<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมุนโกงด่าเผด็จการ ‘มาชิน’หัวร้อนเอาใจนาย/คสช.ย้ำตื่นตัวคุม‘มั่นคง’ยันเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โฆษก คสช.เผย ผบ.ทบ.เตือนหน่วยงานความมั่นคงรับมือปลดล็อกพรรคการเมือง มีความตื่นตัวตลอดเวลา ยันทุกนาทีเดินตามโรดแมป ประคับประคองสถานการณ์ให้มีความสงบสุข เรียบร้อย นำไปสู่การเลือกตั้งให้ได้ &amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;quot; ชี้อาจยืดไปอีก 5 เดือน ด้านเพื่อไทยเลือดหยุดไหล &amp;quot;อนุสรณ์&amp;quot; กำปั้นทุบดิน ย้อน &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; อ้างต้นเหตุรัฐประหารเพราะ กปปส.ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการ คสช. กำชับกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ให้ติดตามสถานการณ์ความสงบเรียบร้อย หลังจะเริ่มคลายล็อกทางการเมืองตั้งแต่เดือน ก.ย.เป็นต้นไปว่า จากข้อสั่งการ พล.อ.เฉลิมชัย ได้เตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับภารกิจในอนาคตว่ารัฐบาล &amp;nbsp;คสช.มีนโยบายเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงอย่างไร ดังนั้นในส่วน กกล.รส. ต้องรับทราบภารกิจ และต้องเตรียมงานของตนให้พร้อม มีความตื่นตัวตลอดเวลา เพื่อรองรับกับภารกิจด้านความมั่นคงของรัฐบาล เพื่อให้มีความสงบสุขของบ้านเมืองให้คงอยู่ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ทุกเวลาทุกนาทีตามแผนงานรัฐบาล คสช. ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมป ซึ่ง กกล.รส.เป็นกลไกหนึ่งด้านความมั่นคง ต้องปฏิบัติงานภายใต้กรอบกฎหมาย อำนาจหน้าที่ มีความพร้อมตลอด เพื่อตอบสนองภารกิจ และต้องทราบว่าภารกิจในช่วงเดือนกันยายนจะมีการคลายล็อกทางการเมืองเกิดขึ้น ดังนั้นในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องเตรียมความพร้อมของตนเองให้ตอบสนองภารกิจการเมืองช่วงต่อไปด้วย โดย กกล.รส.ต้องพยายามประคับประคองสถานการณ์ให้มีความสงบสุข เรียบร้อย นำไปสู่การเลือกตั้งให้ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ปิยพงศ์กล่าวว่า เมื่อเข้าสู่บรรยากาศทางการเมือง คำสั่งต่างๆ ที่ออกมานำไปสู่การเดินหน้าทางการเมือง อะไรที่อนุญาตให้ทำได้ เจ้าหน้าที่ก็ต้องรู้ว่ามีคำสั่งออกมาแล้ว แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการห้าม และขอความร่วมมือ แต่เมื่อมีคำสั่งออกมาอนุญาตให้ทำ เจ้าหน้าที่ก็ต้องศึกษา ติดตามด้วยว่าอะไรอนุญาต กับที่ยังไม่อนุญาต หากเจ้าหน้าที่ไม่รู้แล้วบางเรื่องอนุญาตให้ทำ แต่ยังไปห้ามอีก ก็จะกลายเป็นข้อครหาที่ไม่ดีได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บรรยากาศการเมืองตอนนี้ จากที่ คสช.ได้ติดตามทุกกลุ่มทุกฝ่าย ทุกคนพยายามทำหน้าที่ของตนเองอย่างดียิ่ง เคลื่อนไหวตามกรอบกฎหมาย ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ เพื่อรักษาสถานการณ์ความสงบเรียบร้อย และย้ำว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่เป็นสิ่งบอกเหตุว่าจะเกิดความไม่เรียบร้อย โดยภาพรวมยังปกติอยู่ และทุกอย่างก็เป็นไปตามโรดแมป ไม่มีอะไรที่จะทำให้นอกเหนือไปจากนี้&amp;quot; ทีมโฆษก คสช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ระบุว่า ในวันที่ 28 สิงหาคมจะประชุม คสช.