<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95980</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วนวันสถาปนาBRN ตร.กู้ก่อนระเบิดใหญ่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ป่วนรับวันสถาปนากลุ่มบีอาร์เอ็น ตร.เก็บกู้ระเบิดได้ 3 ลูก อานุภาพในการทำลายค่อนข้างสูง พบเชื่อมต่อการจุดชนวนเข้าด้วยกันแบบตั้งเวลาเตรียมบึ้ม แต่ผิดพลาดเพราะวงจรซับซ้อนเกินไป เชื่อฝีมือสองพี่น้องฝาแฝดอาร์เคเค หน่วยงานด้านความมั่นคงสั่งคุมเข้ม 24 ชั่วโมง หวั่นก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2564 จากกรณีที่คนร้ายจำนวน 5 คน ปล้นรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน บฉ 3897 ยะลา ของบริษัทขนส่งชื่อดังแห่งหนึ่ง แล้วนำไปประกอบระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สปิคนิค จำนวน 2 ลูก และบรรจุระเบิดไว้ในกระป๋องสเปรย์ จำนวน 1 ลูก นำไปจอดทิ้งไว้ด้านหลังสถานีตำรวจภูธรรามัน ถนนจรูญวิถี ตำบลกายูบอเกาะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดตำรวจภูธรยะลาจะสามารถเข้าเก็บกู้ได้ทันอย่างปลอดภัย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด มีรายงานจากชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดตำรวจภูธรจังหวัดยะลาระบุว่า ระเบิดที่สามารถเก็บกู้ได้รวม 3 ลูก ประกอบด้วย ระเบิดลูกที่ 1 ซึ่งเป็นระเบิดบรรจุในกระป๋องสเปรย์ยากันยุง จุดชนวนด้วยระบบตั้งเวลา น้ำหนัก 2 กิโลกรัม วางอยู่ในถังขยะ สำหรับระเบิดลูกที่ 2 และลูกที่ 3 เป็นถังแก๊สปิคนิค ขนาด 4 กิโลกรัม น้ำหนักรวมลูกละ 28 กิโลกรัม เชื่อมต่อการจุดชนวนเข้าด้วยกันทั้งสองลูกแบบตั้งเวลา ส่วนสาเหตุที่ไม่เกิดเหตุระเบิดขึ้นนั้น เชื่อว่าเกิดจากการต่อวงจรที่ซับซ้อนของกลุ่มคนร้าย แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากระเบิด 2 ลูกนี้ทำงานเต็มรูปแบบ จะมีอานุภาพในการทำลายค่อนข้างสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าด้านคดีล่าสุด พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคดีพิเศษเข้าตรวจสอบไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อหาเส้นทางที่คนร้ายใช้เคลื่อนย้ายรถเข้ามายังจุดเกิดเหตุ รวมทั้งเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นยังสั่งการให้ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เชิญตัวบุคคลที่สั่งสินค้า และให้พนักงานขับรถขนส่งไปส่งที่บ้าน เนื่องจากพบว่าก่อนเกิดเหตุเจ้าของสินค้าได้โทร.เข้าหาพนักงานขับรถรายนี้หลายครั้ง ในลักษณะสอบถามว่าใกล้จะถึงแล้วหรือยัง&amp;nbsp; ซึ่งจะตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่โทร.เข้ามายังพนักงานขับรถ ว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนร้ายหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9&amp;nbsp; บอกว่า สำหรับกลุ่มคนร้ายที่ปฏิบัติการในครั้งนี้ เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ปฏิบัติการที่รับผิดชอบในเขตพื้นที่อำเภอเมืองยะลา ต่อเนื่องกับในพื้นที่อำเภอรามัน คาดว่าเป็นกลุ่มเดิมที่ยังปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่เพื่อแสดงศักยภาพที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงติดตามอยู่ ทั้งนี้ ท่านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ก็ได้สั่งการให้ตนประชุมมอบหมายทำงานทั้งหมด ทั้งงานสืบสวนและงานนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมกับกองกำลังที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทหารและฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้ประชุมมอบประเด็นต่างๆ สำหรับความคืบหน้ารู้พอสมควรแล้ว ส่วนจะเกี่ยวข้องกับวันสถาปนากลุ่มบีอาร์เอ็น 13 มีนาคมหรือไม่นั้น ก็ต้องการสอบสวนอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ยังบอกอีกว่า ได้สั่งการให้ในพื้นที่ต่างๆ ตามหน้าฐานปฏิบัติการ ชุดคุ้มครองตำบล ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ตรวจสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมทั้งตรวจสอบตรวจค้นบุคคลต้องสงสัย โดยเฉพาะในช่วงนี้ เน้นย้ำต้องเข้มงวดมากยิ่งขึ้น ป้องกันคนร้ายก่อเหตุซ้ำสองในพื้นที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่หน่วยข่าวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เชื่อว่าการก่อเหตุครั้งนี้น่าจะเป็นฝีมือนายบูคอรี หลำโส๊ะ และนายนอสารี หลำโส๊ะ สองพี่น้องฝาแฝดอาร์เคเคระดับปฏิบัติการ ร่วมกับกลุ่มอาร์เคเคจากพื้นที่กรงปินัง ปฏิบัติการปล้นรถส่งของแล้วนำระเบิดซุกในรถ แล้วนำไปจอดบริเวณหลังแฟลตตำรวจ สภ.