<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 21:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 21:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หนาวนี้&quot; ขอได้มั๊ย &quot;เสื้อตัวเก่าเพื่อน้อง&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หน้าหนาว อากาศเย็นๆ เป็นสิ่งที่หลายคนคงตั้งหน้าตั้งตารอ แต่ก็มีอีกหลายคนที่อยากให้หน้าหนาวนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp;เพราะบางพื้นที่อุณหภูมิหนาวเหน็บ ยิ่งปีนี้ ถือว่าลมหนาวมาแรงถูกใจคนไทย แต่อีกด้านกลับ ส่งผลให้เด็กเล็กๆ ในครอบครัวที่ไม่มีเสื้อผ้าหนาๆ &amp;nbsp;ไม่มีผ้าห่มอุ่นๆ ห่มตอนนอน ต้องใส่เสื้อผ้าซ้อนทับกันหลายชั้น นั่งผิงไฟพอประทังให้คลายหนาว แต่หากทนไม่ได้ก็อาจจะทำให้เด็กๆเจ็บป่วยเป็นไข้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในปีนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ไว้ว่า ช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย น่าจะอยู่ยาวไปถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2564 และอากาศหนาวเย็นที่สุด คือช่วงกลางเดือนธันวาคม 2563 ถึงปลายเดือนมกราคม 2564 ยิ่งยอดดอยและบนเทือกเขาจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด จึงมีหลายหน่วยงานที่เล็งเห็นปัญหานี้ได้เข้ามาช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความหนาวให้เหล่าเด็กๆได้บ้าง

เช่นเดียวกับทาง &amp;quot;อออุ่น &amp;quot; ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเพื่อสังคมที่ได้จัดทำโครงการ &amp;quot;ส่งต่อเสื้อผ้าเด็กเพื่อครอบครัวที่ขาดแคลน&amp;quot; โดยการรับบริจาคเสื้อผ้าเด็กไม่ใช้แล้ว &amp;nbsp;แลกเป็นส่วนลดกว่า 15%-70% &amp;nbsp;เมื่อซื้อตัวใหม่กับแบรนด์ต่างๆที่เข้าร่วมกับทางโครงการ เสื้อผ้าที่ได้รับบริจาคมา ทางโครงการจะทำการส่งต่อให้กับครอบครัวที่ขาดแคลนจากทั่วประเทศ ซึ่งมีการเปิดรับบริจาคตลอดทั้งปี และจะมอบเสื้อผ้าไปให้กับเด็กๆทั่วประเทศในทุกสิ้นเดือนนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธันยทิพย์ วัลยะเสวี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ธันยทิพย์ วัลยะเสวี ผู้ก่อตั้ง อออุ่น กล่าวว่า การก่อตั้งอออุ่นได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 เพราะมีความตั้งใจอยากทํางานเพื่อช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะในด้าน ครอบครัวและเด็ก ด้วยความเชื่อที่ว่าการได้รับการปลูกฝังเลี้ยงดูที่มีคุณภาพตั้งแต่ยังเล็ก เด็กๆจะผลิบานออกดอก ไปเป็นกําลังที่มีคุณภาพของสังคม การเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เด็กเล็ก ต้องใช้เวลา กําลังคน และกําลังทรัพย์ อย่างมาก เราอยากช่วยลดภาระได้ซักทางใดทางหนึ่ง เพื่อช่วยให้ครอบครัวได้ทุ่มเทกับการเลี้ยงดูเด็กๆได้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครอบครัวสุขใจเมื่อได้รับเสื้อผ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ธันยทิพย์ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า จากการได้ศึกษาพบว่าเด็กในครอบครัวยากไร้ พบปัญหา 2 ด้าน คือ 1.การขาดแคลนเสื้อผ้าพบว่ามีประมาณ 40% &amp;nbsp;และที่เหลือส่วนใหญ่เป็นการขาดแคลน ของใช้อื่นที่จำเป็นสำหรับเด็ก โดยเฉพาะ แพมเพิส/ผ้าอ้อม &amp;nbsp;นมผง ประมาณ 40% และอื่นๆเช่น ขวดนม, สบู่เด็ก, ที่นอน, ฯลฯ ประมาณ 20% ซึ่งทั้งหมดถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยสำหรับครอบครัวยากจน &amp;nbsp;2.