<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยายผลค้าไม้ข้ามชาติ ค้นบ้านยึดไม้หวงห้ามอีก123แผ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 19 ส.ค.นายมงคล ไชยภักดี หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (หน่วยฯพญาเสือ) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่หน่วยฯพญาเสือ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เจ้าหน้าที่ส่วนยุทธการป้องกันและปราบปราม สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 1 สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) ทำการสืบสวนขยายผลหลังจากได้ติดตามรถยนต์บรรทุกไม้ประดู่แปรรูปออกมาจากป่าอนุรักษ์ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และรถคันดังกล่าวได้เข้าไปในโกดัง อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นและสามารถตรวจยึดไม้ประดู่แปรรูป จำนวน 105 แผ่น/เหลี่ยม มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นขบวนการค้าไม้ข้ามชาตินั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากการหาข้อมูลของรถยนต์ดังกล่าวที่ใช้ในการขนไม้ พบว่าเจ้าของและผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ขออนุมัติหมายค้นศาลจังหวัดฮอด โดยเมื่อมาถึงพบว่าบ้านมีลักษณะเป็นบ้านไม้ ไม่พบเจ้าของบ้านและมีการล็อคประตูด้วยกุญแจไม่สามารถเปิดได้ เจ้าหน้าที่ได้ประสานผู้ใหญ่บ้าน เพื่อสอบถามผู้ครอบครองที่ดินซึ่งแจ้งว่าไม่ทราบว่าเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวอยู่ไหน เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายค้นในการเข้าตรวจสอบโดยมีผู้ใหญ่บ้านรับทราบ จากการตรวจสอบบริเวณรอบบ้านพบมีอาวุธปืน เลื่อยโซ่ยนต์ ไม้เต็งแปรรูป และไม้ประดู่ป่าแปรรูปที่มีลักษณะและขนาดตามที่ได้ตรวจยึดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบพบไม้ทุกแผ่นผ่านการเลื่อยลักษณะใหม่ไม่เคยผ่านการเป็นสิ่งปลูกสร้างมาก่อนลักษณะ ถูกแปรรูปด้วยเลื่อยโซ่ยนต์ บางแผ่นติดเปื้อนดินคล้ายลักษณะไม้ที่ถูกเคลื่อนย้ายมาจากในป่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่ปรากฏรูปรอยดวงตราของพนักงานเจ้าหน้าที่ตีประทับไว้แต่อย่างใด &amp;nbsp;จากการตรวจนับเจ้าหน้าที่พบไม้หวงห้ามแปรรูป จำนวนรวม 123 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตรรวม 6.225 ลบ.ม. จึงได้ทำการตรวจยึดและแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่แจ่ม เพื่อสืบหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่หน่วยพญาเสือฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหวจากกล้องวงจรปิด CCTV บริเวณด่านตรวจสถานีบริการน้ำมัน&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นจุดที่รถขนย้ายไม้เคลื่อนที่ผ่านเพื่อพิสูจน์ทราบลักษณะและทะเบียนรถที่ใช้ในการกระทำความผิด จำนวนมากกว่า 4 คัน เพื่อเป็นข้อมูลในการขยายผลต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113837</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนการค้าไม้ข้ามชาติ, หน่วยพญาเสือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611dd7b04afb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 22:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้งเพิ่มสวมตั๋วช้าง  ค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยพญาเสือ กรมอุทยานฯ แจ้งเอาผิดเพิ่มเจ้าของแคมป์ช้างดังเมืองกาญจน์กับแก๊ง สวมตั๋วรูปพรรณร่วมกันค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ส่วนคนขายโดนอีกกระทง ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษหนักทั้งจำ-ปรับ ยันตรวจสอบ DNA-ข้อมูลจดทะเบียน พยานหลักฐานมัดแน่น &amp;nbsp;
จากกรณีหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจสอบบริษัท ช้างแม่น้ำแคว จำกัด (แคมป์ช้างวังจาน) เลขที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8 ต.วังด้ง อ.เมืองฯ จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;และได้ทำการตรวจยึดลูกช้างชื่อพลายคำน้อย เพศผู้ หลังตรวจพบว่าดีเอ็นเอไม่ตรงกับพ่อและแม่ช้างที่แจ้งไว้ รวมทั้งเลขไมโครชิปไม่ถูกต้องกับตัวสัตว์&amp;nbsp;นำมาสู่การจับกุมเจ้าของดำเนินคดีตามกฎหมายตามที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;
ความคืบหน้า วันที่&amp;nbsp;8 ก.ค. นายมงคล ไชยภักดี นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าหน่วยพญาเสือ เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของ ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดี อส. ให้ดำเนินการปราบปรามขบวนการล่าและค้าสัตว์ป่า ตนได้มอบหมายให้นายโดม จันทร์สุวรรณ์ เจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือ &amp;nbsp;ผช.หน.อุทยานฯ พุเตย เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ณว์พรรณ์ เทียมฉันท์ พนักงานสอบสวน สภ.ลาดหญ้า อ.เมืองฯ จ.กาญจนบุรี โดยร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมกับนายมินอ&amp;nbsp;สัตยาเรืองรอง, นายวันชัย&amp;nbsp;ไพรกล้าธรรม, นายโชคชัย ยศยิ่งอภิราม และนาย&amp;nbsp;Kenji&amp;nbsp;&amp;nbsp;Alison&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย ในความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562&amp;nbsp;ฐาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;ร่วมกันค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;rdquo;&amp;nbsp;ม.29&amp;nbsp;ม.89 ว.1&amp;nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยนายมินอ&amp;nbsp;สัตยาเรืองรอง มีความผิดเพิ่มอีก ฐาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;rdquo;&amp;nbsp;ตาม ม.17 ม.92&amp;nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายมงคลกล่าวต่อว่า หน่วยพญาเสือ พร้อมด้วยนายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผอ.ส่วนยุทธการ ด้านการป้องกันและปราบปราม สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า&amp;nbsp;ได้ออกติดตามสืบสวนสอบสวน จนได้พยานหลักฐานทราบแน่ชัดว่า ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564 บุคคลทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ร่วมกันค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง (ช้าง) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;โดยนายวันชัย ไพรกล้าธรรม และนายโชคชัย ยศยิ่งอภิราม เป็นนายหน้าติดต่อให้นาย&amp;nbsp;Kenji&amp;nbsp;Alison&amp;nbsp;มาทำข้อตกลงซื้อขายลูกช้างพลายคำน้อยของนายมินอ สัตยาเรืองรอง ที่อำเภอแม่ระมาด จ.ตาก ในราคา&amp;nbsp;1,600,000&amp;nbsp;บาท โดยจ่ายเงินมัดจำ&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาท ต่อมาได้ทำการโอนเงินให้อีกหลายครั้ง ครั้ง ละ&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;
จากนั้นนายหน้าทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายจะเป็นผู้ดำเนินการเรื่องขอออกเอกสาร ตั๋วทะเบียนรูปพรรณ สมุดทะเบียนเล่มที่&amp;nbsp;4211&amp;nbsp;ให้กับนายมินอ และทำเอกสารการขอโอนสัตว์พาหนะ เอกสารใบอนุญาต นำเคลื่อนย้ายฯ ของกรมปศุสัตว์ เพื่อนำลูกช้างจากอำเภอแม่ระมาด ไปส่งให้กับนาย&amp;nbsp;Kenji Alison&amp;nbsp;เพื่อให้นาย&amp;nbsp;Kenji Alison&amp;nbsp;นำไปโอนช้างเข้าอำเภอเมืองกาญจนบุรี โดยนายมินอได้เงินค่าตัวลูกช้าง&amp;nbsp;800,000&amp;nbsp;บาท โดยที่นายหน้าทั้ง 2 ได้รับ&amp;nbsp;800,000&amp;nbsp;บาท แต่จากการตรวจรหัสพันธุกรรมช้างพลายคำน้อย พบว่าช้างพลายคำน้อยที่อยู่กับนาย&amp;nbsp;Kenji Alison&amp;nbsp;เป็นช้างคนละตัวกันที่อยู่กับนายมินอ และจากการตรวจรหัสพันธุกรรมของช้างพลายคำน้อย ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง ก็ไม่พบว่ามีความสัมพันธ์ เป็นลูกของช้างพังแม่คำศรีแต่อย่างใด และไม่รู้ว่าช้างที่เป็นลูกของพังแม่คำศรีไปอยู่ที่ใด&amp;nbsp;ซึ่งอาจจะตายไปแล้วก็ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ต่อมาอำเภอแม่ระมาดได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้แจ้งยกเลิกเพิกถอนตั๋วรูปพรรณ ทะเบียนเล่มที่&amp;nbsp;4211&amp;nbsp;ของพลายคำน้อย พร้อมมอบหมายให้นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน ปลัดอำเภอ นำเอกสารหลักฐานไปแจ้งความเอาผิดกับนายมินอ สัตยาเรืองรอง ที่สถานีตำรวจภูธรแม่ระมาด จ.