<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหิดลเร่งวิจัยหน้ากาก N95 ชนิดกรองฝุ่น PM2.5  ใช้ป้องกันไวรัสโควิดที่อนุภาคเล็กกว่าได้   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 18 เม.ย. - ผศ.ดร.เอื้อมพร&amp;nbsp;มัชฌิมวงศ์&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เป็นที่ทราบกันดีว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp; PM 2.5&amp;nbsp;เกิดจากการจราจร&amp;nbsp;การเผาไหม้เชื้อเพลิงในยานพาหนะ การประกอบอุตสาหกรรม&amp;nbsp;การเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และไฟป่า&amp;nbsp;จนเมื่อเกิดสถานการณ์&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;และมีมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาด&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การเว้นระยะห่างทางสังคม&amp;nbsp;(Social Distancing)&amp;nbsp;ซึ่งต่อมาให้ใช้เป็นการเว้นระยะห่างทางกายภาพ&amp;nbsp;(Physical Distancing)&amp;nbsp;การรณรงค์ให้ทำงานจากที่บ้าน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Work From Home&amp;nbsp;ตลอดจนการประกาศเคอร์ฟิว&amp;nbsp;ห้ามไม่ให้ประชาชนออกจากเคหสถานตามพื้นที่และระยะเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;พบว่า เป็นการส่งผลดีทำให้กิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ที่เป็นแหล่งกำเนิด&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ชะลอตัวลง ทั้งยังพบว่า สภาพอากาศที่ร้อนในช่วงนี้&amp;nbsp;ส่งผลดีต่อการกระจายตัวของฝุ่น PM 2.5&amp;nbsp;ทำให้การยกตัวและไหลเวียนของอากาศเกิดได้ดี&amp;nbsp;ช่วยพัดพาและลดการสะสมของฝุ่นละอองไปด้วย อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เป็นที่วิตกกันในกลุ่มนักวิชาการสิ่งแวดล้อมว่า&amp;nbsp;เมื่อปัญหา&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;บรรเทาไปแล้ว&amp;nbsp;และผู้คนกลับมาใช้ชีวิตปกติ&amp;nbsp;กิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ที่ก่อให้เกิด&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;จะกลับมาอีกครั้ง&amp;nbsp;หากไม่มีมาตรการมาป้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.เอื้อมพร กล่าวว่า หน้ากาก&amp;nbsp;N95 กำลังเป็นที่ต้องการอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;nbsp;ซึ่งมีทั้งแบบใช้ทางการแพทย์&amp;nbsp;และกรองฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;กรมควบคุมโรค&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ได้ประกาศว่า&amp;nbsp;หน้ากาก&amp;nbsp;N95&amp;nbsp;ชนิดที่ใช้กรองฝุ่นไม่สามารถนำมาใช้ป้องกันเชื้อไวรัส&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;เนื่องจากมีอนุภาคที่เล็กกว่ามาก&amp;nbsp;โดยฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;เป็นฝุ่นที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;ในขณะที่เชื้อไวรัส&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;มีขนาดอนุภาคเพียง0.05-0.2&amp;nbsp;ไมครอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;&amp;nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์ที่คาบเกี่ยวระหว่างปัญหามลพิษฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจึงทำให้เกิดโจทย์วิจัยว่าจะทำอย่างไรให้หน้ากาก&amp;nbsp;N95&amp;nbsp;ใช้กรองได้ดีทั้งฝุ่นและเชื้อโรค ขณะนี้มหาวิทยาลัยมหิดลกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยด้านวัสดุที่จะมาใช้ผลิตหน้ากาก&amp;nbsp;N95&amp;nbsp;การพัฒนาแผ่นกรองจากวัสดุบางชนิดที่จะมาใช้กับหน้ากาก&amp;nbsp;N95&amp;nbsp;รวมถึงการออกแบบและจำลองทางวิศวกรรมศาสตร์ในการออกแบบหน้ากาก&amp;nbsp;N95&amp;nbsp;ที่เหมาะสม&amp;nbsp;รวมไปถึงการร่วมวิจัยแบบสหสาขาวิชา&amp;nbsp;ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;และสังคมศาสตร์ด้วย