<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะ‘โมเดอร์นา’เข็มละ1,100บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.เผยยอดฉีดวัคซีนยังไม่แตะ 10 ล้านโดส &amp;quot;หมอทวีศิลป์&amp;quot; รับฉีดแล้วติดเชื้อไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเหมือนไข้หวัดใหญ่ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; โวแอสตร้าฯ-ไฟเซอร์มาตามนัดแน่ ประกาศหา &amp;ldquo;จอห์นสันฯ&amp;rdquo; เงียบหาย อภ.เคาะ &amp;quot;โมเดอร์นา&amp;quot; ขาย รพ.เอกชนเข็มละ 1,100 บาท&amp;nbsp; ผงะ! เริ่มมีหลอกขายซิโนฟาร์มแล้ว ไปโผล่อุดรธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธที่ 30 มิถุนายน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน&amp;nbsp; โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงถึงการฉีดวัคซีนในวันที่ 29 มิ.ย.ว่ามีการฉีดทั้งสิ้น&amp;nbsp; 255,734 โดส ทำให้ยอดรวมสะสมการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.มีทั้งสิ้น 9,672,706 โดส โดยขณะนี้วัคซีนกำลังทยอยเข้ามา โดยในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (อีโอซี) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อธิบดีกรมควบคุมโรคแจ้งว่าวัคซีนจะมาตามที่ได้กำหนดไว้ จึงให้ไปสร้างการรับรู้และความมั่นใจแก่ประชาชน
&amp;ldquo;ที่มีข่าวว่าฉีดวัคซีนแล้วยังติดอยู่นั้นไม่แปลก เพราะต่างประเทศก็ได้ยินเช่นนี้เหมือนกัน แต่ยังดีกว่าไม่ได้ฉีดเลย อย่างน้อยการฉีดช่วยลดการป่วยหนักและเสียชีวิต&amp;nbsp; คล้ายกับไข้หวัดใหญ่ที่เราคุ้นเคยกัน เราฉีดกันทุกปี ไม่ได้ดูยี่ห้อ แต่ช่วยลดการป่วยหนัก บางคนต้องฉีดทุก 6&amp;nbsp; เดือนด้วยซ้ำไป&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน วันนี้ถือเป็นวันแรกที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อจะฉีดวัคซีน On-site ให้ผู้สูงอายุตั้งแต่&amp;nbsp; 75 ปีขึ้นไป ที่ให้บริการตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.-18 ก.ค. เวลา 09.30-18.00 น.ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม โดยระบุว่าเห็นภาพการตื่นตัว โดยเฉพาะลูกหลานที่พาพ่อแม่ ผู้สูงอายุมารับบริการฉีดวัคซีน เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุและ 7 โรคเรื้อรัง เพื่อให้ครอบคลุม 50% ภายในเดือน&amp;nbsp; ก.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินยังกล่าวถึงความคืบหน้าวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp; ว่า วันที่ 30 มิ.ย.มีวัคซีนซิโนแวค 1 ล้านโดส ส่วนวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจะเข้ามา 2 ล็อต โดยเมื่อวันที่&amp;nbsp; 28 มิ.ย.เข้ามา 8 แสนโดส และในวันศุกร์ที่ 2 ก.ค.นี้ จะเข้ามาอีก 1.4 ล้านโดส รวม 2.2 ล้านโดส ทำให้เดือน มิ.ย.จะมีวัคซีนรวม 9 ล้านโดส โดยกรมควบคุมโรคจะเร่งกระจายวัคซีนออกไปและเร่งฉีดให้ประชาชนเร็วที่สุด
นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีสมาคมโรคติดเชื้อขอให้รัฐบาลนำเข้าวัคซีนชนิด mRNA เข้ามาเพิ่มเติม เพื่อรับมือสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) ว่าขณะนี้อยู่ในการเจรจาร่วมกับวัคซีนไฟเซอร์ขั้นสุดท้าย เป็นการทำสัญญาซื้อขาย&amp;nbsp; ซึ่งยังมีบางข้อความที่สำนักอัยการสูงสุดกำลังเร่งตรวจสอบอยู่ และเร่งให้กรมควบคุมโรคเจรจา เพื่อไม่ให้กระทบการจัดส่งวัคซีนไฟเซอร์ตามเทอมชีตที่ได้ลงนามไปเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ว่าเขาจะส่งให้เราในไตรมาส 4 จำนวน 20&amp;nbsp; ล้านโดส ขณะที่ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์&amp;nbsp; จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็กำลังศึกษาวัคซีนชนิด&amp;nbsp; mRNA เช่นกัน เราก็ต้องส่งกำลังใจไปให้มีความสำเร็จโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้อยากประกาศคนหาย วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสันที่เราก็เตรียมลงนามสัญญาเทอมชีต แต่ไม่สามารถติดต่อกับบริษัท แจนเซ่น-ซีแลก จำกัดได้ อันนี้เป็นความผิดเราหรือไม่ เพราะเราเร่งแล้ว แต่คาดว่าบริษัทผู้ผลิตวัคซีนอาจเกิดปัญหา&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
ก่อนหน้านี้ ผศ.นพ.กำธร มาลาธรรม นายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม&amp;nbsp; ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. โดยเสนอแนะให้พิจารณาทบทวนแผนการจัดหาวัคซีน โดยเฉพาะการจัดหาวัคซีนชนิดอื่น เช่น วัคซีนชนิด mRNA และวัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะ มาทดแทนวัคซีนชนิดเชื้อตายของบริษัทซิโนแวค เพื่อมาต่อสู้ไวรัสสายพันธุ์อินเดียที่จะกลายเป็นสายพันธุ์ที่มีการระบาดกว้างขวางที่สุด และเป็นสายพันธุ์เด่นทั่วโลก
นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนโมเดอร์นาว่า ได้กำหนดราคาขายวัคซีนโมเดอร์นาให้แก่โรงพยาบาลเอกชนแล้ว โดยขายโดสละ 1,100 บาท&amp;nbsp; รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าขนส่ง และค่าประกันภัยรายบุคคล&amp;nbsp; ซึ่งหลังจากนี้สมาคมโรงพยาบาลเอกชนจะไปกำหนดราคากลางค่าบริการฉีดที่เป็นอัตราเดียวกันทุกโรงพยาบาลต่อไป ซึ่งแต่ละโรงพยาบาลจะได้ประกาศให้ประชาชนสั่งจอง หรือยืนยันการจองอย่างเป็นทางการต้นเดือน ก.ค.นี้ เพื่อส่งจำนวนการจองของแต่ละโรงพยาบาลให้ อภ.อย่างเป็นทางการ เพื่อจะได้ดำเนินการจัดสรรให้สอดคล้องกับจำนวนที่บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัดนำเข้ามา ซึ่งจะทยอยจัดส่งให้ในงวดแรกไตรมาส 4/2564 ประมาณ 3.9&amp;nbsp; ล้านโดส และงวดที่ 2 ในไตรมาสที่ 1/2565 จำนวน&amp;nbsp; 1.1 ล้านโดส
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ติดตามและแสดงความชื่นชมความก้าวหน้าผลงานวิจัยวัคซีนโควิด-19 โดยทีมแพทย์และนักวิจัยไทย ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาวัคซีนใน 2 แนวทางสำคัญ คือ 1.สนับสนุนสถาบันวัคซีนแห่งชาติ คณะแพทย์ในมหาวิทยาลัย และองค์กรชั้นนำ ในการวิจัยและพัฒนาวัคซีนรูปแบบต่างๆ&amp;nbsp; และ 2.รับการถ่ายทอดกระบวนการผลิตวัคซีนจากต่างประเทศโดยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ เพื่อวางรากฐานในไทยพึ่งพาตนเอง ลดงบประมาณ และสามารถส่งออกเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเพจเฟซบุ๊กราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้โพสต์ประกาศการจัดสรรวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม ระยะที่ 1&amp;nbsp; ครั้งที่ 3 ระบุว่ามีองค์กรและบริษัทได้รับการจัดสรรเพิ่ม&amp;nbsp; 1,276 บริษัท เป็นจำนวน 338,419 คน รวมจำนวนที่องค์กรและบริษัทได้รับการจัดสรรทั้งสิ้น 7,713&amp;nbsp; บริษัท เป็นจำนวน 1,117,719 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีสื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มผู้เสียหายที่โดนหลอกขายวัคซีนซิโนฟาร์มว่า เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. โดยพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานีได้รับแจ้งจากผู้เสียหายรายหนึ่งว่า ตนเองและเพื่อนรวม 20 คนถูกหลอกขายวัคซีนซิโนฟาร์ม ในราคาเข็มละ 1,800 บาท นอกจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและยังเป็นการซ้ำเติมจิตใจของพี่น้องประชาชนด้วย โดยที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข&amp;nbsp; ผบ.