<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 22:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอกควันเหนือรุนแรงขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มลพิษเชียงใหม่ยังแย่ติดอันดับโลกเป็นวันที่สาม พบจุดความร้อนต่อเนื่องลามจากจุดเดิม สนธิกำลังเร่งปูพรมดับไฟป่า ฝุ่นจิ๋ว PM2.5 กระทบสุขภาพ ยอดผู้ป่วยเกือบหมื่นราย ส่วนใหญ่โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ ตา-ผิวหนังอักเสบ ทส.ลุยระงับเหตุป้องกัน ชิงเก็บเชื้อเพลิงลดรุนแรง หวังบรรเทาหมอกควันใน 17 จ.ภาคเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 9 มี.ค. สถานการณ์ปัญหาฝุ่นควันจากการเผาและคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง โดยสภาพตัวเมืองถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบตลอดทั้งวัน คุณภาพอากาศยังสูงเกินค่ามาตรฐาน ทั้งนี้ รายงานผลการตรวจวัดจากสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษในตำบลช้างเผือก ตำบลศรีภูมิ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง และตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พบค่าฝุ่นละออง PM2.5 เมื่อเวลา 13.00 น. อยู่ที่ 113 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.), 112 มคก./ลบ.ม., 91 มคก./ลบ.ม. และ 90 มคก./ลบ.ม. ตามลำดับ ซึ่งเกินค่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม. และอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยที่บริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มณฑลทหารบกที่ 33 ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำจิตอาสา พร้อมด้วยอุปกรณ์ทำการฉีดพ่นละอองน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ รวมทั้งล้างทำความสะอาดถนนเพื่อบรรเทาปริมาณฝุ่นควัน และเป็นการรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ให้ประชาชนตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่นั้น รายงานระบุว่า เช้าวันที่ 9 มี.ค. พบจำนวน 211 จุด เกิดขึ้นใน 18 อำเภอ จากทั้งหมด 25 อำเภอ โดยอำเภอที่พบมากที่สุดคือ อำเภอเชียงดาว 39 จุด รองลงมาคือ อำเภออมก๋อย 38 จุด ทั้งนี้ พบว่าจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในระยะนี้ส่วนใหญ่เป็นจุดที่ลุกลามจากจุดเดิม โดยในวันที่ 9 มี.ค. พบว่ามีจุดลุกลามจากวันที่ 8 มี.ค. มากถึง 69 จุด ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่เขาสูงชันและเป็นหน้าผาสูง ทั้งนี้ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้ทุกอำเภอเปิดปฏิบัติการดับไฟป่าเพื่อลมหายใจคนเชียงใหม่ โดยให้สนธิกำลังอาสาสมัครดับไฟป่าประจำหมู่บ้าน บูรณาการกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดับไฟป่าเพื่อควบคุมจุดความร้อนที่เกิดขึ้นให้ได้โดยเร็ว เน้นเป้าหมายในพื้นที่ที่เข้าถึงยากและลุกลามในช่วงกลางคืนให้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ปัญหาฝุ่นควันที่เผชิญอยู่ในขณะนี้เกิดจากการได้รับอิทธิพลของลมตะวันตกและลมตะวันออกที่พัดพาฝุ่นควันจากพื้นที่ข้างเคียงเข้าสู่เมืองเชียงใหม่ และความสามารถในการระบายอากาศน้อยมาก การสะสมของฝุ่นควันขึ้น-ลงในแนวดิ่ง พออากาศอุ่นฝุ่นจะลอยขึ้นสูง แต่ยังไม่มีที่จะระบายออก พออากาศเย็นก็จะถูกกดลงมา ไม่สามารถระบายออกไปได้ ขอให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นควัน และรักษาสุขภาพของตนเองด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่สามารถบริหารจัดการได้ตามแผนทั้งการบริหารจัดการเชื้อเพลิง การบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ระหว่างฝ่ายของชุมชน ตำบล หมู่บ้าน และฝ่ายของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม โดยสภาพของอากาศทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นควันในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ จะเห็นว่าการบริหารจัดการเมื่อพิจารณาจากจุด Hotspot จนถึงขณะนี้พื้นที่ จ.