ถึงเวลาแล้วที่เราต้องคิดเตรียมหามาตรการมารองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;หวังให้นวัตกรรมการพัฒนาออกแบบหน้ากาก&amp;nbsp;N95&amp;nbsp;มาช่วยตอบโจทย์&amp;nbsp;และไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์อะไรขอเพียงคนไทยมีสติและกำลังใจ&amp;nbsp;จะสามารถฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลายที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน&amp;nbsp; &amp;quot;&amp;nbsp;ผศ.ดร.เอื้อมพร&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63529</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝุ่นPM2.5, มหาวิทยาลัยมหิดล, วิจัยหน้ากากป้องกันโควิด, หน้ากากN95</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200418/image_big_5e9a9fb3cb8f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ห่วงบุคลากรทางการแพทย์หลังป่วยโควิด99คน&#039;อนุทิน&#039;ลั่นทุกรพ.ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันพร้อมใช้งาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.63 - เมื่อเวลา 13.15 น.ที่อาคารสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันประชุมขับเคลื่อนนโยบายและความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคคลกรทางการแพทย์ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน เปิดเผยว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากข้อมูลวันที่ 15 เม.ย. 63 ผ่านมาพบบุคลากรสาธารณสุขติดเชื้อ 99 รายหรือคิดเป็นร้อยละ 3.75 ของผู้ป่วยทั้งหมด ขณะที่ทั่วโลกพบร้อยละ 4-9&amp;nbsp; ซึ่งจากข้อมูลนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีความห่วงใยความปลอดภัยของบุคลากรทุกคน เนื่องจากถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงจากการปฎิบัติหน้าที่และต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย&amp;nbsp; ดังนั้นจึงมีมติให้ประกาศเป้าหมาย เรื่องความปลอดภัยของบุคลากรสาธารณสุข ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp; โดย ให้สถานบริการพยาบาลทุกแห่งดำเนินการจัดสรรหน้ากากอนามัย Surgical Mask และหน้ากากN95 รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ ให้เพียงพอและมีสำรองพร้อมใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้หากบุคลากรมีความเสี่ยงหรือสงสัยว่าติดเชื้อต้องได้รับการตรวจคัดกรองและรักษาทันที รวมทั้งมีหลักประกันคุ้มครองดูแลและเยียวยาบุคลากรสาธารณสุขที่ติดเชื้อจากการปฎิบัติหน้าที่และมีช่องทางการให้ความรู้ และพร้อมรับฟังความต้องการของบุคลากรสาธารณสุขทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล&amp;nbsp; กล่าวถึงการประเมินสถานการการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ว่า มี 3 ส่วนที่จะต้องประเมิน คือ1.อัตราเคสใหม่ แม้อัตราการติดเชื้อจะลดลงเรื่อยๆแต่ก็อย่าเพิ่งดีใจ&amp;nbsp; เพราะประเมินสถานการณ์อย่างน้อย 14 วัน&amp;nbsp; 2. จำนวนผู้ป่วยวิกฤติ ซึ่งแม้จำนวน&amp;nbsp; 3.อัตราการติดเชื้อที่มีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp; เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้ป่วยมีมากขึ้น จะส่งผลให้โรงพยาบาลไม่สามารถรับผู้ป่วยได้เพียงพอ&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามแม้ว่าผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วมีจำนวนมากกว่าผู้ติดเชื้แ&amp;nbsp; แต่อย่าเพิ่งไว้วางใจโดยขอให้ประชาชนอยู่ล้าน เว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัยทและล้างมือให้สะอาด อย่าชะลอมาตรแม้แต่นิดเดียว มิฉะนั้นอาจจะเป็นเหมือนญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ที่มีผู้ติดเชื้อก้าวกระโดด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มีคนออกจากรพ.