รามันในครั้งนี้ เนื่องจากคนร้ายกลุ่มนี้จะถนัดในเรื่องปล้นรถเพื่อทำคาร์บอมบ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยข่าวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังระบุอีกว่า ที่ผ่านมากลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้เคยก่อเหตุปล้นรถบรรทุกไม้บริเวณป่าช้าจีน เขต อ.เมืองฯ จ.ยะลา แล้วนำไปก่อเหตุคาร์บอมบ์หน้า ศอ.บต.เคยปล้นรถยนต์จากเต็นท์รถในพื้นที่ อ.นาทวี จ.สงขลา เพื่อนำไปทำคาร์บอมบ์ แต่เจ้าหน้าที่สามารถสกัดไว้ได้ และยังปล้นร้านทองในพื้นที่ อ.นาทวี จ.สงขลา ได้ทองรูปพรรณจำนวนมาก ขณะนี้คนร้ายกลุ่มนี้น่าจะแยกย้ายกันหลบหนีเข้าพื้นที่บริเวณรอยต่อ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส บางส่วนหลบหนีเข้า อ.กรงปินัง จ.ยะลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วันที่ 13 มีนาคม เป็นวันสถาปนา&amp;nbsp; 61 ปี กลุ่มขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี หรือบีอาร์เอ็น ฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สั่งการเป็นพิเศษให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ ให้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ การลักลอบเข้ามาในเขตเมืองของคนร้ายที่ไม่ทราบกลุ่มแนวที่อาจเข้ามาก่อเหตุร้าย เพื่อปฏิบัติการในเชิงสัญลักษณ์ แสดงศักยภาพของกลุ่ม ในวันครบรอบสถาปนา&amp;nbsp; 61 ปีบีอาร์เอ็นดังกล่าว จึงได้สั่งการ ตลอด 24 ชั่วโมงให้มีการยกระดับในการตรวจเข้มตามจุดตรวจต่างๆ โดยเฉพาะด่าน 4 มุมเมืองที่จะเข้าในเมืองปัตตานี เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรายานพาหนะทุกชนิด โดยเน้นรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่เป็นรถเป้าหมาย และตรวจบุคคล รวมถึงการตั้งจุดตรวจสกัดในเส้นทางหลัก เส้นทางรอง และเส้นทางในหมู่บ้าน เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นยังให้กำลังทหาร ตำรวจ จัดชุดลาดตระเวนขนาดเล็ก รถจักรยานยนต์ รถยนต์ ออกตั้งด่านลอยในเส้นทางย่อยรอบนอกเขตเทศบาล เพื่อตัดความอิสระในการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดีอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวน สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้นำภาพคลิปวิดีโอมาจากในสถานีบริการน้ำมันพีที ริมถนนสายปัตตานี-นราธิวาส (ฝั่งไปนราธิวาส) บ้านลูโบ๊ะซูหลง ม.10 ต.เคราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นจุดที่เกิดเหตุ เป็นภาพชาย 2 คนสวมหมวกกันน็อกไม่ทราบชื่อและกลุ่ม ขี่รถ จยย.ฮอนด้าเวฟสีดำ ตามประกบยิงนายมูฮำมัดคอยาพี วาเด็ง อายุ 28 ปี สังกัดกองร้อย อส.อ.สายบุรี ที่ 5 จนรถผู้ตายเสียหลักตกข้างหลัง และหนึ่งในคนร้ายลงไปยิงซ้ำ ก่อนหลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้นำภาพไปตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้งถึงรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย เพื่อสเกตช์ภาพคนร้าย รวมทั้งตรวจสอบพาหนะรถ จยย.ที่คนร้ายนำมาก่อเหตุด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95980</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ระเบิด, บีอาร์เอ็น, พี่น้องฝาแฝดอาร์เคเค, วันสถาปนากลุ่มบีอาร์เอ็น, สั่งคุมเข้ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยงานความมั่นคง, เก็บกู้ระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040ae1a9e4cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายความมั่นคงขีดเส้น &#039;ม็อบปลดแอก&#039; เคลื่อนขบวนได้ถึงแค่ &#039;สะพานมัฆวานรังสรรค์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.63 - แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคง ประเมินสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.