เพื่อพิจารณาคลายล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ว่าอาจจะมีการคลายล็อกในบางเรื่องเท่านั้น เช่น การให้พรรคการเมืองจัดประชุมใหญ่ เพื่อแก้ข้อบังคับในการเลือกกรรมการบริหารพรรคหาสมาชิกเพิ่มเติมได้ หรือดำเนินการเกี่ยวกับการทำไพรมารีโหวต เป็นต้น แต่อาจจะไม่ใช่การคลายล็อกเพื่อให้มีการหาเสียงได้ ซึ่งพรรคก็รับได้ เพราะการดำเนินการต่างๆของพรรคการเมืองจะได้เดินหน้าต่อไปได้
คลายล็อกกลางกันยา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาคาดว่า คสช.จะสามารถคลายล็อกได้ในช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ หลังจากที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งกำหนดให้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ 90 วันหลังจากวันที่ประกาศใช้ โดยจะต้องทำกิจกรรมเหล่านี้ให้ทันใน 90 วันหลัง ก็จะทันเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 แต่ถ้าทำไม่เสร็จในเวลา 90 วันหลัง เวลาการเลือกตั้งก็อาจจะยืดออกไปอีกประมาณ 5 เดือน&amp;rdquo; นายนิพิฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทำงานทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยกโมเดลสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี หาเสียง 20 วันยังสามารถทำได้ว่า ในการเลือกตั้งที่จะถึงในรอบนี้ จะมีการห้ามโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทำได้เพียงแค่ติดโปสเตอร์ A3 จะติดโปสเตอร์ป้ายไวนิลใหญ่ๆ แบบเมื่อก่อนก็ทำไม่ได้ เพราะจะทำได้เฉพาะที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้กำหนดเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งต่อไป ควรให้เวลาประชาชนในการดูว่าผู้แทนของเขาใครมีความเหมาะสม ประกอบกับในครั้งนี้การเลือกตั้งในแต่ละเขต เบอร์จะไม่เป็นเบอร์เดียวกัน ในเมื่อไม่เป็นเบอร์เดียวกัน การพิมพ์บัตรเลือกตั้งในครั้งนี้จะมีชื่อ นามสกุล มีเบอร์ติดต่อและโลโก้พรรคประกอบด้วย เพราะการพิมพ์บัตรจะต้องใช้เวลามาก ดังนั้นจะต้องเปิดรับสมัครและปิดรับสมัครให้ครบก่อนจึงจะไปพิมพ์บัตรเลือกตั้งได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัตน์กล่าวต่อว่า จากเหตุผลที่กล่าวไป การใช้เวลาหาเสียงเลือกตั้งแค่ 20 กว่าวันตามที่นายวิษณุพูดที่เคยใช้เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว จะเอามาใช้กับบริบทในปัจจุบันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะหลักเกณฑ์อะไรต่างๆ ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งต่อไปที่จะถึงควรจะให้เวลา นับตั้งแต่วันสมัคร จนถึงวันเลือกตั้งต้อง 45 วันขึ้นไป จนถึง 60 วัน ไม่ใช่ 20 วันอย่างที่นายวิษณุเสนอ ตนไม่เห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุเตรียมเสนอให้ คสช.พิจารณาคลายล็อก 6 ข้อ ให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมต่างๆได้ว่า ถ้าถามว่าเชื่อหรือไม่ว่า 6 ข้อนั้นเป็นไปได้หรือไม่ คำตอบก็คือเชื่อ คือเชื่อเพราะว่าถึงเวลาแล้วตามกฎหมายที่ใกล้แล้ว เป็นไปตามสถานการณ์ของเวลา และทั้ง 6 ข้อนั้นก็เป็นเรื่องที่ผ่านการพูดคุยหารือระหว่างคสช.กับพรรคการเมืองมาแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำ ไม่ใช่เป็นการร้องขอ เพราะถ้าไม่ทำจะเกิดปัญหากับทุกคนทั้งผู้ถืออำนาจ พรรคการเมือง ระบบเลือกตั้ง และกระทบไปถึงโรดแมปด้วย&amp;nbsp;