โอกาสในการสร้างรายได้ จากการศึกษาครอบครัวที่ขาดแคลนพบว่า แม่ที่มีลูกเล็กหรือตั้งท้องไม่สามารถทำงานหรือหารายได้ได้เลย สาเหตุต่างๆจากการไม่มีคนช่วยเลี้ยงลูกสูงถึง 80% และโดนให้ออกจากงานตั้งแต่ตั้งครรภ์ เช่นงานร้านอาหาร งานโรงงาน ประมาณ 20%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บริจาคอิ่มเอมใจ ได้มอบเสื้อผ้าให้กับเด็กๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ตั้งแต่ปีที่แล้วที่เปิดให้ลงทะเบียนเพื่อขอรับบริจาคมีกว่า 300 ครอบครัว โดยจะมีการพิจารณาตามแนวทางของโครงการ เช่น สภาพความเป็นอยู่, รายได้ครอบครัว, ฯลฯ ยังต้องจัดลำดับตามความเร่งด่วนด้วย ทำให้พบว่ามีครอบครัวที่ขาดแคลนกระจายอยู่ทั่วทุกภาค &amp;nbsp;ซึ่งส่วนหนึ่งคือครอบครัวที่มีเด็กแรกเกิด-6ขวบ เป็นช่วงอายุที่ร่างกายมีการเจริญเติบโตเปลี่ยนแปลงเร็วที่สุด และมีค่าใช้จ่ายและต้องได้รับการดูแลอย่างมาก เสื้อผ้าเด็กเป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็น และหวังว่าจะช่วยลดปัญหาของและครอบครัวที่ขาดแคลนได้&amp;quot;ธันยทิพย์เล่าผลสำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การร่วมบริจาคในโครงการอออุ่น สามารถแลกใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อตัวใหม่กับแบรนด์เสื้อผ้าเด็กที่เข้าร่วมโครงการ ลดสูงสุด 15%-70% &amp;nbsp;โดยเแบรนด์ที่เข้าร่วมเป็นแบรนด์เสื้อผ้าเด็กคุณภาพดีที่มีวางจำหน่ายในตลาด ทั้งขายออนไลน์ / มีหน้าร้านอยู่แล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสื้อผ้าพร้อมส่งให้กับครอบครัวที่ขาดแคลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;นอกจากทางแบรนด์ต่างๆ จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจูงใจให้เกิดการบริจาคแล้ว ยังเป็นโอกาสให้ทางแบรนด์ได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นครอบครัวที่มีลูกเล็ก และจำเป็นต้องซื้อเสื้อผ้าเด็กสำหรับลูกที่กำลังโตขึ้นด้วย และเราคาดหวังจะเห็นพ่อแม่ที่ส่งของมาบริจาค กลับมาบริจาคและซื้อสินค้าจากแบรนด์พาร์ทเนอร์ของโครงการ ทุกๆ3-6 เดือน เมื่อลูกๆของเขาตัวโตขึ้น นั่นจะแสดงให้เห็นว่าระบบที่เราสร้างขึ้นนั้นสามาถช่วยครอบครัวลดปัญหาและค่าใช้จ่ายได้จริงๆ และในขณะเดียวกันทำให้เราสามารถส่งของบริจาคเหล่านั้นไปช่วยครอบครัวที่ขาดแคลนเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของลูกเล็กเช่นกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ธันยทิพย์ กล่าวอีกว่านอกจากการ ดำเนินการรับบริจาคและแลกซื้อเสื้อผ้าเด็กราคาพิเศษที่เป็นการดำเนินการอย่างต่อเนื่องแล้ว &amp;nbsp;การบริจาคเสื้อผ้าเด็กและของใช้ สามารถช่วยเหลือลดภาระครอบครัวที่ขาดแคลนได้ในระยะสั้น ในระยะยาว &amp;nbsp;ทางโครงการหวังว่าจะสามารถร่วมศึกษาและแก้ปัญหาการสร้างรายได้ของครอบครัวอย่างยั่งยืนได้ เช่น การร่วมกับธุรกิจและบริษัทต่างๆในการเปิดรับคนท้อง/แม่ลูกอ่อนเข้าทำงาน, หรือการอบรม/ให้ความรู้ในการสร้างอาชีพที่ครอบครัวจะสามารถนำไปต่อยอดได้พร้อมๆกับการเลี้ยงดูลูก และเนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด19 การส่งของบริจาคทั้งหมดทางโครงการจะทำการส่งทางโปรษณีย์ ซึ่งสามารถกระจายส่งถึงครอบครัวที่ขาดแคลนได้ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สนใจผู้บริจาคสามารถทำการเลือกซื้อสินค้าบนเว็บไซต์&amp;nbsp;www.alloonkids.com&amp;nbsp;หรือไลน์ Line: @alloonkids และแลกใช้ส่วนลดได้ตามรายละเอียดสินค้าที่กำหนดไว้ เช่น ใช้ของบริจาค 5ชิ้น เพื่อแลกเป็นส่วนลด 50% เป็นต้น
------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91119</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอเสื้อผ้าเก่าให้น้อง, ธันยทิพย์ วัลยะเสวี, ส่งต่อเสื้อผ้าเด็กเพื่อครอบครัวที่ขาดแคลน&quot;, หน้าหนาว, อออุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_60102b65d2d75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2019 20:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนหนาวถึงต้นปี เหนือ,อีสานสะท้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมอุตุฯ เผย ปีนี้หนาวหนักและนานกว่าปีที่แล้ว ยาวไปจนถึงมกราคม และอาจจะต่อไปถึงกุมภาพันธ์ หลายจังหวัดอุณหภูมิลดเหลือเลขตัวเดียวแล้ว ปภ.