ว่า เป็นเพียงการทดลองรวมตัวและเคลื่อนขบวนมาที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จะต่อรองให้กลุ่มผู้ชุมนุมส่งตัวแทนเดินทางมายื่นหนังสือ แต่หากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมและจะเคลื่อนขบวนมาทั้งหมด ก็จะให้อยู่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เนื่องจากตามกฎหมายการชุมนุมต้องอยู่ห่างจากทำเนียบรัฐบาล 50 เมตร และห่างจากเขตพระราชฐาน 150 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการใช้ยุทธการมัฆวานรังสรรค์นั้น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้มองผู้ชุมนุมเป็นศัตรู เพราะคำว่ายุทธการจะเอาไว้ใช้รบกับข้าศึกเท่านั้น ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะใช้พื้นที่สนามหลวงในการชุมนุมนั้น ขณะนี้พื้นที่สนามหลวงแบ่งออกเป็นสองส่วน โดยส่วนอีกด้านหนึ่งสามารถใช้ชุมนุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคง กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามการชุมนุมครั้งนี้เปรียบเสมือนเป็นการซ้อมใหญ่ก่อนที่จะมีการนัดชุมนุมจริงในช่วงเดือนต.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่สภาฯจะมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ญัตติที่ฝ่ายค้านเสนอ หากพิจารณาดูรายละเอียดแล้วทางส.ว.โหวตคว่ำร่างไม่เอาด้วยก็จะเข้าทางกลุ่มผู้ชุมนุมใน 1 เงื่อนไขทันทีที่ไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77407</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุมทางการเมือง, การเมือง, ม็อบ19กันยา, หน่วยงานความมั่นคง, แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f426297b87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2019 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2019 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หน่วยงานความมั่นคงชายแดนภาคใต้ แจ้งเตือน&#039;โจรใต้&#039;เตรียมก่อเหตุ&#039;ลอบกัด&#039;ซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ
16 พ.ย.62- มีรายงานว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แจ้งเตือนหน่วยกำลังในพื้นที่ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากคนร้ายเตรียมก่อเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายในห้วงที่ผ่านมา และการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ก่อเหตุโจมตีจุดตรวจ ชรบ.บ้านทางลุ่ม ม.5 ต.ลำพะยา อ.เมือง จว.ยะลา เมื่อวันที่ &amp;nbsp;5 พ.ย.62 รวมถึงการปิดล้อมตรวจค้นโรงเรียนสอนศาสนา ในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมือง จว.ยะลา อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้กลุ่ม คนร้าย เตรียมก่อเหตุสร้าง สถานการณ์เพื่อตอบโต้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ด้วยการก่อเหตุชุ่มยิง/ยิงก่อกวนฐานปฏิบัติการ, จุดตรวจ/ด่านตรวจ และก่อเหตุลอบวางระเบิด แสวงเครื่องแบบเร่งด่วน บริเวณเส้นทางที่เจ้าหน้าที่ใช้ในการปฏิบัติงาน เน้นย้ำการโจมตีต่อกำลังภาคประชาชน เช่น ชคต., ชรบ. และ จนท.ที่เดินทางโดยลำพัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีพื้นที่เฝ้าระวัง ได้แก่ ต.กาตอง, ต.บาโร๊ะ, ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา, ต.ยุโป, ต.ท่าสาป, ต.ตาเซะ อ.เมือง จว.ยะลา, ต.ทุ่งพลา, ต.ทรายขาว, ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์, ต.ม่วงเตี้ย, ต.ป่าไร่, ต./อ.แม่ลาน จว.ปัตตานี, ต.ธารคีรี, ต.เปียน และ ต.บ้านโหนด อ.สะบ้าย้อย จว.สงขลา เพ่งเล็ง ชคต.กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ชคต.บาโร๊ะ, ชคต.กาตองอ.ยะหา, ชคต.ยุโป อ.เมือง &amp;nbsp; &amp;nbsp; จว.ยะลา, ชคต.ทุ่งพลา, ชคต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์, ชคต.แม่ลาน, ชคต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน จว.ปัตตานี. และ ชคต. &amp;nbsp;ธารคีรี อ.สะบ้าย้อยจว.