ายและแหล่งผลิตยาเสพติดในกลุ่มประเทศสามเหลี่ยมทองคำ หลังพบการเปลี่ยนแปลงสารเคมีตั้งต้นการผลิตยาเสพติด กลุ่มเมตแอมเฟตามีน ส่งผลให้ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ราคายาเสพติดถูกลง และมีการลักลอบเข้าไทยมากขึ้นจากสถิติช่วงปลายปีและต้นปีที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประวิตรกำชับฝ่ายปกครอง ทหารและตำรวจ ทำงานใกล้ชิดกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ติดตามสถานการณ์จากแหล่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน และให้ความสำคัญมากขึ้นกับการสกัดกั้นลำเลียงสารตั้งต้นและยาเสพติด ที่ผ่านเข้า-ออกไทยในรูปแบบต่างๆ ตามพื้นที่ชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ พร้อมย้ำการปราบปรามผู้มีอิทธิพลผิดกฎหมายยังเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมทางสังคม จึงขอให้ดำรงความเข้มข้นสืบขยายผลเชื่อมโยง และทำลายเครือข่ายผู้มีอิทธิพลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ายาเสพติดที่ยังมีธุรกรรมฟอกเงินแอบแฝงในธุรกิจรูปแบบต่างๆ โดยให้บูรณาการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อไม่ให้ยาเสพติดเป็นเหตุของการทำลายทรัพยากรบุคคลและสร้างปัญหาเกิดความเสื่อมถอยของสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพกล่าวว่า การสกัดกั้นและกวาดล้างจับกุมยาเสพติดของฝ่ายความมั่นคงที่ผ่านมา ยังคงดำรงความเข้มข้นต่อเนื่องกันไป โดยเจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่ายได้ร่วมกันสกัดกั้นในพื้นที่ชายแดนและกวาดล้างจับกุมในพื้นที่ชั้นใน พร้อมทั้งขยายผลนำสืบสู่การยึดทรัพย์ได้จำนวนมากตามที่ปรากฏ โดย ธ.ค.63-ม.ค.64 (2 เดือนที่ผ่านมา) สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้กว่า 76,000 ราย ยึดยาบ้าได้ถึง 47.5 ล้านเม็ด ยาไอซ์กว่า 1,900 กิโลกรัม เฮโรอีนกว่า 260 กิโลกรัม รวมทั้งอยู่ระหว่างขยายผลกวาดล้างทำลายเครือข่ายข้ามชาติ &amp;ldquo;ยาเคนมผง&amp;rdquo; ซึ่งระบาดในหลายพื้นที่ และมีอันตรายถึงชีวิตแก่ผู้เสพที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.กาญจนบุรี ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส., ร.ต.พงศธร ศิริสาคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี, นายอำนาจ เหล่ากอที ผู้อำนวยการ ป.ป.ส. ภาค 7, นายอุดมชัย โลหณุต ผอ.สปป., พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี (ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี), พ.ต.อ.กฤติชัย ทองอยู่ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมด้วยผู้แทนจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 7 ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ฝ่ายปกครองในพื้นที่ และ ป.ป.ส. ภ.7 แถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายนายไพโรจน์ ภู่ฉุน ภายใต้แผนปฏิบัติการ &amp;ldquo;ยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด 1/64&amp;rdquo; ในพื้นที่ อ.ท่าม่วง ตามนโยบายรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด โดยเฉพาะนายทุนระดับผู้สั่งการและผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเน้นการยึด อายัดทรัพย์สิน ทำลายโครงสร้างและตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายยาเสพติดอย่างเด็ดขาดและจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสำนักงาน ป.ป.ส.ได้สืบสวนขยายผลจากผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่ อ.ท่าม่วง และนำไปสู่การขออนุมัติจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในข้อหาสมคบ สนับสนุน และช่วยเหลือ ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 จำนวน 1 ราย คือ นายไพโรจน์ ภู่ฉุน อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.เขาน้อย อ.ท่าม่วง และจากการตรวจสอบเพื่อยึด/อายัดทรัพย์สินที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในความครอบครองของผู้ต้องหา ได้แก่ โคขุน จำนวน&amp;nbsp; 257 ตัว บ้านพร้อมที่ดิน 1 แปลง รถยนต์ จำนวน 3 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน รถไถ จำนวน 2 คัน และเครื่องอัดฟาง จำนวน 1 คัน รวมมูลค่ากว่า 15,000,000 บาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92300</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะลักเข้าไทย, พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ, ยึดทรัพย์, สามเหลี่ยมทองคำ, หน่วยความมั่นคง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แหล่งผลิตยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210207/image_big_601fdbf27bce6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> หวั่นถูกล้างแค้น สั่งมั่นคง3จว.ใต้ ป้องกันขั้นสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;มทภ.4&amp;quot; สั่งหน่วยความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนใต้และ 4 อำเภอ จ.สงขลา เพิ่มมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด หลังเหตุปะทะเดือดวิสามัญ 7 ศพ จ.