<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หน่วยข่าวผวา!โจรใต้มีแผนก่อเหตุ10วันสุดท้ายรอมฎอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.2564 - หน่วยงานด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รายงานว่า ปรากฏข่าวสารแกนนำระดับสูงที่หลบหนีในประเทศเพื่อนบ้านสั่งการให้สมาชิกกลุ่มแนวร่วมก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะห้วง 10 วันสุดท้ายของการถือศีลอด สอดคล้องกับภาพข่าวสมาชิกกลุ่มแนวร่วมขนย้ายวัตถุระเบิด อาวุธ เข้ามาพักคอยในพื้นที่ รวมถึงความเคลื่อนไหวของสมาชิกปฏิบัติการที่มีความถี่อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งบอกเหตุได้ว่ากลุ่มคนร้าย จะก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ต่อเจ้าหน้าที่รัฐ &amp;nbsp; เป้าหมายอ่อนแอหรือยิงรบกวน ขว้าง ระเบิดแสวงเครื่อง (ไปป์บอมบ์) ต่อฐานปฏิบัติการ จุดตรวจ &amp;nbsp;จุดสกัด ตลอดจนสถานที่ราชการ ลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง ต่อเจ้าหน้าที่ ที่เคลื่อนที่ด้วยยานยนต์ เดินเท้า รวมถึงทำลายทรัพย์สินของทางราชการและก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์โดยมีพื้นที่เพ่งเล็ง ดังนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในพื้นที่ จ.ยะลา จำนวน 4 อำเภอ อ.เมืองยะลา และเขตเทศบาลนครยะลา ต.จะกว๊ะ, ต.เกะรอ, ต.ตะโละหะลอ อ.รามัน &amp;nbsp; ต.บาเจาะ, ต.อ.บันนังสตา &amp;nbsp;ต.บ้านแหร, ต.แม่หวาด และ อ.ธารโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในพื้นที่ จ.ปัตตานี จำนวน 6 อำเภอ อ.หนองจิก อ.โคกโพธิ์ อ.สายบุรี อ.กะพ้อ อ.ยะรัง และ อ.ทุ่งยางแดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในพื้นที่ จ.นราธิวาส จำนวน 7 &amp;nbsp;อ.จะแนะ อ.ระแงะ อ.รือเสาะ อ.ศรีสาคร อ.สุไหงปาดี อ.บาเจาะ &amp;nbsp;และ อ.ยี่งอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในพื้นที่ จ.สงขลา จำนวน 2 อำเภอ อ.เทพา และ อ.สะบ้าย้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ให้ทุกหน่วยพิจารณาใช้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าว ยกระดับมาตรการ รปภ. การระวังป้องกันขั้นสูงสุด รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด หรือด่านตรวจไม่ประจำที่ (Pop up) ตรวจสอบบุคคลเฝ้าระวัง ในบัญชีเป้าหมาย ยานพาหนะต้องสงสัยที่มีการแจ้งหาย และท่าทีของประชาชนในพื้นที่ตลอดจนตรวจสอบสิ่งผิดปกติ วัตถุต้องสงสัย สิ่งบอกเหตุอื่นๆ เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังการ &amp;nbsp; ก่อเหตุที่อาจเกิดขึ้น ห้วงเฝ้าระวังตั้งแต่บัดนี้เป็นตันไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101823</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 วันสุดท้าย, การถือศีลอด, จังหวัดชายแดนภาคใต้, หน่วยงานด้านความมั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_6087e41d4b2d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกกห.เผย‘ข่าวปลอม’ พันแก๊งมุ่งทำลายรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ยัน พ.ร.บ.ไซเบอร์ไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน สั่งหน่วยงานด้านความมั่นคงตรวจสอบเข้มข่าวปลอม ข่าวเชิงลบ ที่สร้างความแตกตื่นกับประชาชน โฆษกกลาโหมเผยพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่กำลังพยายามบิดเบือนและสร้างข้อมูลเท็จเชื่อมโยงกับกลุ่มที่อยู่เบื้องหลัง หวังทำลายรัฐบาล &amp;quot;จตุพร&amp;quot; สวนกลับ สะท้อนให้เห็นว่ายิ่งกว่าเผด็จการรัฐสภา คือเผด็จการทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ถูกเพจปลอมสร้างข้อมูลเท็จโจมตีว่า แล้วเชื่อกันหรือไม่ ถ้าไม่เชื่อก็จบ ซึ่งภาพที่เอามาลงก็เป็นภาพเก่า ขณะนี้ได้แจ้งให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ไปตรวจสอบหาที่มา และผู้กระทำความผิดเนื่องจากข้อมูลดังกล่าวอาจทำให้เกิดความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบผ่านร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ....หรือ พ.ร.บ.ไซเบอร์ รมว.กลาโหมกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย และรัฐบาลชุดนี้ไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฎหมาย พร้อมทั้งจะเตรียมชี้แจงต่อประชาชนว่าไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตรได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคง ทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง คุมเข้มติดตามและตรวจสอบการให้ข้อมูลข่าวปลอม ที่มีแพร่กระจายข่าวสารในสังคมออนไลน์มากขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบในเชิงลบกับสังคม และสร้างความแตกตื่นกับประชาชน รวมทั้งยังเป็นการทำลายภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของบุคคล องค์กร และประเทศ โดยเฉพาะห้วงการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังมีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยกำชับให้ตรวจสอบเชิงลึกถึงที่มาและความเชื่อมโยงของกลุ่มบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีต่อสังคมและประเทศชาติ ที่พยายามสร้างเงื่อนไขทางสังคม ด้วยการบิดเบือนและให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ตัดต่อภาพและข้อมูลหวังให้สังคมเข้าใจผิด การให้ข้อมูลเท็จยั่วยุสร้างความโกรธเกลียดทางสังคม เป็นต้น ซึ่งหากตรวจพบให้แจ้งเตือนและดำเนินมาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทันที พร้อมทั้งขอให้ทุกส่วนราชการเร่งชี้แจงและให้ข้อมูลความจริงกับประชาชนทันที เพื่อมิให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวเพิ่มเติมว่า มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่กำลังพยายามบิดเบือนและสร้างข้อมูลเท็จ เชื่อมโยงกับกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังและได้ประโยชน์จากข้อมูลอันเป็นเท็จดังกล่าว โดยหวังทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลและสร้างความเข้าใจผิดกับสังคม ซึ่งขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงโดยทุกส่วนราชการกำลังตรวจสอบและติดตามพฤติกรรมดังกล่าว และจะดำเนินมาตรการทางกฎหมายอย่างเฉียบขาดต่อไป โดยยืนยันจะไม่ยอมให้กลุ่มบุคคลใด นำข้อมูลเท็จอันเป็นเท็จ มาสร้างความโกรธเกลียดและขยายความแตกแยกทางสังคมอีกต่อไป จึงขอแจ้งเตือนให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความรอบคอบในการรับส่งข้อมูลข่าวสาร ไม่ตกเป็นเครื่องมือทำร้ายสังคมดังเช่นอดีต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีเว็บข่าวปลอม นำเสนอข้อมูลการเบิกงบประมาณจิบกาแฟของ พล.อ.ประวิตร และคณะ รวม 82,000 บาท แก้วละ 12,000 บาท ที่ร้านกาแฟย่านถนนสีลม พร้อมมีภาพ พล.อ.ประวิตรดื่มกาแฟกับนายไพศาล พืชมงคล ที่ปรึกษาฯ ประกอบข่าว ซึ่งเป็นภาพเก่า อีกทั้งยังมีคำสัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตรในข่าวด้วย โดยก่อนหน้านี้ในเพจปลอมมีการนำเสนอข่าวบ้านหรูของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก และการเพิ่มระยะเวลาการเข้าเป็นทหารกองประจำการ(ทหารเกณฑ์) จาก 2 ปีเป็น 4 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจ หากไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย ก็ไม่จำเป็นต้องกังวล ยืนยันตำรวจบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ &amp;nbsp;ไม่มีการสองมาตรฐานอย่างแน่นอน แต่หากมีผู้กังวลว่า กฎหมายฉบับนี้จะกระทบสิทธิส่วนบุคคล หรือกังวลว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะใช้กฎหมายไปในเชิงลุแก่อำนาจ ก็มีกระบวนการตรวจสอบคานอำนาจระหว่างหน่วยงานกันอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวว่า จากที่ศึกษาเบื้องต้น พบว่ากฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจ กสทช.เป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้ให้อำนาจตำรวจโดยตรง แต่ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศใช้เป็นกฎหมาย จึงต้องไปดูรายละเอียดการใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ระบุไว้ในกฎหมายให้แน่ชัดก่อน พร้อมให้ความมั่นใจประชาชน อย่าเพิ่งกังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ตามที่ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านความเห็นชอบจาก สนช. กฎหมายทั้งสองจะช่วยสร้างความพร้อมให้กับประเทศไทยในการรับมือความเสี่ยงและภัยคุกคามทางไซเบอร์ยุคใหม่ จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่อาจส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อความมั่นคงประเทศและเศรษฐกิจโดยรวม ตลอดจนถึงการคุ้มครองข้อมูลประชาชนทั่วไป จะช่วยสร้างความมั่นใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างมีเข้มแข็งและยั่งยืน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักการสำคัญของ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพราะปัจจุบันการให้บริการสำคัญใช้ระบบดิจิทัล ซึ่งมีความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ เช่น ไวรัส มัลแวร์ การโจมตีระบบจากอาชญากรคอมพิวเตอร์ อาจกระทบต่อการให้บริการแก่ประชาชน หรือความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เพื่อให้สามารถป้องกันหรือรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ส่วนตัวอยากถามกลับว่า นี่คือเผด็จการอะไร