<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>18แกนนำผวาอัยการฟ้อง112</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุ้นอัยการส่งฟ้อง ม.112 แกนนำ 3 นิ้วล็อตใหญ่ 18 คน &amp;quot;รุ้ง-ไมค์-ไผ่&amp;quot; นำทีม ผวาไม่ได้ประกันตัวตาม 4 คนแรก &amp;ldquo;ปนัสยา&amp;rdquo; เดินสายยื่น จม.เปิดผนึก 5 หน่วยงานยุติธรรม อ้างศาลไม่ให้ประกันเป็นการละเมิดสิทธิตาม รธน. จี้อย่าละทิ้งเกียรติภูมิ ศักดิ์ศรีตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่เตรียมใจไม่รอดนอนคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 10.15 น. ที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เดินทางไปยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม เพื่อเรียกร้องให้กระบวนยุติธรรมมีความเป็นกลางในการพิจารณาและดำเนินคดี รวมทั้งเรียกร้องให้มีการอนุญาตประกันตัว 4 ผู้ต้องหาในคดีมาตรา 112
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย น.ส.ปนัสยาได้ไปยื่นจดหมายเปิดผนึกที่ศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่แรก ผ่าน น.ส.สิริยา หอมสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และได้อ่านเนื้อหาในจดหมายเปิดผนึก สาระสำคัญระบุว่า การที่ศาลปฏิเสธสิทธิในการประกันตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์, นายอานนท์ นำภา, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม โดยให้เหตุผลว่าทั้ง 4 คน มีพฤติกรรมที่อาจกระทำความผิดซ้ำ เป็นการ &amp;quot;พิพากษาล่วงหน้า&amp;quot; ว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริงและอาจทำซ้ำนั้น ขัดต่อหลักการ สันนิษฐานว่าบุคคลทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นการละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญของจำเลยทั้ง 4 คนอย่างชัดเจน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การปฏิเสธสิทธิในการประกันตัวของผู้ต้องหาหรือจำเลยตาม มาตรา 112 ให้จองจำเอาไว้อย่างไม่เป็นธรรม ทั้งที่คดียังไม่ได้เริ่มการไต่สวน และผู้ต้องหาไม่มีพฤติกรรมที่จะหลบหนี แต่ให้สิทธิในการประกันผู้ต้องหาหรือจำเลยคดีอาญาอื่นๆ ที่มีอัตราโทษรุนแรง เช่น ต้องหาว่าฆ่าคนตายโดยเจตนา อาจนำไปสู่การสร้างมาตรฐานอันไม่ชอบธรรมคือ ผู้ต้องหาในความผิดหมิ่นประมาทกษัตริย์ มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวมากกว่าคดีอาญาอื่นๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปนัสยากล่าวว่า นอกจากจะเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชน รวมถึงผู้ที่ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมในกรณีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์แล้ว ยังทำลายเกียรติภูมิของศาล และกระบวนการยุติธรรมไทยให้ย่อยยับลง จนอาจถูกติฉินจากนานาอารยประเทศว่า ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองภายในประเทศ จนละทิ้งศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิเพื่อธำรงไว้ซึ่งเกียรติภูมิของศาล และความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนต่อหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในนามของราษฎร ขอเรียกร้องให้มีการอนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน และผู้ต้องหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวเรียกร้องทางการเมืองทั้งหมด และขอเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลอาญา สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนหน่วยงานอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม และคำนึงถึงเกียรติ ศักดิ์ศรีของความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งจะมีได้ก็ต่อเมื่อปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อประชาชนเท่านั้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น น.ส.