<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาให้ทัศนะกรณีสื่อพาดหัวข่าว &#039;ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องหมอนิ่ม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;8 ส.ค.61 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ว่า
.....ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องหมอนิ่ม
.....นี่คือการพาดหัวข่าวของสื่อมวลชนทั้งสถานีโทรทัศน์บางสถานีและหนังสือพิมพ์บางฉบับ
.....คดีนี้พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายจิรศักดิ์ กลิ่นคล้าย ที่เป็นมือปืน ที่ 1 นางสุรางค์ ดวงจินดา มารดานางสาวนิธิวดีหรือหมอนิ่มที่ 2 นางสาวนิธิวดีหรือหมอนิ่ม ภู่เจริญยศ ที่ 3 นายสันติ ทองเสม ที่ 4 และนายธวัชชัย เพชรโชติ ที่ 5 จำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ฯลฯ
.....ศาลชั้นต้นคือศาลจังหวัดมีนบุรีมีนบุรี พิพากษาให้ประหารชีวิตนางสาวนิธิวดีหรือหมอนิ่ม จำเลยที่ 3 และนายสันติ ทองเสม จำเลยที่ 4 สำหรับนายจิรศักดิ์ กลิ่นคล้าย จำเลยที่ 1 และนายธวัชชัย เพชรโชติ จำเลย ที่ 5 ให้จำคุกตลอดชีวิต ส่วนนางสุรางค์จำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง&amp;nbsp;
.....ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษประหารชีวิตนางสุรางค์ จำเลยที่ 2 แต่คำการให้เป็นประโยชน์แก่การพิจาณาจึงลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกตลอดชีวิต ให้ยกฟ้องนางสาวนิธิวดีหรือหมอนิ่ม จำเลยที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นคือจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5 ให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
.....คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ไม่ใช่เป็นการพิพากษากลับ ถ้าพิพากษากลับต้องพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นทั้งหมดคือ จำเลยที่ 2 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ต้องพิพากษาลงโทษ ส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ที่ศาลชั้นพิพากษาลงโทษ ศาลอุทธรณ์ต้องพิพากษายกฟ้อง
.....การพาดหัวข่าวสั้นๆ ว่า &amp;quot;ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องหมอนิ่ม&amp;quot; จึงเป็นการพาดหัวข่าวที่ไม่ถูกต้องตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และเป็นการทำงานที่ไม่รับผิดชอบของสื่อมวลชนและทำให้ประชนเข้าใจผิด
.....เมื่อสื่อมวลชนพาดหัวข่าวเช่นนี้ นักกฎหมายคีย์บอร์ดทั้งหลายที่ไม่เคยศึกษากฎหมายและฟังข่าวหรืออ่านข่าวเฉพาะพาดหัวช่าว ก็ถือโอกาสด่าศาลกันสนุกดังที่เคยกระทำอยู่บ่อยๆ
.....กรณีที่เกิดขึ้นเช่นนี้เพราะมีสาเหตุมาจากช่วงเกิดเหตุคดีนี้การนำเสนอข่าวของเสนอมวลชนทุกประเภทไม่ได้ทำหน้าเพียงเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา แต่ข่าวที่นำเสนอมีลักษณะเป็นการชี้นำให้ประชาชนทั่วไปเชื่อหรือเข้าใจว่าหมอนิ่มเป็นผู้จ้างมือปืนฆ่าผู้ตาย&amp;nbsp;
.....เมื่อมารดาหมอนิ่มให้การรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวนว่า เป็นผู้ดำเนินการหามือปืนมาฆ่าผู้ตายเพราะสงสารหมอนิ่มที่ถูกผู้ตายทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บหลายครั้งหลายหน สื่อมวลชนก็เสนอข่าวไปในทำนองว่า มารดาหมอนิ่มยอมรับสารภาพเพื่อช่วยเหลือหมอนิ่ม น่าจะไม่เป็นความจริงดังที่ให้การรับสารภาพ