ตร. มีนโยบายให้ทุกหน่วยปราบปรามอย่างเป็นรูปธรรมและเร่งสร้างการรับรู้แก่ประชาชน เพื่อเป็นการจำกัดความเสียหายและตัดโอกาสในการกระทำความผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์การฉีดวัคซีนในต่างจังหวัดนั้น&amp;nbsp; นายวิชิต สุกระสูยานนท์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว&amp;nbsp; จ.ตราด ระบุว่า สมาคมได้ขอรับจัดสรรวัคซีนทางเลือกซิโนฟาร์มจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จำนวน 1,360 โดส&amp;nbsp; เพื่อนำมาฉีดให้เจ้าของธุรกิจด้านการท่องเที่ยว พนักงานของสถานประกอบการต่างๆ ในพื้นที่ จ.ตราด โดยวันนี้มีผู้ที่ลงทะเบียนเข้ารับการฉีดวัคซีนทางเลือกเข็มแรก 680&amp;nbsp; คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับที่ศูนย์ฉีดวัคซีน ชั้น 2&amp;nbsp;รพ.รวมแพทย์หมออนันต์ นายเสริมศักดิ์&amp;nbsp;สีสันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยนายวีรศักดิ์ พิษณุวงษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ และคณะเข้าสังเกตการณ์การให้กำลังใจประชาชน และทีมงานจุดฉีดวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์มวันแรกให้แก่ชาวสุรินทร์ โดยหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ได้สั่งจองวัคซีนซิโนฟาร์มจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;โดส&amp;nbsp;โดยกลุ่มที่ได้รับการฉีดส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคณะครูโรงเรียนเอกชน พนักงานห้างร้าน&amp;nbsp; บริษัท และผู้สูงอายุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.ลำปาง นายวุฒิชัย กาไว อายุ 26 ปี ชาวบ้านตำบลแม่สุก อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง เกิดอาการไม่พึงประสงค์หลังเข้ารับการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.&amp;nbsp; จนต้องรักษาตัวที่ รพ.เอกชนและ รพ.จังหวัด และปัจจุบันยังคงมีอาการต่างๆ โดยนายวุฒิชัยระบุว่า ก่อนหน้านี้สุขภาพแข็งแรง เป็นนักกีฬา แต่หลังจากฉีดวัคซีนก็กลายเป็นคนป่วย ขณะที่ สปสช.เยียวยาเพียงหนึ่งหมื่นบาท ไม่สมเหตุสมผล เพราะเสียค่าใช้จ่ายมากกว่านี้และเสียโอกาสต่างๆ ด้วย ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่รู้ว่าสุขภาพจะกลับมาดีเหมือนเดิมหรือไม่ และที่ช้ำใจหนักไปกว่านั้นคือ หมอบอกว่าอาการที่เกิดขึ้นกับตนเองเป็นเหมือนคนที่วิตกและต่อต้านวัคซีน จะต้องให้พบกับจิตแพทย์เพื่อทดสอบทางจิต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108230</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กรมควบคุมโรค, ฉีดวัคซีน, ซิโนฟาร์ม, ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอทวีศิลป์, แอสตร้า+ไฟเซอร์, โควิด 19, โควิด-19, โมเดอร์นา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d994a7161f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศบค.&#039;ย้ำไม่เคยปิดบังข้อมูลจับตา&#039;กทม.&#039;อีก5แห่งใน4เขต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.64- นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,671 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,984 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,095 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 889 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 604 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 83 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 177,467 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 2,242 ราย หายป่วยสะสม 126,517 ราย อยู่ระหว่างรักษา 49,714 ราย อาการหนัก 1,209&amp;nbsp; ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 361 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 23 ราย เป็นชาย 12 ราย หญิง 11 ราย อยู่ใน กทม. 13 ราย สมุทรปราการ 4 ราย ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา นครศรีธรรมราช สระบุรี สระแก้ว ระยอง จังหวัดละ 1 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 1,236 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 173,717,565 ราย เสียชีวิตสะสม 3,736,092 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 83 ราย ในจำนวนนี้มี 76 ราย มาจากกัมพูชา โดย 16 รายลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ ขณะที่ตลอด 24 ชั่วโมง มีผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายได้ 173 ราย&amp;nbsp; จึงเน้นย้ำว่าคนไทยที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ ขอให้เข้ามาอย่างถูกกฎหมาย สามารถลงทะเบียนออนไลน์ หรือขอหนังสือรับรองจากสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่แต่ละประเทศเพื่อจะเข้ามาได้ หากเข้ามาแล้วไม่พบเชื้อจะให้กักตัวในสถานกักตัวของรัฐ 14 วัน แต่หากพบเชื้อจะส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล ทั้งนี้ เรามีจุดผ่านแดนที่อนุญาตให้ประชาชนเดินทางกลับเข้าประเทศ 23 ช่องทาง ใน 22 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในส่วนของ 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด ได้แก่&amp;nbsp; กทม. 675 ราย สมุทรสาคร 288 ราย เพชรบุรี 196 ราย นนทบุรี 163 ราย สมุทรปราการ 124 ราย โดยพบคลัสเตอร์ใหม่ที่เขตอุตสาหกรรมฟอกหนัง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 16 ราย&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมโรคได้นำเสนอภาพการพบผู้ติดเชื้อในต่างจังหวัด พบว่ามีความเชื่อมโยงกับพื้นที่ที่มีการติดเชื้ออยู่แล้ว หลายจังหวัดที่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่พบว่าเชื่อมโยงกับ กทม. ดังนั้น การควบคุมโรคจึงไม่ได้อยู่ที่พื้นที่อย่างเดียว แต่มาจากบุคคลที่มีการเคลื่อนย้าย การที่เราจะมีมาตรการอะไรจึงส่งผลต่ออีกด้านหนึ่งเสมอ ฉะนั้น มาตรการที่เกิดขึ้นในแห่งหนึ่ง ย่อมมีผลกระทบต่อคน สังคม และจังหวัดอื่นตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ใน กทม. มีพื้นที่ต้องเฝ้าระวัง 63 แห่ง พบใหม่ 5 แห่งใน 4 เขต ได้แก่ ตลาดเทวราชหรือตลาดเทเวศร์ เขตดุสิต ชุมชนเพชรบุรีซอย 10 เขตราชเทวี แคมป์ก่อสร้างบริษัทชิโนทัย เขตลาดพร้าว ชุมชนมาชิม และชุมชนเฉลิมอนุสรณ์ เขตวัฒนา นอกจากนี้ กทม.รายงานว่า ขณะนี้มีการตรวจตลาดและประเมินสุขาภิบาลของตลาดต่างๆ ที่ขึ้นทะเบียนกับ กทม.ไว้แล้ว 102 แห่ง ขณะที่ในส่วนของแคมป์คนงานก่อสร้าง 409 แห่ง ขณะนี้ตรวจไปแล้ว 367 แห่ง พบว่า ผ่านแกณฑ์ 270 แห่ง ไม่ผ่านการเกณฑ์ 97 แห่ง ซึ่งในส่วนของมาตรการนายจ้าง จะต้องมีการปรับปรุงในเรื่องการวางแผนเตรียมความพร้อมเมื่อพบผู้ป่วย ปรับปรุงเรื่องข้อมูลข่าวสารที่ต้องสื่อสารกับลูกจ้าง โดยเฉพาะเรื่องภาษา ปรับปรุงที่นั่งรับประทานอาหารที่ไม่มีการจัดเตรียมไว้ให้ ทำให้แรงงานต้องไปนั่งจับกลุ่มกัน ปรับปรุงห้องน้ำที่ยังไม่มีความเหมาะสม รวมถึงการป้องกันการรวมตัวกันทำกิจกรรมสังสรรค์ดื่มกินหลังเลิกงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot; โควิด-19 อยู่กับเรามาปีกว่า เรายึดหลักและรับนโยบายมาจากนายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.