ปนัสยาได้ให้สัมภาษณ์ว่า การไต่สวนยังไม่เริ่มขึ้นเพิ่งส่งฟ้อง แปลว่าขั้นตอนการพิจารณาคดียังไม่เริ่มต้น เขาต้องได้รับการอนุมานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาล ดังนั้น ณ เวลานี้ยังเอาเขาไปขังไม่ได้ แต่ศาลกลับไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยศาลให้เหตุผลว่าอาจจะไปมีพฤติกรรมทำผิดซ้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่ากับว่าศาลตัดสินว่าเขาทำผิดไปแล้วทั้งที่ยังไม่มีคำพิพากษา&amp;nbsp; เขาจึงต้องถูกขังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดต่อหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ ซึ่งใช้ในศาลทั่วโลก จึงต้องมายื่นหนังสือถึงผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด โดยหวังว่าเขาจะได้มีการปรับปรุงการทำงานของเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปนัสยายังกล่าวด้วยว่า ตนเตรียมใจไว้แล้วกับการที่วันที่ 17 ก.พ. อัยการจะพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องตนเองในคดีมาตรา 112&amp;nbsp; หรือไม่ เพราะมันเป็นคดีเดียวกับทั้ง 4 แกนนำ เพราะธงมันออกมาชัดเจนแล้วว่าเขาต้องการให้เราเข้าไปถูกขังและไม่ได้รับการประกันตัว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คาดเดาไว้ว่าเราจะต้องถูกนำตัวเข้าเรือนจำ และแม้ดิชั้นจะต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ก็คิดว่าไม่มีผลกระทบมากต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎร เพราะเราก็เป็นเพียงฟันเฟืองหนึ่งในกระบวนการนี้ เพราะยังมีคนอื่นที่พร้อมจะออกมาต่อสู้ และยังมีมวลชนอีกมากมายที่แม้ไม่มีแกนนำเขาก็พร้อมที่จะออกมาต่อสู้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกนนำม็อบคณะราษฎรรายนี้ยังกล่าวว่า หวังว่าสถานการณ์การชุมนุมหลังจากนี้หากตนเข้าไปอยู่ในเรือนจำ จะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น เพราะจากเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิด เราก็ได้มีการพูดคุยเพื่อวางแผนให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น ทำให้จากเดิมที่เราเตรียมจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภาในวันนี้จึงต้องเลื่อนออกไปก่อน แต่ยืนยันว่าจะมีแน่นอน ซึ่งจะมีการแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปนัสยายังได้กล่าวขอโทษต่อเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในการชุมนุมวันที่ 13 ก.พ. โดยระบุว่า ทุกครั้งที่ผ่านมาก็จะมีกลุ่มที่ไม่ยึดแนวทางสันติวิธีเหมือนกับพวกราและมวลชนอีกหลายกลุ่ม ซึ่งพวกเราก็พยายามจะจัดการเรื่องนี้ให้ได้มาโดยตลอด แต่ในวันนั้นยอมรับว่าเราควบคุมไม่ได้ อันนี้เรายอมรับผิดจริงๆ เราควบคุมตรงนี้ไม่ได้ ผิดที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บของหลายๆ คน ซึ่งต้องขอโทษที่เราควบคุมไม่ได้ แต่หลังจากนี้ทุกอย่างจะรัดกุมและครอบคลุมขึ้น เราจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก&amp;nbsp; เรายังยืนยันว่าเรายังคงยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี และจะยึดมั่นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากต้องเข้าเรือนจำ การชุมนุมวันที่ 20 ก.พ.ที่นัดหมายไว้จะมีแนวทางอย่างไร น.ส.ปนัสยาตอบว่า ยังคงต้องมีการชุมนุม เพราะนัดหมายไว้แล้ว ส่วนรูปแบบและการเคลื่อนไหวจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ตอนนี้ก็มีการพูดคุยถกเถียงเรื่องการปรับกลยุทธ์ ยุทธศาสตร์ต่างๆ ขอยังไม่พูด เพราะส่วนตัวยังไม่ทราบว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น อย่างไรก็ตาม เป็นหน้าที่ของคนที่ยังอยู่จะพาขบวนการไปสู่เป้าหมายให้ได้ ซึ่งขอโอกาสเชื่อมั่นในตัวเราว่าเราจะทำอย่างดีที่สุดอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้น น.ส.ปนัสยาได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อกระทรวงยุติธรรม ศาลอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมอ่านแถลงการณ์ที่มีเนื้อหาคล้ายๆกันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 แจ้งนัดสั่งฟ้องคดีผู้ต้องหาแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร วันที่ 17 ก.