เร่งแจกเสื้อคลายหนาว ขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยวเบ่งบาน ด้านสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้เริ่มคลี่คลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา &amp;quot;อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2562)&amp;quot; ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-22 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงระมัดระวังอัคคีภัยไว้ด้วยเนื่องจากอากาศแห้งและมีลมแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศในรอบสัปดาห์ ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 8-10 ธ.ค.62 อุณหภูมิจะลดลง 3-6 องศาเซลเซียส บริเวณพื้นราบมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 23-27 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็ง อุณหภูมิต่ำสุด 1-7 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 11-14 ธ.ค.62 มีอากาศหนาว อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 8-14 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-29 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็ง อุณหภูมิต่ำสุด 3-8 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 8-10 ธ.ค.62 อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส บริเวณพื้นราบมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 6-15 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 24-27 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 2-7 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 11-14 ธ.ค.62 มีอากาศหนาว อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 8-15 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-28 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 8-10 ธ.ค.62 อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส มีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 12-17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-28 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 11-14 ธ.ค.62 มีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 15-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 8-10 ธ.ค.62 อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส มีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 14-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 11-14 ธ.ค. 62 มีอากาศเย็น อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 16-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ทางตอนบนของภาคมีอากาศเย็นกับมีลมแรง ส่วนทางตอนล่างของภาคมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ตลอดช่วง อุณหภูมิต่ำสุด 15-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-4 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ตลอดช่วง อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส ในช่วงวันที่ 8-10 ธ.ค.62 ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 11-14 ธ.ค.62 ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 8-10 ธ.ค.62 อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส มีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 15-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-29 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 11-14 ธ.ค.62 มีอากาศเย็น อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ภาพรวมลักษณะอากาศตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2562 อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส ขยับขึ้นลงไม่มาก ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล อากาศยังคงเป็นลักษณะเช่นนี้ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม และหลังวันที่ 10 ธันวาคมเป็นต้นไป อุณหภูมิจะค่อยๆ อุ่นขึ้นประมาณ 2 องศาเซลเซียส ในบางพื้นที่ แสดงให้เห็นว่าแต่ละพื้นที่ยังคงมีอุณหภูมิที่หนาวเย็นอยู่ ในตอนเช้า หัวค่ำ กลางคืน โดยเฉพาะช่วงเวลา 02.00-03.00 น. อุณหภูมิจะลดลงมาก แต่จะร้อนหรืออุ่นในตอนกลางวัน ขอให้เตรียมเครื่องนุ่งห่มกันหนาวไว้ให้พร้อม เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่างกันมากในตอนกลางวันและตอนกลางคืน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ บนยอดดอยหรือที่สูง แม้แต่พื้นราบบางพื้นที่ตัวเลขติดลบและเลขตัวเดียว อาทิ จ.