<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot; หมอจรัส&quot;วอนสังคมอย่าดูดายช่วยกันผลักดันปฎิรูปการศึกษา       </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;
หมอจรัส แถลงผลงานครบรอบ 1 ปี การทำงานคณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา &amp;nbsp;เข้ามาแก้ปัญหาวิกฤติการศึกษาไทยที่รุนแรงทั้งคุณภาพและเหลื่อมล้ำ เตรียมคลอด พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ภายใน 2 เดือน กม.ลูก 5 ฉบับ ย้ำการปฎิรูปการศึกษาต้องสำเร็จให้ได้ &amp;nbsp;ไม่อย่างนั้นประเทศไทยไม่มีที่ยืน และคนในสังคมต้องตื่นตัว ไม่ดูดาย แต่ต้องร่วมมือร่วมใจเห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวในการแถลงผลงานในรอบ 1 ปี ของคณะกรรมการอิสระฯ ว่า ภาพรวมของการดำเนินงาน 1 ปีที่ผ่านมา เป็นในส่วนของการแก้ปัญหาวิกฤตการศึกษาไทยที่มีความรุนแรงทั้งในเรื่องคุณภาพ ความเหลื่อมล้ำ ความเป็นเลิศ และประสิทธิภาพของระบบ ซึ่งมีหลักฐานมากมายยืนยันสภาพวิกฤตเหล่านี้ ด้วยเหตุนี้ ทำให้เกิดสภาวะที่ไม่ตื่น ไม่ตระหนัก ธุระไม่ใช่ ดูดายและไม่รับผิดชอบ แต่การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ จะต้องสำเร็จ เพราะถ้าไม่สำเร็จประเทศจะไม่มีที่ยืน ดังนั้น วิกฤตเหล่านี้จะแก้ไขได้ต้องอาศัยรัฐธรรมนูญ สังคม รวมถึงรัฐบาลต้องยืนยันว่าจะปฏิรูปการศึกษา ซึ่งคณะกรรมการอิสระฯ ได้มีการจัดทำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ... ซึ่งคาดว่าจะเสร็จภายใน 1-2 เดือนหลังจากนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขณะนี้ ได้มีการจัดทำกฎหมายลูก พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฏ.) และนวัตกรรมต่างๆ เสร็จไปบางส่วนแล้ว ประมาณ 5 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.2561 ซึ่งขณะนี้ได้มีการประกาศใช้แล้ว ส่วนร่างพ.ร.บ.พัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ..., ร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษาแห่งชาติพ.ศ... ,ร่างพ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ...ได้จัดทำเสร็จและเสนอรัฐบาลแล้ว และพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฏ.)สถาบันหลักสูตรและการเรียนการสอน ได้ดำเนินการยกร่างเสร็จเรียบร้อยกำลังเสนอรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้โลกกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 จำเป็นต้องเน้นสร้างสมรรถนะแก่ผู้เรียน เพราะความรู้หาได้ง่าย รวมถึงต้องมุ่งความสนใจไปที่โรงเรียน ครู และนักเรียน แต่โรงเรียนไม่สามารถเดินไปเองได้ ต้องมีการช่วยเหลือ คือหลักสูตร สถาบันการเรียนการสอน ต้องมีแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ ถ้ามองสภาพการศึกษาไม่ใช่เฉพาะเด็กอยู่ในโรงเรียนเท่านั้น แต่หมายถึงเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ถึงผู้สูงอายุ อีกทั้งมีเรื่องของพื้นที่ มิติอื่นๆ มากมาย ที่มีสภาพซับซ้อน ดังนั้น การแก้ปัญหาการศึกษา จึงไม่สามารถใช้คำตอบเดียวแล้วแต่ต้องให้มีความหลากหลายคล่องตัว โดยการปฎิรูปการศึกษา คือการเปลี่ยนแปลง ต้องมีการเปลี่ยนแปลงทุกภาคส่วนในสารบบ การปฎิรูปการศึกษาครั้งนี้จะไม่สำเร็จไม่ได้ เพราะถ้าไม่สำเร็จประเทศไทยจะไปอยู่ที่ไหน&amp;rdquo;ประธาน คกก.อิสระฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จรัส กล่าวต่อว่า ตลอดระยะ 1 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการอิสระฯ ได้วิเคราะห์โอกาสในการปฏิรูปการศึกษา การแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การวางแนวทางการปฏิรูปการศึกษา เน้นที่ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ครู และผู้อำนวยการโรงเรียน การรวมโรงเรียนเป็นพื้นที่นวัตกรรม รวมถึงมีการเชื่อมโยงการศึกษากับอาชีพ การปฏิรูปอุดมศึกษาที่ต้องเน้นนโยบายชาติด้านอุดมศึกษา และแผนการศึกษาชาติด้านอุดมศึกษา การสร้างอัตลักษณ์ของสถาบันอุดมศึกษา การกำกับคุณภาพ และมีการจัดทำแผนปฏิรูปการศึกษา ไปส่วนหนึ่งแล้ว นอกจากนั้น ยังมีแผน Quick Win สิ่งที่เกิดประโยชน์กับประชาชนได้ในระยะสั้น ได้แก่ Digital Learning Platform เป็นการใช้ดิจิทัลให้ความรู้ไปสู่นักเรียนทั่วประเทศผ่านการใช้สื่อการเรียนรู้ สื่อพัฒนาครู สื่อในการประเมินสมรรถนะนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น ตอนปลาย รวมถึงสื่อการพัฒนาครูให้สอนอย่างมีสมรรถนะ และการบุกเบิกให้เกิดพื้นที่นวัตกรรมต่างๆ นำกิจกรรมในการพัฒนาไปสู่มือนักเรียน และยังมีการปฎิรูปที่เกิดขึ้นในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นครู อาชีวศึกษา การศึกษาเอกชน การศึกษาตามอัธยาศัย อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้จะสำเร็จได้ สังคมไทยทุกภาคส่วนต้องตื่นขึ้น ตระหนักในสภาพและผลจากปัญหาการศึกษาของไทย ทั้งปรับใจ ปรับพฤติกรรมมาร่วมแรงร่วมใจกัน ไม่ดูดาย โดยรับผิดชอบและเห็นประโยชน์ส่วนร่วมเป็นที่ตั้ง หากสังคมไทยปรับได้การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10338</URL_LINK>