สงขลา ห้วงเฝ้าระวังตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50398</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จ.ว.ภาคใต้, ซุ่มยิง, หน่วยงานความมั่นคง, แก้แค้น, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190930/image_big_5d91ae4bdc3e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวา!BRNส่งเยาวชนชุดปฎิบัติการพิเศษฝังตัวชายแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:จนท.ตรวจป้อมจุดตรวจ ชรบ.ลำพะยา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.62-หน่วยงานด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า จากข้อมูลการข่าวช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาขบวนการบีอาร์เอ็นได้ส่ง &amp;ldquo;ชุดปฏิบัติการพิเศษ&amp;rdquo; ที่ผ่านฝึกหลักสูตรการโจมตีแบบกองโจร RKKจากประเทศเพื่อนบ้านให้เข้ามาเปิดปฏิบัติการในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถึงจำนวน 4 ชุด นั่นคือมีเป้าหมายให้เปิดปฏิบัติการใน จ.ปัตตานี จ.ยะลา จ.นราธิวาส และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา คือ จะนะเทพา นาทวีและสะบ้ายย้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ชุดปฏิบัติการพิเศษของบีอาร์เอ็นดังกล่าวได้ลงมือทำงานกันไปแล้วอย่างน้อย 2 เหตุการณ์คือ คาร์บอมบ์ที่หน้า สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานีเมื่อหลายวันก่อน กับล่าสุดการรวมตัวบุกโจมตีเพื่อละลายฐาน ชรบ.ที่บ้านทางลุ่ม ต.ลำพะยา อีกทั้งยังเชื่อว่าจะมีปฏิบัติการตามมาอีกหลายเหตุการณ์ในห้วงเวลา 2 เดือนที่เหลือของปี 2562 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อมูลด้วยว่าชุดปฏิบัติการพิเศษของบีอาร์เอ็นทั้ง 4 ชุดดังกล่าว มีการจัดกำลังไว้ชุดละ 6 คนที่ล้วนเป็น &amp;ldquo;PERMUDA&amp;rdquo; ทั้งสิ้น ซึ่งหมายถึงเป็นแนวร่วมเยาวชนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติก่อเหตุมาก่อน เพื่อให้ง่ายในการเคลื่อนไหว แต่ยุ่งยากสำหรับเจ้าหน้าที่ในการติดตามไล่ล่าหรือเข้าจับกุม โดยในการปฏิบัติการแต่ละครั้งจะมีมอบให้แนวร่วมระดับต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ประกอบกำลังเข้าร่วมด้วยครั้งละประมาณ 20 คนขึ้นไป ซึ่งก็แล้วแต่เป้าหมายว่าจะเล็กหรือใหญ่ หรือมีความสำคัญแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ขบวนการณ์บีอาร์เอ็นได้บ่มเพาะเยาวชนเข้าสู่ขบวนการ เพื่อให้เป็นแนวร่วมในระดับต่างๆ ไว้ได้เพียงประมาณ 800 คน แต่เมื่อมาถึงวันนี้กลับมีเยาวชนที่ผ่านการบ่มเพาะจากขบวนการบีอาร์เอ็นเพิ่มเป็นกว่า 10,000 คนแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49979</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มบีอาร์เอ็น, จ.ยะลา, ชุดปฏิบัติการพิเศษ, หน่วยงานความมั่นคง, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc8b3ad7b3af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2019 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2019 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหาร-ตำรวจคุมเข้มความปลอดภัยพระสงฆ์-ชาวบ้านทั่วชายแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีคนร้ายจำนวนกว่า 10 คน แต่งกายชุดดำคล้ายทหาร ขี่รถ จยย.เป็นพาหนะ บุกเข้าไปภายในวัดรัตนานุภาพ หรือวัดโคกโก หมู่ที่ 2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สไหงปาดี จ.นราธิวาส แล้วได้กระจายกำลังใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงถล่มใส่กุฏิพระ ส่งผลทำให้มีพระมรณภาพและได้รับบาดเจ็บรวมตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าในเรื่องนี้ล่าสุดภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แจ้งให้ทราบว่า ในวันนี้ (วันที่ 19 ม.