เลย สกลนคร นครพนม ขอนแก่น น่าน เชียงราย &amp;nbsp;ยังคงหนาวจัด ต้องรักษาอุณหภูมิร่างกายให้เหมาะสมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากล่าวว่า คาดการณ์ว่าลักษณะอากาศหนาวเย็นจะอยู่ยาวไปจนถึงเดือนมกราคม แต่หากมวลอากาศเย็นที่แผ่มาจากจีนยังคงเป็นเช่นนี้ อาจเย็นยาวไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ แต่อุณหภูมิจะอยู่ประมาณ 22-25 องศาเซลเซียส โดยปีนี้อากาศหนาวกว่าปีที่แล้ว และหนาวนานกว่า พื้นราบบางพื้นที่มีอุณหภูมิเลขตัวเดียวในหลายจังหวัด ขอเชิญชวนช่วยกันบริจาคเครื่องนุ่งห่ม เครื่องกันหนาวให้กับประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนที่มีอากาศหนาวเย็นถึงหนาวจัด เช่น ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ บนยอดภู ยอดดอย รวมถึงอยากให้ระมัดระวังดูแลสุขภาพ ดูแลร่างกาย เพราะขณะนี้อากาศหนาวเย็นในทุกพื้นที่ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงระหว่างกลางวันและกลางคืนอุณหภูมิที่ห่างกันมากจะทำให้ร่างกายรับสภาพอากาศไม่ไหว ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศรายวันและรายสัปดาห์จากกรมอุตุนิยมวิทยาต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชียงราย นางภัทรวดี ปัญญา นายอำเภอพาน แจ้งให้ทางกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ประกาศเสียงตามสายภายในหมู่บ้านต่างๆ พื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยหลวง เขตรอยต่อ 3 จังหวัด ระหว่างเชียงราย ลำปาง และพะเยา รับมือภัยหนาว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องงดการอาบน้ำในชวงนี้ ขณะเดียวกันก็ควรระมัดระวังเรื่องไฟลุกลามจากการจุดไฟผิง หลังอุณหภูมิลดลงต่อเนื่องจนเกิดปรากฏการณ์น้ำแข็งเกาะบนยอดหญ้า เมื่อเวลาประมาณ 07.05 น. ที่บ้านงิ้วเฒ่า ต.ป่าหุ่ง อ.พาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ที่พักสงฆ์ ตุสิตาผาโง้ม บ้านห้วยไคร้ หมู่ 8 ต.ป่างิ้ว อ.เวียงป่าเป้า ได้โพสต์ภาพแม่คะนิ้งบนยอดหญ้าและหลังคารถ พร้อมกับข้อความว่า &amp;ldquo;ดอยผาโง้มหนาวไหม ตอบด้วยภาพละกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ชายแดนแม่สาย อุณหภูมิช่วงเช้าลดเหลือประมาณ 6 องศาเซลเซียส ขณะที่ภูชี้ฟ้า ต.ตับเต่า อ.เทิง และ ต.ปอ อ.เวียงแก่น ชายแดนไทย-สปป.ลาว หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในหน้าหนาว อุณหภูมิช่วงเช้าอยู่ที่ประมาณ 4 องศา คึกคักเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศที่พากันไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้น-ทะเลหมอกกันตั้งแต่เช้ามืด จนเต็มยอดดอยไม่ต่ำกว่า 2,000 คน ส่วนบนดอยตุง โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.แม่ฟ้าหลวง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดงานเทศกาลประจำปี &amp;quot;สีสันแห่งดอยตุง&amp;quot; ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 4-10 ธ.ค. วันที่ 14-15 ธ.ค. และวันที่ 11-12 ม.ค.63 มีนักท่องเที่ยวต่างเดินทางไปชมไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว พระตำหนักดอยตุง และเดินกาดชนเผ่า ที่มีการจัดจำหน่ายอาหารพื้นเมืองกันเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชียงใหม่ นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ ปภ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จากตัวเลขผู้ต้องการเครื่องกันหนาวทั้ง 25 อำเภอมีกว่า 3 แสนราย ตอนนี้ได้เร่งแจกช่วยพื้นที่เปราะบางไปกว่า 2 หมื่นชิ้น และกำลังประสานอำเภอดำเนินการระยะนี้อีก 2-3 หมื่นชิ้นในจุดที่ประสบภัย และกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ และผู้ที่ยากไร้ อันดับแรก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสภาพอากาศยังคงหนาวเย็นต่อเนื่องบนยอดดอยอินทนนท์ หนาวสุดเหลือ 1 องศา นักท่องเที่ยวทะลักกว่า 1.38 หมื่นคน เขตตัวเมืองบางช่วงต่ำกว่า 10 องศา โดยที่ดอยอินทนนท์ก็พบน้ำค้างแข็งอยู่ทั่วบริเวณ รวมทั้งที่โครงการเกษตรหลวงอ่างขางพบบางจุด และน้ำค้างแข็งยังเกิดขึ้นครั้งแรกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา อำเภอพร้าว หลังอุณหภูมิเหลือ 3 องศาเซลเชียส ตามยอดดอยสูงลดต่ำลงโดยเฉพาะบนดอยม่อนล้าน ต.