ปลดล็อกรัฐบาลเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเชื่อว่าจะมีการคลายล็อกก่อนแล้วการปลดล็อกก็จะตามมาในเวลาไม่นานนัก ซึ่ง คสช.คงจะคลายล็อกให้ทั้งหมด เพราะจะมีผลทางการเมือง อาจจะเกรงว่าจะเกิดแรงกดดันต่อรัฐบาลก็ได้ ดังนั้นจึงเพียงแค่คลายล็อก ถึงจะเรียกร้องอย่างไรก็ไม่เชื่อว่าจะมีการปลดล็อกทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ามองในแง่ของรัฐบาลและ คสช.อาจจะสุ่มเสี่ยงเกินไปต่อเรื่องอื่นๆ เชื่อว่าคงรอกระทั่งกฎหมายมีผลบังคับใช้ และใช้การบังคับตามกฎหมาย คือให้กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วมีกฤษฎีกาเลือกตั้ง และมีการจัดการ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 6 ข้อนั้นมีความจำเป็น ถึงอย่างไรก็ต้องทำ ไม่ว่าจะชอบใจหรือไม่ชอบใจก็ต้องทำ เพื่อให้พรรคการเมืองประชุมได้ ต้องมีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคการเมืองได้ จัดการเรื่องสมาชิกได้ เพราะทุกเรื่องต่างอยู่ในกฎหมายทั้งหมด ทุกข้อเกี่ยวเนื่องกันไปหมด เรียกว่าเฟืองต่อเฟือง ต่อเนื่องกันไปหมด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกรกล่าวว่า อีกเรื่องหนึ่งที่นายวิษณุยังพูดไม่ชัด เพราะอาจเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจทางการเมืองเป็นหลัก คือเรื่องไพรมารีโหวต เบื้องต้นคือตามรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่าจะต้องมีไพรมารีฯ เพราะฉะนั้นการยึดถือตามรัฐธรรมนูญเป็นนัยสำคัญ จะได้ไม่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม หาก คสช. เลือกที่จะคลายล็อกเรื่องใด ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำได้อยู่แล้ว ไม่น่ากังวล มาอย่างไรก็ไปอย่างนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การที่ไม่ปลดล็อกไปเลยคงเพราะกลัวว่าจะเป็นแรงกดดันต่อรัฐบาล เพราะในการหาเสียงเลือกตั้งบางมิติการชี้ว่ารัฐบาลทำไม่ถูกนั้น ก็เป็นการหาเสียงอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น จะเกิดแรงกดดันต่อรัฐบาลอย่างมาก ไม่ใช่การหาเสียงเพื่อการเลือกตั้งแต่แรงกดดันจะไปอยู่ที่รัฐบาล โดยอาจจะกลัวเรื่องความรุนแรงทางการเมืองที่จะพุ่งเข้าใส่รัฐบาลมากกว่า ดังนั้นเชื่อว่าการปลดล็อกทั้งหมด คสช.คงรอให้กฎหมายมีผลบังคับใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่เรายอมรับสภาพการคลายล็อกได้ เพราะไม่มีทางเลือกอื่น ยังไงก็ต้องรับ เพราะเชื่อว่ายังไม่ปลดล็อกแน่ ที่ต้องคลายล็อกเพราะเป็นสภาพบังคับของกฎหมาย แต่สภาพของการเมืองจะทำให้การปลดล็อกเกิดขึ้นหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ และไม่เชื่อว่าจะกระทบต่อโรดแมป เพราะถึงขนาดนี้แล้ว หลายเสียงยังย้ำอยู่ว่าเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ 2562 ทั้งจากนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และบรรดา คสช. แต่ยกเว้นว่ามีเหตุผลอื่นที่จะขยายไป แต่ครั้นจะไปบอกว่าเป็นวันที่ 24 แน่ก็พูดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องการตัดสินใจร่วมกับ กกต. จะกลายเป็นการก้าวก่าย กกต. เราก็ต้องเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น คือ 24 ก.