เชียงใหม่เกิดขึ้นแล้วไม่เกิน 60% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ไม่อาจควบคุมได้ทั้งสภาพอากาศและลมซึ่งหอบเอาสิ่งต่างๆ เข้าสู่เชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานสภาวะอากาศจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ มีความกดอากาศต่ำเนื่องจากมีความร้อนปกคลุม ทำให้เป็นสาเหตุที่กลุ่มหมอกควันยังไม่ถูกลมระบายออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานจากกลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ระบุจำนวนผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศช่วงวันที่ 1 ก.พ.-5 มี.ค.64 พบผู้ป่วยกลุ่มโรคทางเดินหายใจ กลุ่มโรคหัวใจ หลอดเลือด กลุ่มตาอักเสบ กลุ่มผิวหนังอักเสบ และกลุ่มอื่นๆ รวม 9,234 คน พร้อมเตือนประชาชนงดทำกิจกรรมกลางแจ้งและป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการสูดดมฝุ่นควันสะสมในร่างกาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า กรมป่าไม้ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ป่าภาคเหนือ ขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูร้อนจึงทำให้สภาพพื้นที่ป่าในภาพรวมแห้งแล้ง มีการสะสมและทับถมของเศษใบไม้แห้ง เป็นเชื้อเพลิงตามธรรมชาติ ประกอบกับพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรที่อยู่อาศัยทำกินในเขตพื้นที่ป่าไม้มีการเก็บเกี่ยวผลผลิต เหลือเศษวัชพืชทางการเกษตร โดยมีเกษตรกรบางรายใช้วิธีการเผากำจัดเศษวัชพืช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในปี 2564 รมว.ทส.ได้มอบนโยบายแนวทางให้หน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใช้มาตรการเชิงรุก &amp;ldquo;ชิงเก็บ&amp;rdquo; โดยได้ดำเนินการจัดทำแผนงานชิงเก็บเชื้อเพลิงที่อยู่ในเขตป่าไม้ เพื่อเป็นการลดความรุนแรงของไฟป่าที่จะเกิดขึ้น ตั้งเป้าหมายเก็บเชื้อเพลิงโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ร่วมกันดำเนินการ เป้าหมายให้ได้จำนวน 1,000 ตันในเขต 10 จังหวัดภาคเหนือ ในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ไฟป่ารุนแรง และจนถึงปัจจุบันสามารถดำเนินการเก็บลดเชื้อเพลิงได้เกินเป้าหมาย มากเกือบเท่าตัว และยังคงดำเนินการต่อเนื่องตามแผนงานต่อไปจนกว่าจะหมดฤดูไฟป่าปี 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาและควบคุมสถานการณ์ โดยกรมป่าไม้ได้วางแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า โดยใช้มาตรการเตรียมพร้อม 1.การบริหารจัดการเชื้อเพลิง 2.ทำแนวกันไฟ 3.จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ จากหน่วยงานภายในพื้นที่ 4.จัดเจ้าหน้าที่ในการออกลาดตระเวนเพื่อเฝ้าระวัง ดับไฟป่า 5.ตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า กรมป่าไม้ (War Room) 6.แจ้งจุดความร้อนพร้อมทั้งสั่งการผ่านแอปพลิเคชันพิทักษ์ไพร และการใช้เทคโนโลยีมาช่วย รวมถึงการใช้เฮลิคอปเตอร์ของ ทส.ปฏิบัติงานให้สัมฤทธิผลมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากการวางมาตรการรับมือข้างต้นยังมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ลักลอบเผาป่า ซึ่งผู้ที่กระทำผิดจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และมีโทษปรับตั้งแต่ 4 แสนบาทถึง 2 ล้านบาท หรือมีโทษทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งจากการรายงานสถานการณ์ไฟป่าของวันที่ 8 มี.ค.64 พบจุดความร้อนทั่วประเทศทั้งหมด 1,833 จุด อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติภาคเหนือ 492 จุด มากสุดอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 119 จุด จึงได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการป้องกันและควบคุมไฟป่าชุดเหยี่ยวไฟจากพื้นที่อื่น สับเปลี่ยนย้ายกำลังเข้าบูรณาการควบคุมไฟป่าเป็นการเร่งด่วนแล้ว เน้นการประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองท้องถิ่น เตรียมความพร้อมในการเข้าควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดการลุกลามขยายเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ กรมป่าไม้ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นเหตุไฟป่าสามารถแจ้งมายังสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไประงับเหตุได้ทันสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์จุดความร้อนสะสมในเขตป่าสงวนแห่งชาติของวันที่ 9 มี.