ป่าไหน่ อ.พร้าว ที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ทำให้เกิดปรากฏการณ์เหมยขาบสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวขึ้นไปพัก เนื่องจากเป็นเหมยขาบแรกของปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าน อุณหภูมิลดลงต่อเนื่องเช่นกัน โดยเฉพาะที่หมู่บ้านมณีพฤกษ์ หมู่ที่ 11 ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง เช้าวันอาทิตย์วัดอุณหภูมิได้ 0 องศาเซลเซียส เกิดน้ำค้างแข็งเป็นสีขาวโพลน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครพนม มีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้ากับมีลมแรง อุณหภูมิหลังเที่ยงคืนที่ผ่านมาโดยวัดที่สถานีตรวจวัดอากาศเกษตร ต.ขามเฒ่า อ.เมืองนครพนม ต่ำสุด 7.8 องศา แต่เมื่อมีแสงแดดอุณหภูมิดีดขึ้นมาอยู่ที่ 13.5 องศา มีประชาชน นักท่องเที่ยว สวมใส่ชุดกีฬาออกมาสัมผัสกับอากาศหนาวในยามเช้าที่ริมฝั่งโขง ต่างคลายหนาวด้วยการออกกำลังกาย เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน และเต้นแอโรบิก ขณะที่ผู้สูงอายุก็รำกระบองเพื่อสร้างความอบอบอุ่นให้กับร่างกาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา จังหวัดนครพนมครองแชมป์เมืองหนาวที่สุดในประเทศไทย อุณหภูมิต่ำสุด 7.5 องศา และกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในเวลาอันใกล้นี้อาจมีอากาศหนาวเย็นลงไปต่ำกว่า 6 องศา สาเหตุเพราะคลื่นความหนาวจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมผ่านเข้ามาทางแขวงคำม่วน ประเทศลาว แล้วเข้าสู่นครพนมเป็นจังหวัดแรก ก่อนแผ่ต่อเนื่องเข้าสู่ภาคอีสานตอนบน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนองคาย สถานที่ท่องเที่ยวที่คึกคักเป็นพิเศษยังคงเป็นสกายวอล์ก ที่วัดผาตากเสื้อ ต.ผาตั้ง อ.สังคม ซึ่งเป็นจุดชมวิวพื้นกระจกใส มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวชาวไทย ชาวลาว และชาวต่างประเทศ ได้เดินทางมาเพื่อขึ้นไปชมทัศนียภาพ 2 ฝั่งโขงไทย-ลาว และสัมผัสอากาศหนาวเย็นบนสกายวอค์กกันตั้งแต่เช้าและตลอดทั้งวัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความเข้มงวด โดยขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวให้ขึ้นชมได้รอบละ 20-25 คน เพื่อความปลอดภัยและความเป็นระเบียบบนสกายวอล์ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงขลา คลื่นลมบริเวณพื้นที่ชายฝั่งที่มีกำลังแรงได้ซัดใส่บ้านเรือนของชาวบ้านและถนนที่อยู่ติดริมทะเลในพื้นที่หมู่ 10 บ้านมาบปรือ ต.ท่าบอน อ.ระโนด อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีบ้านเรือนถูกคลื่นซัดเข้าถึงตัวบ้านจนได้รับความเสียหายแล้วอย่างน้อย 5 หลัง และมีอีกหลายหลายหลังที่ใกล้จะถูกคลื่นกัดเซาะมาถึงตัวบ้าน ชาวบ้านต้องช่วยกันสร้างแนวกั้นคลื่นทั้งนำกระสอบทรายมาวางและนำไม้มากั้นเท่าที่พอจะทำได้เพื่อลดความแรงของคลื่น ในขณะที่ถนนเลียบชายทะเลที่เป็นเส้นทางเข้า-ออกบ้านเรือนก็ถูกคลื่นซัดพักเสียหายจนขาดแล้วเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นราธิวาส มีรายงานว่า ขณะนี้พื้นที่น้ำท่วมลดเหลือ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสุไหงโก-ลก สุไหงปาดี และตากใบ ส่วนอำเภออื่นๆ มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตรบางพื้นที่ แนวโน้มสถานการณ์ระดับน้ำลดลง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52028</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน้าหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191208/image_big_5decf507a2c98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครพนมถือฤกษ์เข้าฤดูหนาว27ต.