ศบค. บางครั้งชุดข้อมูลต่างๆ ไม่มีความชัดเจน แต่ไม่ได้มีเจตนาปกปิดอะไร และขอให้เครดิตกับผู้ทำงานเบื้องหลังที่ทำกัน 24 ชั่วโมงไม่ได้หยุดเพื่อให้ได้ข้อมูลมารายงานแก่ประชาชน ส่วนที่มีอะไรไม่ถูกต้องตนขอน้อมรับไว้ ข้อมูลส่วนใหญ่ 99% ไม่มีเจตนาจะปกปิด แต่บางครั้งมีความไม่เรียบร้อยของข้อมูล ซึ่ง ผอ.ศบค.เน้นว่าให้ยึดความถูกต้อง ทันการณ์ ทันเวลา โดยเอาความถูกต้องขึ้นก่อน และถ้าทันการณ์และทันเวลาได้จะดี ระบบข้อมูลอาจจะช้าหน่อย แต่ความเร่งรีบเราต้องบอกประชาชนให้ได้โดยเร็ว เราทำทุกอย่างอย่างเต็มที่และดีที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105425</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ศบค., หมอทวีศิลป์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a78c2cbdd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้างโต้วุ่นคลัสเตอร์ดาวน์ทาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;หมอทวีศิลป์&amp;quot; แถลงพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 2,817 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 36 คน กทม.พบอีก 6 คลัสเตอร์ใหม่&amp;nbsp; มีห้างสรรพสินค้าย่านสยามสแควร์ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้ำพื้นที่เฝ้าระวัง ชุมชน ตลาด สถานประกอบการ และแคมป์คนงาน พร้อมขอคนไทยข้ามแดนอย่างถูกต้อง สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่&amp;nbsp; แจงติดเชื้อสะสม 2 เดือน 129 คน ไม่ใช่พุ่งวันเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,817 ราย ติดเชื้อในประเทศ 2,446 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,295 ราย จากการค้นหาเชิงรุก 1,151 ราย อยู่ในเรือนจำและสถานที่ต้องขัง 315 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 56 ราย ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 174,796 ราย ผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม 3,396 ราย อยู่ระหว่างรักษา 49,490 ราย อาการหนัก 1,195 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 361 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมมีความเป็นห่วงผู้ป่วยที่อาการหนัก เพราะมีถึง 361 รายต้องใส่ท่อช่วยหายใจ คิดเป็น 30.62 เปอร์เซ็นต์ มากสุดอยู่ใน กทม. 193 ราย ซึ่งตัวเลขเหล่านี้จะสอดคล้องกับการพบเชื้อในพื้นที่ แต่ถ้าดูภาพรวมตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. จนถึงปัจจุบันตัวเลขจะลดลงมา แม้จะไม่เท่าไหร่ แต่ถือเป็นแนวโน้มที่ดี เพราะการดูแลผู้ป่วยตรงนี้ต้องใช้เจ้าหน้าที่ดูแลจำนวนมาก จึงขอให้ทุกคนช่วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 36 ราย เป็นชาย 21 ราย หญิง 15 ราย อยู่ใน กทม. 16 ราย, สมุทรปราการ 4 ราย, นนทบุรี 3 ราย, ชลบุรี นครสวรรค์ สมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย, เพชรบุรี นครปฐม ตาก พระนครศรีอยุธา พัทลุง ราชบุรี สงขลา จังหวัดละ 1 ราย โดยผู้เสียชีวิตอายุน้อยสุด 24 ปี มากสุดอายุ 92 ปี ทำให้มียอดเสียชีวิตสะสม 1,213 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 173,318,470 ราย เสียชีวิต 3,727,283 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับผู้เดินทางจากต่างประเทศวันนี้ มีผู้เดินทางกลับจากกัมพูชา 46 ราย โดยมาทางช่องทางธรรมชาติ 18 ราย จึงขอฝากไปยังคนไทยที่อยู่กัมพูชาให้เดินทางเข้าประเทศทางด่านถาวร เราจะดูแลอย่างดี ขณะยอดผู้เดินทางข้ามแดนอย่างผิดกฎหมายในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีถึง 255 ราย ตรงนี้ถือเป็นการทำงานที่เข้มข้นของเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ โดยหลังจากนี้มาตรการในการผ่านชายแดนจะเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ 5 อันดับจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่มากที่สุดวันนี้คือ กทม. 925 ราย,&amp;nbsp; ปทุมธานี 411 ราย, สมุทรสาคร 293 ราย,&amp;nbsp; สมุทรปราการ 143 ราย, เพชรบุรี 130 ราย โดยมีถึง 27 จังหวัดที่ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม ขณะที่คลัสเตอร์ใหม่ในพื้นที่ต่างจังหวัดนั้นมีที่ อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร เป็นโรงงานอาหารทะเลแช่แข็ง ทั้งชาวไทยและเมียนมา พบผู้ติดเชื้อ 102 ราย อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี เป็นโรงงานอุตสาหกรรมเกษตร เป็นชาวเมียนมา 69 ราย อ.เมืองฯ&amp;nbsp; จ.นนทบุรี เป็นแคมป์ก่อสร้าง 2 แห่ง พบติดเชื้อ 13 ราย อ.สิเกา จ.ตรัง เป็นโรงงานไม้ยางพบผู้ติดเชื้อ 52 ราย และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นโรงงานแปรรูปไก่ พบผู้ติดเชื้อ 35 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.เผยว่า การแพร่ระบาดในพื้นที่ กทม. รวมทั้งสิ้น 58 คลัสเตอร์ มีเขตที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุด 25 เขต และพบ 6 คลัสเตอร์ใหม่ คือโรงงาน CPF เขตหนองจอก โรงงานกรีนสวิลด์ และโรงงาน HONDA เขตลาดกระบัง ห้างสรรพสินค้าย่านสยามสแควร์ เขตปทุมวัน อาคารสำนักงานให้เช่า เขตยานนาวา และโรงงานฮงเส็งการทอ เขตราชบูรณะ ซึ่งรายละเอียดต่างๆ ศบค.จะพูดในภาพกว้างและให้ในพื้นที่พูดรายละเอียดเพิ่มเติม
พื้นที่เฝ้าระวังใน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ กทม. สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือชุมชน ตลาด สถานประกอบการ และแคมป์คนงาน โดยตลาดในพื้นที่ กทม.ที่มีทั้งสิ้น 486 แห่งนั้น ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.-5 มิ.ย. มีการลงพื้นที่ตรวจสอบตลาดเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดไปแล้ว 227 แห่ง ผ่านเกณฑ์ 97 แห่ง ไม่ผ่านเกณฑ์ 177 แห่ง โดยข้อบกพร่องส่วนใหญ่คือการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล การใช้แอปพลิเคชันบันทึกข้อมูล และการคัดกรองทางเข้า-ออก ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้แก้ได้ไม่ยากหากประชาชนให้ความร่วมมือกับภาครัฐและผู้ประกอบการ เพราะเราอยากให้มีพื้นที่สะอาดเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ชี้แจงว่า จำนวนผู้ติดเชื้อนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ถึงปัจจุบัน รวม 2 เดือน มีผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 129 คน จากจำนวนพนักงานโดยรวมในพื้นที่มากกว่า 35,000 คน คิดเป็น 0.4% ของจำนวนทั้งหมด และไม่ใช่เป็นการติดเชื้อในเวลาเดียวกัน โดยส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อมาจากที่พักอาศัย ซึ่งศูนย์ฯ ได้ดำเนินการดูแลและควบคุมความเสี่ยงในกลุ่มคนที่ติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ศูนย์ฯ ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐและโรงพยาบาลหลายแห่งจัดให้สยามพารากอนเป็นสถานที่ฉีดวัคซีนให้ประชาชน โดยเริ่มตั้งแต่สองสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นต้นไป และได้ทยอยฉีดวัคซีนให้กับพนักงานในศูนย์การค้าทั้งสามอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้ป้องกันล่วงหน้าด้วยการฉีด พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ในอากาศและบนพื้นผิวสัมผัส ทุกๆ วันหลังปิดทำการ โดยทำเช่นนี้ประจำทุกวันตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดจนถึงบัดนี้มากกว่า 14 เดือนแล้ว และยืนยันจะดำเนินการเช่นนี้อย่างเคร่งครัดต่อไปทุกวันอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อจำนวน 143 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 100&amp;nbsp; ราย, อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน 64 ราย, อำเภอพระประแดง จำนวน 14 ราย, อำเภอบางพลี จำนวน 11 ราย, อำเภอบางเสาธง จำนวน 10 ราย, อำเภอบางบ่อจำนวน 1 ราย โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการ จำนวน 43 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียชีวิต 4 ราย 1.