พ. เวลา 10.00 น. ว่าผู้ต้องหาที่นัดในวันที่ 17 ก.พ. ทั้งหมด 18 คน เป็นคดีจากกรณีการชุมนุม 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.2563 ในจำนวนนี้มี 3 คน ที่โดนแจ้งข้อหาตาม ป.อาญา ม.112 คือ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ส่วนผู้ต้องหาจะมาครบหรือไม่นั้น ยังไม่มั่นใจ แต่ได้แจ้งผู้ต้องหาแล้ว เบื้องต้นได้รับการยืนยันว่าจะไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากผู้ต้องหามาไม่ครบ มีโอกาสที่จะมีการเลื่อนสั่งคดีหรือไม่ นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า เท่าที่ทราบจากพนักงานสอบสวน ถ้าใครส่งตัวก่อนก็จะฟ้องก่อน คนอื่นอาจจะฟ้องในภายหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการเตรียมยื่นร้องขอความเป็นธรรมและการยื่นประกันตัว นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ได้เตรียมยื่นร้องขอความเป็นธรรมขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม ยังไม่ต้องฟ้อง และเตรียมหลักประกัน โดยมีทีมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และ ส.ส.พรรคก้าวไกลจะมาประกันตัว เนื่องจากมีผู้ต้องหาหลายคน คงไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอในการประกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรายชื่อผู้ต้องหาที่อัยการนัดส่งฟ้อง ได้แก่ &amp;ldquo;รุ้ง&amp;rdquo; ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, &amp;ldquo;ไมค์&amp;rdquo; ภาณุพงศ์ จาดนอก, &amp;ldquo;ไผ่&amp;rdquo; จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, ชินวัตร จันทร์กระจ่าง, &amp;ldquo;จัสติน&amp;rdquo; ชูเกียรติ แสงวงศ์, ธนชัย เอื้อฤาชา, &amp;ldquo;ครูใหญ่&amp;rdquo; อรรถพล บัวพัฒน์, ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา, สุวรรณา ตาลเหล็ก, ภัทรพงศ์ น้อยผาง, ณัทพัช อัคฮาด, ณัฐชนน ไพโรจน์, ธานี สะสม, อดิศักดิ์ สมบัติคำ, สิทธิทัศน์ จินดารัตน์, &amp;ldquo;ฟอร์ด&amp;rdquo; อนุรักษ์ เจนตวนิชย์, ธนพ อัมพะวัต และ &amp;ldquo;แอมมี่&amp;rdquo; ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สวนสุรนารี (สวนรักษ์) ข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครราชสีมา ได้มีกลุ่มราษฎรกว่า 30 คนรวมตัวกันพร้อมมีการจัดรถสำหรับบันทึกเหตุการณ์การทำกิจกรรม มีการเขียนป้ายขนาดใหญ่ &amp;quot;เดินทะลุฟ้า คืนอำนาจให้ประชาชน&amp;quot; ระยะทาง 247.5 กิโลเมตร จากโคราชถึงกรุงเทพฯ โดยการนำของ 3 แกนนำคนสำคัญ ประกอบด้วย นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน และทราย-อินทิรา เจริญปุระ ในฐานะตัวแทนราษฎร และนายนิมิตร์ เทียนอุดม ตัวแทน People GO Network
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุภัทร์กล่าวว่า จะเดินเฉลี่ยวันละ 16 กิโลเมตร และหยุดพักระหว่างทาง ก็จะนั่งประทานอาหาร โดยจะไปถึงกรุงเทพฯ วันที่ 2 มีนาคมนี้ ระหว่างทางจะมีการพูดคุยพบปะกับเครือข่ายต่างๆ รวมทั้งพี่น้องประชาชน การจัดกิจกรรมครั้งนี้ก็อยากให้ประเด็นการเมืองเริ่มจากภูมิภาคเข้าไปหาส่วนกลาง และอยากให้ประเด็นปัญหาต่างๆ จากภูมิภาคเข้าไปสู่ส่วนกลาง การเดินครั้งนี้ก็เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยเพื่อนเรา เพราะการเดินครั้งนี้มาจากเพื่อนโดนจับขัง ซึ่งเขาบังคับให้เราสู้ ฉะนั้นการเดินก็คือการต่อสู้ การเดินให้ปล่อยเพื่อนเราและต้องไม่จับเพิ่มอีก 24 คน ที่คาดว่าจะถูกกักขังจองจำในวันที่ 17 ก.พ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93279</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนยุติธรรม, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, ม.112, สิทธิตาม รธน., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยงานยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210216/image_big_602be8220d8ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
