<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชำแหละ10ประเด็นร่างรธน.แก้ไขหมวดพระมหากษัตริย์&#039;ฉบับกบฏใต้กระโปรง&#039;ของ&#039;ปิยบุตร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ส.ค.64-ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ&amp;nbsp; หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำแหละร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขหมวดพระมหากษัตริย์
&amp;quot;ฉบับกบฏใต้กระโปรง&amp;quot; ของ &amp;quot;ปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญประชาธิปไตยเป็นผลสำเร็จของการสร้างประชาธิปไตย การเขียนรัฐธรรมนูญโดยปราศจากเงื่อนไขของความสำเร็จในการสร้างประชาธิปไตย จึงล้วนแล้วแต่เป็นเผด็จการทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากเงื่อนไขของการสร้างประชาธิปไตยที่เป็นผลสำเร็จ การเขียนรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยต้องอาศัยหลักการที่ถูกต้องของระบอบการปกครอง ซึ่งสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของชาติและความต้องการของปวงชน ไม่ใช่สิ่งที่ใครที่ไหนจะสามารถเขียนจากการคิดเอาเองขึ้นมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ประเทศไทยของเราไม่เคยมีประชาธิปไตยมาตั้งแต่ต้น เพราะคณะราษฎรไม่ได้สร้างประชาธิปไตย ไม่ได้ทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชน หากแต่สร้างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อรักษาอำนาจของคนส่วนน้อย เป็นจุดเริ่มต้นของลัทธิรัฐธรรมนูญหลอกลวงประชาชน ซึ่งได้กลายเป็นระบอบเผด็จการครอบงำประเทศไทยมาอย่างยาวนานเกือบ 90 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;quot; เคยพูดเองว่ารัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน แต่สุดท้ายปิยบุตรก็กระสันที่จะเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาด้วยตัวเองคนเดียว แสดงให้เห็นถึงความเป็นนักลัทธิรัฐธรรมนูญหลอกลวงประชาชนตามรอยคณะราษฎร ซึ่งเป็นเผด็จการตัวจริงที่อาศัยรัฐธรรมนูญในการแสวงหาอำนาจ และคอยขัดขวางการสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อไปนี้ จะเป็นการชำแหละร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 2 พระมหากษัตริย์ หรือ &amp;quot;ร่างรัฐธรรมนูญฉบับกบฏใต้กระโปรง&amp;quot; ซึ่ง &amp;quot;ปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;quot; ได้ใช้ความเป็นเผด็จการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจากเดิมในสาระสำคัญ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กำหนดพระราชสถานะประมุขของรัฐ ศูนย์รวมจิตใจ และความเป็นกลางทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำแหละ: ทรงเป็นกลางทางการเมืองอยู่แล้ว มีแต่พวกกบฏที่คอยแต่บิดเบือนให้ร้ายด้วยวิธีการสกปรก ใช้การปั่นกระแสบิดเบือนในโซเชียลมีเดีย ยัดเยียดความเข้าใจผิดๆ ความเกลียดชัง ตลอดจนความอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หวังชี้นำไปสู่ภาวะอนาธิปไตย เพื่อก่อกบฏล้มล้างการปกครองในแนวทางรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กำหนดพระราชอำนาจ ขอบเขตของเอกสิทธิ์และความคุ้มกันพระมหากษัตริย์ในการไม่ต้องรับผิด ไม่ต้องถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในการกระทำใดบ้าง โดยเขียนในภาษาที่เข้าใจง่าย ตรงไปตรงมา ไม่ต้องตีความว่าอำนาจเป็นของพระมหากษัตริย์หรือของคณะรัฐมนตรี ไม่ต้องถกเถียงกันว่าพระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจในทางการเมืองหรือการบริหารราชการแผ่นดินโดยแท้หรือไม่ แต่เขียนชัดเจนเลยว่า พระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจในเรื่องต่างๆโดยต้องทำตามความเห็นชอบของรัฐมนตรีหรือสภาผู้แทนราษฎร แล้วแต่กรณี โดยนำแบบอย่างมาจากรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำแหละ: ปิยบุตรเลือกญี่ปุ่น แทนที่จะเลือกสหราชอาณาจักรที่เป็นประเทศต้นแบบของการปกครอง Constitutional Monarchy หรือ นอร์เวย์ที่เป็นประเทศประชาธิปไตยอันดับ 1 ของโลก เพราะปิยบุตรมีความคิดกบฏ อยากให้ประเทศมหาอำนาจเข้ามาแทรกแซงการเขียนรัฐธรรมนูญของไทย ดังที่เคยเกิดขึ้นกับญี่ปุ่นเมื่อครั้งพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง เงื่อนไขของการพ่ายแพ้สงครามโลกจึงทำให้สหรัฐอเมริกาสามารถแทรกแซงการเขียนรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่น ไม่ใช่อยู่ดีๆก็จะเกิดขึ้นได้ แต่ปิยบุตรกลับทำตัวไม่ต่างจากกบฏ จับมือกับไอลอว์ที่รับเงินต่างชาติ แล้วคอยแทรกแซงการเขียนรัฐธรรมนูญของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เปลี่ยนกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ ให้เป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำแหละ: กฎมณเฑียรบาลเป็นกฎเกณฑ์ภายในราชวงศ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินในระบบรัฐสภา จึงไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานะเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ นอกเสียจากปิยบุตรจะตั้งตนเป็นกบฏ ต้องการเข้าไปแก้ไขกฏเกณฑ์ภายในราชวงศ์ เพื่อเปิดช่องไปสู่การบ่อนทำลายความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่ปิยบุตรต้องการมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม แต่พอเป็นเรื่องของปิยบุตรเอง เพียงแค่คนอื่นตั้งข้อสงสัยเล็กๆน้อยๆ ปิยบุตรกลับเป็นเดือดเป็นร้อนขึ้นมาทันที &amp;ldquo;พวกมึงเป็นเหี้ยอะไรกับกูนักหนา แค่กูเดินทางมาฝรั่งเศส มาเจอเมีย