ค. โดยเฉลี่ยยังน้อยกว่าในปี 2563 จำนวน 6,884 จุด หรือน้อยกว่า 24% ของปีที่แล้ว ซึ่งยังคงต้องให้ทุกหน่วยงานภาคสนามที่รับผิดชอบติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95532</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, PM2.5, ดับไฟป่า, ฝุ่นจิ๋ว, ฝุ่นพิษ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอกควัน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_604771a3609cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2021 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2021 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลำปางอ่วม! ไฟป่า 232 จุด ค่าฝุ่นพิษพุ่งสูงสุดในภาคเหนือตอนบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ.64 - สถานการณ์ฝุ่นหมอกควันในพื้นที่ จ.ลำปาง อันเนื่องจากการเผาป่าและพื้นที่ต่างๆ กลับมาน่าห่วงอย่างมากในช่วงนี้ ซึ่งวันนี้พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานอยู่ในเกณฑ์ที่สูงขึ้นกว่าวันก่อนหน้านี้ โดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัติโนมัติของกรมควบคุมมลพิษ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.ลำปาง วัดค่าอยู่ระหว่าง 67 &amp;ndash; 85 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร เกินค่ามาตรฐานทุกสถานีตรวจวัด คุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพบว่าพื้นที่เขตตัวเมืองลำปาง ค่าPM 2.5 สูงขึ้น โดยพื้นที่ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเป็นเขตตัวเมืองลำปาง วัดค่าได้สูงสุดใน จ.ลำปาง 85 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร โดยยังเป็นค่าที่สูงสุดในภาคเหนือตอนบน&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองลงมาที่ ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง วัดได้ 80 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร ดังนั้น จึงทำให้พื้นที่ตัวเมืองถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นหมอกควัน มองเห็นได้ชัดเจนหนาแน่นกว่าทุกวันที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สถานการณ์ไฟไหม้ป่าในวันนี้ ก็หนักเช่นกัน โดยพบจุดฮอตสปอต หรือจุดความร้อน ที่เกิดไฟไหม้ป่าในที่โล่งแจ้ง มากถึง 232 จุด กระจายในเขตป่าอนุรักษ์ และป่าสงวนแห่งชาติ ใน 12 อำเภอของ จ.ลำปาง โดยพบเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ อ.งาว จ.ลำปาง มากที่สุด 42 จุด รองลงมาที่ อ.เถิน 38 จุด และ อ.เสริมงาม 24 จุด ซึ่งขณะนี้ถือว่าเกิดไฟไหม้ป่าไปทั่วเกือบทั้งจังหวัด ทำให้ไม่เพียงแต่เขตตัวเมืองเท่านั้น ที่ถูกฝุ่นหมอกควันปกคลุม แต่มีให้เห็นไปหลายอำเภอของ จ.ลำปาง ทั้ง 13 อำเภอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94431</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าฝุ่นพิษ, ลำปาง, หมอกควัน, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210227/image_big_6039ffc485502.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธีรภัทร&#039; แจงลักษณะอากาศกรุงเทพฯ-ปริมณฑลเหมือนถูกฝาชีครอบอีก 3-4 วัน ทำฝุ่นพิษบางจุดพุ่งสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค.63 - เมื่อเวลา 13.00น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เปิดเผยว่าจากที่ได้ประชุม ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ(ศกพ.) ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ เพื่อติดตามสถานการณ์ฝุ่นพิษทั่วกรุงเทพ พบว่าในช่วง 3 วันนี้ตั้งแต่วันที่ 14 -&amp;nbsp;17 ธ.