มากกว่าคนติดเชื้อ เรามี 1400 รายแล้ว ถ้าตัวเลขดีขึ้นเรื่อยฟเราถึงไว้วางใจ แต่จอนนี่อย่าเพิ่งไว้วางใจ โดยขอให้อยู่บ้าน เว้นระยะห่างทางสัมคมให้พอ ใส่หน้ากาก อย่าชะลอแม้แต่นิดเดียว ไม่งั้นเราจะเป็นเหมือนสิงคโปร์ และญี่ปุ่น&amp;quot;นพ.ประสิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63440</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุทิน ชาญวีรกุล, บุคลากรทางการแพทย์, ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา, หน้ากากN95</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e996043f325f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 09:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“UV-C ”สยบโควิด-19 บนหน้ากาก N95  “ ใช้ซ้ำได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้ากากN95 ฆ่าเชื้อโควิด-19 โดยรังสี UV-C

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ยอดผู้ติดเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVIC-19)ในไทยทะลุ 2พันรายไปแล้ว และคาดว่าจะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง &amp;nbsp;อีกทั้ง ยังไม่สามารถประมาณการได้ว่า &amp;nbsp;สถานการณ์การระบาด จะหยุดลงเมื่อไหร่ &amp;nbsp; ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการขาดแคลนเวชภณฑ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะหน้ากากอนามัย ทั้ง หน้ากาก N95 และ Surgical Mask &amp;nbsp;ที่จะช่วยให้บุคคลากรทางการแพทย์ ที่ต้องดูแลผู้ป่วย ปลอดภัยในขณะปฎิบัติหน้าที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดขาดแคลนหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นทุกวัน &amp;nbsp;และแม้ว่าจะมีงบประมาณจัดซื้อ แต่ก็ไม่สามารถจัดหาเวชภัณฑ์ทางการแพทย์เหล่านี้ให้เพียงพอกับความต้องการได้ เพราะหน้ากากอนามัยต่างๆ กำลังเป็นที่ต้องการของประเทศต่างๆทั่วโลก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในสภาวะปกติ หน้ากากอนามัยต้องใช้ครั้งเดียวแล้วต้องทิ้ง &amp;nbsp;เพราะถือว่ามีการปนเปื้อนไปแล้ว &amp;nbsp; แต่ในสถานการณ์ที่มีโรคระบาดลุกลามในขณะนี้ ทำให้เกิดแนวความคิดว่า ต้องหาวิธี นำหน้ากากอนามัย N95 ที่ถือว่าเป็นหน้ากากที่ป้องกันเชื้อโควิด -19 ที่มาจากการไอ จาม มีละลองฟุ้งกระจายมีประสิทธิภาพมากที่สุด นำกลับมาใช้ใหม่ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นที่มา นำมาสู่ความร่วมมือของหลายองค์กร &amp;nbsp; อาทิ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) &amp;nbsp;และภาควิชาอายุรศาสตร์ ห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี ฯลฯ คิดค้นและวิจัยหาวิธีฆ่าเชื้อโควิด -19 บนหน้ากากอนามัยอย่างมีประสิทธิภาพ และนำกลับมาใช้งานซ้ำได้อย่างปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรค
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ไบโอเทค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) &amp;nbsp;กล่าวว่า หลังเกิดโรคระบาดโควิด-19 หน้ากากอนามัยเริ่มขาดแคลน &amp;nbsp;ทีมวิจัยได้ศึกษาพบว่า การฆ่าเชื้อด้วยการฉายรังสีอัลตราไวโอเลต หรือ UV-C เพื่อนำหน้ากากอนามัยและหน้ากาก N95 กลับมาใช้ซ้ำ ตอนแรกทีมวิจัยเสนอวิธีทำลายเชื้อโรคด้วยการอบความร้อน แต่การใช้ความร้อนที่สูงเกินไปอาจทำลายเส้นใยหรือพื้นผิวของหน้ากากอนามัยเสียหาย รวมถึงวิธีนี้ เป็นวิธีฆ่าเชื้อแบบเปียก ทำให้เกิดความชื้น ทางแพทย์กังวลหน้ากากใช้ซ้ำเสี่ยงมีเชื้อรา ทีมวิจัยพิจารณาวิธีต่อมา เป็นการฉายรังสีอัลตราไวโอเลต หรือ UV-C &amp;nbsp;คนไทยเรียกว่า รังสียูวีซี เป็นพลังงานแสงแม่เหล็ก จากการทดสอบพบว่าทำลายเชื้อไวรัสโคโรนาได้ผล