แค่เนี้ย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ยกเลิกองคมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำแหละ: วิวัฒนาการขององคมนตรีในแต่ละประเทศแตกต่างกัน มีทั้ง แบบที่หายไปเลย แบบที่เกิดขึ้นเฉพาะกิจ แบบที่กลายเป็น Council of State หรือ แบบที่มีการเปลี่ยนแปลงไปทั้งในด้านบทบาทและอำนาจหน้าที่ โดยทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้หลังการสร้างประชาธิปไตยสำเร็จแล้วเท่านั้น ซึ่งสุดท้ายวิวัฒนาการขององคมนตรีในประเทศไทยอาจจะต่างจากประเทศอื่นทั้งหมดก็เป็นได้ ส่วนการบังคับให้ยกเลิกแบบมั่วๆตามอำเภอใจเป็นวิธีคิดแบบเผด็จการของปิยบุตร ที่คิดไม่ซื่อต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. เปลี่ยนแปลงกระบวนการเข้าสู่ตำแหน่งพระมหากษัตริย์ โดยย้อนกลับไปใช้แบบเดียวกันกับกระบวนการก่อนรัฐธรรมนูญ 2534 กล่าวคือ การเสนอพระนามองค์รัชทายาทหรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำแหละ: การแต่งตั้งองค์รัชทายาทในภาวะปกติ ไม่มีความจำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร หลายๆประเทศในระบอบการปกครองแบบเดียวกันก็ไม่ได้มีกระบวนการดังกล่าว เพราะทุกอย่างเป็นไปตามลำดับของการสืบราชสันตติวงศ์อยู่แล้ว สิ่งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความเป็นกบฏที่ต้องการจะแทรกแซงเรื่องภายในราชวงศ์ อันจะลุกลามเข้าไปครอบงำและบ่อนทำลายความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้นไปเรื่อยๆของปิยบุตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. กำหนดให้พระมหากษัตริย์และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต้องปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำแหละ: พระปฐมบรมราชโองการ คือ การปฏิญาณตนก่อนขึ้นครองราชย์อยู่แล้ว แถมยังปฏิญาณตนต่อประชาชนชาวไทยทั้งประเทศโดยตรงอีกต่างหาก ทำไมปิยบุตรถึงได้โง่จัง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. กำหนดกรณีที่พระมหากษัตริย์ต้องแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และเปลี่ยนแปลงกระบวนการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เสียใหม่ ให้สภาผู้แทนราษฎรเข้ามามีอำนาจพิจารณาให้ความเห็นชอบเหมือนรัฐธรรมนูญ 2475 และ 2489&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ: ไม่มีความจำเป็นอีกเช่นกัน ยกตัวอย่าง ม.41 ในรัฐธรรมนูญของนอร์เวย์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยอันดับ 1 ของโลก หากพระมหากษัตริย์ทรงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ลำดับถัดไปในสายของการสืบราชสันตติวงศ์ ขึ้นมาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ชั่วคราว และในประเทศอื่นๆโดยส่วนมาก ก็ไม่มีความจำเป็นต้องได้ความรับเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. กำหนดระบบเงินรายปีแก่พระมหากษัตริย์ โดยให้สภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจในการกำหนดวงเงินและอนุมัติ และให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบการใช้จ่ายเงินรายปีและรายงานให้สภาผู้แทนราษฎรทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำแหละ: ทุกวันนี้ส่วนราชการในพระองค์ไม่ได้ถืองบประมาณเอง หากแต่เบิกจ่ายผ่านระบบของกรมบัญชีกลางอย่างโปร่งใส ส่วนถ้าปิยบุตรคิดจะล้วงลูกตรวจสอบไปถึงเรื่องส่วนพระองค์ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะแม้แต่ควีนอลิซาเบธก็ยังได้รับการปกป้องทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิความเป็นส่วนตัว รวมถึงเรื่องการเงินที่เป็นส่วนตัวอีกด้วย ปิยบุตรรู้จัก FOI exemptions ไหม?&amp;nbsp; หรือแม้แต่งบความปลอดภัยของควีนอลิซาเบธก็ยังถือเป็นงบลับ ปิยบุตรเคยรู้บ้างไหมเนี่ย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. ยกเลิกการลงพระปรมาภิไธยในพระบรมราชโองการแต่งตั้งข้าราชการฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือน ตําแหน่งปลัดกระทรวง อธิบดี และเทียบเท่า ให้คงไว้เพียงการลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรผู้ใช้อำนาจอธิปไตยและอำนาจตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น อันได้แก่ รัฐมนตรี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้พิพากษาศาลยุติธรรม ตุลาการศาลปกครอง และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำแหละ: ตลกมากนะปิยบุตร เพราะแม้แต่ ม.21 ในรัฐธรรมนูญของนอร์เวย์ที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยอันดับ 1 ของโลก พระมหากษัตริย์ของเขาก็ทรงลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้งข้าราชการอาวุโสทั้งในฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือน อีกทั้งในหลายๆประเทศที่ปกครองในระบอบนี้ก็ถือปฏิบัติเช่นเดียวกัน กบฏอย่างปิยบุตรคงไม่ถูกใจสิ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. ยกเลิกพระราชอำนาจในการยับยั้งการลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้กฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบจากสภา
ชำแหละ: ปัจจุบันพระมหากษัตริย์ก็ทรงไม่สามารถยับยั้งการออกกฎหมายได้อยู่แล้ว เพียงแค่ส่งกลับมาให้มีการพิจารณาตรวจสอบแก้ไขเท่านั้น แล้วภายหลังการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายครั้งที่ 2 สุดท้ายไม่ว่าจะมีการลงพระปรมาภิไธยภายใน 30 วัน หรือไม่ก็ตาม กฎหมายฉบับนั้นก็สามารถนำมาใช้ได้ เสมือนหนึ่งว่าพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ปิยบุตรอ่าน ม.146 แตกฉานหรือเปล่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติกรรมของ &amp;quot;ปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;quot; ตั้งแต่อดีตเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ล้วนแต่ส่อให้เห็นถึงความเป็นกบฏทั้งสิ้น มีเจตนาในการบิดเบือนให้ร้าย หวังแทรกแซงและบ่อนทำลายความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์