                <HASHTAG>1ปีคณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา, พรบ.การศึกษาแห่งชาติ, ร่างพรบ.ปฐมวัยห้ามเด็กสอบเข้าป.1, หมอจรัส สุวรรณเวลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180123/image_big_5a671b111a659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8319</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสนอปฎิรูป&quot;หลายกระทรวง&quot;ที่เกี่ยวข้องการศึกษา-เด็ก-เยาวชนไม่ใช่เฉพาะศธ.เท่านั้น   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ดอิสระฯ เสนอปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เด็กและเยาวชนทั้งหมด ไม่ได้ทำเฉพาะโครงสร้างเฉพาะภายใน ศธ. เท่านั้น &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot;ชี้เป็นครั้งแรกที่ทำการปฎิรูปจากล่างสู่บน จากเด็ก โรงเรียน สู่ระดับกระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาว่า ที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน ส่วนที่ได้มีการพิจารณาและมีความคืบหน้า คือ การปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เพื่อให้ส่งผลต่อการพัฒนาโรงเรียนทั้งหมด 33,000 กว่าโรง และโรงเรียนเอกชนอีก 10,000 กว่าโรง จะต้องมีการทดลองการพัฒนาโรงเรียนต้องมีความหลากหลาย ไม่ใช่รูปแบบ แต่หลากหลายอย่างให้เหมาะสมกับโรงเรียนแต่ละขนาด ไม่ว่าจะเป็น ขนาดใหญ่ กลาง เล็ก หรือโรงเรียนห่างไกล แต่มุ่งเน้นการปฏิรูปโรงเรียนเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้มีการดำเนินการทดลองการพัฒนาแล้วในกลุ่มโรงเรียนประชารัฐ 3,000 กว่าโรง และโรงเรียนร่วมพัฒนา 40 กว่าโรง และจะต้องขยายไปให้ครบถ้วนทั้งกว่า 3 หมื่นโรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ ประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา กล่าวว่า การปฏิรูปโครงสร้าง ไม่ได้ทำเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เท่านั้น แต่ต้องปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเด็กและเยาวชนทั้งหมดด้วย&amp;nbsp; เช่น กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นต้น ซึ่งหน้าที่ของคณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ จะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พ.ศ. 2560 หมวด 16 การปฎิรูปประเทศ มาตรา 258 จ ด้านการศึกษา ข้อ 4 ที่ระบุว่าปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด และปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยสอดคล้องกัน ทั้งในระดับชาติ และระดับพื้นที่ และที่ผ่านมามีการปฏิรูปโครงสร้างหลายครั้ง ซึ่งสำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง แต่การปรับปรุงโครงสร้างครั้งนี้&amp;nbsp;ไม่ใช่เป้าหมาย เพื่อปฏิรูปการศึกษาอย่างเดียว แต่มีเป้าหมายชัดเจน คือ เด็ก เยาวชน พลเมือง ทุกช่วงวัยเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ, กระบวนการเรียนการสอนมีคุณภาพ&amp;nbsp; และครู คณาจารย์ที่มาจัดการเรียนการสอนต้องมีคุณภาพ ซึ่ง 3 ส่วนนี้เป็นเป้าหมายหลัก การปฏิรูปโครงสร้างจึงเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าวให้บรรลุผล&amp;nbsp; ไม่ได้มีเจตนามุ่งปรับปรุงโครงสร้างโดยไม่สนใจเรื่องอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากย้ำว่าการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ ไม่ได้ปฏิรูปโครงสร้าง ศธ.เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อมีการพิจารณาโครงการมีหลักการเพื่อตอบสนองให้มีพัฒนาการต่อเนื่องดีขึ้นอย่างได้ผล และทำให้การปฎิรูปการศึกษาเป็นไปอย่างราบรื่น และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการปฏิรูปโครงสร้างจากล่างขึ้นบน คือ เริ่มจากปฏิรูปนักเรียน และโรงเรียน โดยยึดสถานศึกษาเป็นศูนย์กลางในการปฏิรูปการศึกษา&amp;nbsp; กระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษา และมีดุลยภาพพอเหมาะ มีความกระทัดรัด และมีความทันสมัย รวมถึงมีความเรียบง่าย เพราะที่ผ่านมาโครงสร้างมีความซับซ้อน และซ้ำซ้อนด้วย ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยาก และครอบคลุมทุกมิติเรื่องการศึกษา&amp;quot;นพ.เฉลิมชัย กล่าวและว่า นอกจากนั้น ที่ประชุมได้มีข้อเสนอเบื้องต้น โดยพิจารณาด้านนโยบาย การกำกับดูแล และหน่วยปฏิบัติ ซึ่งขณะนี้มีการศึกษาเรื่องนี้แล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อยุติว่าหน่วยงานใดจะกำกับ ดูแล ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณาถึงชื่อเรียกของสถานศึกษารูปแบบอื่นๆ ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8319</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เด็ก, ปฎิรูปการศึกษา, ปฎิรูปโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ, หมอจรัส สุวรรณเวลา, เยาวชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180123/image_big_5a671b111a659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