ค. สภาพทางอุตุนิยมวิทยามีข้อจำกัดในเรื่องการหมุนเวียนอากาศโดยเฉพาะความกดอากาศ ลม การยกตัวของมวลอากาศ ทำให้อากาศในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีความนิ่ง ทำให้มลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดต่างๆเช่นรถยนต์ รถบรรทุก จะเหมือนกับกรุงเทพฯมีฝาชีครอบอยู่ จนมีมลพิษทางอากาศในบางจุดที่สูงมาก อนุกรรมการฯจึงประสานงานแจ้งไปทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ ขอความร่วมมือกรมการขนส่งทางบก กทม. กรมควบคุมมลพิษ ช่วยกันตรวจสอบรถควันดำ โดยเฉพาะรถบรรทุกเล็ก และรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ใช้น้ำมันดีเซล จากสถิติพบว่า 100 คัน พบถึง 46 คัน ที่ไม่บำรุงรักษาเครื่องยนต์ทำให้เกิดควันดำ โดยจะตรวจทุกวัน ยาวไปอีก 6&amp;nbsp;เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ยังพบว่าจุดที่มีสภาพ PM2.5 หรือฝุ่นพิษค่อนข้างสูงหรือสูง ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณการจราจรหน้าแน่น จึงประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกทม. ช่วยพยายามทำให้เกิดการไหลลื่น นอกจากนี้ขอความร่วมมือประชาชนให้ใช้รถสาธารณะให้มากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86813</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีรภัทร ประยูรสิทธิ, มลพิษ, หมอกควัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec131ceeb477.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 22:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่ง17ผู้ว่าฯเหนือป้องกันไฟป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ติดตามการป้องกันไฟป่า-หมอกควัน กำชับ 17 ผู้ว่าฯ ภาคเหนือแก้ปัญหาให้ครอบคลุมทุกมิติ ชื่นใจเห็นการสืบสานต่อยอดฟื้นฟูป่าต้นน้ำ วอนอย่าเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 ก.ย. เวลา 08.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ เดินทางด้วยเครื่องบิน บ.ท.135 แอมแบร์ จากท่าอากาศยานทหาร 1 กองบิน 6 ถึงท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง ต.บ้านดู่ อ.เมืองฯ จ.เชียงราย เพื่อลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.เชียงราย โดยเริ่มจากเดินทางไปยังโรงแรมเวียงอินทร์ ต.เวียง อ.เมืองฯ จ.เชียงราย เปิดการสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 111 โรงเรียนทั่วราชอาณาจักร ครั้งที่ 39 &amp;ldquo;ไทยรัฐวิทยากับชีวิตวิถีใหม่&amp;rdquo; และมอบโล่รางวัลชนะเลิศ Best Practice กับ 13 โรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนสื่อมวลชนศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ได้ทักทายครูและเด็กนักเรียนที่มาต้อนรับ พร้อมเดินชมนิทรรศการผลงาน ช่วงหนึ่งนายกฯ กล่าวว่า ทุกอย่างเริ่มต้นจากพวกเรา การจะทำอะไรก็ตามหรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เราก็ต้องส่งต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน เพราะนี่คืออนาคตของชาติ และขอให้ตั้งใจเรียนหนังสือ เพราะนี่คืออนาคต ซึ่งนายกฯ ได้ถามเด็กนักเรียนและนักเรียนชนเผ่าม้งที่เรียนในโรงเรียนไทยรัฐวิทยาว่า เป็นคนไทยหรือไม่ รักประเทศไทยไหม คนไทยต้องมีหน้าที่อย่างไร ซึ่งนักเรียนได้ตอบว่า เป็นคนไทย นายกฯ จึงบอกไปว่าเป็นคนไทยต้องรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะทั้งหมดคือผืนดิน ผืนน้ำและอากาศ เพราะถ้าไม่มีทั้ง 3 อย่างก็ไม่มีประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเป็นนายกฯ ผมคิดอย่างนี้มาตลอด ไม่เคยคิดเป็นอื่น ไม่เคยคิดนอกกรอบ ที่จะมานั่งเพื่อประโยชน์ตัวเอง ไม่เคยคิดแบบนั้นเลย ทุกคนที่เป็นรัฐบาลผมจะไม่ปล่อยให้มีการกระทำเช่นนั้น&amp;ldquo;นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินทางมาที่ห้องดอยตุง โรงแรมเดอะรีเวอร์รีบายกะตะธานี ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เพื่อประชุมเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันพื้นที่ภาคเหนือ แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยมีผู้แทนเครือข่ายเยาวชนจิตอาสาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษา จ.