เมื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ ผูกพันกับรูปแบบของรัฐ ตามมาตรา 1 ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ &amp;quot;ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การบิดเบือนให้ร้าย บ่อนทำลายความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ โดย Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;nbsp; #กบฏใต้กระโปรง จึงเป็นการก่อกบฏเพื่อล้มล้างรูปแบบของรัฐที่เป็นราชอาณาจักร ขัดต่อมาตรา 1 ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว ผิดที่ระบอบต่างหากที่ยังไม่ได้เป็นประชาธิปไตย ทันทีที่แท้จริงอย่างสันติได้สำเร็จ และมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยเกิดขึ้นตามลำดับ พระมหากษัตริย์ไทยจะทรงมีพระราชฐานะ &amp;quot;จอมราชพิทักษ์รัฐธรรมนูญ&amp;quot; โดยอัตโนมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ศุภณัฐ
11 สิงหาคม พ.ศ. 2564
#ประชาธิปไตยTheseries by ดร.ศุภณัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112975</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ดร.นิว-ศุภณัฐ อภิญญาณ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, หมวดพระมหากษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_61139a7d28228.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.ฮึ่มคว่ำรธน.วาระ3 สกัดแตะหมวดกษัตริย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ฟันธง หากรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตั้งส.ส.ร. แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ ต้องหยุดนับหนึ่งใหม่ วาระ 3 ไม่ต้องพิจารณาต่อ ขณะที่ ส.ว.ดาหน้าค้านเต็มสูบ ขู่โหวตคว่ำร่าง รธน. เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ให้แก้หมวดพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 นายวิษณุ เครืองาม? รองนายกรัฐมนตรี? ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กรณีร่างแก้ไขเพิ่มเติม รธน.ของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ในการตั้ง ส.ส.ร. มายกร่าง หรือจัดทำ รธน.ฉบับใหม่นั้นสามารถทำได้หรือไม่ ว่าก็อยู่ที่ว่าผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งขณะนี้ประธานสภาฯ ก็รออยู่ ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็ได้มีหนังสือสอบถามไปนานแล้วว่าเมื่อรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 2 จะเข้าวาระ 3 ซึ่งต้องทิ้งไว้อย่างน้อย 15 วัน ทางสภาคิดว่าจะเปิดสภาสมัยประชุมวิสามัญได้เมื่อไหร่ จะได้มาขอออกพระราชกฤษฎีกา เพราะรัฐบาลจะต้องเป็นผู้ดำเนินการเพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย และคิดว่าจะเปิดกี่วัน เพราะเราไม่รู้ว่าเปิดแล้วจะมีภารกิจทำอะไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่าที่รู้คือเปิดเพื่อโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 แต่ได้ยินพูดๆ กันว่าไม่พอ จำเป็นต้องให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และมีบางคนบอกว่าไหนๆ ก็เปิดแล้ว ประมวลกฎหมายยาเสพติดก็เสร็จแล้ว และต้องเข้าที่ประชุมร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ?การเปิดครั้งนี้เป็นการเปิดเพื่อประชุมร่วมอยู่แล้ว ควรจะนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาด้วยเลย โดยอาจจะพิจารณาทั้ง 3 เรื่อง 3 วาระไปเลย ซึ่งได้ถามไปแล้วว่ามีหรือไม่ จริงหรือไม่ จะได้รู้ว่าเปิดแล้วจะต้องปิดเร็วหรือไม่ เพราะเวลาทูลเกล้าฯ ถวายจะต้องมีทั้งฉบับเปิดหนึ่งฉบับและฉบับปิดอีกหนึ่งฉบับ แต่ทางสภายังไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวมา คงอยากจะรอฟังคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าผลการพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลเกี่ยวข้องกับการพิจารณาวาระ 3 หรือไม่ นายวิษณุแจงว่า ปกติจะไม่เกี่ยวกัน แต่อาจจะเกี่ยวกันได้ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งอะไรที่เกี่ยวข้องกัน เช่น ถ้าศาลสั่งว่าทำได้ก็ไม่มีปัญหา หรือถ้าศาลสั่งว่าทำไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องประชุมในวาระ 3 แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า? ดังนั้นที่ประชุมแก้ไขรัฐธรรมนูญกันมาทั้งหมดจะเป็นศูนย์ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;ใช่ สิ่งที่ทำไปแล้วก็ถือว่าใช้ไม่ได้ แต่ความจริงมันก็ใช้ได้ เพียงแต่ว่ามันจะทำต่อไปไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ยืนยันว่าหมวด 1 หมวด 2 ไม่แตะต้องใช่หรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า วันนี้ยังจะต้องยืนยันอีกหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ช่วงกลางเดือน มี.ค.ว่า ส่วนตัวจะเป็นหนึ่งเสียงที่ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในวาระ 3 เพราะเชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้มีเจตนาจะแตะหมวด 1 และ 2 ที่ ส.ว.ห้ามแก้ไข และมั่นใจว่า จะมี ส.ว.เกิน 84 เสียง ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 เช่นเดียวกับตน เห็นได้จากการลงมติแก้รัฐธรรมนูญวาระ 2 เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2564 ในมาตรา 256/13 เรื่องการห้าม ส.