<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 19:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฎหมายห้ามประชานิยม! ประกาศแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.2561 - &amp;nbsp;ช่วงเย็นเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเล่ม 135 ตอนที่ 27 ก ได้เผยแพร่พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 เมษายนนี้ ซึ่งเนื้อหาของกฎหมายดังกล่าวมีทั้งสิ้น 87 มาตรา ซึ่งเหตุผลในการออกกฎหมายดังกล่าวระบุไว้ว่า โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพ และมั่นคงอย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับกรอบการดำเนินการทางการคลังและงบประมาณของรัฐ การกำหนดวินัยทางการคลัง&amp;nbsp;ด้านรายได้และรายจ่ายทั้งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ การบริหารทรัพย์สินของรัฐและเงินคงคลังและการบริหารหนี้สาธารณะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเนื้อหาของกฎหมายดังกล่าว นอกจากเรื่องของการรักษาวินัยการเงินการคลังแล้ว ที่น่าสนใจคือในมาตรา 9 ที่ระบุไว้ว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คณะรัฐมนตรีต้องรักษาวินัยในกิจการที่เกี่ยวกับเงินแผ่นดินตามพระราชบัญญัตินี้อย่างเคร่งครัดในการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายการคลัง การจัดทำงบประมาณ การจัดหารายได้ การใช้จ่าย การบริหารการเงินการคลัง และการก่อหนี้ คณะรัฐมนตรีต้องพิจารณาประโยชน์ที่รัฐหรือประชาชนจะได้รับ ความคุ้มค่า และภาระการเงินการคลังที่เกิดขึ้นแก่รัฐ รวมถึงความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่การเงินการคลังของรัฐอย่างรอบคอบ คณะรัฐมนตรีต้องไม่บริหารราชการแผ่นดินโดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังมีการกำหนดในการจัดทำงบประมาณที่น่าสนใจอีก คือ มาตรา 20 ที่กำหนดให้การการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีต้องมีหลักเกณฑ์ 1.งบประมาณรายจ่ายลงทุน ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 20%ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี และต้องไม่น้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลของงบประมาณประจำปีนั้น 2. งบประมาณรายจ่ายเกี่ยวกับบุคลากรของรัฐและสวัสดิการของบุคลากรของรัฐ ต้องตั้งไว้อย่างพอเพียง 3.งบประมาณรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐซึ่งเป็นหนี้สาธารณะที่กระทรวงการคลังกู้หรือค้ำประกัน ต้องตั้งเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายในการกู้เงินอย่างพอเพียง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมนั้น กำหนดไว้ในมาตรา 21 ระบุว่า การจัดทำ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ให้กระทำ ได้เมื่อมีเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องใช้จ่ายเงินระหว่างปีงบประมาณ โดยไม่สามารถรองบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณถัดไปได้ และให้ระบุที่มาของเงินที่จะใช้จ่ายตามงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมด้วย ส่วนงบกลางนั้นระบุว่า ให้ตั้งได้เฉพาะในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็นที่ไม่อาจจัดสรรหรือไม่สมควรจัดสรรงบประมาณรายจ่ายให้แก่หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบได้โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยังในมาตรา 23 ยังให้มีการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายแก่หน่วยงานของรัฐสภา ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรอัยการ ให้เพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระ โดยต้องคำนึงถึงการดำเนินงาน รายได้ เงินนอกงบประมาณ และเงินอื่นใดที่หน่วยงานนั้นมีอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รายละเอียดฉบับเต็มคลิกที่นี่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7442</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ, งบประมาณรายจ่าย, งบลงทุน, ประชานิยม, พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ, หน่วยงานอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65ddc9100a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คลังเสนอครม.ตั้งสถาบันบ่มเพาะ&#039;ฟินเทค&#039; ชูยกสถานะเป็นหน่วยงานอิสระ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังจ่อชง ครม. ตั้ง &amp;ldquo;สถาบันนวัตกรรมทางการเงินไฮเทค&amp;rdquo; บ่มเพาะฟินเทค หวังช่วยพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเงิน พร้อ ชูเป็นหน่วยงานอิสระเพื่อให้มีความคล่องตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย. 61 - นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;กระทรวงการคลังจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เห็นชอบตั้งสถาบันนวัตกรรรมทางการเงินไฮเทค &amp;nbsp;ซึ่งเป็นศูยน์บ่มเพาะธุรกิจที่เป็นฟินเทคทางด้านการเงิน โดยที่ผ่านมาในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็มีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวมีการทำแซนบ๊อกซ์ ให้สถาบันการเงินต่างๆ ไปทดลองทำนวัตกรรมการเงินในแซนบ๊อกซ์ ในส่วนของกระทรวงการคลังจะทำอีกมิติหนึ่ง คือ ให้มาศึกษาทำนวัตกรรมการเงินฟินเทค โดยใช้สถานที่และเครื่องมือและการสนับสนุนอื่นๆ เมื่อ ครม. เห็นชอบก็จะดำเนินการจัดตั้งทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สถาบันนวัตกรรมทางการเงินไฮเทค จะเป็นองค์กรอิสระเพื่อให้มีความคล่องตัว จะอยู่ภายใต้มูลนิธิ เหมือนกับสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) ที่อยู่ ภายใต้มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง โดยเป็นแขนขาและมันสมองหนึ่งของกระทรวงการคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถาบันนวัตกรรรมทางการเงินไฮเทคนี้ จะทำเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน ซึ่งเหมือนกับที่ต่างประเทศทำกัน และยังสอดรับกับโครงการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่นำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะทำเมืองอัจฉริยะโดยใช้สยามสแควเป็นฐานให้เด็กและประชาชนมาคิดทำเรื่องนวัตกรรมต่างๆ และในบริเวณของจุฬาฯ ก็จะทำเป็นเมืองอัจฉริยะ มีเทคโลยีนวัตกรรมใหม่ในการดำรงชีวิตที่เป็นสังคมแห่งอนาคต ทั้ง รถยนต์ยนต์และรถเมล์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ เพื่อให้การเดินทางในมหาวิทยาลัยลดมลพิษ ซึ่งสถาบันนวัตกรรรมทางการเงินที่กระทรวงการคลังตั้งขึ้นก็จะไปสนับสนุนโครงการของจุฬาฯ ด้วย&amp;rdquo; นายสุวิชญ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิชญ กล่าวอีกว่า สำหรับการออก พ.ร.ก. การประกอบสินทรัพย์ดิจิทัล จะมีผลบังคับในไม่ช้านี้ ซึ่งทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะต้องออกกฎหมายลูกมารองรับกำกับดูแล โดยผู้ที่ใช้คริปโตเคอเรนซี่ทั้ง โบรกเกอร์ ดีลเลอร์ ต้องมาขึ้นทะเบียนกับทาง ก.ล.ต. และการออกหน่วยสินทรัพย์ดิจิทัล (ไอซีโอ) ก็ต้องขออนุญาต ก.ล.ต. เหมือนกับการออกขายหุ้น ขณะที่ประชาชนที่ซื้อขายคริปโตเคอเรนซี่ จะต้องทำพิสูจน์ตัวตนว่าเป็นใคร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7185</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ฟินเทค, สถาบันนวัตกรรรมทางการเงินไฮเทค, สศค., สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, สุวิชญ โรจนวานิช, หน่วยงานอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a8429e9ae20b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