ตาก ฐาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้ใดครอบครองสัตว์พาหนะไว้ โดยไม่มีตั๋วรูปพรรณ หรือมีแต่ไม่ถูกต้องกับตัวสัตว์&amp;rdquo;&amp;nbsp;ตาม ม.21&amp;nbsp;ม.29&amp;nbsp;พ.ร.บ.สัตว์พาหนะ พ.ศ.2482&amp;nbsp;และฐาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;แจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่น หรือประชาชนเสียหาย&amp;rdquo;&amp;nbsp;และ ฐาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;แจ้งให้เจ้าพนักงาน ผู้กระทำตามหน้าที่ จดข้อความอันเป็นเท็จ ลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่อาจให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;ตาม ม.137&amp;nbsp;ม.267 ประมวลกฎหมายอาญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนลูกช้างพลายคำน้อย สัตว์ป่าของกลาง เจ้าหน้าที่มอบหมายให้นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระนำไปเลี้ยงดูแลที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.วังด้ง อ.เมืองฯ จ.กาญจนบุรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109092</URL_LINK>
                <HASHTAG>DNA-ข้อมูลจดทะเบียน, กรมอุทยานฯ, ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยพญาเสือ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e708bfc1f08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกบริษัทดัง ยึดไม้ประดู่หวงห้ามทั้งไม้ท่อนและแปรรูปมูลค่ากว่า 3 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.64 -&amp;nbsp;นายมงคล ไชยภักดี นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;หัวหน้าหน่วยฯ พญาเสือ เปิดเผยว่า หน่วยพญาเสือฯ ได้รับการแจ้งจาก หน.สปป.3&amp;nbsp;ภาคเหนือว่า มีการลักลอบทำไม้มีค่าหายาก ในเขตป่าสงวน ป่าอนุรักษ์ ในพื้นที่ จ.แพร่ และ จ.น่าน และนำมาสวมเป็นไม้มีเอกสารสิทธิ์ (ไม้มาตรา&amp;nbsp;7)&amp;nbsp;คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสะกดรอย ติดตามไม้ประดู่ท่อน ที่ได้ทำการติดตั้งเครื่องติดตามด้วยระบบ&amp;nbsp;GPSไว้ก่อนหน้า จนพบว่า ได้เคลื่อนย้ายไม้ออกจากป่า ไปรวบรวมไม้ไว้ที่โกดังแห่งหนึ่ง ใน อ.สูงเม่น จ.แพร่ ต่อมา เครื่องติดตามด้วยระบบ&amp;nbsp;GPS&amp;nbsp;ปรากฎที่พิกัด&amp;nbsp;17.525243, 103.017666&amp;nbsp;ตรวจสอบพบว่า มีการเคลื่อนย้ายไม้จากโกดัง ไปยังบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จ.อุดรธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชา และประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผอ.ส่วนยุทธการ ด้านป้องกันและปราบปราม&amp;nbsp;นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าหน่วยฯ พญาเสือพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย จนท.หน่วยพญาเสือ ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม,&amp;nbsp;สปป.2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ),&amp;nbsp;สบอ.10 (อุดรธานี)) จนท. ชุดพยัคฆ์ไพร,&amp;nbsp;ศปป.2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ),&amp;nbsp;ศูนย์ป่าไม้อุดรธานี,&amp;nbsp;หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้บ้านดุง,&amp;nbsp;หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อด.6 (หนองแสง) จนท.ฝ่ายปกครอง อ.พิบูลย์รักษ์&amp;nbsp;ทหารกอ.รมน. จ.อุดรธานี ตำรวจสันติบาลอุดรธานี,&amp;nbsp;ตำรวจ สภ.พิบูลย์รักษ์,&amp;nbsp;ตำรวจ บก.