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.อนันต์ กล่าวว่า เรามีไวรัสโคโรน่าจากหมูในหลอดทดลอง &amp;nbsp;ซึ่งไทยเป็นรายแรกของโลกที่สร้างไวรัสโคโรนาในหลอดทดลองสำเร็จเมื่อ 8 ปีก่อน และมีตู้ปลอดเชื้อด้วยแสงยูวี นำมาสู่การทดสอบ โดยตัดหน้ากากอนามัยออกเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม &amp;nbsp;วางในจานเพาะเชื้อ จากนั้นนำเชื้อไวรัสโคโรนาในหมู มาเป็นต้นแบบ ใช้อนุมานได้ว่า เป็นเชื้อโควิดรุนแรงติดต่อจากคนสู่คน เพราะไวรัสชนิดนี้วิธีเข้าสู่เซลล์ และการเพิ่มเซลล์เหมือนกัน &amp;nbsp; มาผสมกับสารอาหารเลี้ยงเซลล์ ฉีดพ่นลงหน้ากากอนามัยที่อยู่ในจานเพาะเชื้อ &amp;nbsp;แบ่งเป็นหน้ากากด้านนอก (สีเขียว) และหน้ากากด้านใน (สีขาว) แล้วนำไปฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวีในตู้ปลอดเชื้อประมาณ 30 นาที เมื่อเสร็จแล้วนำมาผสมกับสารอาหารเลี้ยงเซลล์อีกครั้ง ทิ้งไว้ เพื่อให้ไวรัสที่เหลืออยู่ออกมาจากพื้นผิวหน้ากากอนามัย ก่อนนำไปใส่เซลล์ใหม่ &amp;nbsp;เมื่อส่องกล้องดูได้ผลสรุปว่า ไม่มีเซลล์สีแดง ซึ่งหมายถึงไม่พบเชื้อไวรัสโคโนนาเหลืออยู่ จึงเสนอผลทดสอบให้ รพ.รามาธิบดี นำไปใช้ฆ่าโควิดบนหน้ากาก ขณะนี้นำไปสู่การปฏิบัติแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; หมอบอกที่ขาดแคลนหนักมาก คือ หน้ากาก N95 ซึ่งมีลักษณะต่างจากหน้ากากอนามัย นำมาสู่การทดสอบตัดหน้ากาก N95 ออกเป็นชิ้น นำด้านนอกของหน้ากาก ฉีดพ่นเชื้อไวรัสโคโรนาหมูต้นแบบ นำมาทำลายเชื้อโรคด้วยการอบความร้อนอุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส นาน 50 นาที พบว่า ไวรัสยังเพาะเชื้อโรคได้ ขณะที่วิธีการทำลายด้วยรังสียูวีซี หลังฉายแสง 20 นาที เชื้อไวรัสตายหมด &amp;nbsp; ความเข้มข้นเฉลี่ยของแสงยูวีทางการแพทย์อยู่ที่ 100 &amp;nbsp;ไมโครวัตต์ต่อตารางเซนติเมตร &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากความเข้มข้นของแสงยูวีอ่อนไปสามารถเพิ่มเวลาในการฆ่าเชื้อให้นานขึ้นกว่า 30 นาที &amp;nbsp;เพื่อทำให้รังสีเจอเชื้อได้นานยิ่งขึ้น &amp;nbsp;การนำหน้ากาก N95 ที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวีมาใช้ใหม่ปลอดภัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์นอกจากผลวิจัยของทีมเรา ล่าสุดมีผลทดสอบรายงานจากสหรัฐ ฆ่าเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีเดียวกันใช้ตู้ปลอดเชื้อด้วยแสงยูวีทำลายเชื้อโควิดบนชุดป้องกันการติดเชื้อ หรือ PPE ชัดเจนว่า หลังฉายแสง 15-20 นาที กำจัดเชื้อไวรัสได้ผล นำชุดกลับมาใช้ใหม่ได้ &amp;nbsp;&amp;ldquo; ดร.อนันต์ ยืนยัน &amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพห้องปฏิบัติการ การทดสอบของทีมวิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ผอ.กลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ไบโอเทค กล่าวว่า ตู้ปลอดเชื้อด้วยแสงยูวีโรงพยาบาลส่วนใหญ่มีอยู่แล้ว เป็นเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุด สามารถนำมาปรับใช้เพื่อฆ่าเชื้อโควิดบนหน้ากาก จากการทดลองใช้หนึ่งตู้สามารถใส่หน้ากาก N95 ได้จำนวน 30-40 ชิ้น ใช้เวลาฉายแสง 20 นาที ตู้ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง วิธีนี้จะแก้ปัญหาขาดแคลนหน้ากากของบุคลากรทางการแพทย์ได้ สำหรับโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลหรือไม่มีตู้ปลอดเชื้อดังกล่าวสามารถปรับใช้ตู้อบแห้งฆ่าเชื้อด้วยยูวีสำหรับของใช้เด็กแทนได้