ส.ร.แก้ไขหมวด 1และ 2 ที่ ส.ว.พยายามให้เพิ่มเติมข้อความว่า ให้รวมถึงการห้ามส.ส.ร.แก้ไขเนื้อหาอีก 38 มาตราที่เกี่ยวกับสถาบันเข้าไปในร่างรัฐธรรมนูญวาระ 2 ด้วย แต่ปรากฏว่าที่ประชุมลงมติด้วยคะแนน 349 ต่อ 200 ไม่ให้เพิ่มเติมถ้อยคำตามที่ ส.ว.ต้องการลงไป แสดงให้เห็นว่า ส.ส.ยังมีเจตนาให้แตะการแก้หมวด 1 และ 2 ได้ เพราะ 349 เสียง ไม่ใช่มีแค่เสียงฝ่ายค้าน แต่ยังมีเสียงพรรคร่วมรัฐบาลร่วมอยู่ด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส.ว.หลายคนเห็นตรงกันว่า ควรโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ส่วนจะเป็นชนวนเหตุให้เกิดชุมนุมใหญ่ของม็อบราษฎรตามมาหรือไม่นั้น อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด บ้านเมืองจะขึ้นอยู่กับม็อบไม่ได้ ถ้าไปยอมตามม็อบกดดัน แล้วถ้าตนขนม็อบมาบ้าง ต้องทำตามตนหรือไม่ ถ้า ส.ว.ปล่อยร่างรัฐ ธรรมนูญผ่านวาระ 3 ได้ การประท้วงจะไม่สิ้นสุด อีกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญและปกป้องสถาบันต้องออกมา กลายเป็นความขัดแย้งไม่สิ้นสุด ยิ่งปล่อยไปความขัดแย้งยิ่งรุนแรง ส.ว.จึงปล่อยผ่านไม่ได้ ยืนยันอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด&amp;rdquo; นายกิตติศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. กล่าวว่า ดูแนวโน้มการโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 แล้ว น่าจะมีเสียง ส.ว.เห็นชอบไม่ถึง 84 เสียงค่อนข้างแน่ โดยเห็นสัญญาณชัดเจนมาตั้งแต่การแก้รัฐธรรมนูญวาระ 2 ทั้งเรื่องจำนวนเสียงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ส.ว.เสนอไปให้ใช้เสียงที่ประชุมรัฐสภา 2 ใน 3 และกรณีการขอให้เพิ่มข้อความ ห้าม ส.ส.ร.แก้ไข 38 มาตราที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจ ปรากฏว่าสิ่งที่ ส.ว.เสนอไปแพ้โหวตทั้งหมด ทำให้ ส.ว.เห็นตรงกันว่าจะไม่โหวตผ่านวาระ 3 แต่ทั้งนี้คงต้องรอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 4 มี.ค. ก่อนว่าจะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่ หากศาลระบุว่าแก้ไม่ได้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตกไปทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ, นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชน, นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และนายธงชาติ รัตนวิชา พรรคประชาชาติ เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอส่งบันทึกถ้อยคำและความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญประกอบการพิจารณาวินิจฉัยในคดีที่ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐเผยว่า พรรคฝ่ายค้านเห็นว่าศาลได้มีการขอความเห็นจากนักวิชาการและผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้จำนวน 4 คน ดังนั้น เพื่อเป็นการเปิดรับฟังความเห็นจากหลายฝ่าย จึงได้ขอส่งบันทึกถ้อยคำเป็นข้อมูลต่อศาลรวม 7 หน้า เพื่อยืนยันว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 156 (15) บัญญัติไว้ชัดเจนว่ารัฐสภามีอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม คิดว่าการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจะทันต่อการที่สภาจะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ในช่วงวันที่ 17-18 มี.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังกล่าวด้วยว่า ฝ่ายค้านยังไม่ได้มีการพูดคุยกันว่าหากการตั้งสมาชิกสภาร่างไม่สามารถเป็นไปได้จะทำอย่างไร เพราะเราคาดหวังไว้ว่ารัฐสภาน่าจะผ่านวาระ 3 ได้ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ ประชาชนเรียกร้อง รัฐสภาที่เป็นตัวแทนของประชาชนจะเห็นด้วยกับการผ่านวาระ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยธวัชกล่าวว่า เราเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่ควรมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ใช่ปัญหาเรื่องอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดชัดเจนว่าสภามีอำนาจในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตราได้ โดยมีข้อจำกัดเพียงห้ามแก้ไขแล้วไปกระทบต่อระบอบการปกครองและรูปแบบของรัฐมิได้ ดังนั้นการแก้ไขโดยให้มี ส.ส.ร. จึงอยู่ในกรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ กระบวนการก็ยังอยู่ในกรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนด จึงได้ให้ความเห็นในบันทึกที่ส่งศาลในวันนี้ การเสนอแก้ไขในลักษณะที่กระทำอยู่สามารถทำได้ และเป็นอำนาจของรัฐสภา และในอดีตตอนแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2534 ก็มีการทำในลักษณะนี้ จนนำไปสู่การตั้ง ส.ส.ร. และมีรัฐธรรมนูญ 2540 จึงยืนยันในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านว่ารัฐสภามีอำนาจ ไม่เห็นว่าสิ่งที่ดำเนินการอยู่ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94943</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลรัฐธรรมนูญ, ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมวดพระมหากษัตริย์, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f9a35258b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.โวยปิดปากแก้รธน.! วิรัชห้ามแตะหมวดกษัตริย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กมธ.แก้ไข รธน.ซีกฝ่ายค้านโวยประธานที่ประชุมสั่งปิดกลางคันหลังถามถึงความจริงใจขณะพิจารณาหมวด 1, 2, 15 ซัดเป็นขบวนการขัดขวางไม่ให้แก้ รธน.ทั้งฉบับ ด้าน กมธ.สัดส่วนส.ว.