<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซฟเราเซฟโลก..ด้วยการแยกขยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคม ที่เป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัวที่สุด&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;การคัดแยกขยะ&amp;rdquo; ก่อนทิ้งลงถัง ยิ่งในช่วงเวลานี้ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; เรามีขยะติดเชื้อจากครัวเรือนเพิ่มมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็น หน้ากากอนามัยใช้แล้ว ถุงมือยาง ถุงมือพลาสติก กระดาษชำระ เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บริษัท คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด ผู้นำนวัตกรรมด้านการผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;ฮีโร่&amp;rdquo; (HERO) ได้นำข้อการแยกขยะง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ มาฝากกันเพื่อให้พวกเราได้เซฟทั้งตัวเองพร้อมไปกับเซฟโลกใบนี้&amp;nbsp; เริ่มจาก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.แยกขยะเปียก ขยะแห้ง ง่ายต่อการนำไปรีไซเคิล &amp;nbsp;แนะนำหาถุงขยะเล็กๆ ไว้สำหรับทิ้งเศษอาหารแล้วทิ้งทันทีเพื่อป้องกันการรบกวนของมด หนู แมลงสาบ แถมยังลดกลิ่นเหม็นจากเศษอาหาร ทั้งนี้การแยกขยะเปียกแห้ง ช่วยในการรีไซเคิลได้ง่ายยิ่งขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.อัดขยะและมัดปากถุงขยะให้แน่นก่อนลงถัง &amp;nbsp;เพื่อเพิ่มพื้นที่ในถังขยะ จะยิ่งง่ายและเร็วหากใช้ถุงขยะแบบมีหูผูกหรือมีหูรูด เวลาขยะเต็มเพียงแค่มัดและหิ้วไปทิ้งถังขยะเทศบาลหน้าบ้าน สะดวก รวดเร็ว และประหยัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.แป๊ะโน๊ตข้อความ ระบุประเภทขยะสักนิด ก่อนถึงมือคนเก็บขยะ&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อแจ้งให้ผู้ที่มีหน้าที่จัดเก็บระมัดระวังตัว เช่น ถุงขยะนี้มีหน้ากากอนามัยใช้แล้ว หรือ ถุงขยะรีไซเคิล งานนี้ช่วยเซฟพี่ๆ ทีมเก็บขยะได้ด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4.แยกหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วลงในถุงซิปก่อนทิ้งลงถัง ถุงซิปนอกจากนำมาเพื่อใช้สำหรับเก็บอาหารได้แล้ว ในช่วงเวลาแบบนี้ เรายังสามารถดัดแปลงให้ถุงซิป มาเพื่อใช้ทิ้งหน้ากากอนามัยได้ด้วย วิธีการง่ายๆ คือ มัดหน้ากากอนามัย ทิ้งลงในถุงซิป และเมื่อถุงซิปเต็ม ก็ปิดถุงให้สนิทเพื่อทิ้งต่อไป สิ่งที่สำคัญ คือ ต้องปิดปากถุงให้สนิทเพื่อช่วยให้พนักงานเก็บขยะได้มีสุขภาวะที่ดีด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5.ทิ้งถูกถัง ช่วยลดปริมาณขยะ การแยกขยะ คือจุดเริ่มต้นของการลดปริมาณขยะเพื่อให้ขยะที่ต้องกำจัดจริงๆ ให้เหลือน้อยที่สุด บางบ้านไม่สะดวกใช้ถุงขยะ แต่ถนัดใช้ถังขยะในการแยกมากกว่า ดังนั้นวิธีการง่ายๆ คือ แยกขยะสัก 2 ถัง ถังขยะเปียกหรือถังสีเขียว สำหรับใส่เศษอาหาร ขยะย่อยสลายได้ และ ถังขยะแห้งหรือถังสีฟ้า สำหรับขยะทั่วไปหรือขยะรีไซเคิล เพียงเท่านี้ก็ง่ายต่อกระบวนการจัดการขยะแล้ว &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109227</URL_LINK>
                <HASHTAG>การคัดแยกขยะ, การสร้างภูมิคุ้มกัน, ขยะติดเชื้อจากครัวเรือน, ถุงมือพลาสติก, ถุงมือยาง, บริษัท คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด, ผู้นำนวัตกรรมด้านการผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติก, หน้ากากอนามัย, ฮีโร่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e925c1eaee5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. เผยโควิดสายพันธุ์เดลต้าแนวโน้มพุ่งแรง แนะต้องปรับตัวใส่หน้ากากสองชั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวันว่า&amp;nbsp;ในที่ประชุมอีโอซี กระทรวงสาธารณสุขได้หารือถึงสายพันธุ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดในประเทศไทยตอนนี้ พบว่า มีอยู่ 3 สายพันธุ์ คือ สายอัลฟ่าจากอังกฤษ&amp;nbsp;สายพันธุ์เดลต้าจากอินเดีย และสายพันธุ์เบต้าจากแอฟริกา โดยสายพันธุ์เดลต้าพบในแคมป์คนงานหลักสี่ หลังจากนั้นแรงงานได้การกระจายกลับบ้านในภาคอีสานและภาคเหนือ ส่วนสายพันธุ์เบต้ากระจุกตัวอยู่ที่&amp;nbsp;3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเริ่มขึ้นไปที่ จ.