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ส่วนคำถามว่า หน้ากาก N95 ใช้ซ้ำได้กี่ครั้ง ขึ้นกับลักษณะการใช้งานของแพทย์และพยาบาล หากเป็นบุคคลากรสัมผัสผู้ป่วยโดยตรงหรือต้องใส่ท่อช่วยหายใจเพื่อช่วยผู้ป่วย &amp;nbsp;โอกาสที่เชื้อไวรัสจะอยู่ในส่วนที่เป็นรอยพับของหน้ากากก็มีได้ จำนวนการใช้ซ้ำจะน้อยกว่า &amp;nbsp;แต่ถ้าเป็นพยาบาลจุดคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 เมื่อฆ่าเชื้อแล้ว สามารถใช้ซ้ำได้หนึ่งสัปดาห์ เพราะเป็นของใช้ส่วนตัว &amp;nbsp;หากทุกโรงพยาบาลนำวิธีนี้ไปใช้ ลดปัญหาหน้ากากขาดแคลน หากไม่ใช่ภาวะเร่งด่วน หมอคงไม่ใช้ซ้ำ &amp;ldquo;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการต่อยอดผลทดสอบแสงยูวีฆ่าเชื้อโรคร้ายนี้ ดร.อนันต์ กล่าวว่า งานทดลองในห้องปฏิบัติการไปสู่โรงพยาบาลที่ร่วมวิจัยแล้ว &amp;nbsp;แต่จะเกิดประโยชน์สูงสุดต้องยกระดับสู่นโยบายของประเทศ มีข้อเสนอให้ภาครัฐหรือเอกชนผลิตเครื่องอบแห้งฆ่าเชื้อยูวีสำหรับหน้ากากอนามัยและหน้ากาก N95 อย่างเป็นรูปธรรม เพราะตู้ปลอดเชื้อในโรงพยาบาลมีหน้าที่แยกเชื้อ ไม่ใช่เอาไว้อบชุด PPE หรือหน้ากาก ขณะนี้ สวทช. และรพ.รามาธิบดี สร้างตู้ฆ่าเชื้อโรคโควิดด้วยแสงยูวีเป็นต้นแบบแล้ว ต้องนำมาใช้จริงและเร่งขยายการผลิตจะบรรเทาสถานการณ์ขาดแคลนได้ เมื่อผ่านวิกฤตโควิดแล้วยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อ เช่น เครื่องมือแพทย์ผ่าตัด ช่วยเพิ่มความปลอดภัยการใช้อุปกรณ์ยิ่งขึ้น &amp;nbsp;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงนี้ที่มีการจำหน่ายอุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสียูวีซีขนาดพกกา ขายในท้องตลาดและผ่านช่องทางออนไลน์ราคาขายมีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันบาท ดร.อนันต์ กล่าวว่า ผู้บริโภคต้องระมัดระวังและอ่านคู่มือการใช้งานอุปกรณ์อย่างละเอียด หลายบริษัทที่วางจำหน่ายมีการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าไวรัสโคโรนาหน้าหรือไม่ หรือเป็นรังสียูวีซีจริงมั๊ย ทั้งนี้ การใช้อุปกรณ์ฉายรังสียูวีซี ต้องระมัดระวัง หากสัมผัสโดนผิวหนังจะทำให้ผิวหนังเกิดการไหม้ ทำลายดีเอ็นเอ &amp;nbsp; ทั้งยังก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังด้วย ควรเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงหรือมองผ่านตา อาจก่อให้เกิดต้อกระจกตามมา

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฐานะนักไวรัสวิทยาที่ศึกษาไวรัสโคโรนามานาน กล่าวว่า ไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;เป็นโรคอุบัติใหม่ ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์โลก มีการแพร่ระบาดจากคนสู่คนอย่างรวดเร็ว ที่ผ่านมาไวรัสโคโรนามีการเตือนจะกระโดดจากค้างคาวสู่คน &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่ระบาดมายังไทยมีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ทั้งไข้หวัดสเปน &amp;nbsp;ไข้หวัดใหญ่ 2009 &amp;nbsp;ที่เรารับมือได้ ส่วนโรคเมอร์สก็มาจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ &amp;nbsp;แต่การติดต่อจากคนสู่คนยังไม่ดี จนมาถึงโควิดทุกคนตระหนกตกใจ เพราะแพร่จากคนสู่คนเร็ว ทุกคนเตรียมตัวไม่ทัน ขณะที่การศึกษาไวรัสโคโรนาในประเทศไทยก็มีนักไวรัสวิทยาไม่ถึง 10 คน ทำงานอยู่ เพราะคนมองว่าไม่มีความเสี่ยง หากโควิดจบไปแล้ว อนาคตข้างหน้าจะเกิดซ้ำอีกมั้ย ปัจจุบันยังไม่รู้ว่า เกิดจากพาหะใด พันธุกรรมก็ยังเปลี่ยนแปลงได้ จะสามารถก้าวกระโดดเป็นโควิด -19 เวอร์ชั่น 2 ที่ร้ายแรงกว่าเดิมถ้าเกิดซ้ำ หรือการระบาดครั้งนี้แค่เผาหลอก เพราะโรคมันเกิดขึ้นโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไบโอเทคได้รับงบประมาณจัดสร้างห้องปฏิบัติการชีวนิรภัย ระดับ 3 เป็นห้องปฏิบัติการที่ใช้ทดสอบกับเชื้อโรคที่แพร่กระจายได้ในอากาศ ต้องใช้เวลาก่อสร้างอย่างน้อย 18 เดือน