โต้กลับ อีกฝ่ายใช้อารมณ์จึงต้องปิดประชุม &amp;quot;วิรัช&amp;quot; ขออภัยทุกคน วอนให้ใจเย็นๆ ย้ำหมวด 1, 2 เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์แก้ไม่ได้ ต้องผ่านประชามติ รัฐบาลเคาะ &amp;ldquo;บิ๊กช้าง-เทอดพงษ์&amp;rdquo; นั่ง กก.สมานฉันท์ส่งถึงมือประธานรัฐสภาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่รัฐสภา วันที่ 17 ธันวาคม นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ. ... แถลงว่า ที่ประชุม กมธ.พิจารณาการแก้ไขมาตรา 256 เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 หมวด 2 และหมวด 15 โดยมีการเปรียบเทียบกับหมวดอื่นๆ ว่าควรจะต้องทำประชามติหรือไม่ แต่เมื่อนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ. ตั้งคำถามถึงความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ ส.ว. ในฐานะประธานชั่วคราว ได้ใช้อำนาจสั่งปิดประชุม ซึ่งตนผิดหวังในตัว กมธ.จากสัดส่วน ส.ว. เพราะไม่ได้มีเจตนาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่อยากให้รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะ กมธ.ได้ปิดไม่ให้มีการถ่ายทอดออกไปข้างนอกห้องประชุมก่อน เพราะคงกลัวดูไม่ดีในสายตาประชาชน โดยประธานที่ประชุมชั่วคราวพยายามห้ามปรามไม่ให้มีการพาดพิงกัน แต่ก็มีการตะคอกตัดบท จนที่สุดใช้อำนาจสั่งปิดที่ประชุมทันที ประเด็นที่เกิดความขัดแย้งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกล่าวถึงหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ แต่เป็นเรื่องที่มีความเห็นต่างสองฝ่าย ว่าควรให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้โดยง่ายหรือให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ยาก&amp;quot; นายรังสิมันต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธีรัจชัยกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ควรจะเปิดให้ กมธ.ได้พูดทุกแง่มุม แต่ตนเองในฐานะเป็นรองประธาน กมธ. ถูกสกัดไม่ให้พูด และถูกใช้อำนาจปิดประชุม เมื่อตั้งคำถามถึงความจริงใจเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ หลังมีความเห็นแตกต่างกันใน กมธ. ฝ่ายหนึ่งอยากให้แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยง่าย อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้อยากให้แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยง่าย ซึ่งตนเองอภิปรายถึงที่มาของรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อสืบทอดอำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องพูด แต่อาจจะสะกิดความรู้สึก ส.ว. ในคณะ กมธ.จึงถูกคัดค้านจาก ส.ว. ถึงขนาดบอกว่าจะไม่ร่วมทำงานด้วย และขอให้ปิดประชุม ยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้จะไม่ยอมเด็ดขาด ไม่ควรใช้อำนาจกดขี่ ย้ำว่าสิ่งที่พูดทั้งหมดคือความจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ. กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือขบวนการขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ญัตตินายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 รวมถึงความพยายามให้ความเห็นว่ารัฐธรรมนูญไม่สามารถแก้ไขได้ทั้งฉบับ ตามความเห็นของนายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ทั้งที่เอกสารชวเลขของ กรธ. ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ระบุว่าสามารถจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายโกศล ปัทมะ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ. กล่าวว่า เสียดายเวลาที่ประธาน กมธ.สั่งปิดการประชุม เสียดายภาษี เสียดายเบี้ยเลี้ยง เรียกร้องให้ผู้ที่ทำหน้าที่ประธานคณะ กมธ.มีวุฒิภาวะ และใครก็ตามที่จะมาทำหน้าที่ประธานที่ประชุมเพื่อร่างรัฐธรรมนูญ ขอให้เป็นบุคคลที่มีวุฒิภาวะมากกว่านี้ และทุกฝ่ายมีสิทธิ์ชี้แจงทุกแง่ทุกมุมของรัฐธรรมนูญ อาจจะกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ขอให้ทุกคนมีสิทธิ์ชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะโฆษก กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฯ แถลงว่า ที่ประชุมกมธ.มีการเสนอแก้ไขมาตรา 256 ให้มีเงื่อนไขการแก้ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่ง กมธ.กำลังพูดคุยกันว่าเห็นอย่างไรเป็นลักษณะการอภิปรายอย่างกว้างขวางที่ยังไม่เสร็จสิ้น และยังไม่มีการลงมติแต่อย่างใด เพราะขณะนี้ยังเป็นการอภิปรายทั่วไปให้ครอบคลุมเนื้อหาที่อยู่ในร่างจากนั้น จึงจะพิจารณาในรายละเอียดแต่ละประเด็นที่ กมธ.แต่ละคนได้แสดงความเห็นไว้ ซึ่งเราเห็นความสำคัญของการพิจารณาที่รอบคอบหลากหลาย ส่วนการถกเถียงกันเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งแต่ละท่านมีการอภิปรายแสดงเหตุผลประกอบ บางครั้งอาจมีการพาดพิงกันบ้าง ถูกกล่าวหาไม่ได้รับความเป็นธรรมบ้าง ก็มีการชี้แจงจากผู้ที่ถูกพาดพิง ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาของการประชุม เหตุการณ์วันนี้อาจมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง ที่มีการอ้างอิงถึงรัฐธรรมนูญเก่า แต่ยืนยันว่าการทำงานของ กมธ.ยังเดินหน้าไปด้วยดี โดยที่ทุกคนมุ่งมั่นทำหน้าที่ของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กมธ.ในส่วนของพรรคก้าวไกลระบุว่าในการประชุมมีการปิดกั้นการแสดงความเห็นและรวบรัดปิดประชุม นายดิเรกฤทธิ์กล่าวว่า เป็นดุลยพินิจของผู้ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมในตอนนั้น เมื่อเห็นว่า กมธ.บางท่านกำลังมีอารมณ์ในการชี้แจงเหตุผลที่ต่างกัน ท่านจึงปิดประชุม ไม่ได้ผิดปกติ แต่เป็นเรื่องธรรมดาที่จะดำเนินการ ถ้า กมธ.