สุราษฎร์ธานีและชลบุรี ซึ่งยังอยู่ในการเฝ้าระวังของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากดูในภาพรวมของประเทศ&amp;nbsp;ข้อมูลจนถึงวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ก.ค.&amp;nbsp;จะพบว่าขณะนี้สายอัลฟ่ามีการแพร่ไปถึง 65.1% สายพันธุ์เดลต้า 32.2% สายพันธุ์เบต้า 2.6%&amp;nbsp;หากดูเฉพาะในพื้นที่ กทม. พบสายพันธุ์อัลฟ่า&amp;nbsp;47%&amp;nbsp;พบสายพันธุ์เดลต้า 52% ถือว่าสายพันธุ์เดลต้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องใน กทม.&amp;nbsp;เพราะเมื่อช่วงเดือน เม.ย.-20 มิ.ย. มีเพียง 22.5% เท่านั้น แต่ช่วง 28 มิ.ย.-2&amp;nbsp;ก.ค. กลับสูงขึ้นไปถึง&amp;nbsp;52%&amp;nbsp;และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก จึงขอให้ระมัดระวังดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลให้เข้มข้นขึ้น เพราะทฤษฎีการแพร่ระบาดที่ว่าอย่าอยู่ในห้องแอร์ร่วมกันเกิน&amp;nbsp;15 นาทีเป็นของปีที่แล้ว เมื่อไวรัสปรับตัวเอง เราก็ต้องปรับตัว ข้อแนะนำให้ใส่หน้ากากสองชั้นจึงเป็นเรื่องจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108812</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ศบค., หน้ากากอนามัย, เดลต้า, โควิด, ไวรัสกลายพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3fee5cce0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ติดตามสถานการณ์เวชภัณฑ์ยารักษาโควิดใกล้ชิด ย้ำมีแผนจัดหาเพียงพอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.64 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีที่ยังพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่ในประเทศเพิ่มขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ติดตามในเรื่องของความเพียงพอของเวชภัณฑ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขสามารถดูแลผู้ป่วยได้ทั่วถึง&amp;nbsp;ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้มีการมอบหมายให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศติดตามหน่วยบริการแต่ละจังหวัดให้ลงข้อมูลเวชภัณฑ์ในระบบบูรณาการข้อมูลผู้ป่วยโควิด-19 หรือระบบ Co-ward อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องเพื่อให้เห็นข้อมูลความต้องการเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการจัดหา พร้อมกับกำชับคณะทำงานด้านการจัดหายาและวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มเติมให้เพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายรัฐมนตรีได้รับรายงานจากกระทรวงสาธารณสุขถึงข้อมูลสำรองเวชภัณฑ์ รวมถึงสถานการณ์บริหารจัดการยาว่า ขณะนี้ทั้งในส่วนเวชภัณฑ์และยารักษาโรคโควิด-19 อยู่ในระดับที่เพียงพอ โดยมีอัตราสำรองในระยะเวลาหลายเดือน เช่น กรณีหน้ากาก N95 มีสำรองทั้งคลังส่วนกลางและคลังภูมิภาค 511,439 ชิ้น อัตราสำรองคงคลัง 14 เดือน&amp;nbsp;ชุดPPE แบบ Coverall&amp;amp;Grown มีสำรองคงคลังทั่วประเทศ 3,761,620 ชุด อัตราคงคลัง 4 เดือน ถุงคลุมรองเท้า (Shoe Cover)&amp;nbsp; มีสำรองทั่วประเทศ 1,819,895 คู่ อัตราสำรองคงคลัง 9 เดือน หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Surgical mask) มีสำรองในคลังทั่วประเทศ 194,978,564 ชิ้น อัตราสำรองคงคลัง 13 เดือน เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนของยาฟาวิพิราเวียร์(Favipiravir) ปัจจุบันมีคงเหลือในคลังทั้งสิ้น 2,989,747 เม็ด โดยแยกเป็นอยู่ในคลังขององค์การเภสัชกรรม 857,700 เม็ด สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 392,962 เม็ด กรมการแพทย์ 2,254,504 เม็ด และกรมควบคุมโรค 31,341 เม็ด ส่วนยาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) มีคงคลังขององค์การเภสัชกรรม 2,369 ขวด(vial)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลทั้งการจัดหา การกระจายเวชภัณฑ์และยาเพื่อการรักษาโรคโควิด-19ไปยังหน่วยบริการให้เพียงพอและทั่วถึง ซึ่งทั้งหมดมีการประมาณการความต้องการและแผนการจัดหา การจัดงบประมาณสนับสนุนที่เพียงพอ เช่นกรณีของยาฟาวิพิราเวียร์มีแผนการจัดหาในเดือนก.