ค.เปิดแคมเปญท่องเที่ยวริมโขง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ต.ค.61 - เวลา 16.00 น.บริเวณริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ร่วมฟังการแถลงข่าวจาก นายภูเวียง ประคำมินทร์ รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีฯ เรื่องการเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทย 2561 โดยนายภูเวียง&amp;nbsp;กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้ตรวจติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง จนพบว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มตัว ในวันที่ 27 ต.ค.นี้ และจะลากยาวไปสิ้นสุดประมาณกลางเดือน ก.พ.62 ซึ่งอากาศหนาวถึงหนาวจัด จะเริ่มประมาณครึ่งหลังของเดือน ธ.ค.61 ถึงปลายเดือน ม.ค.62 จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อากาศหนาวเย็น ให้ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ สวมใส่เสื้อผ้าหลายชั้น และห่มผ้าหนาๆ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายและเป็นภูมิต้านทานป้องกันโรคที่มักเกิดในช่วงฤดูหนาว รวมถึงดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีภูมิต้านทานต่ำ จึงเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่ายและมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดนครพนม เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด โดยประชาชนจะได้สัมผัสไอหนาวตั้งแต่ช่วงต้นฤดู จากสถิติในรอบ 67 ปีที่ผ่านมา พบว่าปี 2498 จังหวัดนครพนม มีอุณหภูมิต่ำสุดถึง 1.8 องศาเซลเซียล ซึ่งอยู่ในเกณฑ์หนาวจัด และปี 2560 ในช่วงเดือน ธ.ค. อุณหภูมิต่ำสุด 6 องศา&amp;nbsp;สำหรับปีนี้คาดว่าอุณหภูมิต่ำสุดของจังหวัดนครพนม ประมาณ 6-8 องศาเซลเซียล ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยอากาศหนาวเย็นของจังหวัดนครพนม เป็นอากาศหนาวที่บริสุทธิ์ โดยได้รับอานิสงส์จากเทือกเขาต่างๆในประเทศเพื่อนบ้าน จึงทำให้เป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยว ทางจังหวัดฯจึงเตรียมเปิดแคมเปญโต้ลมหนาว ริมฝั่งแม่น้ำโขง ชมทะเลหมอกที่สวยงามลอยอยู่เหนือผืนน้ำ ชักชวนนักโต้ลมหนาวมาท่องเที่ยวเมืองรอง ซึ่งเป็นการพลิกวิกฤติเป็นโอกาส&amp;nbsp;ให้เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่ ประชาชนกินดี อยู่ดี มีความสุข คือเป้าของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผวจ.นครพนม ยังเตือนประชาชนเลี่ยง 3 พฤติกรรม ที่เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพถึงขั้นเสียชีวิตในช่วงฤดูหนาว คือไม่ดื่มสุราแก้หนาว เพราะนอกจากไม่ช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายแล้ว ยังส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถทนต่อสภาพอากาศหนาวเย็นได้ อีกทั้งฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ทำให้ร่างกายร้อนวูบวาบ และสูญเสียความร้อนเร็วขึ้น รวมถึงกดประสาทส่วนกลาง ทำให้ง่วงซึมและหมดสติโดยไม่รู้ตัว&amp;nbsp;ไม่นอนในที่โล่งแจ้งโดยไม่มีสิ่งปกคลุมร่างกาย โดยเฉพาะคนเมาสุราที่มักเผลอหลับหรือหมดสติ โดยไม่สวมใส่เสื้อผ้าหรือสวมเสื้อผ้าบางๆจะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากขึ้น เพราะการปล่อยให้ร่างกายสัมผัสกับอากาศเย็นเป็นเวลานาน จะทำให้เส้นเลือดหดตัว การไหลเวียนของโลหิตช้าลง ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน และหัวใจทำงานหนักในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการช็อคจนเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงไม่ผิงไฟในที่อับอากาศ เพราะจะทำให้ร่างกายสูดดมก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์จากควันไฟเข้าสู่ทางเดินหายใจจำนวนมาก จนขาดออกซิเจนและสำลักควันไฟเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะหากเผลอหลับ โดยไม่ดับไฟให้สนิท