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ประเทศไทยยังโชคดีที่โรคระบาดร้ายแรงเกิดในต่างประเทศ ก่อนจะเข้ามาถึงไทย จีนสามารถสยบโรคโควิด-19 ได้ด้วยศักยภาพและการทำงานอย่างรวดเร็ว เรานำข้อมูลและบทเรียนของจีนมาใช้ ทำให้ทำงานควบคุมการแพร่ระบาดได้เร็วขึ้น &amp;nbsp;แต่ในภาวะฉุกเฉินนี้นักวิจัยไทยยังไม่ได้รับอนุญาตให้คิดค้นวัคซีนป้องกันโรคโควิด เราแตะต้องไวรัสโคโรนา 2019 ไม่ได้ &amp;nbsp;ทั้งที่มีศักยภาพไม่แพ้ต่างประเทศ ประชาชนคาดหวังนักวิจัยไทยร่วมฝ่าวิกฤต แต่หากเราเดินหน้าทดสอบจะฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อ และกฎหมายอีกหลายตัว อยากให้รัฐบาลปลดล็อคด้านกฎหมายเพื่อสนับสนุนการทำงานวิจัยให้เต็มที่และก้าวกระโดด ช่วยให้คนไทยเสียชีวิตน้อยลงได้ &amp;nbsp; สหรัฐ จีน เริ่มทดสอบวัคซีนต้านโควิดในคนแล้ว เราจะรอวัคซีนจากประเทศเหล่านี้ที่มีตัวเลขคนป่วยและคนเสียชีวิตหลักแสน ซึ่งก็ต้องใช้รักษาคนในประเทศให้รอดปลอดภัย ประเทศไทยจะเข้าถึงวัคซีนเพียงใด &amp;nbsp;&amp;ldquo; ดร.อนันต์ กล่าวในท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62344</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, หน้ากากN95, อนันต์ จงแก้ววัฒนา, ไบโอเทค สวทช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8bddac64207.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รองฯต่อ&#039;ควันออกหูลั่น&#039;พวกมึงยังรวยไม่พอเหรอ&#039;หลังรู้มีผู้กักตุนหน้ากากN95 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.63-พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(รองผบช.ก.) โพสต์เฟซบุ๊ก Torsak Sukvimol นำบทสนทนาเกี่ยวกับการหาหน้ากาก N95 ที่หมอใช้ มีผู้กักเอาไว้เพื่อทำให้ของขาดตลาดแล้วนำไปขึ้นราคาขาย โดยระบุว่า &amp;quot;หดหู่ใจ ถามจริงๆทุกวันนี้พวกมึงยังรวยไม่พอเหรอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62180</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล, หน้ากากN95, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e89b1506193c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพจสถานทูตสุดซึ้ง!จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน ประชาชนจีนจะคอยอยู่เคียงข้างประชาชนชาวไทยโดยตลอด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.63- เพจ Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความระบุว่าสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยบริจาคเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ในการต่อสู้กับโรคระบาดให้กับหน่วยงานต่างๆของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อเป็นการสนับสนุนประเทศไทยในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 สถานทูตจีนได้นำส่วนหนึ่งของเวชภัณฑ์ที่ใช้ในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคที่มีสำรองไว้ใช้เอง เช่นหน้ากากN95 และหน้ากากอนามัยแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง บริจาคให้กับสำนักพระราชวัง รัฐสภา กระทรวงการต่างประเทศ ศุลกากรท่าอากาศยาน การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของสนามบิน โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลศิริราช รวมไปถึงสถานีตำรวจที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน&amp;rdquo;ประชาชนจีนจะคอยอยู่เคียงข้างประชาชนชาวไทยโดยตลอด เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ภายใต้ความพยายามร่วมกันของทั้งสองประเทศและประชาชนของทั้งสองฝ่าย ด้วยการสนับสนุนที่แข็งแกร่งของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พวกเราจะสามารถเอาชนะโรคระบาดนี้ได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;The Chinese Embassy in Thailand Donates Medical Supplies to Various Thai Institutions&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;In order to support Thailand in its fight against COVID-19, the Chinese Embassy, taking from its own stock, has recently donated some N95 medical masks and disposable medical masks to various Thai institutions, including the Royal Office, the Parliament, the Ministry of Foreign Affairs, the Airport Customs, the Airport Authority, the Airport Immigration Office, Rajavithi Hospital, Siriraj Hospital and some Police Stations.