ค.นี้อีก 5 ล้านเม็ด ระหว่างเดือนส.ค. -ก.ย. อีก 3 ล้านเม็ด&amp;nbsp; ส่วนยา Remdesivir จัดหาในเดือนก.ค.นี้อีก 3,100 ขวด&amp;quot; น.ส.ไตรศุลี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108196</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยาฟาวิพิราเวียร์, วัคซีนโควิด, หน้ากากอนามัย, เวชภัณฑ์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5c9b21db15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; ลั่นไม่ยอมความ &#039;อัจฉริยะ&#039; เอาความเท็จโจมตี ปชป.ปมหน้ากากอนามัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา 14.10 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคปชป. เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันนี้ ตนได้เดินทางไปขึ้นศาลอาญา ในคดีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์&amp;nbsp;ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับหน้ากากอนามัย ซึ่งตนได้ฟ้องใน 5 กระทงความผิด วันนี้เป็นวันที่ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง และนัดหน้าน่าจะประมาณวันที่ 18 ต.ค.64 และก่อนหน้านี้นายอัจฉริยะก็ไม่มา จนศาลต้องกำชับให้มา เพื่อดำเนินการนับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ตนจะไม่ยอมความแน่นอน และไม่คิดจะคุยกับนายอัจฉริยะ เพราะจะต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และพิสูจน์ด้วยว่ามีความเท็จอย่างไรบ้าง ดังนั้นจึงขอใช้สิทธิทางศาลในการกล่าวหานายอัจฉริยะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107093</URL_LINK>
                <HASHTAG>73ปีพรรคประชาธิปัตย์, ศาลอาญา, หน้ากากอนามัย, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d048ae25145.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตช.-สสส.-ภาคีเครือข่าย เร่งรณรงค์ป้องกันภัยโควิด-19 หลังมีกฎหมายให้ใส่หน้ากากอนามัย  พร้อมชวนประชาชนเฝ้าระวังแจ้งเบาะแส มั่วสุมตั้งวงเหล้า-พนัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธร ภาค 1 รับมอบป้ายรณรงค์ป้องกันภัยโควิด-19 จาก นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับนางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เพื่อสนับสนุนรณรงค์ประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนัก เคร่งครัดต่อชีวิตวิถีใหม่ในสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; โดยมอบป้ายไวนิลจำนวน 768 ผืน และป้ายพีพีบอร์ด 1,280 แผ่น กระจายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 88 สถานี และจังหวัดใกล้เคียง อีก 3 จังหวัดในพื้นที่เสี่ยง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางสาวรุ่งอรุณ&amp;nbsp; ลิ้มฬหะภัณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า ในสถานการณ์โควิด&amp;ndash;19 ระลอกสามนี้ ถือว่ารุนแรงและยาวนานที่สุด เมื่อเทียบกับสองระลอกที่ผ่านมา สสส. ได้ร่วมกับภาคีองค์กรภาคประชาชนหนุนเสริมการทำงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเต็มกำลัง และภายหลังที่ทุกจังหวัดได้มีมาตรการกำหนดให้ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เมื่อออกจากบ้าน ส่งผลให้ภาพรวมการสวมหน้ากากดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามในหลายๆ คลัสเตอร์ยังคงอยู่ในระดับที่ที่น่าเป็นห่วง ทั้งตลาด แคมป์คนงานก่อสร้าง ชุมชน &amp;nbsp;ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับมาตรการคัดกรอง&amp;nbsp; การล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ การรักษาระยะห่าง&amp;nbsp; ก็ยังคงต้องรณรงค์ให้ยึดถือปฏิบัติกันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;วันนี้ สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว&amp;nbsp; ได้สนับสนุนสื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบป้ายไวนิล 768 ผืน และแผ่นพีพีบอร์ด 1,280 แผ่น เพื่อให้สถานีตำรวจในพื้นที่ กทม.