ปทส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกำลังจนท.เดินทางนำหมายค้น ศาลจังหวัดอุดรธานี เข้าตรวจสอบบริษัท อาร์ทีเอ็น วู้ด จำกัด โดยมีนางรัตนา (สงวนนามสกุล) เป็นผู้นำตรวจสอบ และให้ข้อมูลพบไม้ประดู่ท่อน&amp;nbsp;75&amp;nbsp;ท่อน ปริมาตร&amp;nbsp;39.304&amp;nbsp;ลบ.ม. ไม้ประดู่แปรรูป&amp;nbsp;142&amp;nbsp;เหลี่ยม ปริมาตร&amp;nbsp;29.710&amp;nbsp;ลบ.ม. รวมมูลค่าความเสียหาย&amp;nbsp;3,455,340&amp;nbsp;บาท โดยนางรัตนา อ้างว่าไม้ทั้งหมดมีเอกสารหลักฐานถูกต้อง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการยึดไม้ทั้งหมดไว้ เพื่อตรวจสอบหลักฐานการได้มา ของไม้ตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันพบว่า โรงงานดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ โดยใช้เครื่องจักรตามกฎหมายแต่อย่างใด การกระทำของนางรัตนาเป็นความผิดฐาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ โดยไม่ได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;rdquo;&amp;nbsp;และฐาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;มี ผลิต หรือนำเข้าเลื่อยโซ่ยนต์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน&amp;rdquo; จึงได้ตรวจยึดเครื่องจักร จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;รายการ พร้อมควบคุมตัวนางรัตนาฯ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.พิบูลย์รักษ์ โดยได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ กล่าวโทษดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98680</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป่าไม้, จังหวัดน่าน, จังหวัดแพร่, สภ.พิบูลย์รักษ์, หน่วยพญาเสือ, ไม้ประดู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d8a8243033.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2021 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2021 20:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พญาเสือ&#039; รวบโจ๋ลอบค้าสัตว์ป่าออนไลน์ พร้อมลูกนากเล็กเล็บสั้น 3 ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ม.ค.64 - นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หน.หน่วยพญาเสือ เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. ได้มอบหมายให้ ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดี อส. สั่งการให้ หน่วยฯพญาเสือ ปฎิบัติการกวาดล้าง ขบวนการ ล่า ครอบครอง และค้าสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ทางสื่อออนไลน์อย่างเฉียบขาดต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หน.หน่วยพญาเสือ นายมงคล ไชยภักดี รองหน.หน่วยพญาเสือ นางสาวเนตรนภา งามเนตร จนท.พญาเสือ/หน.วนอุทยานฯเขานางพันธุรัต ได้ทำการสืบสวน การลักลอบค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ทางสื่อออนไลน์ (เฟสบุ๊ก) โดยโพสต์ข้อความประกาศขาย และรูปภาพของสัตว์ป่าคุ้มครอง เช่น นกเค้า, นกหกเล็กปากดำ, ลิงลมหรือนางอาย, ลิงแสม, กระจงเล็ก, นากเล็ก เล็บสั้น, นกทึดทือมลายู ในเฟสบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;บังโต สัตว์เลี้ยง&amp;rdquo; ซึ่งเป็นเฟสบุ๊กของนายสัญชัย ไม่มีนามสกุล อายุ 17 ปี (มีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย) ภูมิลำเนาเป็นคนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายสัญชัยฯ ได้ประกาศขายลูกนากเล็กเล็บสั้นในเฟสบุ๊ก จนท.