หญิงไทย อายุ 84 ปี ประวัติเสี่ยงสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน มีโรคประจำตัว ไขมันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ที่อยู่ขณะป่วย ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 2.หญิงไทยอายุ 91 ปี ประวัติเสี่ยง สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน มีโรคประจำตัว ไขมันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ที่อยู่ขณะป่วย ต.บางปู อ.เมืองฯ จ.สมุทรปราการ 3.หญิงไทย อายุ 24 ปี ประวัติเสี่ยงสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน ที่อยู่ขณะป่วย ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 4.ชายชาวกัมพูชา อายุ 87 ปี ประวัติเสี่ยง สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ประธานกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลา เปิดเผยว่า จ.สงขลาพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 45 ราย จากหลายกลุ่ม เช่น คลัสเตอร์เรือนจำ โรงงานถุงมือยาง บ้านตีนนา สถาบันการเงิน กลุ่มรอสอบสวนโรคและกลุ่มสัมผัสผู้ติดเชื้อในพื้นที่ รวมยอดสะสม 1,922 คน เสียชีวิต 9 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวว่า จากสถานการณ์ระบาดของโควิดที่บ้านตีนนา อ.สะเดา จ.สงขลา คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลา ค่อนข้างน่าห่วง เพราะพบผู้ติดเชื้อประมาณ 18 ราย มีเด็กและผู้อยู่วัยทำงาน และกักตัวเพื่อรอดูอาการที่บ้านอีกประมาณ 100 คน ขณะนี้ให้มีการปิดหมู่บ้านไว้แล้ว เพื่อทำการคัดกรองเชิงรุก ส่วนคลัสเตอร์โรงงานถุงมือยาง อ.หาดใหญ่ มีพนักงานผู้ติดเชื้อ 3 ราย ทางโรงงานได้ปิดตัวเองเพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าคัดกรองเชิงรุกพนักงานในโรงงานทั้งหมด
หัวหินเจอคลัสเตอร์โรงงานไก่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคโควิด-19 จ.ประจวบฯ ว่าวันนี้พบคลัสเตอร์ใหม่ที่โรงงานแปรรูปไก่สด บริษัท สุรชัย โพลทรี่ ฟู้ดส์ จำกัด หมู่ 12 บ้านสามพันนาม ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน มีผู้ติดเชื้อโควิดจากแผนกล้วงเครื่องในไก่ 35 คน เป็นแรงเมียนมา 29 คน แรงงานไทย 6 คน ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 1,748 คน มีผู้รักษาตัวในโรงพยาบาล 195 ราย สำหรับโรงงานแปรรูปไก่สดดังกล่าว มีพนักงานทั้งหมด 285 คน พนักงานคนไทยประจำสำนักงาน 30 คน แรงงานคนไทยรายวัน 32 คน แรงงานเมียนมา รายวัน 223 คน มี 3 แผนก แผนกไก่เป็น 65 คน แผนกตัดแต่ง มี 90 คน มี 8 ไลน์การผลิต แผนกคลังสินค้า 15 คน แผนก office 30 คน แผนกช่างและอื่นอีก 6 คน ที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อรายแรกเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.64 มีประวัติเดินทางมาจาก จ.เพชรบุรี ต่อมามีการค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด 41 คน ผลพบเชื้อจำนวน 35 คน ขณะนี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลหัวหิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนโรคยืนยันว่าหลังจากพนักงานแผนกล้วงเครื่องในไก่ติดเชื้อโควิด-19 จะไม่มีปัญหาการปนเปื้อนในเนื้อไก่ จากนั้นกำหนดมาตรการนำแรงงานทั้งหมดเข้ากักตัวในบริเวณของโรงงาน 14 วัน แต่ให้พนักงานที่ไม่มีอาการเจ็บป่วยสามารถทำงานได้ โดยมีระบบการป้องกันอย่างเข้มงวดตลอดเวลา มีการจัดที่พักแยกตามแผนกที่ทำงาน เพื่อกันไม่ให้มีการแพร่เชื้อข้ามแผนก มีการทำแผงกั้นพลาสติกแบ่งบนโต๊ะอาหารตามแนวทางที่กำหนด นอกจากนั้นผู้เกี่ยวข้องภายในโรงงานต้องติดตามว่าพนักงานรายใดมีไข้ หรืออาการโรคทางเดินหายใจ หากพบให้พาไปตรวจที่โรงพยาบาลหัวหินทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ตุลกานต์ มักคุ้น โฆษก ศบค.ตรัง แถลงข่าวสถานการณ์ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดตรัง โดยวันนี้จังหวัดตรังพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 52 ราย จากคลัสเตอร์โรงงานอุตสาหกรรมไม้ยางพาราแปรรูป บริษัท นาเมืองเพชรพาราวู้ด จำกัดทั้งหมด จากจำนวนพนักงานที่เจ้าหน้าที่ตรวจหาเชื้อทั้งโรงงานรวม 314 ราย ผลออกมาแล้วจำนวน 160 ราย ติดเชื้อ 52 รายดังกล่าว โดยจำนวน 52 รายนี้ เป็นเพศหญิง 11 ราย เพศชาย 41 ราย (เป็นคนงานไทย 7 ราย และแรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมา 45 ราย อยู่ในพื้นที่อำเภอสิเกา 50 ราย อำเภอห้วยยอด 1 ราย และ อำเภอวังวิเศษ 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คงเหลือกำลังรอผลตรวจอีกจำนวน 154 ราย คาดผลตรวจจะออกในเย็นวันนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสอบสวนโรคและติดตามคนใกล้ชิดต่อไปอย่างเร่งด่วน ส่วนคลัสเตอร์ถุงมือยางในวันนี้ ผลตรวจที่เหลืออีกจำนวน 30-40 ราย ยังไม่ออกมา เนื่องจากเครื่องตรวจหาเชื้อมีปัญหา ทำให้ยอดติดเชื้อโรงงานถุงมือยาง ตัวเลขคงที่อยู่จำนวน 572 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ที่ยังคงมีการระบาดอย่างรุนแรง โดยมียอดผู้ติดเชื้อรายวันสูงถึง 199 ราย เป็นผู้ป่วยจากภายในเรือนจำ 174 ราย ผู้ป่วยทั่วไป 25 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงชาว จ.ปราจีนบุรี อาชีพแม่บ้านในสถานประกอบการโรงงานย่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งมีประวัติป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจมาก่อนหน้าแล้ว ก่อนมาเสียชีวิตลงด้วยโรคโควิด-19 เมื่อ 4 มิ.ย.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพรวมผู้ป่วยทั้งจังหวัดมียอดสะสมสูงถึง 2,781 ราย เสียชีวิต 12 ราย จากการระบาดระลอกแรกเมื่อวันที่ 15 มี.ค.63 จำนวน 21 ราย เสียชีวิต 1 ราย ระลอก 2 เมื่อต้นปี 2564 จำนวน 28 ราย และระลอกล่าสุดเมื่อต้นเดือน เม.