ทั้ง 88 &amp;nbsp;สถานี และในสามจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ ปทุมธานี&amp;nbsp; นนทบุรีและสมุทรปราการ ใช้ประชาสัมพันธ์เพื่อตอกย้ำในพื้นที่ กับมาตรการต่างๆ ที่ต้องเข้มข้นกันต่อไป รวมไปถึงขอความร่วมมือ การ์ดอย่าตก เว้นระยะห่าง ล้างมือ งดปาร์ตี้ ตั้งวงเหล้า วงพนัน ซึ่งกำลังกลายเป็นจุดเสี่ยงการแพร่เชื้อตามที่เป็นข่าวมาแล้วหลายพื้นที่ และควรใช้โอกาสนี้ลด ละ เลิกเหล้า-บุหรี่ จะดีที่สุดเพราะเหล้า บุหรี่จะลดภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 ได้มากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอยากขอวิงวอนประชาชนช่วยกันเฝ้าระวังการรวมกลุ่มมั่วสุม ตั้งวงดังกล่าว&amp;nbsp; ช่วยกันแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวรุ่งอรุณ&amp;nbsp; กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104026</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจภูธร ภาค 1, นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, นางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์, ป้ายรณรงค์ป้องกันภัยโควิด-19, พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ท.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์, มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว, สตช., สสส, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส., หน้ากากอนามัย, เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abaa29ab02c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ รับมอบอาหารจาก ซีพีเอฟ และ ซีพี ออลล์ ร่วมร้อยเรียงใจ หนุนภารกิจสู้ภัยโควิดต่อเนื่อง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วย นายแพทย์เกษม ตั้งเกษมสำราญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกันรับมอบอาหาร น้ำดื่ม และหน้ากากอนามัย จากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เพื่อมอบแก่ สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ นำไปสนับสนุการปฏิบัติหน้าที่ต่อสู้กับโรคโควิด-19 แก่แพทย์ พยาบาล และบุคลาการทางการแพทย์ในจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมี นายบรรหาญ สิงคิบุตร ผู้แทนซีพีเอฟ และนายธีระสิทธิ์ เตียมคำ ผู้แทน ซีพี ออลล์ นำชาวซีพีจิตอาสาร่วมกิจกรรม ณ ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวขอบคุณแทนประชาชนชาวอุตรดิตถ์&amp;nbsp; ที่มีภาคเอกชนอย่างเครือซีพีได้ร่วมกันส่งมอบความช่วยเหลือชาวไทยในวิกฤตโควิ-19 ทั้งผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานจากซีพีเอฟ ตลอดจนน้ำดื่มและหน้ากากอนามัยจากเซเว่น อีเลฟเว่น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 โดยเร็ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายแพทย์เกษม ตั้งเกษมสำราญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า สำหรับโรงพยาบาลสนาม สิ่งที่ยังคงต้องการการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ คือ เรื่องอาหารสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาอยู่ รวมถึงผู้ที่ต้องกักกันตัวเองเป็นเวลา 14 วัน การที่ซีพีเอฟและเซเว่น อีเลฟเว่น มาร่วมกันมอบอาหารและน้ำดื่มในครั้งนี้จึงสอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วย และยังเป็นการช่วยลดภาระการจัดเตรียนมอาหารให้กับทีมแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลสนามได้เป็นอย่างดี