พ.62 ยกเว้นว่ามีเหตุผลอื่นที่ยังไม่มีรู้ว่าคืออะไร&amp;rdquo; นายนิกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า เป็นเรื่องของทางรัฐบาลและ คสช. ซึ่งไม่ได้มีการมาปรึกษา กรธ.แต่อย่างใด เพราะตามร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองของ กรธ.นั้น กำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมตามมาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญ ด้วยการให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร โดยมีโครงสร้างครึ่งๆ ระหว่างกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรค เพื่อคัดเลือกผู้ลงสมัคร ส.ส. ส่วนการปรับแก้ของ สนช. ใน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่บังคับใช้อยู่นั้น เป็นการทำไพรมารีโหวต มีเงื่อนไขต้องหาสมาชิกจังหวัดละ 100 คน ซึ่งทั้ง 2 วิธีจาก กรธ.และ สนช.ไม่ได้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่จะต่างกันที่ความหนักเบาของวิธีคัดเลือกผู้ลงสมัคร ส.ส.เท่านั้น
เพื่อไทยจิก &amp;quot;มาร์ค&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กรธ.กล่าวว่า เมื่อพูดถึงเงื่อนเวลาที่ต้องใช้การคัดเลือกผู้ลงสมัคร ส.ส. ที่ส่วนหนึ่งเกี่ยวกับการคลายล็อก 6 ข้อ เพื่อหาสมาชิกไปทำไพรมารีโหวต ตามที่ฝ่ายการเมืองกังวลว่าจะทำให้ขั้นตอนดังกล่าวส่งผลให้เวลาหาเสียงเหลือเพียง 20 กว่าวันหากเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.62 นั้น ถ้าเปรียบเทียบแนวทางของ กรธ.กับ สนช. แนวทางของ กรธ.ก็จะทำให้ใช้เวลาน้อยกว่า และขั้นตอนต่างๆ เป็นเรื่องที่ให้พรรคการเมืองกำหนดเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติ พาดพิงพรรคเพื่อไทยเป็นต้นเหตุการรัฐประหารว่า สิ่งที่นายอภิสิทธิ์พูดอาจมาจากชุดความคิดเดิมๆ ที่ยังคงหมกมุ่นวนเวียนอยู่กับความเข้าใจผิด หรือพยายามสะกดจิตตัวเองให้เชื่อและพูดแบบนั้นเป็นแผ่นเสียงตกร่องตลอดเวลา โดยปราศจากการสำรวจตัวเองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้ประเทศเกิดรัฐประหารหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนส่วนใหญ่น่าจะไม่เห็นด้วยกับคุณอภิสิทธิ์ เพราะมีข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ยืนยันชัดว่า บ้านเมืองมาถึงจุดนี้ มาจากความไม่เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ลาออกมาเป็นแกนนำม็อบ ชัตดาวน์ประเทศ ก่อจลาจลขัดขวางการเลือกตั้ง สมาชิกพรรคหลายคนไปเป็น กปปส.เพื่อสร้างสถานการณ์เรียกร้องรัฐประหารหรือไม่ พอรัฐประหารสำเร็จก็กลับมาเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ตามเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พอใกล้จะเลือกตั้งก็พยายามจะพลิกตัวเองมารับบทพระเอก แล้วผลักคนอื่นไปเป็นผู้ร้ายหรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ทำสถิติเป็นหัวหน้าพรรคที่นำสมาชิกพรรคบอยคอตการเลือกตั้งถึง 2 ครั้ง ไปร่วมเป่านกหวีดด้วยตัวเองก็ไปมาแล้วหรือไม่ ถ้าทุกฝ่ายยึดมั่นในกติกาประชาธิปไตย ยุบสภาก็ไปเลือกตั้งให้ประชาชนตัดสินใจ ใครชนะก็มาบริหารประเทศ คนแพ้ก็รอ 4 ปี