ปัตตานี หวั่นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบแก้แค้น กำชับกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวทุกหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ หลังเกิดเหตุปะทะพื้นที่ป่าละเมาะในหมู่บ้านบือแนจือแล ม.2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 3 นาย และกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 7 รายนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ส.ค.63 พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้แจ้งเตือนหน่วยความมั่นคงใน 3 จังหวัดและ 4 อำเภอใน จ.สงขลา เพิ่มมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด และแจ้งเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายให้สนธิกำลังทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ระดมกำลังเพิ่มมาตรการเข้มงวดตรวจค้นยานพาหนะทุกชนิดที่ผ่านเข้าออกจุดตรวจต่างๆ และให้เพิ่มความเข้มงวดเส้นทางเข้าเมืองปัตตานี 4 มุมเมืองเป็นหลัก รวมทั้งตั้งจุดตรวจรอง จุดตรวจสกัดเฉพาะกิจเสริมอีกทางหนึ่งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กำชับให้วางกำลังจุดตรวจร่วมตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ตามแยกต่างๆ&amp;nbsp; โดยด่านตรวจค้นต่างๆ ในจังหวัดปัตตานีให้ตรวจสอบข้อมูลของบุคคลที่เดินทางเข้าสู่จังหวัดปัตตานีอย่างเข้มงวด รวมทั้งออกตรวจตามบ้านต่างๆ บริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าว เพื่อป้องกันการลอบเข้ามาก่อเหตุหวังตอบโต้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ซึ่งได้มีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะตลอดสัปดาห์นี้ที่มีการปะทะอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเฝ้าระวังเป็นพิเศษตลอดสัปดาห์นี้ หลังเกิดเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง เพราะมีแหล่งข่าวแจ้งว่ากลุ่มคนร้ายมีการเคลื่อนไหวในการที่จะสร้างสถานการณ์เพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ&amp;quot; แหล่งข่าวกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี อ.เมืองปัตตานี พล.ท.พรศักดิ์พร้อมด้วย พล.ต. เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เดินทางมาพบปะกำนันผู้ใหญ่บ้านเพื่อสร้างความเข้าใจ หลังเกิดเหตุปะทะที่บ้านกอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี คนร้ายถูกวิสามัญ 7&amp;nbsp; ราย และเน้นย้ำผู้นำท้องถิ่นว่าหัวใจสำคัญที่จะร่วมกันสร้างสันติสุข คือต้องดูแลปกป้องพี่น้องประชาชนให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต โดยมีนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาร่วมประชุมกว่า 500 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า ขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำให้สถานการณ์การเข้าพิสูจน์ทราบและบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลกอลำ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานีคลี่คลาย วันนี้ตั้งใจมาพบกับกำนันและผู้ใหญ่บ้าน เพื่อพูดคุยสร้างความเข้าใจในการร่วมกันสร้างสันติสุข&amp;nbsp; ดูแลปกป้องพี่น้องประชาชน เพราะทุกคนเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า การแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การใช้ความรุนแรงไม่ก่อให้เกิดความสันติสุข การพูดคุยเพื่อสันติสุขผ่านสภาสันติสุขตำบลเท่านั้นที่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp; แต่สำหรับกลุ่มที่ยังคงก่อเหตุกระทำผิดกฎหมาย ทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ ก็จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมไปถึงผู้ที่ให้การช่วยเหลือหรือให้ที่พักพิงผู้ก่อเหตุรุนแรงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ายังมีความเคลื่อนไหวอยู่ในหมู่บ้านจะต้องมีการสอบสวน ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน เพื่อดูแลพื้นที่ สร้างความปลอดภัยให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ ทั้งนี้ที่ผ่านมาต้องขอบคุณกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ช่วยดูแลประชาชน ทั้งเรื่องโควิดและเรื่องสถานการณ์ความไม่สงบ การดูแลรักษาป่าไม้ รวมถึงปัญหายาเสพติด&amp;nbsp; แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังมีอีกส่วนน้อย 1-2 เปอร์เซ็นต์ที่อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการสูญเสีย ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขเอาน้ำดีไล่น้ำเลวให้ได้ อยากให้กำนันผู้ใหญ่บ้านช่วยกันดูแลอย่างต่อเนื่อง ช่วยกันสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ให้เกิดความมั่นใจ ไว้ใจ และเชื่อมั่น เพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยและสร้างสันติสุขให้แก่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;quot; แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า ถ้าพื้นที่ปลอดเหตุประชาชนปลอดภัย ความสันติสุขก็จะตามมา และหากพบเห็นสิ่งปกติ บุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่รับผิดชอบของตน ขอให้แจ้งมายังเจ้าหน้าที่&amp;nbsp; หรือแจ้งไปยังหมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ยังเข้าควบคุมพื้นที่หมู่บ้านบือแนจือแล ม.2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี โดยวางกำลังกระชับวงล้อมเข้าพื้นที่ตามยุทธวิธี เน้นตรวจค้นตามจุดต่างๆ รอบพื้นที่เกิดเหตุในรัศมี 1-5 กิโลเมตร เพื่อตรวจค้นและหาหลักฐานอย่างละเอียด ให้มั่นใจว่าในพื้นที่จุดปะทะไม่มีคนร้ายหลบซ่อนอยู่อีก หรือจนกว่าจะแน่ใจแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวปลอดภัยแล้วจึงจะถอนกำลังเจ้าหน้าที่ออกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้นำ 2 ศพสุดท้ายจากเหตุปะทะที่ไม่ทราบชื่อส่งโรงพยาบาลปัตตานี โดยมีญาติเดินทางมาติดต่อเพื่อยืนยันศพ ซึ่งหนึ่งในญาติที่มาแสดงตัวระบุว่าต้องการมาติดต่อรับศพของนายลุดฟี บาเหะ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87/1 ม.2 ต.