จึงดำเนินการติดต่อขอซื้อ โดยนายสัญชัยฯ เสนอขายนากเล็กเล็บสั้น จำนวน 3 ตัวในราคา 9,000 บาท และนัดหมายรับส่ง ที่บริเวณหน้าร้าน Seventeen salon &amp;amp; Massage ถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยนายสัญชัยฯ ได้นำนากเล็กเล็บสั้น บรรจุใส่ในกล่องกระดาษสีน้ำตาล เจาะรูบายอากาศ ปิดมิดชิด มาส่งให้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวนายสัญชัยฯ เพื่อทำการขยายผล หาผู้ร่วมขบวนการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทราบว่า นายสัญชัยฯ สั่งซื้อสัตว์ป่าคุ้มครองทั้งหมด มาจากนายรุสลาน หะแว และนำมาประกาศขายในเฟสบุ๊ก ชื่อ &amp;ldquo;บังโต สัตว์เลี้ยง&amp;rdquo; ซึ่งเป็นเฟสบุ๊กของนายสัญชัยฯ เอง โดยนายรุสลาน หะแว จะส่งสัตว์ป่าคุ้มครองมาให้ ทางรถโดยสารประจำทาง สถานีขนส่งสายใต้ เพื่อนำมาจำหน่าย ซึ่งนายสัญชัยฯ เคยรับสัตว์ป่าคุ้มครอง จากนายรุสลาน หะแว แล้วทั้งสิ้นจำนวน 9 ตัว ประกอบด้วย นากเล็กเล็บสั้น 3 ตัว, นกหกเล็กปากดำ 3 ตัว, นกเค้า 1 ตัว, นางอายหรือลิงลม 1 ตัว และนกทึดทือมลายู 1 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ เห็นว่า พฤติกรรมการลักลอบครอบครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าวของนายสัญชัยฯ เป็นการกระทำความผิดกฎหมาย ว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ฐาน &amp;ldquo;มีไว้ในครอบครอง ซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;rdquo; ตามมาตรา 17 และ มาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติสงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฐาน &amp;ldquo;ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;rdquo; ตามมาตรา 29 และมาตรา 89 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ ตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครอง นากเล็กเล็บสั้น จำนวน 3 ตัว มูลค่าของกลาง ประมาณ 9,000 บาท ไว้เป็นของกลาง นำไปเลี้ยงอนุบาล ที่กลุ่มงานสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า และจัดทำบันทึกการตรวจยึด พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88557</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, ค้าสัตว์ป่า, หน่วยพญาเสือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210101/image_big_5fef206658bd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2020 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2020 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พญาเสือ&#039; บุกโรงแรมดังกลางกรุง พบซากสัตว์ป่า &#039;หนังเสือโคร่ง-เต่าทะเล&#039; เพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24&amp;nbsp;ธ.ค.63 - นายพนัชกร โพธิบัณฑิต นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าหน่วยฯ พญาเสือ เปิดเผยว่าตามนโยบาย/ข้อสั่งการของ ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. และ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดี อธิบดีกรมอุทยานฯ ให้ดำเนินการปราบปราม กลุ่มขบวนการค้า ครอบครองสัตว์ป่า อย่างฉียบขาด โดยให้ดำเนินการตรวจสอบ โรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งใน กรุงเทพฯ ตามที่มีการร้องเรียนว่า มีการนำซากสัตว์ป่าหลายชนิด ประดับตกแต่งภายในโรงแรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผอ.สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า​ นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าหน่วยฯ พญาเสือ นำกำลังเจ้าหน้าที่ หน่วยพญาเสือ เจ้าหน้าที่ชุดเหยี่ยวดง เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ&amp;nbsp;1362&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานสนับสนุนการป้องกัน และปราบปรามที่&amp;nbsp;1 (ภาคกลาง) เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. นำหมายค้นเข้าตรวจสอบโรงแรมดังแห่งหนึ่ง แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง จำนวน&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ซาก ประกอบไปด้วย ซากเต่ากระ เต่านา เต่าหญ้า เต่าบัว เต่าตะนุ เต่าเดือย เต่าหับ หนังเสือลายเมฆ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ผืน หนังเสือดาว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ผืน กะโหลกหัวเสือดาว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หัว