ย.64 จำนวน 2,732 ราย เสียชีวิต 11 ราย โดยยังมีผู้ป่วยอยู่ระหว่างกำลังรักษาตัวอยู่จำนวน 1,973 ราย ขณะที่ยอดผู้ป่วยสะสมภายในเรือนจำเพิ่มขึ้นเป็น 1,650 ราย จากผู้ต้องขังทั้งหมด 2,696 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 61.2 ของจำนวนผู้ต้องขังทั้งหมด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105381</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ผู้ติดเชื้อโควิด, พื้นที่เฝ้าระวัง, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอทวีศิลป์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a78d526e4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอทวีศิลป์&#039;:ผมเป็นFCวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยขอให้หายไวๆรักนะจุ๊บๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.64- นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศูนย์บริหารสถานการณ์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กMore ทวีศิลป์ ว่า ผมเป็นFCวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้หายไวๆสุขภาพแข็งแรงทุกคนนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รักนะจุ๊บๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102868</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย, หมอทวีศิลป์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609ddc17881a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะสมทะลุ4หมื่นคน ป่วยโควิดอีก1,547รายเสียชีวิต2ต้นตอจากคลัสเตอร์ใหญ่7จว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มทรงตัว พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 1,547&amp;nbsp;&amp;nbsp; คน เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย ขณะที่ยอดผู้ป่วยสะสมทะลุ 4 หมื่นคนแล้ว แต่ยังรักษาอยู่ 11,916 ราย &amp;quot;หมอทวีศิลป์&amp;quot; เผยรอบนี้กระจายมากขึ้น แต่ความรุนแรงยังไม่มากกว่าเดิม เป็นคลัสเตอร์ใหญ่ใน 7 จังหวัด กรมควบคุมโรคเผยใน 1-2 วันนี้การติดเชื้อจะยังสูงอยู่ ขอให้ระมัดระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2564 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 1,547 ราย จากการตรวจพบระบบเฝ้าระวังและบริการ 1,316 ราย จากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 228 ราย และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 3 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 40,585 ราย ซึ่งแตะ 40,000 รายเป็นวันแรกตั้งแต่มีผู้ป่วยโควิด รักษาหายป่วยสะสม 28,570 ราย รักษาอยู่ 11,916 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 38 ปี อาชีพโปรแกรมเมอร์ มีโรคประจำตัว โรคอ้วน ขณะป่วยอยู่ จ.ตาก ประวัติเกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์ทองหล่อ วันที่ 3 เม.ย. มีอาการไอ คันคอ ปวดเมื่อยตัว, วันที่ 4 เม.ย. ผลยืนยันพบเชื้อโควิด-19, วันที่ 11 เม.ย. ผู้ป่วยมีอาการทรุดหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจ ต่อมาอาการแย่ลง และเสียชีวิตวันที่ 16 เม.ย. ส่วนอีกราย อายุ 51 ปี อาชีพพนักงานบริษัท มีโรคประจำตัว โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ขณะป่วยอยู่ จ.ปทุมธานี มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้า วันที่ 10 เม.ย. มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีเสมหะปนเลือด,&amp;nbsp; วันที่ 12 เม.ย. ผลยืนยันพบเชื้อโควิด, วันที่ 14 เม.ย. มีภาวะหายใจล้มเหลว ใส่ท่อช่วยหายใจ ต่อมาอาการแย่ลง และเสียชีวิตในวันที่ 15 เม.ย. รวมยอดเสียชีวิตสะสม 99 ราย ส่วนสถานการณ์โลก 140,511,425 ราย เสียชีวิต 3,012,007 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยระลอกเดือนเม.ย.64 ตั้งแต่วันที่ 1-17 เม.ย. มีผู้ติดเชื้อสะสม 11,722 ราย เสียชีวิต 2 ราย จึงมีการนำข้อมูลเปรียบเทียบอัตราป่วยและอัตราการเสียชีวิตของโควิด-19 ที่แบ่งเป็น 3 ระลอกคือ ระลอก ม.ค.63 ช่วงม.ค.-14 ธ.ค.63 ระยะเวลา 11 เดือนครึ่ง มีผู้ป่วย 4,237 ราย เสียชีวิต 60 ราย คิดเป็น 1.42 เปอร์เซ็นต์ ระลอก ธ.ค.63 คือระหว่าง 15 ธ.ค.63-31 มี.ค.64 ระยะเวลา 3 เดือนครึ่ง มีผู้ป่วย 24,626 ราย เสียชีวิต 34 ราย คิดเป็น 0.14 เปอร์เซ็นต์ ระลอก เม.ย.64 วันที่ 1-13 เม.ย. ระยะเวลา 13 วัน มีผู้ป่วย 5,712 ราย เสียชีวิต 3 ราย คิดเป็น 0.05 เปอร์เซ็นต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลตรงนี้จะเห็นได้ว่าการป่วยระลอก เม.ย.64 จะเห็นผู้ป่วยรอบนี้กระจายมากขึ้น แต่ความรุนแรงยังไม่มากเท่าเดิม เราควรตระหนัก แต่อย่าตื่นตระหนก ใครที่มีอาการป่วยขอให้เข้าสังเกตอาการที่โรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้มีหลายรูปแบบ ทั้งโรงพยาบาล รวมถึงโรงพยาบาลสนาม ซึ่งในปัจจุบันโรงพยาบาลสนามจะเป็นคำตอบ เพราะเดิมเมื่อมีผู้ป่วยจะไปแอดมิตที่โรงพยาบาล แต่วันนี้คนป่วยเดินไปไหนมาไหนได้ ดังนั้นเตียงโรงพยาบาลควรให้คนป่วยที่อาการปานกลางถึงอาการหนัก และโรงพยาบาลสนามไม่ได้เลวร้ายอะไร บางคนบอกชอบเพราะได้พูดคุยสังสรรค์ ที่สำคัญโรงพยาบาลสนามจะประหยัดทรัพยากรบุคคลในการดูแลคนป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้ทุกคนเข้าใจและให้ความร่วมมือ เพราะโรงพยาบาลทุกแห่งมีศักยภาพในการดูแลประชาชน และถ้าเราดูกราฟตัวเลขจะเห็นว่าสัปดาห์นี้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเกือบ 10,000 คน และกระจายตัวไป 77 จังหวัด ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้เห็นว่าการกระจายตัวของเชื้อรอบนี้กระจายมากขึ้น แต่ความรุนแรงไม่มากเท่าเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ป่วยแล้วไม่ได้หมายความว่าต้องไปโรงพยาบาลอย่างเดียว ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนามได้ แต่คนที่ป่วยต้องเข้าระบบแยกกัก ก่อนหน้านี้เราใช้โรงพยาบาลมาก่อน ตอนนี้มียอดเพิ่มขึ้นหลายเท่า ยืนยันโรงพยาบาลทั้งหมดคำนึงถึงความปลอดภัยประชาชนทั้งสิ้น&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์กล่าว &amp;nbsp;
เล่นไพ่เพื่อพูดคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โรงพยาบาลสนามเป็นคำตอบในการรับผู้ป่วยที่อาการไม่มาก และยังลดบุคลากรและทรัพยากรในการดูแล ซึ่งเดิมระบบการให้แอดมิตในโรงพยาบาล เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่เยอะ ระบบของโรงพยาบาลยังรับไหว แต่เวลานี้มีผู้ป่วยจำนวนมาก จึงอยากให้ใช้โรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหนักเท่านั้น ยืนยันว่าโรงพยาบาลสนามไม่ได้แย่ มีการอำนวยความสะดวก และบางแห่งนำนวัตกรรมเตียงกระดาษมาใช้ โดยพิสูจน์มาแล้วที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นยินดีเข้าไปรับการรักษาในโรงพยาบาล เพราะเขาได้พบปะคุยกัน ที่มีการนำไพ่มาเล่น ไม่ได้เพื่อการพนัน แต่เป็นการได้พูดคุยกันบ้าง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์แถลงว่า กลุ่มก้อนหรือคลัสเตอร์ใหญ่ๆ ที่พบการระบาดใน 7 จังหวัด กระจายไปยังจังหวัดต่างๆ ในช่วงวันที่ 10-15 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา สำหรับคลัสเตอร์ใหญ่ๆ ที่พบการระบาดใน 7 จังหวัดในช่วงวันที่ 10-15 เมษายน 2564 ประกอบด้วย เชียงใหม่ นครสวรรค์ กาญจนบุรี นครราชสีมา นนทบุรี นครศรีธรรมราช และสงขลา โดยมีรายละเอียดดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.เชียงใหม่ คลัสเตอร์ค่ายอาสา กระจายไปยัง 13 จังหวัด โดยพบผู้ป่วย 34 ราย 2.นครสวรรค์ คลัสเตอร์สถานบันเทิง กระจายไปยัง 2 จังหวัด โดยพบผู้ป่วย 39 ราย 3.กาญจนบุรี คลัสเตอร์โรงเรียน โดยพบผู้ป่วย 28 ราย นอกจากนี้ยังพบคลัสเตอร์โรงเรียนในลักษณะนี้อีกที่สมุทรปราการ กระบี่ ชลบุรี และจันทบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.สงขลา คลัสเตอร์ผับ ที่หาดใหญ่พบผู้ป่วย 16ราย, คลัสเตอร์งานเลี้ยงรุ่น พบผู้ป่วย 8 ราย 5.นครราชสีมา คลัสเตอร์หมูกระทะ อ.เมืองฯ พบผู้ป่วย 14 ราย, คลัสเตอร์สังสรรค์คาราโอเกะพบผู้ป่วย 5 ราย 6.นนทบุรี คลัสเตอร์งานสัมมนาบริษัท ณ รีสอร์ท อ.