ประกายไฟอาจกระเด็นไปติดหรือลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้ถูกไฟคลอกเสียชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประชาชนควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สวมใส่เสื้อผ้าหลายชั้น และห่มผ้าให้หนากว่าปกติ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายและภูมิต้านทานป้องกันโรคที่มักเกิดในช่วงฤดูหนาว&amp;rdquo;นายสยาม&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20631</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฤดูหนาว, สูดอากาศริมแม่น้ำโขง, หน้าหนาว, เข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทย, เทศบาลเมืองนครพนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bd0533f02b80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนาคตประเทศไทยกับทางสายกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คงต้องยอมรับนั่นแหละว่า...มันออกจะวิปริต พิสดาร อยู่สมควร สำหรับปรากฏการณ์ เมษาฯ หน้าหนาว ที่กำลังอุบัติขึ้นมาในช่วงระหว่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะความกดอากาศสูงจากจีน หรือจะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ อุณหภูมิอากาศในช่วง หน้าร้อน ที่ว่ากันว่าอาจพุ่งขึ้นไปถึง 40-42 องศา กลับทำท่าว่าจะลดวูบ เหลือแค่ 22-23 องศาใน กทม.ช่วงอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปรากฏการณ์วูบๆ วาบๆ วิปริต ผิดเพี้ยน...แม้จะเป็นแค่เรื่องของอุณหภูมิอากาศ แต่ก็อาจหยิบเอามาเป็นอุทาหรณ์ สอนใจ เป็นข้อคิด สะกิดใจ สำหรับเรื่องอื่นๆ ได้แทบทุกเรื่องนั่นแหละ เพราะอย่างที่พระบรมศาสดา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านได้ตรัสไว้ในพระไตรปิฎก ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิอากาศกับพฤติกรรมในหมู่มวลมนุษย์ ที่มีความเกี่ยวข้องผูกพันอย่างมิอาจตัดขาดแยกออกจากกันได้เลย ความวิปริต ผิดเพี้ยน ของ ธรรมชาติ จึงย่อมสามารถนำมาใช้เครื่องเตือนใจ เป็นข้อคิด สะกิดใจ สำหรับผู้ซึ่ง ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ได้ทุกเมื่อ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะไม่ว่าจะมองกันในระดับโลก หรือในระดับสังคมไทย...ความวิปริต ผิดเพี้ยน ในหมู่มวลมนุษย์ ย่อมเป็นสิ่งที่ปรากฏให้เห็นแบบต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยเฉพาะโลกช่วงนี้นั้น...นอกจากจะเป็นอะไรที่สุดแสนสลับซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ ไปในแทบทุกเรื่อง ยังเป็นโลกที่อัตราแห่งความก้าวร้าว รุนแรง นับวันจะเพิ่มขึ้นๆ ชนิดหวีดหวิว ฉิวเฉียด ระดับใกล้ถึง จุดระเบิด เต็มที ไม่ว่าจะเป็นสงครามทางการเมือง สงครามทางการค้า สงครามทางการทูต ต่างไหลไปสู่แนวโน้มอันจะนำมาซึ่ง สงครามเลือด ได้เสมอๆ และเมื่อไหร่ที่สงครามเลือดมันดันระเบิดขึ้นมาจริงๆ ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลาย ที่อะไรต่อมิอะไรมันชักจะ เพี้ยนๆ ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ อาจต้อง บ้าตาม หรือ บ้า...ก็...บ้าวะ ไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ ไม่วันหนึ่งก็วันใด ในช่วงอนาคตข้างหน้า...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับผู้ที่รักบ้าน รักเมือง รวมทั้งรักในมวลมนุษยชาติควบคู่ไปด้วย...จึงคงต้องหันมาให้ความสนใจ และให้ความสำคัญกับความเป็นไปตาม ธรรมชาติ ให้มากๆ เข้าไว้ อะไรที่มันผิดๆ เพี้ยนๆ แปลกออกไปจาก ครรลอง-คลองธรรม ไม่ว่ามันจะดูใหม่ ดูเก๋ ดูเท่ หรือดูมีเสน่ห์น่าเย้ายวนใจ ไม่ว่าในแบบย้อนยุค-ไม่ย้อนยุคก็แล้วแต่ แต่ถ้าหากมันออกไปในทาง สุดโต่ง ในด้านหนึ่งด้านใด ก่อให้เกิดอาการ เว่อร์ หรือ โอเวอร์ จนมีผลต่อกระเพาะ ลำไส้ ชนิดอยากจะขย้อนอะไรต่อมิอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว อันนั้นนั่นแหละ...คงต้องหาทางถ่วงๆ เอาไว้มั่ง เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาในทาง กลางๆ ทาง มัชฌิมาปฏิปทา อันเป็นหนทางที่จะนำมาซึ่ง ความสมดุล หรือเป็นหนทางที่ ธรรมชาติ ท่านได้กำหนด กฎเกณฑ์ จัดสรรไว้ให้เป็น ครรลอง-คลองธรรม ตามแบบฉบับของท่านมาตั้งแต่เริ่มแรก...