และเป็นการสะท้อนอย่างชัดเจนว่าเผด็จการที่มาจากการยึดอำนาจมักจะมีการกล่าวอ้างในห้วงเวลาที่ประเทศเป็นประชาธิปไตยว่าเป็นเผด็จการรัฐสภา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเผด็จการที่ทำหน้าที่ในฝ่ายบริหารและเผด็จการที่ทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ เหล่านี้เป็นบุคคลที่ไม่ได้มาจากประชาชน ดังนั้นจึงไม่ฟังเสียงสะท้อนความจริงความเดือดร้อนจากประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่ายิ่งกว่าเผด็จการรัฐสภา คือเผด็จการทหาร ซึ่งปกครองประเทศมากว่า 5 ปี แม้กระทั่งขณะที่มีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ก็ยังคงทำหน้าที่และผ่านกฎหมายที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยไม่มีเสียงคัดค้านแม้แต่เสียงเดียว&amp;quot; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เห็นได้ชัดว่าฝ่ายการเมืองหรือภาครัฐต้องการที่จะเข้ามาควบคุม การใช้งานด้านระบบคอมพิวเตอร์ทั้งประเทศ จึงเป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะมีการใช้กฎหมายนี้เพื่อประโยชน์ในทางการเมือง เหมือนกับกฎหมายคอมพิวเตอร์ที่ถูกวิจารณ์อยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในอนาคตกฎหมายนี้อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือของฝ่ายรัฐในการควบคุมวิถีชีวิตของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์อย่างมีนัยสำคัญ ผมเห็นว่าในยุครัฐประหาร มักจะออกกฎหมายประเภทที่กระทบสิทธิเสรีภาพของบุคคล และจะยึดเป็นคาถาคือความมั่นคง เช่นเดียวกับร่างกฎหมายอีกหลายฉบับที่พยายามจะเสนอ แต่ถูกคัดค้านต่อต้านจนต้องยุติไป ดังนั้น หากมีโอกาสคงต้องสังคายนาทบทวนกันขนานใหญ่&amp;quot; นายชูศักดิ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30269</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, พ.ร.บ.ไซเบอร์, สิทธิมนุษยชน, หนังสือพิมพ์, หน่วยงานด้านความมั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190301/image_big_5c79454a87ac2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 19:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายข่าวความมั่นคงยอมรับไทยไม่พร้อมรับมือภัยคุกคามด้านไซเบอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.61 - &amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า McAfee &amp;nbsp;ซึ่งเป็นโปรแกรมตรวจสอบไวรัส ตรวจสอบพบว่ามีแฮกเกอร์เกาหลีเหนือใช้เซิฟเวอร์ประเทศไทยในการจารกรรมข้อมูลจาก 17 ประเทศ โดยระบุที่ตั้งของเซิฟเวอร์ว่าอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า ยอมรับว่าข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้นที่ถูกแฮกเกอร์ เพราะยังมีอีก 17 ประเทศที่โดนเหมือนเราโดยใช้โปรแกรมมัลแวร์ที่เป็นโปรแกรมประสงค์ร้ายทำงานในลักษณะที่เป็นการโจมตีระบบ ทำให้ระบบเสียหาย รวมถึงการจารกรรมข้อมูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยังชี้ชัดไม่ได้ว่าเขาได้ข้อมูลสำคัญอะไรไปบ้าง ซึ่งต้องรอการพิสูจน์หลักฐาน โดยต้องรอการตรวจสอบ IP Address หรือหมายเลขของเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะเส้นทางการจารกรรมข้อมูลเพื่อทำให้ข้อมูลไหลออกมีหลายวิธี ทั้งการเจาะระบบ หรือการแอบฝังโปรแกรมเอาไว้ ดังนั้นต้องรอการตรวจสอบทางด้านเทคนิคต่อไป ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องชี้แจงสังคมว่าเกิดอะไรขึ้น และต้องจัดชุดพิสูจน์หลักฐานทางดิจิตอลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ไปตรวจสอบรายละเอียด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตรงนี้เป็นตัวบ่งชี้เรื่องการรับมือภัยคุกคามด้านไซเบอร์ของเรานั้นยังไม่มี แม้ที่ผ่านมาจะมีการตั้งคณะกรรมการเตรียมการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงรายเดิม กล่าวต่อว่า สำหรับความพร้อมการดูแลภัยคุกคามด้านไซเบอร์นั้น ยอมรับว่าการรับมือในลักษณะแบบนี้ไทยเองยังไม่มีความพร้อม และเชื่อว่านอกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้วยังมีอีกหลายองค์กร และหลายหน่วยงานในไทยที่ถูกแฮก แต่ยังตรวจสอบไม่พบ และนี่ยังเป็นเพียงแค่น้ำจิ้ม เพราะยังไม่ได้มีการโจมตี หรือเผยแพร่การจารกรรมข้อมูล ตอนนี้เราทราบเพียงแต่ว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าอะไรรั่วไหล หรือเป็นข้อมูลที่สำคัญหรือไม่ ดังนั้นเราต้องสร้างความตระหนักเพื่อรับมือภัยคุกคามแบบนี้ และกรณีนี้จะเป็นบทเรียนให้เรา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8267</URL_LINK>
                <HASHTAG>McAfee, ภัยคุกคามไซเบอร์, หน่วยงานด้านความมั่นคง, แฮกเกอร์เกาหลีเหนือ, ไทยไม่มีความพร้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae8377220f63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
