<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดตำนาน หมอสะดำ อาวุโส หมอช้างรุ่นสุดท้ายแห่งเมืองสุรินทร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 62 - ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า นายมิว ศาลางาม หรือ ครูมิว อายุ 91 ปี หมอสะดำ อาวุโส หมอช้างรุ่นสุดท้ายแห่งเมืองสุรินทร์ ได้เสียชีวิตด้วยอาการสงบ หลังป่วยติดแต่มานานหลายเดือน ที่บ้านพัก เลขที่ 64 &amp;nbsp;บ้านตากลาง &amp;nbsp; ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า ของครอบครัว ลูกหลานและญาติพี่น้อง &amp;nbsp;กำลังช่วยกัน จัดเตรียมสถานที่ รดน้ำศพ และ สวดพระอภิธรรมศพในคืนแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม นายสุพจน์ ก้านอินทร์ อายุ 52 ปี หลานชาย &amp;ldquo;ครูมิว&amp;rdquo; เล่าว่า ตนและครอบครัว ศาลางาม รู้สึกเสียใจ กับการจากไป ของ ครูมิว หมอสะดำ อาวุโส หมอช้างรุ่นสุดท้าย เคยสอนวิชาคชศาสตร์ให้ตน &amp;nbsp;จนมีอาชีพเลี้ยงครอบครัวจนทุกวันนี้ ตนทราบข่าวว่า คุณลุงมิว เสียชีวิต ก็รีบเดินทางมาจาก จ.กาญจนบุรี ทันที เพื่อร่วมรดน้ำศพ และสวดพระอภิธรรมในคืนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญธรรม ศาลางาม อายุ 48 ปีลูกชาย คนที่ 6 ของ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ครูมิว&amp;rdquo; เล่าว่า คุณพ่อสอนวิชาคชศาสตร์ให้กับพี่ชายคนโต สืบแทน ส่วนตนเองก็ปฏิบัติตามที่ท่านสอนมา และจะพยายามเรียนรู้ไปเรื่อยๆ เพราะว่าอายุยังน้อย วิชายังไม่แกร่งกล้า สามารถ ควบคุมตัวเอง ตามแบบฉบับที่คนโบราณเขาทำ &amp;nbsp;ตนยังไม่พร้อม จึงให้พี่ชายคนโต สืบแทนคุณพ่อไปก่อน &amp;nbsp;ครอบครัว ศาลางาม เป็นควาญช้าง เลี้ยงช้างมาแล้วหลายชั่วอายุคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายมา ทรัพย์มาก อายุ 78ปี หมอช้างที่เคยไปคล้องช้างด้วยกันกับ &amp;nbsp;ครูมิว&amp;rdquo; เล่าว่า ตนเคยไปคล้องช้างป่าด้วยกันกับตาหมิว แถวเวียงจันทน์ สปป.ลาว &amp;nbsp;กัมพูชา และพม่า ครูหมิว หมอสะดำ อาวุโส หมอช้างรุ่นสุดท้ายแห่งเมืองสุรินทร์ จับช้างป่าด้วยความเอาใจใส่ มีความมานะ เมื่อจับช้างป่าได้ก็นำมาฝึกปรือ บำรุงรักษาจนช้างมีความเชื่องกลายเป็นช้างบ้าน และคัดเลือกช้างที่มีลักษณะดีไว้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ &amp;nbsp;มีลูกศิษย์เป็นหมอช้างหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประประวัติ นายมิว ศาลางาม เกิดเมื่อปี พ.ศ. &amp;nbsp;2471 ที่บ้านเลขที่ 64 &amp;nbsp;บ้านตาต.กระโพ &amp;nbsp;อ.ท่าตูม &amp;nbsp;จ.สุรินทร์ &amp;nbsp;เป็นบุตรของ &amp;nbsp;นายแก้ว &amp;nbsp;และนางมี &amp;nbsp; ศาลางาม มีพี่น้อง 4 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน ได้รับการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 &amp;nbsp;และสมรสกับนางมา &amp;nbsp; ศาลางาม &amp;nbsp; มีบุตรด้วยกัน 7 &amp;nbsp;คน เป็นชาย 4 คน &amp;nbsp;หญิง &amp;nbsp;3 &amp;nbsp;คน &amp;nbsp; นายมิว &amp;nbsp; ศาลางาม &amp;nbsp;เป็นชาวกูยอะจีง (กูยเลี้ยงช้าง) ได้เรียนรู้วิชาคชศาสตร์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นวิชาสำคัญสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์กูย โดยเป็นลูกศิษย์ของ หมอแก้ว &amp;nbsp;สุขศรี หมอท้าว ศาลางาม &amp;nbsp; ครูบาใหญ่ของช้างในสมัยนั้น) &amp;nbsp; เรียนรู้เกี่ยวกับช้างตั้งแต่อายุ &amp;nbsp;11 ปี &amp;nbsp; เป็นมะช้างติดตามหมอช้างไปกับกองคาราวาน &amp;nbsp;จับช้างป่าด้วยความเอาใจใส่ มีความมานะและได้รับการปะชิเป็นหมอช้างใหญ่ &amp;nbsp;เมื่ออายุย่างเข้า &amp;nbsp;20 &amp;nbsp;ปี &amp;nbsp;จากนั้นนำกองคาราวานช้างไปจับช้างป่าตามแนวเขาพนมดงรักในเขตราชอาณาจักรกัมพูชา &amp;nbsp;ปีละ 2 - 3 &amp;nbsp;ครั้ง ๆ ละ 2 - 3 เดือน &amp;nbsp;เมื่อจับช้างป่าได้ก็นำมาฝึกปรือ บำรุงรักษาจนช้างมีความเชื่องกลายเป็นช้างบ้าน และคัดเลือกช้างที่มีลักษณะดีไว้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ &amp;nbsp;มีลูกศิษย์เป็นหมอช้างหลายคน อายุ &amp;nbsp;25 &amp;nbsp;ปี ได้รับการเลื่อนระดับหมอช้างจากบรรดาหมอช้างด้วยกันขึ้นเป็น &amp;nbsp;&amp;ldquo;หมอสะดำ&amp;rdquo; &amp;nbsp;หรือหมอสะดำอาวุโส &amp;nbsp;จนกลายเป็นที่พึ่งของกลุ่มผู้เลี้ยงช้างในปัจจุบันทั้งในจังหวัดสุรินทร์ ต่างจังหวัดและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผลงานและเกียรติประวัติ 1.เป็นหมอช้างระดับ &amp;nbsp;หมอสะดำหรือ หมอสะดำาวุโส &amp;nbsp; &amp;nbsp;(ปัจจุบันอยู่ในระดับครูบาใหญ่ หรือ กำลวงปืด) เพราะหมอช้างระดับครูบาใหญ่ได้เสียชีวิตหมดแล้ว สามารถเป็นผู้นำพิธีกรรมต่าง ๆ &amp;nbsp;เกี่ยวกับช้างและสามารถครองตนอยู่ในศีลธรรมกับฐานะ หมอสะดำ หรือหมอสะดำอาวุโส &amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา &amp;nbsp;80 &amp;nbsp;ปี &amp;nbsp;เคยออกไปจับช้างป่ามากว่า &amp;nbsp;40 ครั้ง และสามารถจับช้างป่าได้ทั้งหมด &amp;nbsp; 16 &amp;nbsp;ตัว &amp;nbsp; มีความสามารถจ่มคาถาผีปะกำ &amp;nbsp;นำประกอบพิธีกรรมต่างๆ &amp;nbsp;เกี่ยวกับช้าง &amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;เซ่นผีปะกำ &amp;nbsp; &amp;nbsp;การปะชิหมอช้าง &amp;nbsp;การปะซะหมอช้าง &amp;nbsp;การทำเชือกปะกำและการทำอุปกรณ์เกี่ยวกับการคล้องช้าง &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เป็นผู้เชียวชาญด้านคชศาสตร์ เช่น การดูคุณลักษณะของช้าง การบำรุงรักษาช้าง &amp;nbsp;การฝึกช้างต่อ &amp;nbsp;การเฝ้าระวังช้างการสังเกตช้าง &amp;nbsp;การคล้องช้างป่า การฝึกหัดให้ช้างเชื่อง &amp;nbsp;การรักษาช้าง &amp;nbsp;จิตวิทยาช้าง &amp;nbsp;สมุนไพรอาหารช้าง ได้รับเชิญทั้งภายในและต่างประเทศ &amp;nbsp; ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับช้างในพิธีต่าง &amp;nbsp;ๆ เช่น &amp;nbsp;การเปิดปางช้างหรือการตั้งศาลปะกำตามปางช้างต่าง ๆ &amp;nbsp;ในประเทศไทย &amp;nbsp; เป็นวิทยากรบรรยายเรื่องช้าง รับเชิญออกรายการโทรทัศน์ &amp;nbsp;รับเชิญเป็นผู้นำประกอบพิธีเซ่นผีปะกำในโอกาสสำคัญ ๆ &amp;nbsp;และเป็นผู้นำหมอช้างและควาญช้างจากจังหวัดสุรินทร์ &amp;nbsp;ไปช่วยเคลื่อนย้ายช้างป่าในกรณีเจ็บป่วย เช่น ที่จังหวัดกาญจนบุรีและที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน &amp;nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นต้น และ 3. &amp;nbsp;เป็นหมอช้าง ระดับครูบาใหญ่ที่อาวุโสที่สุดในปัจจุบัน จนได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมสาขาภูมิปัญญาชาวบ้าน(หมอช้าง) &amp;nbsp;จากชาวช้างในประเทศไทยและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเลี้ยงช้างและการจับช้างป่า &amp;nbsp;ถือเป็นวัฒนธรรมของชาวกูยอะจีง &amp;nbsp;และชาวเขมร &amp;nbsp;ซึ่งมีการสืบทอดวิชาคชศาสตร์ติดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน &amp;nbsp;และมีการจัดระบบความรู้และเผยแพร่ให้กระจายกว้างขวางออกไปสมกับที่ &amp;nbsp;&amp;ldquo; ช้าง &amp;rdquo; &amp;nbsp; ได้รับการยกย่องเป็นสัญลักษณ์แห่งสยามมาแต่อดีต &amp;nbsp;ช้างจึงมีความสำคัญอยู่ในชีวิตจิตใจของชาวไทยทั่วไป นายมิว &amp;nbsp;ศาลางาม &amp;nbsp;เป็นผู้สืบทอดภูมิปัญญาและองค์ความรู้ด้านคชศาสตร์แก่ชาวไทยและชาวโลก &amp;nbsp;เป็นเสาหลักสำหรับการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับช้าง &amp;nbsp;และการแสดงของช้างในจังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดบุรีรัมย์ และเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้จังหวัดสุรินทร์เป็นที่รู้จักแก่ชาวโลกทั่วไปว่า &amp;ldquo;สุรินทร์&amp;rdquo; แหล่งกำเนิดช้างแห่งเดียวในโลก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38590</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวกูย, สุรินทร์, หมดสะดำ, หมอช้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d03b168c1ac1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