.....ทั้งๆ ที่คนที่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร มีอยู่เพียง 3 คนเท่านั้น คือมารดาหมอนิ่ม หมอนิ่ม และ นายสันติ จำเลยที่ 4 ที่เป็นคนติดต่อหามือปืนว่า มารดาหมอนิ่มหรือหมอนิ่มเป็นผู้ติดต่อกับจำเลยที่ 4 แต่จำเลยที่ 4 คงปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาศาลจึงไม่อาจรู้เรื่องนี้จากจำเลยที่ 4 ได้ นอกจากสามคนนี้น่าจะเชื่อว่าไม่มีใครรู้โดยเฉพาะสื่อมวลชนทั้งหลายที่เสนอข่าวให้ประชาชนเชื่อว่าหมอนิ่มเป็นผู้หามือปืนก็เชื่อว่าไม่รู้ความจริงในเรื่องนี้
.....ปัจจุบันเมื่อมีคดีอาญาที่ร้ายแรงมีโทษสูงเกิดขึ้นและเป็นที่สนใจของประชาชน สื่อมวลชนได้ทำหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการและตุลาการ พิพากษาคดีเรียบร้อยก่อนที่พนักงานสอบสวนจริงๆ จะทำสำนวนสอบสวนเสร็จและมีความเห็นส่งสำนวนไปให้พนักงานอัยการอีก
.....ดังนั้นถ้าคดีใดพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่สั่งฟ้องตามที่สื่อมวลชนตัดสินไว้ก่อนแล้ว ก็จะถูกสื่อมวลชนด่าเป็นเบื้องต้น และที่ถูกรางวัลมากกว่าผู้อื่นคือถูกด่าเป็นประจำคือศาลยุติธรรม
.....ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๒ บัญญัติว่า ผู้ใดเป็นผู้ประพันธ์ บรรณาธิการ หรือผู้พิมพ์โฆษณาซึ่งหนังสือพิมพ์ หรือสิ่งพิมพ์อันออกโฆษณาต่อประชาชน ไม่ว่าบุคคลเหล่านั้นจะได้รู้ถึงซึ่งข้อความหรือการโฆษณาแห่งหนังสือพิมพ์ หรือสิ่งพิมพ์เช่นว่านั้นหรือไม่ ให้ถือว่าได้กระทําผิดฐานละเมิดอํานาจศาลในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างดังจะกล่าวต่อไปนี้
(1) ฯลฯ
(2) ถ้าหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์ ได้กล่าวหรือแสดงไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ ในระหว่างการ พิจารณาแห่งคดีไปจนมีคําพิพากษาเป็นท่ีสุด ซึ่งข้อความหรือความเห็นโดยประสงค์จะให้มีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของประชาชน หรือเหนือศาลหรือเหนือคู่ความหรือเหนือพยานแห่งคดีซึ่งพอเห็นได้ว่า จะทําให้การพิจารณาคดีเสียความยุติธรรมไป เช่น
ก. เป็นการแสดงผิดจากข้อเท็จจริงแห่งคดี หรือ ฯลฯ
.....กฎหมายมาตรานี้ประกาศใช้มาตั้งแต่ 2477 นับถึงปัจจุบันเป็นเวลา 84 ปีแล้ว ในขณะนั้นยังไม่มีสถานีโทรทัศน์ ไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ และไม่โซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเช่นปัจจุบัน สำนักงานศาลยุติธรรมจึงควรเสนอแก้ไขกฎหมายหมายตรานี้ หรือสนช. ดำเนินการแก้ไขก็ได้ โดยให้มีผลครอบคลุมถึงสถานีโทรทัศน์ สื่อออนไลน์ทุกชนิด และชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กด้วย ทั้งห้ามเสนอข่าวที่บิดเบือนให้ผิดไปจากข้อเท็จจริงที่เป็นความจริงในคดีหรือเป็นการชี้นำให้ประชาชนเข้าผิดในข้อเท็จจริงแห่งคดีในทันทีที่มีคดีเกิดขึ้น ไม่ต้องรอให้คดีมาถึงศาลอย่างที่บัญญัติไว้ในปัจจุบัน
.....รวมทั้งแก้ไขโทษฐานละเมิดอำนาจศาลให้มีอัตราสูงกว่าในปัจจุบันทีมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 500 บาท โดยควรแก้ไขทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ เช่น โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับเป็นต้น