ไปคิดนโยบายเพื่อให้ชนะใจประชาชน ปัญหาก็คงไม่เกิด แทนที่นายนายอภิสิทธิ์จะท่องคาถากล่าวหาคนอื่นอยู่แบบนี้ น่าจะลองไปคุยกับไอติม นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หลานชายนายอภิสิทธิ์ ที่ยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์แพ้เลือกตั้ง 20 ปี เพราะนโยบายไม่ตอบโจทย์ให้ชนะได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เอาเวลาไปคิดนโยบายแก้ปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชน นำพาประเทศชาติก้าวไปข้างหน้าอย่างสร้างสรรค์ ลดการพาดพิงคนอื่นไปในทางเสียหายจะดีกว่า พรรคเพื่อไทยขอเชิญชวนทุกฝ่ายก้าวข้ามความขัดแย้ง ไปสู่ความปรองดองสมานฉันท์ ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ คิดการเมืองให้น้อย คิดถึงบ้านเมืองให้มาก&amp;quot; รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ส่งสัญญาณจะมีการเลือกตั้งในเดือนก.พ.2562 รวมทั้งจะมีการคลายล็อกให้พรรคการเมืองเริ่มทำกิจกรรมการเมืองได้ ทำให้พรรคต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ ทั้งงานด้านนโยบายและผู้สมัครรับเลือกตั้ง รองรับการปลดล็อกที่จะเกิดขึ้นในเร็ววัน&amp;nbsp;
เพื่อไทยเลือดหยุดไหล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่อีสาน ที่พรรคต้องรักษาผู้เล่นรายเดิมและเสริมทัพผู้เล่นรายใหม่ ที่ผ่านมากลุ่มสามมิตร ประกาศชัดพร้อมสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ หมายมั่นจะแย่งชิงพื้นที่ให้ได้มากที่สุด พยายามดูดอดีต ส.ส.เพื่อไทยไปหลายคน ซึ่งในวันนี้สถานการณ์เริ่มนิ่งแล้ว ภาคอีสานมีเพียงพื้นที่เมืองเลย นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข, นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข, นายวันชัย บุษบา ที่ไม่อยู่แน่นอนแล้ว แต่พรรคได้ไปทาบทามนักการเมืองตระกูลสังขทรัพย์ จากค่ายภูมิใจไทย และนักการเมืองท้องถิ่นที่มีฐานเสียงดี ให้มาร่วมงานเป็นผลสำเร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่บ้านเกิด พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีจำนวนเขตเลือกตั้งมากถึง 14-15 เขต ถึงแม้พรรคเพื่อไทยโดนเขย่าอย่างหนัก มือทำงานการเมืองขั้วตรงข้ามส่งตัวแทนมาเจรจา เสนอเงื่อนไขต่างๆ ให้อดีต ส.ส.นครราชสีมาพรรคเพื่อไทยหลายคน จนเกิดความระส่ำ จนถึงตอนนี้มีเพียงนักการเมืองตระกูลรัตนเศรษฐ และพื้นที่ของนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสานเท่านั้นที่จะไม่อยู่กับพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของนายอัสนี เชิดชัย และนางลินดา เชิดชัย อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่มีกระแสข่าวแพร่สะพัดจะไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ และพยายามชักชวนเพื่อนอดีต ส.ส. รวมทั้งนักการเมืองท้องถิ่นให้แท็กทีมไปพร้อมกัน ทำให้นายยงยุทธ ติยะไพรัช หนึ่งในแกนนำพรรคที่นายอัสนีให้ความเกรงใจ ได้พาบุคคลทั้งสองไปคุยกับแกนนำคนสำคัญในพรรค จนทั้งคู่เปลี่ยนใจ ให้คำยืนยันยังอยู่ร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต ส.ส.