และหนังเสือโคร่ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ผืน ซึ่งถูกประดับตกแต่ง บริเวณทางเดินภายในโรงแรม และในห้องพักส่วนตัว ของเจ้าของโรงแรม โดยไม่มีเอกสารหลักฐาน การได้มาของซากดังกล่าว จากทางราชการแต่อย่างใด&amp;nbsp;&amp;nbsp;คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึด ซากสัตว์ป่าดังกล่าว ไว้ เป็นของกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทราบว่าเจ้าของโรงแรมดังกล่าว เป็นชาวต่างชาติและชาวไทย ทำธุรกิจร่วมกัน ขณะเข้าตรวจค้นไม่พบตัว ในโรงแรมดังกล่าวแต่อย่างใด คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้พิจารณาร่วมกันเห็นว่า พฤติกรรมการลักลอบ ครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นการกระทำความผิดกฎหมาย ว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฐาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;มีไว้ในครอบครอง ซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;rdquo;&amp;nbsp;ตามมาตรา&amp;nbsp;17&amp;nbsp;และ มาตรา&amp;nbsp;92&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562&amp;nbsp;มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี หรือ ปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ ตรวจยึดซากสัตว์ป่า&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ชนิด จำนวน&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ซาก มูลค่าของกลาง ประมาณ&amp;nbsp;678,000&amp;nbsp;บาท ไว้เป็นของกลาง พร้อมทั้งจัดทำบันทึกการตรวจยึด พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง แจ้งความกล่าวโทษกรรมการโรงแรม ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปทส. เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87910</URL_LINK>
                <HASHTAG>หน่วยพญาเสือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201224/image_big_5fe484411c3bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2020 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2020 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หน่วยพญาเสือ&#039; ลุยกวาดล้างขบวนการค้าสัตว์ป่า ช่วย &#039;สุนัขจิ้งจอก&#039; 2 ตัวกลับคืนธรรมชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค. 63 - ที่จังหวัดกาญจนบุรี หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ ผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (หน่วยพญาเสือ) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ดำเนิน​การ​กวาดล้างขบวนการตัดไม้ ทำลายป่า​ ล่าและค้าสัตว์ป่าอย่างเฉียบขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดแรก นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หน.หน่วยเฉพาะกิจพญาเสือ พร้อมด้วยนายมงคล ไชยภักดี จนท.หน่วยพญาเสือ นายอรรถพล เภาอ่อน จนท.ชุดพญาเสือ / หน.วนอุทยานชะอำ น.ส.เนตรนภา งามเนตร จนท.ชุดพญาเสือ / หน.วนอุทยานเขานางพันธุรัต นายยุทธพงศ์ &amp;nbsp;ดำศรีสุข หน.อุทยานแห่งชาติพุเตย /จนท.ชุดพญาเสือ นายโดม จันทร์สุวรรณ จนท.ชุดพญาเสือ/ผช.หน.อุทยานฯไทรโยค นำกำลังเข้าตรวจสอบ เรื่องร้องเรียนการครอบครอง​ และค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง​ออนไลน์ ผ่านเฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;แค่เอาชื่อนี้ออก&amp;quot; โดยมีการโพสต์ข้อความขาย คลิปวีดีโอ และรูปภาพสุนัขจิ้งจอก ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 190&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำลังเจ้าหน้าที่นำหมายค้นจากศาลจังหวัดแพร่ เข้าดำเนินการเข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 5 ต.วังธง อ.