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือไม่ว่าโลก หรือความวิปริต ผิดเพี้ยน ทางธรรมชาติ...มันจะฉุดกระชากลากถูใครต่อใครไปถึงขั้นไหน แต่สำหรับผู้ซึ่ง ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท แล้วล่ะก็ การประคับประคองแต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง ไม่ให้มัน สวิง ไปในด้านใด ด้านหนึ่ง จนเกินไป ไม่ว่าจะในแบบ อนุรักษ์สุดโต่ง หรือ ก้าวหน้าสุดโต่ง ย่อมถือเป็นหนทางที่พอช่วยให้เกิดการ อยู่รอด-ปลอดภัย ได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน อย่างคงทน ถาวร ได้จริงๆ เหมือนอย่างที่อภิมหาปราชญ์แห่งหนทางธรรมชาติ ท่าน เหลาจื๊อ ท่านได้ปรารภ รำพึง ไว้ในบทแรกๆ ของ คัมภีร์เหลาจื๊อ มานับเป็นพันๆ ปีแล้วนั่นแหละว่า... ฟ้ามีอายุยาวนาน ดินอยู่ได้ยั่งยืน ด้วยเหตุเพราะการเคลื่อนไหว ดำเนินการของฟ้า-ดิน มิได้กระทำไปเพื่อตนเอง จึงมีอายุยาวนานและยั่งยืน อริยบุคคลจึงต้องถ่อมตนเป็นผู้อยู่รั้งท้าย จึงจะได้รับความยกย่อง ต้องไม่เห็นแก่ตนจึงจะอยู่ได้ยาวนาน เช่นฟ้า-ดินนั่นแล...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาการ สวิง ของโลก...และของสังคมไทย ที่มันกระทำปฏิกิริยาต่อกันและกันมาโดยตลอด หรือต่างมี ปฏิสัมพันธ์ ต่อกันและกัน อย่างมิอาจตัดขาดแยกออกจากกันได้ ทำให้ในช่วง อนาคตอันใกล้ หรือในอีกไม่กี่ปีนับจากนี้ต่อไป คงหนีไม่พ้นต้องออกเรี่ยว ออกแรง ดึงซ้าย-ดึงขวา ไม่ให้มัน สุดโต่ง ไปในด้านหนึ่ง ด้านใด มากมายเกินไปนัก และคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะทำให้แต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง เกิดความ สมดุล ขึ้นมาได้แบบฉับพลัน ทันที แม้จะมี อำนาจ มี กฎหมาย มาตราฉี่ฉิบฉี่ หรือแป๊ดสิบแป๊ด อยู่ในมือก็ตามแต่ เพราะหลายต่อหลายอย่าง มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุม บังคับ ได้ด้วย อำนาจ หรือ กฎหมาย เอาเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นอารมณ์ ความรู้สึก เป็นความคิด ความอ่าน ไม่ว่าในรูปใด ลักษณะใด ก็ตามที มีแต่จะต้องอาศัยการเดินไปตาม ครรลอง-คลองธรรม การยึดเอาแนวทางแห่งธรรมชาติ หรือยึด ธรรมะ เป็นที่ตั้งนั่นแหละ มันถึงจะพอไปด้วยกันได้ หรือพออยู่ๆ กันไปได้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าใครก็ตามที่ไม่ได้ยึดเอาสิ่งเหล่านี้ แนวทางเหล่านี้ เอาไว้เป็น สรณะ ทั้งในทางความคิดและการปฏิบัติ ไปจนถึงการดำรงตนให้เป็นแบบอย่าง ตัวอย่าง สุดท้าย...ก็คงเป็นได้แค่ ส่วนหนึ่งของปัญหา ไม่ใช่ผู้ซึ่งสามารถช่วย แก้ปัญหา หรือทุเลา เบาบาง ปัญหาต่างๆ ลงไปได้เลย เผลอๆ...อาจกลายเป็นตัว ซ้ำเติม ให้แต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง ยิ่งวิปริต ผิดเพี้ยน ยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้น...สำหรับผู้ที่รักชาติ รักบ้าน รักเมือง และรักมวลมนุษยชาติทั้งหลาย คงต้องหันมาใคร่ครวญ พิจารณา ถึงแนวโน้มอนาคตของประเทศไทยเอาไว้ให้จงหนัก มองถึง เหตุปัจจัยภายนอก และ เหตุปัจจัยภายใน ควบคู่กันไป อย่างมิอาจแยกออกจากกันได้เลย โดยอาศัยแนวทาง กลางๆ หรืออาศัยเส้นทาง มัชฌิมาปฏิปทา ที่ว่านี้แหละ เป็นหลักยึดในทุกๆ เรื่อง ทุกๆ กรณี ก่อนที่ ความสุดโต่ง ทั้งหลาย มันจะฉุดกระชากลากถูให้เกิด หน้าหนาวเดือนเมษาฯ ขึ้นมาอนาคตการเมืองไทย ในอีกไม่ใกล้-ไม่ไกล นับจากนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Channing Pollock... Happiness is a way station between too little and too much.-ความสุขอยู่กลางทางระหว่าง...น้อยเกินไป...กับ...มากเกินไป...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6235</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครรลอง-คลองธรรม, ความกดอากาศสูง, ท่านขุนน้อย, สงครามทางการค้า, สงครามทางการทูต, สงครามทางการเมือง, สงครามเลือด, หน้าร้อน, หน้าหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