China and Thailand are as close as one family. The Chinese people would always be standing at Thai people&amp;rsquo;s side . We firmly believe that, with concerted effort of the two countries as well as that of the two peoples, and with the support from various parties, we will surely prevail over the epidemic.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62135</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, หน้ากากN95, เพจสถานทูตจีน, ไทย-จีนพี่น้องกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e8974fe4f2a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2019 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.ยัน N95 ถ้าระบุป้องกันเชื้อโรค เชื้อราเท่ากับเครื่องมือแพทย์ของต้องอนุญาตนำเข้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27ม.ค.62-&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ. ธเรศ &amp;nbsp;กรัษนัยรวิวงค์ &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากการที่ในขณะนี้มีความต้องการใช้หน้ากาก N 95 มากขึ้น เพื่อป้องกันฝุ่นละอองในอากาศ จนทำให้ผลิตภัณฑ์ขาดตลาด และมีผู้สั่งนำเข้าจากต่างประเทศหรือนำติดตัวเข้ามาในประเทศ เพื่อบรรเทาความต้องการใช้ในเบื้องต้น แต่เกิดกระแสความสับสนว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะจัดเป็นเครื่องมือแพทย์และต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนนำเข้าหรือไม่นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอชี้แจงว่า หน้ากาก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชนิด N 95 &amp;nbsp;มีทั้งชนิดหน้ากากที่เป็นเครื่องมือแพทย์ และไม่เป็นเครื่องมือแพทย์ ขึ้นกับวัตถุประสงค์การใช้งานเป็นหลัก โดยประชาชนหรือผู้นำเข้าสามารถพิจารณาได้เองจากฉลากหรือเอกสารกำกับของสินค้า หากบนฉลากหรือเอกสารกำกับสินค้ามีการระบุว่า สามารถป้องกัน หรือลดการสูดดม หรือได้รับเชื้อโรค แบคทีเรีย &amp;nbsp;เชื้อราชนิดใด ๆ ก็ตาม ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์การใช้งานทางการแพทย์ จะเข้าข่ายเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ &amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของ อย. เนื่องจากต้องมีการควบคุมคุณภาพมาตรฐานการกรองเชื้อโรค ไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อออกไป กรณีต้องการนำเข้ามาขายจะต้องดำเนินการขอหนังสือประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์จาก อย. ก่อนจึงจะทำการนำเข้าได้ แต่กรณีนำเข้ามาใช้ส่วนตัว สามารถผ่อนผันการนำเข้า ณ ด่านอาหารและยาที่ต้องการนำเข้าได้เลย
&amp;nbsp;
ส่วนกรณีที่หน้ากากนั้นไม่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ใด ๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ระบุให้ใช้เพื่อป้องกันฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ หมอก ควัน จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทางอุตสาหกรรม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่จัดเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ &amp;nbsp;การนำเข้ามาในประเทศต้องทำตามกฎหมายของกรมศุลกากร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในกรณีที่ประชาชน หรือผู้นำเข้าต้องการสั่งหรือนำเข้าหน้ากาก N 95 &amp;nbsp;มาเพื่อกันฝุ่น PM 2.5 ควรใช้หน้ากากที่มีวัตถุประสงค์ในการป้องกันฝุ่นละออง และปฏิบัติตามข้อกำหนดของศุลกากร &amp;nbsp;ไม่ควรใช้หน้ากากที่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ เนื่องจากไม่มีความจำเป็นและมีราคาแพง &amp;nbsp;ซึ่งปกติผลิตภัณฑ์นี้มักใช้ในห้องผ่าตัดหรืองานวิจัยทางการแพทย์เท่านั้น ส่วนประชาชนที่ซื้อหน้ากาก N 95 จากต่างประเทศและนำติดตัวเข้ามา โดยมากมักเป็นชนิดกันฝุ่นละออง เนื่องจากในต่างประเทศจะหาซื้อได้ทั่วไป แต่ชนิดที่ใช้ทางการแพทย์จะมีขายเฉพาะในสถานพยาบาล ทั้งนี้ อย. ได้ร่วมกับทางกรมศุลกากรลดขั้นตอนดำเนินการ โดย อย. จะแจ้งรายชื่อของผู้ประกอบการและรุ่นของหน้ากาก N 95 และหน้ากากที่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ ส่งให้แก่กรมศุลกากร และหน่วยงานที่นำเข้า เช่น &amp;nbsp;DHL &amp;nbsp;FedEx รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27684</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นพ.