เมืองแพร่ จ. แพร่ พบว่า​บ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้านปูนสองชั้น โดยมีนางสาวรัตนาภรณ์ เหมืองทอง อายุ 30 ปี เจ้าของบ้าน เป็นผู้นำตรวจค้น ภายในบริเวณบ้าน พบสุนัขจิ้งจอก จำนวน 2 ตัว​ ถูกขังไว้ในกรงเหล็ก 2กรง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว นางสาวรัตนาภรณ์ เหมืองทอง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังหงษ์ ดำเนินคดีความผิดตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562​ ฐานค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง และฐานครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดที่ 2 นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หน.หน่วยเฉพาะกิจพญาเสือ นำกำลังเข้าตรวจสอบ จากการร้องเรียนผ่านทางสื่อออนไลน์จากราษฎรในพื้นที่ฯ​ว่า​ มีการลักลอบแปรรูปไม้โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ในวัดชื่อดังแห่งหนึ่ง พื้นที่อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี พบกับพระขวัญชัย พูนโคก อายุ 27 ปี ซึ่งแสดงตัวเป็นรักษาการเจ้าอาวาส นำตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำลังเจ้าหน้าที่กระจายตรวจสอบรอบๆบริเวณวัด พบแท่นเลื่อยวงเดือนประกอบใบเลื่อยวงเดือน จำนวน 1 ตัว มีขี้เลื่อยจากการเลื่อยไม้ติดอยู่ในลักษณะขี้เลื่อยใหม่ พื้นโดยรอบโต๊ะเลื่อยวงเดือน &amp;nbsp;พบกองขี้เลื่อยลักษณะใหม่ เป็นจำนวนมาก ไม่ห่างกัน พบแท่นเลื่อยสายพานดัดแปลงจำนวน 1 ชุด ติดตั้งไว้กับรางเหล็กสำหรับวางไม้ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ยี่ห้อฮอนด้า &amp;nbsp;รวมทั้งพบกองไม้หวงห้ามแปรรูป จำนวน​ 2,779 &amp;nbsp;แผ่น/เหลี่ยม​ ปริมาตรรวม​ 13.31 ลูกบาศก์เมตร​ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐประมาณ 260,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพระขวัญชัย พูนโคก ซึ่งแสดงตัวเป็นรักษาการเจ้าอาวาส &amp;nbsp;ได้ให้ถ้อยคำกับพนักงานเจ้าหน้าที่ว่า &amp;nbsp;อุปกรณ์แปรรูปไม้ทั้งหมด ที่ติดตั้งถาวรภายในโกดัง ตนเป็นผู้จัดตั้งขึ้น เพื่อไว้สำหรับแปรรูปไม้ท่อน เพื่อเตรียมสร้างที่พักสำหรับพระสงฆ์ ส่วนไม้ท่อนที่นำมาแปรรูปนั้น ได้รับบริจาคมาจากชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่หน่วยพญาเสือ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา &amp;nbsp;ฐาน &amp;ldquo;ห้ามมิให้ผู้ใดแปรรูปไม้ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;ฐาน &amp;ldquo;ห้ามมิให้ผู้ใดตั้งโรงงานแปรรูปไม้ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่​ ฐาน &amp;ldquo; ห้ามมิให้ผู้ใดมีไม้สักแปรรูปไม่ว่าจำนวนเท่าใดไว้ในครอบครอง หรือมีไม้แปรรูปชนิดอื่น เป็นจำนวนเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร โดยมิได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;ฐาน &amp;ldquo;มี ผลิต หรือนำเข้าเลื่อยโซ่ยนต์ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;โดยมอบให้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สพ 1 (ด่านช้าง) แจ้งความกล่าวโทษ/ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65883</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, สุนัขจิ้งจอก, หน่วยพญาเสือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebcad6079b8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุทยานฯเอราวัณ&#039; ปักป้ายสั่งรื้อรีสอร์ทดังเมืองกาญจน์ภายใน 30 วัน หลังยื้อมานานเกือบ 4 ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.63 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายปรยุษณ์ ไวว่อง หัวหน้าอุทยานฯเอราวัณ นายยุทธพงศ์ ดำศรีสุข เจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือ/หน.