เชียงราย นำเสนอโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ &amp;ldquo;ฝายตามแนวพระราชดำริ&amp;rdquo; ซึ่งนายกฯ กล่าวขอบคุณกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลเรือน ตำรวจ ทหาร รวมถึงเยาวชนที่มีข้อเสนอแนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาหมอกควันไม่ใช่แค่การดับไฟ แต่ต้องดูทุกมิติ สิ่งสำคัญเราต้องขจัดต้นตอของการเผาป่าที่เกิดจากวิถีชีวิตของชาวบ้าน หาพื้นที่ให้ชาวบ้านทำการเกษตร ขณะที่ต้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้อยู่กับเราได้นานที่สุด ซึ่งเป้าหมายตัวชี้วัดด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในปี 2564 คือต้องลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลจะส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อไปดูเรื่องการขุดแหล่งน้ำต่างๆ ขณะที่การมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น ต้องให้เขารับรู้ว่าทำแล้วได้อะไร โดยจะต้องสร้างการรับรู้และความตระหนักถึงผลกระทบจากปัญหาหมอกควันและไฟป่า ทั้งทางเศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชน ผ่านภาษาถิ่น ภาษาชาวบ้านด้วย และขอให้ทุกจังหวัดประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลดปริมาณเชื้อเพลิงในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า และจัดตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่า โดยร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ เครือข่ายจิตอาสา และประชาชนในพื้นที่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในตอนท้าย นายกฯ แนะนำจังหวัดให้นำเทคโนโลยีแอปพลิเคชันการดับไฟป่ามาใช้ ให้หน่วยงานในพื้นที่ร่วมมือกัน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดบริหารงานแบบ Single Command ให้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขอบคุณทุกหน่วยงานและทุกองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ โดยส่งเสริมให้มีการทำงานร่วมกันในทุกระดับและทุกขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวหลังการมอบนโยบายว่า ได้เน้นย้ำในเรื่องการดับไฟป่า การทำฝาย รวมทั้งการปลูกป่าเพิ่มเติม ทุกอย่างต้องเกื้อกูลซึ่งกันและกัน โดยได้มอบนโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือแก้ปัญหาในเรื่องการดับไฟป่าซึ่งมีเกิดขึ้นทุกปี ซึ่งทุกภาคส่วนจะต้องบูรณาการงานปฏิบัติร่วมกัน ทั้งในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ และวันเดียวกันนี้ได้ฟังข้อเสนอแนะจากเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นการเสนอแนะในสิ่งที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ รัฐบาลยินดีที่จะสนับสนุน ทั้งนี้ เรามุ่งเน้นในเรื่องการแก้ปัญหาการเผาป่า การกำจัดวัชพืช รวมทั้งดูแลภาคการขนส่งด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเปลี่ยนผ่านการคมนาคมขนส่ง ทุกอย่างต้องเตรียมความพร้อมทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าเราสามารถแก้ปัญหาของเราได้สำเร็จ หรืออย่างน้อยสำเร็จมากขึ้นตามลำดับ ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีในอนาคต ขณะเดียวกันเราต้องร่วมมือกับต่างประเทศ เพราะหากพูดถึงปริมาณก็ยังมีปัญหาอยู่มาก จึงต้องมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของเราให้กับต่างประเทศ เพื่อจะได้ลดพื้นที่ที่เป็นปัญหาลงได้บ้าง เพราะวันนี้มวลอากาศยังสามารถเคลื่อนที่ไปมาได้ วันนี้ขอขอบคุณจิตอาสา ภาคประชาชน ผู้ว่าราชการจังหวัด และท้องถิ่น ทั้งหมดต้องร่วมมือกัน เราต้องใช้ทั้งหลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ เนื่องจากวิถีชีวิตของคนไทยโดยเฉพาะเกษตรกรยังคงอยู่ดังเดิม ก็ต้องค่อยๆ ปรับแก้ไป สิ่งสำคัญ อย่าเข้าป่าเพื่อที่ไปหาสัตว์ป่าหรือหาเห็ดอะไรกันอีก เพราะอาหารข้างนอกมีรับประทานเพียงพออยู่แล้ว ไม่ต้องเข้าไปหาในป่า ถ้าคิดอยากจะทำก็ขอให้ไปคิดเรื่องการเพาะเห็ดในแปลงพื้นที่ชุมชนหรือป่าชุมชน ขอให้ใช้ประโยชน์ในลักษณะนี้ ขอร้องว่าอย่าไปทำลายป่า เพราะบางครั้งการเผาเพียงเล็กน้อยก็จะลุกลามจนไม่สามารถดับได้ ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.20 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาที่สำนักงานเทศบาลตำบลแม่ยาว ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย พบปะประชาชนและตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า โดยนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าฯเชียงราย กล่าวรายงานสรุปผลการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ จ.เชียงราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า โดยการบริหารจัดการพื้นที่และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร การควบคุมการเกิดไฟ และการแก้ไขปัญหาหมอกควัน อาทิ การแก้ปัญหาการเผาป่าเพื่อหาเห็ดของชาวบ้าน โดยได้นำเห็ดที่ทำการเพาะนำมาประกอบอาหารอย่างแกงเห็ดตับเต่า โดยนายกฯ ได้ขอลองชิม พร้อมชมว่าอร่อย ถามหม้อนี้เท่าไหร่ ขอจองเอากลับไปให้คนกรุงเทพฯ พร้อมรับฟังการบรรยายการปฏิบัติเข้าดับไฟป่าจากเจ้าหน้าที่ ชมการใช้โปรยเพื่อการจัดการไฟป่าและฟื้นฟูป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ชมกิจกรรมของสำนักงานกอองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในโครงการเรียนรู้และการสื่อสารสู้ภัยฝุ่นในโรงเรียน ที่มีน้องๆ มาวาดภาพเกี่ยวกับป่าไม้ สัตว์ป่า ภาพปัญหาหมอกควันพิษ การเผาป่า โดยนายกฯ ได้เซ็นชื่อให้เป็นที่ระลึกหลังภาพวาดเด็กๆ และเขียนข้อความ &amp;quot;ด้วยความรักช่วยกันรักษาป่าสิ่งแวดล้อม เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต&amp;quot; รวมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาไฟป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนที่นายกฯ และคณะร่วมกันปลูกต้นกาสะลองคำ ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำ จ.เชียงราย เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนร่วม &amp;ldquo;ปลูกต้นไม้ สู้ไฟ&amp;rdquo; ก่อนเดินทางกลับ กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78550</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป้องกันไฟป่่า, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ภาคเหนือ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอกควัน, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6cb26d2f9bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 07:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 07:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯบินเชียงราย ติดตามแก้ปัญหาป้องกันหมอกควันไฟป่าภาคเหนือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.63 - ที่ท่าอากาศยานทหาร 1 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.เชียงราย ด้วยเครื่องบิน บ.ท.135 แอมแบร์ &amp;nbsp;ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมคณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยช่วงเช้านายกฯร่วมเปิดการสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 111 โรงเรียนทั่วราชอาณาจักร ครั้งที่ 39 &amp;ldquo;ไทยรัฐวิทยากับชีวิตวิถีใหม่&amp;rdquo; ณ ห้องเชียงรุ้ง โรงแรมเวียงอินทร์ ต.เวียง อ.มืองเชียงราย จ.เชียงราย พร้อมมอบโล่รางวัลชนะเลิศ Best Practiceแล้วเดินทางไปยังโรงแรม เดอะ รีเวอร์ รีบาย กะตะธานี ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย เพื่อประชุมเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ ทั้งนี้ มีผู้แทนเครือข่ายเยาวชนจิตอาสานำเสนอโครงการฟื้นฟูต้นน้ำ &amp;ldquo;ฝายตามแนวพระราชดำริ&amp;rdquo;ก่อนนายกฯมอบนโยบายเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันพื้นที่ภาคเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ช่วงบ่ายนายกฯพบปะประชาชนและตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหา &amp;ldquo;หมอกควันไฟป่า&amp;rdquo; ณ สำนักงานเทศบาลตำบลแม่ยาว ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย รับฟังปัญหาและข้อเสอแนะจากตัวแทนประชาชน พร้อมกล่าวกับประชาชนที่มาร่วมงาน แล้วตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหา &amp;ldquo;หมอกควันไฟป่า&amp;rdquo;ก่อนนายกฯและคณะร่วมกันปลูก &amp;ldquo;ต้นกาสะลองคำ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำ จ.