ขอขอบคุณในน้ำใจที่บริษัทมอบให้ชาวอุตรดิตถ์ทุกคน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบรรหาญ สิงคิบุตร ผู้แทน ซีพีเอฟ กล่าวว่า การส่งมอบอาหารปลอดภัยแก่จังหวัดอุตรดิตถ์ในวันนี้ ดำเนินการตามโครงการ &amp;ldquo;CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19&amp;rdquo; ที่ซีพีเอฟริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2563 และเดินหน้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนไทยอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ยึดหลักปรัชญา 3 ประโยชน์ สู่ความยั่งยืน เพื่อประเทศ ประชาชน ตามนโยบายของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;ซีพีร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19&amp;rdquo; สำหรับการระบาดในระลอกใหม่ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ซีพีเอฟส่งมอบอาหารปลอดภัยแล้ว 96,000 แพ็ค, น้ำดื่มกว่า 21,000 ขวด, เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ iMU 4,000 ขวด ตลอดจนวัตถุดิบสำหรับนำไปปรุงอาหาร แก่รพ.หลัก และ รพ.สนาม ทั่วประเทศ รวมถึงหน่วยงานต่างๆ 65 แห่ง ชาวซีพีและซีพีเอฟทุกคน ขอร่วมส่งกำลังใจผ่านอาหารคุณภาพปลอดภัยที่มอบให้ทุกท่าน เพื่อให้มีกำลังกายและพลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลพี่น้องคนไทยทั่วประเทศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายธีระสิทธิ์ เตียมคำ ผู้แทน ซีพีอออล์ กล่าวว่า การร่วมมอบน้ำดื่มและหน้ากากอนามัยในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ &amp;ldquo;คนไทยไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งส่งมอบครุภัณฑ์ทางการแพทย์และน้ำดื่ม เพื่อสนับสนุนภารกิจในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ระลอกใหม่ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ที่โรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ และบริษัทขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภารกิจของบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน เพื่อให้เราผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน./&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103217</URL_LINK>
                <HASHTAG>CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19, คนไทยไม่ทิ้งกัน, ซีพีร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19, ซีพีเอฟ, นายธีระสิทธิ์ เตียมคำ, นายบรรหาญ สิงคิบุตร, นายผล ดำธรรม, นายแพทย์เกษม ตั้งเกษมสำราญ, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์, สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์, หน้ากากอนามัย, เซเว่น อีเลฟเว่น, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a2469b293df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.เคลียร์เฟกนิวส์ถอดหน้ากากนอกบ้าน!ย้ำต้องสวมเหมือนเดิม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงกรณีมีกระแสข่าวว่า ศบค.ยกเลิกข้อกำหนดเรื่องการสวมหน้ากากออกนอกเคหะสถาน พญ.อภิสมัย กล่าวว่า การยกเลิกข้อกำหนดไม่มีแน่นอน ขณะนี้ยังต้องสวมหน้ากากอนามัยนอกเคหะสถานตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภัสมัย กล่าวว่า แต่ระหว่างนี้จะมีการประชุมทั้งระดับประเทศและระดับท้องถิ่น&amp;nbsp;เราสนับสนุนการประชุมออนไลน์ แต่กรณีที่มีความจำเป็นยังต้องยึดข้อกำหนดสวมหน้ากากอยู่ แต่ให้ผ่อนผันการสวมหน้ากากได้โดยผู้ควบคุมการประชุม ถอดได้เฉพาะเวลาการอภิปรายเท่านั้น บุคคลอื่นยังคงต้องสวมหน้ากาก หากมีการทำผิดข้อกำหนดครั้งแรกจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปตักเตือน หากผิดซ้ำสองจะใช้บังคับใช้กฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103087</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค., หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a0d04bc9730.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