ธเรศ  กรัษนัยรวิวงค์, หน้ากากN95, หน้ากากเครืื่องมือแพทย์, อย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4eb336c8df4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้แล้วทำไมไม่พอ อย.เผยหน้ากากN95ในไทยมีผู้ผลิตแค่รายเดียว ทำให้ขาดตลาดส่วนหน้ากากอนามัยธรรมดา10ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17ม.ค.62-อย. แจงหน้ากากอนามัยเฉพาะชนิดที่ใช้ทางการแพทย์จะอยู่ในการกำกับดูแลของ อย. ปัจจุบันมีผู้ผลิตในประเทศไทย ประมาณ 10 iาย &amp;nbsp;ส่วนหน้ากากอนามัย N95 มีผู้ผลิต 1 ราย และผู้นำเข้า 1 รายเท่านั้น เผยได้ประสานให้มีการผลิตและนำเข้าทั้ง 2 แบบเร่งด่วน &amp;nbsp;ประชาชนทั่วไป หากจำเป็นต้องไปที่กลางแจ้ง และไม่สามารถหาหน้ากากอนามัย N95 ได้ ก็สามารถใช้หน้ากากอนามัยธรรมดาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวการเตือนภัยประชาชนจากฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน และหน่วยงานต่าง ๆ มีการแนะนำให้ใช้หน้ากากชนิด N95 ซึ่งเป็นหน้ากากที่สามารถกรองฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ ส่งผลให้หน้ากากชนิด N95 อยู่ในภาวะขาดตลาด ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และขณะนี้มีหน้ากากชนิดต่าง ๆ เช่น หน้ากากผ้า หน้ากากกระดาษ มาวางขายอย่างหลากหลาย ซึ่งแต่ละชนิดจะมีความแตกต่างในเรื่องประสิทธิภาพการกรองอนุภาคที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ เฉพาะหน้ากากอนามัยชนิดที่ใช้ทางการแพทย์เท่านั้นที่อยู่ในการกำกับดูแลของ อย. สำหรับหน้ากากที่เป็นอุปกรณ์ปกป้องทางเดินหายใจชนิดกรองอนุภาคได้ที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และบริการ โดยไม่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ ไม่ได้อยู่ในความดูแลของ อย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหน้ากากอนามัยทางการแพทย์และหน้ากากอนามัย N95 สามารถป้องกันการกระเด็นของของเหลว เช่น เสมหะ หรือน้ำมูก และสามารถลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อโรคเวลาไอหรือจามในขณะเป็นหวัดหรือใช้ตามโรงพยาบาลทั่วไปได้ โดยหน้ากาก N95 มีประสิทธิภาพสามารถกรองฝุ่นอนุภาค &amp;nbsp;PM 2.5 ได้ ปัจจุบันมีผู้ผลิตหน้ากากอนามัยในประเทศไทยประมาณ 10 แห่ง ซึ่งได้มาจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตกับ อย. และมีบางแห่งได้รับมาตรฐานการผลิตระดับ GMP สำหรับหน้ากากอนามัย แบบ N95 ในประเทศไทย มีผู้ผลิต 1 ราย และมีผู้นำเข้าอีก 1 ราย ซึ่ง อย. ได้ดำเนินการประสานกับผู้ผลิตและผู้นำเข้าหน้ากากอนามัยให้เร่งผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์หน้ากากอนามัยมาจำหน่ายอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ของผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการฯ กล่าวในตอนท้ายว่า ประชาชนในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น หอบหืด โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด ควรหมั่นตรวจสอบดูแลสุขภาพตนเองอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบอาการผิดปกติควรไปพบแพทย์ และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีมลพิษสูง สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ตรวจสอบสภาพอากาศ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือการออกนอกบ้าน หากกรณีจำเป็นต้องไปที่กลางแจ้ง และไม่สามารถหาหน้ากากอนามัย N95 ได้ ก็สามารถใช้หน้ากากอนามัยธรรมดาได้ สำหรับผู้ทำงานหนักกลางแจ้งเป็นระยะเวลานาน ๆ เช่น ตำรวจจราจรที่ทำงานกลางแจ้ง วินมอเตอร์ไซด์รับจ้าง คนงานที่ทำงานก่อให้เกิดฝุ่น ควรสวมใส่หน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เช่น หน้ากากอนามัยชนิด N95 และใส่ให้ถูกวิธี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26827</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นพ.ธเรศ  กรัษนัยรวิวงค์, หน้ากากN95, หน้ากากอนามัย, อย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190117/image_big_5c403bd47f2e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