เชียงราย เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนร่วม &amp;ldquo;ปลูกต้นไม้ สู้ไฟ&amp;rdquo;ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นภารกิจนายกฯและคณะเดินกลับกทม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78438</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหาหมอกควันไฟป่า, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หมอกควัน, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6bec23da026.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อากาศร้อนจัดฝนฟ้าคะนองทุกภาค! &#039;เหนือ&#039;ฝุ่น-หมอกควันสะสมมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย. 63 - กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใกล้สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝุ่นละอองขนาดเล็กฝุ่นละอองในระยะนี้ ลมใต้ และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีกำลังแรง ทำให้การสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันยังคงน้อย ส่วนภาคเหนือตอนบนอากาศลอยตัวขึ้นได้ไม่ดีในตอนเช้า เกิดการสะสมฝุ่นละออง/หมอกควันมาก ส่วนมากทางตอนบนของภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนืออากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่ กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดกำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลางอากาศร้อนกับมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกอากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62228</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนฟ้าคะนอง, ฝุ่น, หมอกควัน, อากาศร้อนจัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1477482218.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039;ห่วงคนเหนือเจอวิกฤติหมอกควันซ้ำโควิด สอน&#039;บิ๊กตู่&#039;วิธีแก้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย. 63 - นายกรณ์ จาติกวณิช ว่าที่หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ก่อนอื่นผมขอเป็นกำลังใจให้ชาวเหนือทุกคน นอกจากต้องกักตัวหนี Covid แล้ว ยังต้องอดทนต่อสภาพอากาศระดับวิกฤติอย่างต่อเนื่องอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธที่ผ่านมาท่านนายกฯได้ออกคำสั่งให้หน่วยงานต่างๆ กำจัดจุด hotspot ให้หมดภายในอาทิตย์นี้ แต่ในภาพวันนี้ (วันอาทิตย์ 5 เมษายน 2563) จะเห็นว่า hotspot ยังมีอยู่ทั่วภาคเหนือ ส่งผลให้คุณภาพอากาศของชาวเหนืออยู่ในระดับวิกฤตต่อเนื่อง เอาว่าในวันสุดท้ายของอาทิตย์นี้ คำสั่งของท่านนายกฯยังไม่ส่งผลแต่อย่างใด และหากเราลองย้อนกลับไปทบทวนคำสั่งของท่านนายกฯเราจะเห็นว่าในทางปฏิบัติไม่ส่งผลลัพธ์ให้ชาวเหนือมีอากาศที่ดีขึ้นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2558 &amp;quot;วันนี้ถ้าเราร่วมมือร่วมใจกันในการเฝ้าระวัง จะทำเกิดผลดีต่อการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการเผาป่า เผาเศษวัสดุ อยากให้ทุกช่วยกัน มีมาตรการทางสังคมของตนเองด้วย เพราะว่ารัฐทำคนเดียวไม่ได้ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อบต. อบจ. องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเหล่านี้ ไปกำหนดมาตรการป้องกันระยะยาวให้ได้ บรรเทาไฟป่าอย่างยั่งยืน เกิดทุกปีแก้ปัญหาทุกปี ผมว่ารับไม่ได้แล้วต่อไปนี้&amp;quot; นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2559 &amp;quot;เพื่อไม่ให้ปัญหาหมอกควันที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วง ม.ค. &amp;ndash; เม.