ไทรน้อย พบผู้ป่วย 19 ราย กระจายไปยัง 8 จังหวัด 7.นครศรีธรรมราช คลัสเตอร์งานฟุตบอลพบผู้ป่วย 20 ราย กระจายไปยัง 3 จังหวัด, คลัสเตอร์งานบวชพบผู้ป่วย 10 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า เมื่อคืนวันที่ 16 เม.ย. ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 20 ที่จะมีผลเที่ยงคืนวันที่ 18 เม.ย. ยืนยันไม่มีการใช้เคอร์ฟิว แต่เราจะจำกัดที่หมายลดการเคลื่อนย้าย หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี และสำหรับ 18 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด ที่มีมาตรการจำกัดเวลาเปิด-ปิดร้านสะดวกซื้อ ก็ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ให้ปิดตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 18 เม.ย. และเปิดอีกครั้งเวลา 04.00 น. วันที่ 18 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มีการถามมาว่างานศพจัดได้หรือไม่นั้น เราเว้นเฉพาะงานรื่นเริงสังสรรค์ งานทางศาสนาจึงไม่อยู่ในข้อกำหนดดังกล่าว จึงทำได้ เพียงแต่ขอให้มีการเว้นระยะห่าง ป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อ สำหรับมาตรการเวิร์กฟรอมโฮมของหน่วยงานภาครัฐ ขอให้ดำเนินการเต็มรูปแบบ แต่นายกรัฐมนตรีห่วงใยการบริการประชาชนต้องไม่ขาดตกบกพร่อง และการบริหารราชการไม่กระทบสัดส่วนนี้ ส่วนกรณีที่ให้อำนาจผู้ราชการจังหวัดออกมาตรการต่างๆ เพิ่มเติมนั้น ยืนยันว่าผู้ว่าฯ ไม่สามารถออกประกาศเคอร์ฟิวได้ เพราะเป็นอำนาจของผู้อำนวยการ ศบค.เท่านั้น ถ้าจะใช้คงเป็นการปิดสถานที่ เช่น สถานที่ท่องเที่ยว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า ฝากว่าหลายครั้งเราต้องมาพูดคุยกันถึงสิ่งที่ภาครัฐออกมาในข้อกำหนดต่างๆ อย่างเต็มที่ เราอยากเห็นภาพผู้ประกอบการร่วมมือร่วมใจกันตามที่ตกลงกันไว้ ขณะที่ภาคประชาชนก็มีความสำคัญ กฎต่างๆ ที่ออกมาเราต้องเข้าใจตรงกัน และถ้าทุกคนร่วมมือกันจะสำเร็จ เรามีเวลา 14 วัน ช่วยกันดึงกราฟให้ลดลงมาด้วยมือประชาชนทั้งกว่า 60 ล้านคน 14 วันข้างหน้าจะเห็นผลอย่างแน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวถึงสถานการณ์ทั่วโลกพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 830,052 ราย สะสม 140,511,425 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 3,012,007 ราย เป็นรายใหม่ 12,514 ราย ซึ่งจะเห็นได้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มากกว่าระลอกก่อนหน้านี้ เมื่อมาดูรายประเทศพบว่า อินเดียน่าเป็นห่วง พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 233,943 ราย สะสม 14,521,683 ราย, ฝรั่งเศส 36,442 ราย สะสม 5,224,321 ราย ส่วนประเทศในเอเชีย พบว่า ฟิลิปปินส์ พบรายใหม่ 10,726 ราย, ญี่ปุ่น 4,576 ราย, กัมพูชา 262 ราย จึงต้องเรียนว่าสถานการณ์รอบบ้านเราน่าเป็นห่วงอยู่
1-2 วันยังติดเชื้อสูงอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ร่วมกับ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง (รก.11) นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา 2019 และประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ ประจำวันที่ 17 เมษายน 2564 ระบุว่าคาดการณ์ว่าภายใน 1-2 วันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อจะยังคงอยู่ในอัตราที่สูงอยู่ แต่หากประชาชนปฏิบัติตัวมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด ก็เชื่อว่าภายในสัปดาห์หน้าจำนวนผู้ป่วยอาจจะลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยืนยันว่าโรคโควิด-19 มียาสำหรับรักษาคือยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งผู้ป่วย 1 คน จะต้องใช้ยาในการรักษาประมาณ 70 เม็ด โดยขณะนี้ไทยได้สำรองยาไว้ประมาณ 500,000 เม็ด เบื้องต้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งให้จัดเตรียมหายามาไว้เพิ่มอีก 5 แสนเม็ด ก็จะทำให้มียาไว้รองรับรวมทั้งหมดประมาณ 1 ล้านเม็ด ซึ่งถือว่าเพียงพอที่จะรองรับผู้ป่วยประมาณ 14,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ทหารจากกองบิน 41 ที่ จ.เชียงใหม่ จำนวนประมาณ 10 นาย มีการกักตัวที่บ้าน เนื่องจาก รพ.ไม่เพียงพอนั้น เบื้องต้นมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่กำลังประสานเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาต่อไป ซึ่งการกักตัวในลักษณะนี้ถือว่าเป็นการปฏิบัติตัวเฉพาะหน้าได้อย่างถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใช้ชื่อเฟชบุ๊ก Gloyta Goi Nathalang ได้โพสต์ภาพและบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังการประชุม ศบค.ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ก่อนที่จะมีการแถลงมาตรการต่างๆ เพื่อรับมือโควิด-19 ออกมา โดยทาง นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้ช่วยแชร์ข้อมูลดังกล่าว พร้อมระบุด้วยว่า &amp;quot;ตามนี้เลยครับ ขอบคุณพี่ก้อย พี่แก้ป ช่วยลดความเมื่อยมือจากการพิมพ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เฟชบุ๊ก Gloyta Goi Nathalang ระบุว่า วันนี้ (16 เม.ย.) มีประชุม ศบค.ใหญ่ ทีมโฆษกพร้อมหน้า ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง อบอุ่นท่ามกลางวิกฤติ ประชุมเริ่มช้ากว่าที่กำหนดไว้ ทำให้พวกเราต้องทำงานแข่งกับเวลา เพื่อให้สามารถแถลงข่าวได้ทันทีที่ประชุมเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชุมเสร็จ ท่านนายกฯ มากล่าวเกริ่นนำก่อนแถลงข่าว อาจจะฟังดูรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่สัมผัสได้ถึงความประสงค์ดี ความจริงใจและต้องการให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด และระหว่างที่ท่านนายกฯ กล่าว ทีมก็รีบปรับเอกสารให้ทันการณ์ที่สุดสำหรับให้พี่หมอแถลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วก็เห็นข่าวออกมาว่ามีเคอร์ฟิวทั้งๆ ที่ในที่ประชุมนี้ไม่มีการพูดถึงเลย เข้าใจว่าเนื่องจากท่านนายกฯ มีประชุมก่อนหน้า และได้ปฏิเสธข้อเสนอของ สธ. เรื่องเคอร์ฟิวไปแล้ว เพียงแต่เน้นเรื่องการ &amp;ldquo;ลดการเคลื่อนย้าย&amp;rdquo; จึงไม่มีการหารือกันเรื่องนี้ในที่ประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เล่นเอาตาเหลือก ข่าวเคอร์ฟิวออกมาไง เดี๋ยวจะตกใจกัน ฉันรีบแจ้งพี่หมอที่กำลังรอแถลงข่าวต่อจากท่านนายกฯ พี่หมอบอกว่าโอเค จะบอกเป็นอย่างแรกเลยว่าไม่เคอร์ฟิว พี่นัท ที่ปรึกษานายกฯ อดีต ผอ.สำนักโฆษกฯ ก็ชูป้าย &amp;ldquo;ไม่เคอร์ฟิว&amp;rdquo; ให้ท่านนายกฯ พูดย้ำตอนจบ (ไวท์บอร์ดเล็กๆ ที่ฉันเอามาถ่ายรูปด้วยทีหลังนั่นแหละค่ะ) ยกระดับมาตรการ ไม่เคอร์ฟิว ไม่ล็อกดาวน์นะคะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยสถานการณ์ที่เข้มข้นในช่วงนี้ ศบค.จะมีการแถลงข่าวเป็นประจำจากทำเนียบรัฐบาล ทุกวัน เวลา 11.30 น. เบื้องต้นเป็นเวลา 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ทั้งบุคลากรทางการแพทย์และผู้เกี่ยวข้อง ทีมงานต่างๆ ของ ศบค. ที่กำลังฝ่าฟันกับวิกฤติครั้งนี้นะคะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พี่หมอเอง ที่ผ่านมาอาจจะไม่ได้แถลงข่าวเองทุกวัน แต่ก็เกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เข้าประชุม ศบค.