.....ถ้ายังไม่ตัดไฟแต่ต้นลมปล่อยให้สื่อมวลชนทั้งหลายเสนอข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือชี้นำให้ประชาชนเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงแห่งคดี รวมทั้งปล่อยชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้งหลายแสดงความคิดเห็นกันอย่างไม่ต้องคำนึงถึงความถูกต้องอยู่ต่อไปเรื่อยๆ นานๆ ไปประชาชนก็อาจจะขาดเชื่อมั่นการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม เมื่อถึงวันนั้นสังคมไทยก็ต้องเกิดกลียุค
....ในสภาพการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ใคร่ขอให้สำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินการเปลี่ยนผู้ทำหน้าที่เป็นโฆษกของสำนักงานศาลยุติธรรม อย่างเร็วที่สุด โดยให้ผู้พิพากษาที่มีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์ในการพิจารณาพิพากษาคดีสูงและมีอาวุโสในระดับผู้พิพากษาหัวหน้าคณะหรือผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์มาทำหน้าที่คืออาวุโสไม่ต่ำกว่าโฆษกท่านก่อนไม่ใช่ให้ผู้พิพากษาที่อาวุโสน้อยทำงานมาไม่กี่ปียังไม่ได้เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเลยมาเป็นโฆษกซึ่งขาดประสบการณ์ในการพิจารณาพิพากษาคดีที่จะชี้แจงให้ผู้อื่นเข้าใจได้ และการแถลงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนนั้นต้องกระทำโดยทันทีที่มีการอ่านคำพิพากคดีดังซึ่งเป็นที่สนใจของประชาชนแล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้มีเสนอข่าวกันจนประชาชนเข้าผิดไปแล้ว จึงค่อยออกมาแถลงข่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15005</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, หมอนิ่ม, อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา, เอ็กซ์ จักรกฤษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a5754d98ee5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คดีพลิก!ศาลอุทธรณ์สั่งประหาร &#039;แม่หมอนิ่ม&#039; จ้างฆ่า &#039;เอ็กซ์ จักรกฤษณ์&#039; ส่วนหมอนิ่มรอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค.61-&amp;nbsp;เวลา 10.50 น.ที่ห้องพิจารณา 203 ศาลจังหวัดมีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีจ้างวานฆ่าเอ็กซ์ จักกฤษ อดีตนักยิงปืนทีมชาติ หมายเลขดำ อ.383/57 ที่อัยการศาลจังหวัดมีนบุรีเป็นโจทก์ฟ้อง นายจีรศักดิ์ หรือจี กลิ่นคล้าย อายุ 47 &amp;nbsp;ปี มือปืน &amp;nbsp;น.ส.สุรางค์ ดวงจินดา อายุ 76 ปี &amp;nbsp;พญ.นิธิวดี &amp;nbsp;หรือหมอนิ่ม ภู่เจริญยศ &amp;nbsp;อายุ 42 ปี &amp;nbsp;นายสันติ หรืออิ๊ด &amp;nbsp;ทองเสม อายุ 32 ปี ทนายความ &amp;nbsp;และนายธวัชชัย &amp;nbsp;หรืออ้น &amp;nbsp;เพชรโชติ &amp;nbsp;อายุ 35 ปี คนขี่ จยย .เป็นจำเลย 1-5 &amp;nbsp;ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ฯ , จ้างวานฆ่าฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อ ระหว่างเดือน ส.ค. - 19 &amp;nbsp;ต.ค.56 &amp;nbsp;จำเลยที่ 2- 4 ร่วมกันจ้างวานให้ จำเลย 1 &amp;nbsp;กับพวกที่หลบหนี ใชัอาวุธปืนยิง ยี่ห้อลูเกอร์ &amp;nbsp;รุ่นโตโกเรฟ ขนาด 7.62 มม.ฆ่าพณิชย์ผาติกรรม อายุ 41 ปี อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติ ตามร่างกายหลายนัดจนถึงแก่ความตาย &amp;nbsp;บริเวณหน้าวัดบางเพ็งใต้ ถ.