ย. มีความรุนแรงมากเกินไปจนเข้าสู่ขั้นวิกฤติ จึงขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่โดยเคร่งครัด โดยคำนึงถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ระยะสั้นของตนเอง พร้อมทั้งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามแผนงาน ควบคุมดูแล และบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวด&amp;quot; นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2562 &amp;ldquo;นายกฯ ติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง และเห็นว่ามีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานในระดับสูงจนอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน จึงจะไปรับฟังข้อมูลการดำเนินงานด้วยตนเอง พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และสนับสนุนสิ่งจำเป็นต่างๆ หากพบข้อติดขัดในการปฏิบัติงาน เพื่อให้ปัญหาคลี่คลายโดยเร็วที่สุด&amp;rdquo; รองโฆษกรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2563 &amp;quot;นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงพี่น้องประชาชนในภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละออง PM 2.5 จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานสนธิกำลังกัน เร่งเข้าควบคุมและดับไฟอย่างเต็มที่ และเฝ้าระวังการเกิดไฟในพื้นที่ป่าอย่างเข้มงวด เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติหมอกควันที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน&amp;quot; โฆษกรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากทั้งหมดนี้ ผมขอเสนอแนะต่อท่านนายกฯ ว่าควรต้องรื้อระบบการทำงานเพื่อแก้ปัญหานี้ทั้งหมด สิ่งที่ชัดเจนจากหลักฐานคุณภาพอากาศที่ปรากฎ คือระบบการแก้ปัญหาในปัจจุบันล้มเหลวอย่างมาก ซึ่งหากทำซํ้าๆ ก็จะได้ผลซ้ำๆ นั่นคือไม่ได้ผลสำเร็จที่แก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง ผมเชื่อว่าหากภาครัฐ เป็นหนึ่งเดียว ระดมสรรพกำลังคิด และกำลังพล ย่อมจะขจัดปัญหาไฟป่าภาคเหนือ และปัญหาคุณภาพอากาศให้สูญสิ้นไปได้ โดย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ผู้ดูแลพื้นที่ป่าโดยตรง -กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมต รมช) กรมป่าไม้ (อธิบดี) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อธิบดี) กรมควบคุมมลพิษ (อธิบดี) 2.ผู้ดูแลอาณาประชาราษฎร์ พื้นที่ทางการปกครอง ซึ่งเขตแดนทุกตารางนิ้วในประเทศไทยมีหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัดปกครองดูแล (ทับซ้อนทุกตารางนิ้วพื้นที่ป่าไม้) -กระทรวงมหาดไทย (รมต. รมช.) กรมการปกครอง (ผวจ. นายอำเภอ กำนัน ผญบ.) กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (นายก อบจ. นายก อบต. นายกเทศมนตรี) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (อธิบดี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ผู้พิทักษ์ราษฎรบังคับใช้กฎหมายทั่วราชอาณาจักร -สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผู้บัญชาการ) ส่วนสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม (กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด)) ส่วนป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม (ตำรวจภูธร ภาค 5 (ภ.5)) 4.ผู้เสริมกำลังชาติยามวิกฤติ -กระทรวงกลาโหม (รมต. รมช.) กองทัพบก (ผู้บัญชาการ) กองทัพภาคที่ 3 (แม่ทัพ) 5.ผู้เจรจาสนับสนุนความร่วมมือต่างประเทศ (ฝุ่นควันข้ามแดน) -กระทรวงการต่างประเทศ (รมต. รมช.) กรมอาเซียน (อธิบดี) กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (อธิบดี) กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย (อธิบดี) กรมองค์การระหว่างประเทศ (อธิบดี) กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (อธิบดี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวม 5 กระทรวง/สำนัก 15 กรม/กอง นอกจากนี้ยังมีภาคการเมือง ผู้เป็นตัวแทนประชาชน และอยู่ใกล้ชิดพื้นที่ ควรที่จะมีส่วนร่วมด้วยอย่างเข้มข้นครับ ขอขอบคุณข้อมูลจากกลุ่มแก้ไขฝุ่นควันภาคเหนือ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ภาคสนาม รวมไปถึงกลุ่มอาสาสมัครทุกกลุ่ม ทุกท่านที่ได้ช่วยกันแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและดูแลประชาชนในยามวิกฤตินี้ด้วยครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62196</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์, กล้า, นายกฯ, ภาคเหนือ, หมอกควัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200321/image_big_5e7625ce635c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