เขต 10 และอดีตแกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้ติดต่อขอมาร่วมงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย และได้ไฟเขียวจากแกนนำคนสำคัญของพรรค ให้นายบุญจงกลับมาร่วมงานการเมืองอีกครั้ง พร้อมทั้งยืนยันจะให้สมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่เดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังผลักดันบุคคลที่ทุ่มเททำงานให้กับพรรคได้ลงสมัคร ส.ส.ระบบเขต นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย จะมาลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 1 นครราชสีมา เพื่อต่อสู้แย่งฐานเสียงกับผู้สมัครจากพรรคชาติพัฒนา และนายสุทิน คลังแสง อดีต ส.ส.มหาสารคาม ที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทยเดิม ครั้งหน้าจะได้ลงสมัคร ส.ส.เขตในนามพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเผยอีกว่า ในส่วนของพื้นที่ ส.ส.อีสานในจังหวัดอื่นเริ่มนิ่ง เนื่องจากขั้วตรงข้ามเจาะไม่เข้า รวมทั้งมีข่าวแพร่สะพัดในวง ส.ส. เรื่องปัจจัยสนับสนุนที่ได้ไม่เป็นไปตามข้อตกลง และบางส่วนยังไม่มีการสั่งจ่าย ทำให้อดีต ส.ส.ที่เคยตัดสินใจจะย้ายไปร่วมงานชะลอการตัดสินใจ และคนที่ตัดสินใจไปแล้ว เปลี่ยนใจ ขอกลับมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ กลุ่มนายปรีชา ได้ร้องขออดีตรัฐมนตรีบางคนไปช่วยพูดเจรจากับผู้ใหญ่ในพรรค แต่สุดท้ายไม่เป็นผล เช่นเดียวกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ ที่แม้ตัดสินใจไปแล้ว เริ่มลังเล ขอต่อรองทางพรรค โดยนายวิรัชและภรรยาจะไปร่วมงานพรรคพลังประชารัฐ แต่ขอพื้นที่ให้ลูกชายลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย แต่ทางแกนนำพรรคไม่เห็นด้วย ไม่รับข้อเสนอดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งกรณีนายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา และพี่ชายนายสุภรณ์ อยู่ในภาวะลำบากใจ เนื่องจากมองว่า หากยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย มีโอกาสจะได้รับการเลือกตั้งกลับมามีสูง ขณะเดียวกันเกรงใจนายสุภรณ์ ที่ชักชวนมาเล่นการเมือง และนายสุภรณ์เอง ยืนยันชัดเจนจะไม่ขออยู่ร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยแน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของอดีต ส.ส.ที่มีแนวโน้มสูงจะไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นในนามบุคคลและครอบครัว ไม่ใช่ระดับแกนนำมุ้ง เช่นใน จ.ลพบุรี มีเพียงพื้นที่ของนายนิยม วรปัญญา ที่ พล.อ.สรชัช วรปัญญา ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และบุตรชาย จะไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ กลุ่มเพชรบูรณ์ ของนายสันติ พร้อมพัฒน์ นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ อดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย กรณีนายสันติได้นำรายชื่อกลุ่มอดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ไปเสนอกับพรรคพลังประชารัฐทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรากฏว่าไม่มีใครไป สร้างความไม่พอใจให้ผู้ใหญ่ภายในพรรคอย่างมาก สุดท้ายจึงมีเพียงนายสันติและภรรยาเท่านั้นที่จะไป แต่ในส่วนฐานที่มั่นหลักในโซนภาคเหนือ ภาคอีสาน ส.ส.