ชุดเล็กตลอดค่ะ ถ้าไม่ได้ไปราชการต่างจังหวัด และยังมีหมอติ๋งและทีมงานกระทรวงสาธารณสุขอีกมากมายที่ประชุมกันทุกวัน วันละหลายๆ รอบ สู้ๆ นะคะทุกคน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99791</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอทวีศิลป์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606e99868b4a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 19:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอทวีศิลป์&quot;ส่งสัญญานถึงยุคต้องเรียนออนไลน์ ผสมผสานกับเรียนในห้องเรียน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กล่าวว่า ตามที่มีการสำรวจความคิดเห็นต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เรื่องการเรียนการสอนออนไลน์ในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;โดยเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง ได้ทำการสำรวจตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจนถึงระดับปริญญาตรี พบว่า อุปกรณ์ที่ใช้มากที่สุดในการเรียนออนไลน์ คือ โทรศัพท์มือถือ และตัวเลขการสอนออนไลน์ทั้งหมด ร้อยละ 48.44 การเรียนร่วมระหว่างการเรียนออนไลน์และเรียนในห้องเรียน ร้อยละ 29.74&amp;nbsp;
ทั้งนี้ สำหรับข้อมูลจังหวัดในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด พบว่า มีการเรียนออนไลน์ ร้อยละ 88.06 ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือไม่ให้นักเรียนอยู่ใกล้ชิดกันในช่วงที่ผ่านมา
&amp;quot;ผมได้มีการหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อหลายภาคส่วน ว่า ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่เราจะต้องปรับการเรียนการสอนไปในทิศทางนี้ เพราะเราต้องปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของการแพร่ระบาดของโรค&amp;quot;นพ.ทวีศิลป์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกศบค. กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณคุณครูที่ต้องอดทนในเรื่องการสอนออนไลน์ ซึ่งมีการยากมากกว่าการเรียนการสอนในรูปแบบปกติ ซึ่งการเรียนออนไลน์ไม่ใช่เรื่องที่พึ่งเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาในการเรียนเสริม การเรียนพิเศษ หรือสถาบันกวดวิชาต่างๆ เด็กไปนั่งในห้องเรียนที่มีคอมพิวเตอร์ และดูครูสอนผ่านทางโทรทัศน์ เป็นการอัดเทป ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ครูที่อยู่ในสื่อการสอน ซึ่งหากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) หรือภาคเอกชน สามารถขับเคลื่อนในส่วนนี้ให้สื่อการเรียนการสอนต่างๆ เข้าไปสู่โลกออนไลน์ให้ได้มากที่สุด เดราะเราต้องขยับไปสู่โลกของความเป็นจริงที่โควิด-19 ได้เปลี่ยนแปลงวิถีการใช้ชีวิตของเราให้เป็นไปในรูปแบบที่การเว้นระยะห่างจะทำให้เราปลอดภัย ขณะเดียวกันการเรียนรู้ก็ไม่ได้ถูกปิดกั้นไป&amp;rdquo;นพ.ทวีศิลป์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92002</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, หมอทวีศิลป์, เรียนออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8eb456ea9e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมุทรสาครยังไม่จบ! เชิงรุกพบอีก148ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.เผยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 198 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ชายชาวพิจิตร มีโรคประจำตัว โล่งอก &amp;quot;หมอทวีศิลป์&amp;quot; ตรวจเชื้อแล้วผลเป็นลบ ไม่ต้องกักตัวเพราะอยู่วง 2 ขณะที่ศบค.ชุดเล็กหารือ ผ่อนคลายพื้นที่เสี่ยงหลังมีแนวโน้มสถานการณ์โควิดเริ่มดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2564 พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 198 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 180 ราย ในจำนวนนี้แบ่งเป็น 3 กลุ่ม จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 69 ราย (สมุทรสาคร 56 ราย, กรุงเทพฯ 5 ราย, อ่างทอง 1 ราย, สมุทรสงคราม 5 ราย, สมุทรปราการ 1 ราย และระยอง 1 ราย) จากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 111 ราย (จังหวัดสมุทรสาคร 107 ราย และกรุงเทพฯ 4 ราย) และการติดเชื้อในคนไทยหรือชาวต่างชาติที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ&amp;nbsp; เข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 18 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดผู้ป่วยสะสม 13,302 ราย ยอดหายป่วยสะสม 10,448 ราย อยู่ระหว่างรักษา 2,782 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 72 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษกฯ กล่าวว่า สำหรับผู้เสียชีวิตรายใหม่ เป็นชายไทยอายุ 81 ปี ภูมิลำเนาจังหวัดพิจิตร มีโรคประจำตัวโรคเบาหวาน ไตวายเรื้อรัง กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด มีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัวที่เดินทางมาจากจังหวัดสมุทรสาคร โดยวันที่ 31 ธ.ค. มีอาการหน้ามืดและเข้ารับการรักษาตัว วันที่ 2 ม.ค.มีอาการไข้ ไอ มีเสมหะ ถ่ายเหลว และตรวจหาเชื้อโควิด-19 เนื่องจากได้ประวัติจากญาติที่มีอาการติดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 3 ม.ค. ผลยืนยันติดโควิด-19 ได้เข้าห้องแยกโรค ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยมากขึ้น วันที่ 4 ม.ค. มีอาการปอดอักเสบรุนแรง เหนื่อยมากขึ้น ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ในวันที่ 9 ม.ค. อาการดีขึ้น จนสามารถเอาท่อช่วยหายใจออก กระทั่งวันที่ 15 ม.ค. มีอาการไข้ ไอ เหนื่อยมากอีกครั้ง ต้องใส่ท่อช่วยหายใจใหม่ และอาการแย่ลงไม่ตอบสนองต่อการรักษา และวันที่ 22 ม.ค. เสียชีวิต ในเวลา 22.30 น. สำหรับสถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 98,742,691 ราย เสียชีวิตสะสม 2,116,319 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พรรณประภากล่าวอีกว่า ส่วนรายงานสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ของไทยตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.63 ถึงปัจจุบัน มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม 9,065 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยรายใหม่ติดเชื้อในประเทศ 3,987 ราย และการติดเชื้อจากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 4,495 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษกฯ กล่าวว่า สำหรับกรณีผู้ประกาศข่าว NBT ที่ติดเชื้อจนทำให้ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ต้องไปตรวจหาเชื้อนั้น ผู้ติดเชื้อถือว่าอยู่ในวงแรก นพ.ทวีศิลป์และทีมงานอยู่ในวงที่สอง ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ วันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา นพ.ทวีศิลป์ไปตรวจเชื้อแล้วผลเป็นลบ ขณะที่ผู้ดำเนินรายการของ NBT ที่มาทำงานที่ ศบค.ทั้ง 2 คนก็ได้ไปตรวจเชื้อและผลเป็นลบด้วยเช่นกัน หลังจากนี้ก็ต้องกักตัวเอง ขณะที่ นพ.ทวีศิลป์ที่เป็นผู้มีความเสี่ยงต่ำนั้น เมื่อผลเป็นลบก็ต้องหลีกเลี่ยงไม่ไปในที่ชุมชน โดยสวมหน้ากากตลอดเวลา และจะกลับมาปฏิบัติหน้าที่ต่อในเร็วๆ นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ทวีศิลป์เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;More ทวีศิลป์&amp;quot; ว่า ไม่ต้องกักตัวเพื่อเฝ้าระวังโควิด-1 เนื่องจากอยู่ในวงที่ 2 ของผู้ติดเชื้อซึ่งเป็นผู้ประกาศข่าวของสถานี NBT โดยกรมควบคุมโรคมีข้อปฏิบัติคือให้สังเกตอาการ หลีกเลี่ยงไปที่ชุมชน และใส่หน้ากากอนามัย โดยมีเพียงผู้สัมผัสที่อยู่ในวง 1 ซึ่งเป็นผู้ร่วมงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยเท่านั้นที่ต้องกักตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.ยกตัวอย่างว่า กรณีของ &amp;#39;พิธีกรสอร์&amp;#39; ผู้ที่อยู่ในวงที่ 1 คือพิธีกร 2 คน ซึ่งผลการตรวจไม่พบเชื้อแต่ต้องกักตัว ส่วนผู้ที่อยู่ในวงที่ 2 คือเป็นผู้ใกล้ชิดกับพิธีกรทั้ง 2 คน ซึ่งทั้งหมดมีผลการตรวจไม่พบเชื้อ และขอให้แก้ไขพาดหัวข่าว ยืนยันว่า ศบค.ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ และในวันจันทร์จะไปทำงานตามปกติ