อุทยานฯพุเตย และคณะเจ้าหน้าที่ จำนวน 20 นาย ได้เดินทางมาติดประกาศคำสั่งรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างฯ บริเวณด้านหน้ารีสอร์ทชื่อ &amp;quot;กกกอด&amp;quot; ตำบลช่องสะเดา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีนายศิริยุทธ สิริยุทธพงษ์ เป็นเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสินหรือสิ่งอื่นใดของรีสอร์ทไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติเอราวัณ โดยมีนายวณฐพงศ์ วัชระโชควรากุล ผู้จัดการเป็นผู้รับมอบเอกสารข้อกฎหมาย รายละเอียดของการแจ้งรื้อถอน เพื่อแจ้งให้เจ้าของทราบ โดยนายวัชระ ได้เดินนำคณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในรีสอร์ท ที่มีการปลูกสร้างที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2559 เจ้าหน้าที่อุทยานฯได้เข้าตรวจสอบรีสอร์ท พบว่ามีนายศิริยุทธ สิริยุทธพงศ์ เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองพื้นที่ มีการก่อสร้างบังกะโลที่พักรวม 18 รายการ บุกรุกพื้นที่อุทยานฯ 8 ไร่ 1งาน 62 ตารางวา ทำให้รัฐเสียหาย 420,053 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึด และเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสภ.ลาดหญ้า ดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาอัยการจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนายศิริยุทธ &amp;nbsp;สิริยุทธพงศ์ ในคดีอาญาที่ 244/ 2559 เนื่องจากขาดเจตนากระทำผิด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ก็ยังมีอำนาจเข้าไปรื้อถอนรีสอร์ทแห่งนี้ได้ เทียบเคียงคำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุด ที่ อส. 31/2559 หลังจากนั้นมีคำสั่งศาลปกครองสูงสุดลงวันที่ 10 มกราคม 2562 ไม่รับอุทธรณ์ของนายศิริยุทธ สิริยุทธพงศ์ ที่อุทธรณ์ไม่ให้รื้อถอนรีสอร์ทแห่งนี้ จึงถือว่าคดีนี้เป็นอันถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จึงอาศัยอำนาจ มาตรา 35( 2 ) พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ฉบับใหม่พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นการใช้กฎหมายฉบับใหม่ กับพื้นที่นี้กรณีนี้เป็นแห่งแรก โดยประกาศคำสั่งให้ นายศิริยุทธ สิริยุทธพงษ์ และบริวาร ที่มีภูมิลำเนา อยู่บ้านเลขที่ 55/ 5 หมู่ที่ 8 ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ให้รื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใดของรีสอร์ทแห่งนี้ไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศคำสั่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อครบกำหนดเวลาตามประกาศคำสั่งแล้ว หากยังดื้อเพ่งไม่รื้อถอน จะถูกดำเนินคดีฐาน ฝ่าฝืนประกาศคำสั่งนี้ ระวังโทษจำคุก ตั้งแต่ 1 ปี ถึง 3 ปี ปรับไม่เกิน &amp;nbsp;3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องระวางโทษปรับรายวันอีกวันละ 1 หมื่นบาท จนกว่าจะได้มีการรื้อถอนเสร็จ และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนให้กับทางราชการ จำนวน 242,733.22 บาท และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในอัตราร้อยละ 25 ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากคณะเจ้าที่ปิดประกาศคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ก็จะเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรลาดลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี และหากครบกำหนดเวลาตามประกาศคำสั่งแล้วนายศิริยุทธ สิริยุทธพงศ์ ยังดื้อเพ่งไม่ดำเนินการรื้อถอน จะมาแจ้งความดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนประกาศคำสั่งตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ฉบับใหม่ และจะส่งเรื่องให้ปปง.ดำเนินคดีตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (15) ให้ยึดเงินหรือทรัพย์สิน ที่ได้มาจากการค้าเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติต่อไปอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57708</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, บุกรุกป่า, รีสอร์ทกกกอด, รื้อถอนรีสอร์ท, สภ.ลาดหญ้า, หน่วยพญาเสือ, อุทยานแห่งชาติเอราวัณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200220/image_big_5e4e22e830980.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