ค.) มีคำเตือนให้พระสงฆ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา งดออกบิณฑบาตจนกว่าสถานการณ์จะสงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลาภายหลังได้รับการแจ้งเตือนให้พระงดออกบิณฑบาต ทำให้บรรยากาศในช่วงเช้าประชาชนไทยพุทธที่มาคอยตักบาตรในพื้นที่สุ่มเสี่ยงที่ยังไม่ทราบว่ามีการงดออกบิณฑบาตต่างไม่เห็นพระออกมาบิณฑบาตตามปกติจึงได้สอบถามทางเจ้าหน้าที่จึงทราบว่าวันนี้พระงดออกบิณฑบาตในพื้นที่สุ่มเสี่ยงเนื่องจากเป็นการป้องกัน หลังกลุ่มคนร้ายได้เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นเป้าหมายอ่อนแอที่ไม่สามารถตอบโต้ได้ เนื่องจากคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญที่ผ่านมามาหลายรายกลุ่มคนร้ายจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นเป้าหมายที่ไม่สามารถตอบโต้ได้แต่มีผลทางเชิงสัญลักษณ์ในด้านจิตใจของประชาชนในพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันประชาชนไทยพุทธที่ต้องการทำบุญต้องเดินทางเข้ามาในเขตเทศบาลเมืองเบตงเพื่อที่จะมาทำบุญตักบาตร ขณะที่หน่วยกำลังทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบมีการคุมเข้มเส้นทางระหว่างวัดและขณะที่พระออกทำกิจของสงฆ์อย่างเข้มงวด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26983</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จังหวัดชายแดนภาคใต้, กลุ่มก่อความไม่สงบ3จังหวัดชายแดนภาคใต้, ฆ่าพระ, นราธิวาส, วัดรัตนานุภาพ, หน่วยงานความมั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190119/image_big_5c42b7d9a176e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;สั่งจับตาบิดเบือนข่าวสารบนโซเชียลฯ เตือนโทษหนักผิดพรบ.คอมพ์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค.61 - พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp;เปิดเผยว่า &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้กำชับทุกหน่วยงานความมั่นคง ได้ติดตามดูแลการให้ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จและมีลักษณะการบิดเบือน &amp;nbsp;รวมทั้งข้อมูลที่สร้างความโกรธ เกลียดชังกันในสังคม ซึ่งปัจจุบันมีมากขึ้น โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากพบข้อมูลที่กระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก หรือเกิดความเสียหายกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะ การนำเสนอข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ที่มีหลากหลายลักษณะ ทั้งข้อมูลอันเป็นเท็จ ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน &amp;nbsp;มีการบิดเบือน ตัดต่อเชื่อมโยงทั้งภาพและข้อมูล การสมอ้างคำพูด โดยพยายามสร้างความสนใจ นำเสนอในลักษณะเอามัน ใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด เหยียดหยามให้เกิดอารมณ์โกรธเกลียดชังกันในสังคม &amp;nbsp;ซึ่งเป็นความกังวลร่วมกันของสังคม ที่ประชาชนทยอยให้ข้อมูลกับฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.คงชีพ กล่าวเพิ่มเติมว่า การนำเสนอข้อมูลความเป็นจริงผ่านสื่อต่างๆ นับว่าเป็นประโยชน์กับสังคมในภาพรวม ประชาชนสามารถรับรู้ความเป็นจริงได้อย่างครบถ้วน สำหรับการตัดสินใจและนำไปใช้อย่างสร้างสรรค์ &amp;nbsp;หากแต่การนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือน มีเจตนาให้ร้าย สร้างความโกรธเกลียดกันในสังคม จะเป็นปัญหากระทบต่อส่วนรวมและมีความผิดตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงขอย้ำเตือนไปยังบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ที่อาจไม่มีเจตนา หรือ มีเจตนากระทำการดังกล่าว อันอาจกำลังก้าวล่วง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 หรือ กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักถึงผลกระทบทางกฎหมายที่จะตามมา &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ขอความกรุณาประชาชนทุกคน ได้ใช้ดุลยพินิจในการรับข้อมูลข่าวสาร และร่วมกันติดตามและแจ้งแหล่งที่มาของข้อมูลอันเป็นเท็จ ที่สร้างความเสียหายกับส่วนรวมและประเทศชาติให้เจ้าหน้าที่รัฐทราบร่วมกัน&amp;quot;พล.ท.คงชีพ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9973</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลาโหม, บิ๊กป้อม, พรบ.คอมพิวเตอร์, หน่วยงานความมั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd86bf904c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