บางท่านจะกล่าวหาว่า ส.ว.ไม่จริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขอให้หยุด เราทำงานร่วมกัน ต้องให้เกียรติกัน อยากให้สร้างบรรยากาศให้ดี ไม่กล่าวหากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธาน กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แถลงถึงการประชุมแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตนในฐานะประธานการประชุม ได้ทำหน้าที่ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นต้องลงมาห้องประชุมใหญ่ จึงมอบหมายงานไว้กับรองประธานคือนายมหรรณพ เดชวิทักษ์ ส.ว. แต่ลงมาได้ไม่ถึง 15 นาทีก็ได้รับโทรศัพท์ให้กลับไปห้องประชุมกมธ.ด่วน เมื่อไปถึงก็พบว่ามีการเตรียมปิดการประชุมวันนี้ไว้อยู่แล้ว เมื่อตนไปถึงก็เลยปิดทันที ทั้งนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทุกคำพูด ทุกประโยคในการตัดสินใจ ต้องเป็นไปด้วยความละเอียดอ่อน ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ซักถาม สอบถาม และอภิปรายอย่างกว้างขวาง แต่เมื่อทราบว่ามีความขัดแย้งจนต้องปิดประชุม ขอเรียนว่าวันนี้ที่ประชุมกำลังพิจารณามาตรา 256 (7) (8) และ (9) ซึ่งตนในฐานะ กมธ.ฝั่งรัฐบาล เห็นว่าควรคง (8) นี้ไว้ ส่วนฝ่ายค้านนั้น เสนอตัด (8) นี้ทิ้งทั้งหมด คิดว่าเรื่องนี้ตนคงต้องไปชี้แจง และตอบคำถามเองว่าเหตุใดจึงต้องคงวงเล็บนี้ไว้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ได้สอบถามหลายท่านที่อยู่ในห้องประชุม รวมถึงคู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่าย ผมอยากขออภัยทุกคน และขอให้ใจเย็นๆ เอาเหตุและผลมาคุยกัน ซึ่งทุกคนก็รับปากว่าครั้งหน้าจะมาเข้าประชุม และพิจารณาด้วยเหตุและผลต่อ จะนำมาพิจารณาอีกครั้งช่วงหลังปีใหม่ ประมาณวันที่ 6-8 ม.ค.64 และคาดว่าจะเสร็จสิ้นทุกขั้นตอนประมาณกลางเดือนมกราคม&amp;quot; นายวิรัชกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สาเหตุที่ทะเลาะกันมีประเด็นละเอียดอ่อนเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ใน (8) นี้ จะไปเกี่ยวข้องกับการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งถ้าจะแก้ไขต้องทำประชามติ ซึ่งตนได้ให้แขวนประเด็นนี้ไว้ และอยู่ระหว่างการถกเถียงประเด็นกันอยู่ เมื่อถามอีกว่าสรุปแล้วหมวด 1 และหมวด 2 จะสามารถแก้ได้หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ยืนยันว่าถ้าคง (8) ไว้จะแก้ไม่ได้ ดังนั้นถ้าจะแก้ต้องทำประชามติก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์สัดส่วนของรัฐบาลว่า พรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญหา เป็นเรื่องของแต่ละพรรคการเมือง พรรคภูมิใจไทยเสนอชื่อนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานที่ปรึกษาพรรคเป็นตัวแทนไปเข้าร่วม สำหรับตัวแทนของรัฐบาลนั้นยังไม่ได้มีการหารือ ส่วนจะเป็นใครนั้นเราไม่มีปัญหา เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรค รายชื่อที่ออกมาส่วนใหญ่ตนเห็นด้วย เพราะเป็นคนกันเองทั้งนั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะทำให้การทำงานของคณะกรรมการสมานฉันท์สะดุดจนไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่&amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวว่า &amp;quot;ในส่วนของผมไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะผมต้องการสมานฉันท์อยู่แล้ว พรรคภูมิใจไทยเน้นการสมานฉันท์ เน้นความสามัคคีปรองดอง ปกป้องสถาบัน นี่คือแนวทางของพวกผม&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า สำหรับความคืบหน้าในการส่งชื่อบุคคลที่จะเข้าร่วมเป็นกรรมการสมานฉันท์ให้กับนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในสัปดาห์นี้ มีรายงานข่าวว่าเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ส่งรายชื่อสัดส่วนของรัฐบาลที่จะร่วมเป็นกรรมการสมานฉันท์ถึงประธานรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว จำนวน&amp;nbsp; 2 คน ได้แก่ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล จำนวน 2 คน นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ได้ส่งเรียบร้อยแล้วคือ นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ และนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสัดส่วนของ ส.ว. เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าจะส่งนายวัลลภ ตั้งคณานุรักษ์ เพราะเป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส ซึ่งตำแหน่งนี้เกี่ยวข้องโดยตรง ส่วนอีก 1 คนนั้นมีเสนอหลายชื่อ แต่ยังไม่ได้เคาะ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87196</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไข รธน., ผ่านประชามติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมวดพระมหากษัตริย์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb6aa378406.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำไมจะแก้รธน.เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ไม่ได้! &#039;ไพศาล&#039;ชง2ประเด็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค. 63 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ทำไมจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ไม่ได้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์หลายมาตรา เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 แก้ไขการริดรอนพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์มากมาย เช่น การจำกัดว่าพระราชหัตถเลขาต้องมีรัฐมนตรีลงนามรับสนองฯ ในขณะที่ประชาชนจะเขียนจดหมายถึงใครส่วนตัวก็ได้ ซึ่งก่อนหน้านั้นบัญญัติเฉพาะพระบรมราชโองการที่มีผลเป็นกฎหมายจึงต้องมีรัฐมนตรีรับสนองฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 แก้ไขบทบัญญัติฐานะของจอมทัพไทยให้เป็นจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งจะทำให้กองทัพ และทหาร ไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของนักการเมือง และไม่ถูกแทรกแซงจากนักการเมือง และเป็นการป้องกันการรัฐประหารอย่างถาวร เช่นเพิ่มบทมาตราว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งผู้บัญชาการกองทัพไทย โดยประธานองคมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหากษัตริย์ทรงพระราชทานยศและแต่งตั้งนายทหารสัญญาบัตร โดยผู้บัญชาการกองทัพไทยเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75353</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, หมวดพระมหากษัตริย์, แก้รธน., ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db1304ed2c52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!&#039;ปิยบุตร&#039;อ้างหากล็อกห้ามแก้หมวดพระมหากษัตริย์อาจเกิดวิกฤติรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.63 - ที่รัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าวว่า ข้อเสนอการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ควรทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของร่วมกันกับรัฐธรรมนูญฉบับที่จะมีการยกร่างใหม่ มีฉันทามติร่วมกัน หลังที่ประชุมรัฐสภารับหลักการและมีการตั้งกรรมาธิการแล้ว ควรยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา 269-272 เพื่อยกเลิก ส.ว.ชุดปัจจุบัน และหาก ส.ว.จะคัดค้านเพื่อปกป้องตัวเอง คงดูไม่จืด เพราะ ส.ว. ต้องตระหนักว่า เป็นจุดด่างดำของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และหาก ส.ว. ต้องการกลับเข้าทำหน้าที่ ก็ควรเข้าสู่กระบวนการตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ควรห้าม ส.ส.ร. แก้ไขในหมวด 1- 2 เนื่องจาก ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของรัฐได้ และหากมีการล็อกห้าม ส.ส.ร.แก้ไขในหมวด 1 หรือ หมวด 2(พระมหากษัตริย์) ก็อาจจะเกิดวิกฤตรัฐธรรมนูญ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่หลังทูลเกล้าฯ มีพระราชกระแสรับสั่งให้มีการแก้ไขในหมวด 2 &amp;quot;นายปิยบุตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75113</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งสสร., นายปิยบุตร แสงกนกกุล, วิกฤติรัฐธรรมนูญ, หมวดพระมหากษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed877c4f088a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว! &#039;พี่ศรี&#039; ร้อง กกต.ยื่นศาลยุบพรรคก้าวไกล ชงแก้ รธน.หมวดพระมหากษัตริย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.63 - ที่สำนักงาน กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้อง เพื่อให้ไต่สวนและสอบสวนพรรคก้าวไกล กรณีที่นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่าพรรคก้าวไกลเตรียมจะเสนอญัตติด่วนขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 ร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในหมวดที่ 1 ซึ่งเป็นหมวดทั่วไป และหมวดที่ 2 ที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ ซึ่งหมายรวมถึงข้อเสนอ 10 ข้อของนักศึกษาที่ก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การขอแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวดดังกล่าว ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อความรู้สึกของประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก และเป็นการก้าวล่วงที่มิควรเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่เคยปฏิญาณตนว่าจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ซึ่งการจะยื่นญัตติเพื่อขอแก้ไขหมวดที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ ซึ่งมิได้มีข้อความใดที่สร้างความเดือดร้อนและเสียหายให้กับประเทศชาติเลย ดังนั้นการกระทำดังกล่าวจึงเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิด พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ม.92(2) ที่ระบุไว้ชัดเจนว่าเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทําการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น นั่นคือ &amp;ldquo;กระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข&amp;rdquo; ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ชัดว่าเพียงแค่ &amp;ldquo;อาจจะ&amp;rdquo; ก็เข้าข่ายความผิดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ ส.ส.พรรคดังกล่าวกล่าวอ้างว่สรัฐธรรมนูญ 2560 ม.255 ประกอบ ม.256 จะเป็นตัวกำกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้อยู่แล้ว แต่การเปิดช่องให้มีการแก้ไขหมวดที่ 1 และ 2 เพื่อยกขึ้นมาถกเถียงแล้วนำไปสู่การการแก้ไขหมวดดังกล่าว ย่อมเป็นการเปิดประตูให้นำไปสู่การแก้ไข และสร้างความขัดแย้งในสังคม โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยที่เทิดทูนพระมหากษัตริย์ และจะมีผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้พรรคร่วมฝ่ายค้านหลักได้ยื่นญัตติเพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้ว โดยไม่แตะต้องหมดที่ 1 และหมวดที่ 2 เลย แต่การให้สัมภาษณ์ของ สส.