กอลำ อ.ยะรัง&amp;nbsp; จ.ปัตตานี และนายอิสมาแอ แลแร อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 ม.3 ต.คลองมานิง อ.เมืองปัตตานี ซึ่งเชื่อว่าทั้ง 2 ศพที่ส่งมาที่โรงพยาบาลน่าจะเป็นญาติของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ญาติที่มารับศพทั้งสองระบุว่าการยืนยันศพนั้นลำบากมาก เนื่องจากศพมีสภาพที่บวมยากต่อการจำได้ อีกทั้งไม่ได้เจอมาหลายปีแล้ว แต่โชคดีที่มีบางจุดทำให้จำได้ว่าเป็นศพญาติตนจริงๆ โดยตำรวจ สภ.โสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้ให้ญาติเซ็นชื่อรับศพนำกลับไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74756</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนใต้, กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยความมั่นคง, เฝ้าระวังความเคลื่อนไหว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a8c95d57d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ยะลาเสาหลักริมทางหายหน่วยความมั่นคงเตือนระวังสร้างสถานการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:Yala ToDay ยะลา ทูเดย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.62- เพจ Yala ToDay ยะลา ทูเดย์ โพสต์ข้อความเรื่อง &amp;quot;หายไปไหน ก็ไม่รู้ !!!&amp;quot; ระบุว่า วันนี้ (26 สค.62) มีรายงานจากเจ้าหน้าที่ใน อ.ธารโต จ.ยะลา ว่าเสาหลักริมทาง ที่แขวงการทางใช้เสาแบบใหม่ ได้หายไป ยังไม่ทราบจำนวน ซึ่งการตรวจสอบเบื้องต้นนั้น พบว่า เสาอันใหม่หายไปเหลือเพียงเสาปูนอันเก่า ที่เจ้าหน้าที่แขวงการทางถอดวางไว้ในในขณะที่เปลี่ยนเสาอันใหม่แทนที่เดิม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบสาเหตุของการหายไป แต่ได้มีการแจ้งเตือน ให้เฝ้าระวัง และสังเกต เนื่องจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี อาจจะพยายามสร้างสถานการณ์ในพื้นที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44302</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ยะลา, สร้างสถานการณ์, หน่วยความมั่นคง, อ.ธารโต, เสาหลักริมถนน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d6372d464f22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 16:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งตรวจเข้ม&#039;ไอเอส&#039;หวั่นเคลื่อนไหวชายแดนใต้   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.61-มีรายงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า หลังจากตำรวจมาเลเซียออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการติดตามไล่ล่า 4 ผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ที่เคลื่อนไหวในมาเลเซีย โดย 1 ใน 4 คนที่ถูกระบุถึง &amp;nbsp;ชื่อ นายอะแว แวอียา อายุ 31 ปี เป็นคนพื้นที่ จ.นราธิวาสนั้น ฝ่ายความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นประเทศที่อยู่ชายแดนของจังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้ผู้รับผิดชอบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;ให้ความสำคัญและมีการติดตามข่าวคราวอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ช่วงนี้ให้จัดตำรวจสายสืบเข้าไปดูแลหาข่าวในพื้นที่ กรณีที่มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวผิดปกติ &amp;nbsp;พร้อมทั้งติดตามบุคคลที่แปลกหน้า &amp;nbsp;และให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดตรวจสอบยานพาหนะทุกฃนิด &amp;nbsp;รวมทั้งใบคู่มือรถ สีรถ ป้ายทะเบียน รวมทั้งให้มีการตรวจสอบรายบุคคลที่เข้ามาในพื้นที่ โดยให้จุดตรวจจุดสกัดให้มีการตรวจเข้มเป็นพิเศษ เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้าย และบุคคลที่ต้องสงสัย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากสุด&amp;quot;แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ศรีสมภพ จิตรภิรมย์ศร์ นักวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า จากการศึกษาและติดตามกลุ่มเคลื่อนไหวในพื้นที่เห็นว่า &amp;nbsp;ไอเอส &amp;nbsp; ขณะนี้ยังคงไม่มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่ที่เป็นกลุ่มขบวนการ &amp;nbsp; แต่อาจจะมีคนคิดก็มีบ้างแต่น้อยมาก &amp;nbsp;ประกอบกับ แนวทางและแนวคิด รวมทั้งการปฏิบัติการคนละแนวทาง เชื่อว่ายังไม่มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7356</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายแดนใต้, ดร.ศรีสมภพ จิตรภิรมย์ศร์, มอ.ปัตตานี, มาเลเซีย, หน่วยความมั่นคง, ไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad7096e0a700.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