หลายคนยังเหนียวแน่น ไม่ทิ้งพรรคไปไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มาชิน&amp;quot;หยาม&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;ไม่รอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊ก ระบุว่า เห็นกิริยาอาการของพลเอกประยุทธ์ พลเอกประวิตร แกนนำคณะรัฐประหารและบรรดาลิ่วล้อที่รับใช้ใกล้ชิดของ คสช. ไม่ว่าจะเป็นพวกเนติบริกร พวก สนช. สปท. ครม. ที่กำลังเสวยสุข มีตำแหน่งใหญ่โต มีเงินเดือนเป็นแสนเป็นล้าน มีอภิสิทธิ์ต่างๆ ที่ได้มาจากการสมคบคิดร่วมกันปล้นอำนาจปล้นประชาชนสำเร็จแบ่งสรรปันส่วนอำนาจ ยศตำแหน่ง เงินทอง ที่ได้มาจากการรัฐประหาร บนความทุกข์ยากแร้นแค้นของอาณาประชาราษฎร์ และฉุดรั้งประเทศให้ถอยหลังไปแบบสุดกู่ กฎกติกาบ้านเมืองกลายเป็นกฎของเผด็จการ โดยเผด็จการ และเพื่อเผด็จการอย่างแท้จริง ไม่ใช่กฎหมายที่สร้างขึ้นมาโดยประชาชน ของประชาชน และเพื่อประชาชนเลย วิกฤติจึงเกิดขึ้นกับคนไทยและประเทศไทยของเราอย่างหนักหน่วงและรุนแรง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ประชาชนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้าเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เกือบ 5 ปีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดูกิริยาอาการของพวกเขาร้อนรน โกรธง่าย โมโหง่าย ชอบด่ากราด และพยายามประชดประชันไปถึงนายกทักษิณ นายกยิ่งลักษณ์ตลอด ถ้าเป็นภาษามวยเขาเรียกว่าออกอาการ อาการหมดแรง ไร้พลัง ไม่มีกองหนุน ไม่มีคนเชียร์ เป็นมวยที่มีอาการร่อแร่ ที่จะถูกน็อกในเวลาอีกไม่นาน ในขณะที่ฝ่ายประชาธิปไตยกลับมีพลังมากขึ้นๆๆ ทุกขณะ และมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ด้วยความรู้ ด้วยความจริง ด้วยปัญญา จึงอาจกล่าวได้ว่าเผด็จการ คสช.กำลังจะพังทลายลงแล้วในเร็ววันนี้ อยู่ที่ว่าจะไปวันไหน จะลงท่าไหน และจะมีแผ่นดินอยู่หรือไม่ เพราะพวกคุณทำบาปทำกรรมกับประชาชนและประชาธิปไตยกับประเทศไทยไว้มากมาย แม้จะพยายามจะยื้ออำนาจเพื่ออยู่ต่อ คนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่ให้โอกาสพวกคุณอีกแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนครระบุว่า อยากส่งสัญญาณเตือนไปยังบรรดาลิ่วล้อเครือข่ายของเผด็จการทุกคน และบรรดาข้าราชการที่รับใช้ระบอบเผด็จการอยู่ ที่มีใจเป็นธรรม รักความจริง รักความถูกต้อง รักความยุติธรรม รักประชาชน และประชาธิปไตย ได้โปรดใช้วิจารณญาณของทุกท่านว่าจะอยู่ฝั่งไหน ระหว่างฝ่ายเผด็จการที่ไม่มีความชอบธรรมมาตั้งแต่ต้นและกดขี่ข่มเหงประชาชนและพวกท่านอยู่กับฝ่ายประชาชนและประชาธิปไตย ที่พร้อมจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกท่าน เพราะดูอาการของแกนนำเผด็จการแล้ว ไม่น่าจะรอด ในเวลาอันสั้นนี้แน่นอนครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16152</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกได้ในช่วงกลางเดือนกันยายน, จะเริ่มคลายล็อกทางการเมือง, ทันเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562, พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์, สมุนโกงด่าเผด็จการ, หนังสือพิมพ์, หน่วยงานความมั่นคงรับมือปลดล็อกพรรคการเมือง, เดินตามโรดแมป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180825/image_big_5b81526bc6bbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