พรรคก้าวไกลดังกล่าว ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงพฤติการณ์และการกระทำอย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่า พรรคการเมืองดังกล่าวคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความมาร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อขอให้ใช้อำนาจตาม พรป.พรรคการเมือง 2650 ม.93 เพื่อยื่นคําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตาม ม.92 ว่าการกระทำของพรรคก้าวไกลเป็นการฝ่าฝืนมาตราดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งถ้า กกต.ตรวจสอบแล้วว่าเข้าข่าย ก็สามารถเสนอศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคดังกล่าวต่อไป และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งให้พรรคการเมืองระงับการกระทําดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมาเป็นที่สุดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งนี้หาก ส.ส. รายใดและพรรคการเมืองพรรคใด ร่วมลงชื่อยื่นญัตติแก้ไขหมวดดังกล่าว สมาคมฯก็จะมายื่นคำร้องตรวจสอบและเอาผิดต่อไปด้วยเช่นกัน&amp;quot; นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75002</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคก้าวไกล, ยุบพรรคก้าวไกล, ศรีสุวรรณ จรรยา, หมวดพระมหากษัตริย์, แก้ไข รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3dfc21e017e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รังสิมันต์&#039;ลั่น!รัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามแก้หมวดพระมหากษัตริย์ อย่าบีบคอคนที่จะเป็นส.ส.ร.ในอนาคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.63- นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า อย่าเอามือของคนปัจจุบันไปบีบคอคนในอนาคต ส.ส.ร. ต้องเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนได้ทุกเรื่องทุกประเด็นของรัฐธรรมนูญ

ผมได้รับทราบว่ามีหลายคนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีที่พรรคก้าวไกลไม่ได้ร่วมเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคร่วมฝ่ายค้าน เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการกำหนดเงื่อนไขว่าห้ามสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ

ผมขอใช้โพสต์นี้ในการชี้แจงถึงเหตุผลดังกล่าว

โดยก่อนอื่นผมขอให้ข้อมูลก่อนว่าบทบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 หมวด 15 นั้น ไม่ได้กำหนดห้ามมิให้แก้ไขเพิ่มเติมในหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ แต่อย่างใด

ทั้งยังระบุในมาตรา 256(8) ด้วยซ้ำว่าการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 และหมวด 2 จะต้องนำไปทำประชามติด้วย ซึ่งสื่อความหมายว่าการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 และหมวด 2 สามารถกระทำได้

เพียงแต่กำหนดในมาตรา 255 ว่าห้ามการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ เพียงเท่านั้น

นั่นหมายความว่าการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 และหมวด 2 ไม่เท่ากับเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐเสมอไป

ในขณะที่หลักการของ ส.ส.ร. ที่จะตั้งขึ้นมานี้ คือการเลือกตัวแทนของประชาชนมาเป็นผู้รวบรวมความคิดเห็นต่างๆ เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชนทุกภาคส่วนในสังคมให้ได้อย่างทั่วถึงครอบคลุมทุกประเด็น

ซึ่งรวมถึงประเด็นในหมวด 1 และหมวด 2 ด้วย

ก่อนหน้านี้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้กล่าวไว้ว่าข้อเรียกร้อง 10 ข้อของนักศึกษาเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นไม่ถือว่าเป็นการจาบจ้วง ก้าวล่วงเสมอไป และสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ในสังคมประชาธิปไตยที่มีเหตุผล มีวุฒิภาวะ เปิดใจรับฟังกันอย่างสร้างสรรค์

และหากจะมีพื้นที่ใดที่ประชาชนสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้อย่างมีเหตุผล มีวุฒิภาวะ เปิดใจรับฟังกันอย่างสร้างสรรค์ พื้นที่ที่ว่านั้นก็คือ ส.ส.ร. นั่นเอง

แล้วหากเราตั้งข้อจำกัดตั้งแต่ต้นว่าในบางเรื่องบางประเด็นนั้นห้ามพูดว่ามันควรเป็นเช่นไร แล้วจะมีประโยชน์อะไรที่จะสร้างพื้นที่แห่งการพูดคุยแลกเปลี่ยนแห่งนี้ขึ้นมา นั่นคงไม่ใช่แนวทางการก้ไขรัฐธรรมนูญที่สังคมไทยอยากเห็นอย่างแน่นอน ผมเห็นว่าในเมื่อจะตั้ง ส.ส.ร. ขึ้นมาทั้งทีแล้ว เราไม่ควรจำกัดว่า ส.ส.ร. ทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ แต่ควรเปิดให้คุยกันได้ในทุกเรื่องในทุกประเด็น

ซึ่งสุดท้ายแล้วผลการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรนั้น ก็เป็นเรื่องที่ประชาชนทั้งประเทศตัดสิน ไม่มีใครมีอำนาจไปบังคับให้ต้องแก้ไขตาม 10 ข้อเรียกร้องของนักศึกษาเท่านั้น พรรคก้าวไกลเองก็ไม่ได้มีอำนาจจะไปควบคุมความเห็นของประชาชนได้ สิ่งที่ทุกฝ่ายทำได้เหมือนกันหมดคือการรณรงค์ในประเด็นที่อยากให้แก้ไขเท่านั้น

ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนจะได้ถกเถียงกันอย่างตรงไปตรงมาและเต็มที่ในทุกประเด็น ว่าอนาคตของประเทศไทยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นควรเป็นเช่นไร อย่าได้เอามือของคนปัจจุบันไปบีบคอคนในอนาคต อย่าปิดปากประชาชนไม่ให้พูดในสิ่งที่ควรพูด ในสิ่งที่พวกเขาอยากพูดอีกเลยครับ อนาคตของพวกเขา ให้พวกเขาได้กำหนดเองเถิดครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74987</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, รังสิมันต์ โรม, หมวดพระมหากษัตริย์, แก้รธร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3dd0a04b9fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