ศบค.วงเล็กหารือปลดล็อก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ได้เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ชุดเล็ก มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม รวมถึง นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค โดยที่ประชุมหารือประเมินสถานการณ์ก่อนถึงวันที่ 31 ม.ค. เพื่อวางแผนการออกแบบพื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เสี่ยง และประเมินสถานการณ์เพื่อตัดสินใจว่าจะผ่อนคลายหรือเข้มมาตรการใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งนำข้อเสนอของแต่ฝ่ายมาพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งการเปิดการเรียน การเดินทางข้ามจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดง 5 จังหวัด คือ สมุทรสาคร ระยอง ชลบุรี จันทบุรี และตราด การเตรียมความพร้อมก่อนเปิดตลาดกลางกุ้งที่สมุทรสาคร ตามกำหนดวันที่ 26 ม.ค. รวมถึงประเด็นอื่นๆ ซึ่งข้อสรุปทั้งหมดจะนำเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่วันที่ 25 ม.ค. ก่อนจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 26 มกราคมอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.โอภาสให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า มาตรการต่างๆ ที่จะออกมา ต้องดูข้อมูลรายละเอียดในสัปดาห์หน้า เพื่อดูว่าข้อมูลมีความสอดคล้องกับแนวโน้มที่เราคิดไว้หรือไม่ ถ้าสอดคล้องกัน ก็แสดงว่าสถานการณ์ดีขึ้น แต่เหลือจุดที่เราต้องให้ความสำคัญคือที่ จ.สมุทรสาคร และที่ประชุมก็เน้นหนักไปที่ จ.สมุทรสาคร ส่วนมาตรการที่เราจะผ่อนคลายต่างๆ ก็ต้องดูสถานการณ์สัปดาห์หน้าเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีแนวโน้มว่าจะเปิดตลาดกลางกุ้งที่ จ.สมุทรสาคร หรือไม่ อธิบดีกรมควบคุมโรคตอบว่า แนวทางที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมอบมาคือพยายามยึดหลักของการแพทย์และสาธารณสุขเป็นหลัก และที่ประชุมก็เห็นพ้องต้องกันว่า น่าจะมีการเพิ่มมาตรการต่างๆ เข้าไป เพื่อให้สถานการณ์ที่ดีขึ้นอยู่แล้วดีขึ้นได้เร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งหลังจากนี้ก็จะมีการกำหนดมาตรการเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่ามีแนวโน้มว่าจะคลายล็อก จ.สมุทรสาครด้วยใช่หรือไม่ นพ.โอภาสตอบว่า ส่วนนี้ก็ต้องดูข้อมูลของสัปดาห์หน้าอีกครั้ง ที่จะมีมาตรการตรวจปูพรมเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้ทางเอกชนและโรงงานต่างๆ มาร่วมด้วยช่วยกันมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สถานการณ์ในพื้นที่ กทม. ยังมีความกังวลอยู่หรือไม่ นพ.โอภาสกล่าวว่า จากข้อมูลที่นำมาเสนอในที่ประชุมวันนี้พบว่าสถานการณ์ใน กทม.ยังค่อนข้างคงตัว อยู่ในระดับที่เราค่อนข้างพอใจ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ กทม.ที่เป็นพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ จะมีการตรวจพื้นที่เชิงรุกมากขึ้นเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่สำคัญไม่ใช่เรื่องการตรวจอย่างเดียว แต่ต้องมีความร่วมมือของประชาชนด้วย เช่น เรื่องการเว้นระยะห่าง ก็ต้องมีเพิ่มเติม โดยจุดที่เราเห็นเป็นปัญหาของ กทม. คือเมื่อมีคนติดเชื้อ 1 คน คนในครอบครัวจะเป็นกลุ่มเสี่ยง และเพื่อนร่วมงานในที่ทำงาน ซึ่งปัจจัยเสี่ยงในที่ทำงานคือการนั่งรับประทานอาหารร่วมกัน ดังนั้น แต่ละองค์กรจะต้องจัดพื้นที่ให้กับเจ้าหน้าที่ และพยายามหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกันหลายๆ คน เพราะเป็นจุดเสี่ยงที่เราเห็นได้ค่อนข้างชัด&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับมาตรการการป้องกันโควิด-19 ที่ทำเนียบรัฐบาล ยังคงเป็นไปอย่างเข้มข้น ภายหลังจากวันที่ 22 ม.ค. ได้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อภายในตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นศูนย์การปฏิบัติงาน ศบค. รวมทั้งห้องปฏิบัติการสื่อมวลชนและจุดอื่นๆ ภายในทำเนียบรัฐบาล อีกทั้งหลังจากนี้ทำเนียบฯ จะดำเนินการฉีดพ่นฆ่าเชื้อทุกวันเพื่อสร้างความมั่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครรายงานข้อมูลจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรสาคร ณ เวลา 17.00 น.วันที่ 23 ม.ค.64 ว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 148 ราย เป็นการพบผู้ติดเชื้อจากการตรวจในโรงพยาบาล 76 ราย เป็นคนไทย 50 ราย ต่างด้าว 26 ราย ค้นหาคัดกรองเชิงรุก 72 ราย เป็นคนไทย 2 ราย ต่างด้าว 70 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสมนับตั้งแต่มีการระบาดรอบใหม่อยู่ที่ 5,493 ราย เป็นการพบผู้ติดเชื้อจากการค้นหาคัดกรองเชิงรุก 4,221 ราย เป็นคนไทย 391 ราย ต่างด้าว 3,830 ราย พบเชื้อจากการตรวจในโรงพยาบาล 1,272 ราย เป็นคนไทย 787 ราย ต่างด้าว 485 ราย มีผู้ป่วยที่รักษาหาย/จำหน่ายเคสแล้ว 3,403 ราย (เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 62 ราย) เป็นคนไทย 1,008 ราย (เพิ่มขึ้น 26 ราย) ต่างด้าว 2,395 ราย (เพิ่มขึ้น 36 ราย) มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เมื่อวันที่ 5 ม.ค.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้ออยู่ระหว่างการดูแลรักษามีทั้งหมด 2,088 ราย เป็นการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 401 ราย แบ่งเป็นคนไทย 168 ราย ต่างด้าว 233 ราย อยู่ในสถานที่กักตัวเพื่อสังเกตอาการ 1,687 ราย เป็นต่างด้าวทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการตรวจค้นหาเชิงรุกในชุมชนได้ดำเนินการเพิ่มเติมในวันนี้ 1,194 ราย มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มอีก 4,335 ราย รวมจำนวนการค้นหาเชิงรุกนับตั้งแต่มีการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากตลาดกลางกุ้งเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ทั้งสิ้น 60,956 ราย ได้รับผลตรวจทางห้องปฏิบัติการรวมแล้ว 57,674 ราย มีผลเป็นบวก (พบเชื้อ) รวม 4,221 ราย เป็นคนไทย 391 ราย ต่างด้าว 3,830 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90785</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ผ่อนคลายพื้นที่เสี่ยง, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอทวีศิลป์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210123/image_big_600bab2b3cb5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