สุขาภิบาล 3 (รามคำแหง)แขวง - เขตมีนบุรี &amp;nbsp; กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 59 &amp;nbsp;ศาลจังหวัดมีนบุรีได้มีคำพิพากษาประหารชีวิต สถานเดียวหมอนิ่ม &amp;nbsp;และนายสันติ หรือทนายอี๊ด ส่วนคนขี่ จยย. และมือปืนให้ จำคุกตลอดชีวิต &amp;nbsp;ส่วนน.ส.สุรางค์ มารดา หมอนิ่ม ให้ยกฟ้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ต่อมาศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งให้หมอนิ่มประกันตัว โดยตีราคาประกัน 2.5 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์ และ จำเลยต่างยื่นอุทธรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า น.ส.สุรางค์ จำเลยที่ 2 &amp;nbsp;มารดา ของ พญ.นิธิวดี จำเลยที่ 3 เป็นผู้จ้างวาน ให้ นายสมจิตร หรือทนายอิ๊ด ติดต่อให้ นาย จีรศักดิ์ จำเลยที่ 1 มือปืน และนายธวัชชัย จำเลย4 คนขี่ จยย.มาฆ่าผู้ตายจริง เนื่องจาก น.ส.สุรางค์ ยังโกรธแค้นที่ผู้ตาย ทำร้ายร่างกาย หมอนิ่ม ซึ่งเป็นบุตรสาวคนเดียว และทำร้ายหลานสาวได้รับบาดเจ็บหลายครั้งหลายหน และเชื่อว่า ผู้ตายไม่สามารถแก้ไขพฤติกรรมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหมอนิ่ม ศาลเห็นว่า ยังมีความรักใคร่ผู้ตาย ทั้งระหว่างที่เกิดเรื่องก็ยังเคยมีเพศสัมพันธ์ รวมทั้ง เคยพาบุตรสาวไปเยี่ยมที่เรือนจำทหาร และไม่คัดค้านการประกันตัวผู้ตายของศาลทหาร ที่ทำร้ายร่างกายหมอนิ่ม คดีเสพยาเสพติด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ จึงพิพากษาแก้ ให้ประหารชีวิต น.ส.สุรางค์ จำเลยที่ 2 &amp;nbsp; ฐานใช้จ้างวานให้ฆ่าเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ ผู้ตาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคำให้การของ น.ส.สุรางค์ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาบ้าง ลดโทษให้ 1ใน 3 คงจำคุกไว้ตลอดชีวิต และให้ร่วมชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำนวน 2.5 ล้านบาท ร่วมกับจำเลยที่ 1,4 และ5 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยที่ 1 , 4และ5 ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น &amp;nbsp; ส่วนพญ.นิธิวดี &amp;nbsp;หรือหมอนิ่ม &amp;nbsp;จำเลยที่ 2 พิพากษากลับยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างฟังคำพิพากษา หมอนิ่ม มีอาการเสียใจ และเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งใช้มือปาดน้ำตาและใช้กระดาษทิชชู่ คอยซับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มตลอดเวลา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14882</URL_LINK>
                <HASHTAG>พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ, หมอนิ่ม, อดีตนักยิงปืนทีมชาติ, เอ็กซ์ จักรกฤษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b69346f91e04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อนอ่านอุทธรณ์คดีฆ่า&#039;เอ็กซ์&#039;ไป7ส.ค.-หมายจับ&#039;ทนายอี๊ด&#039;หลบหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26&amp;nbsp;มิ.ย.61 -&amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา 203 ศาลจังหวัดมีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีจ้างวานฆ่าเอ็กซ์ จักกฤษณ์ อดีตนักยิงปืนทีมชาติ หมายเลขดำ อ.383/2557 ที่อัยการศาลจังหวัดมีนบุรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายจีรศักดิ์ หรือจี กลิ่นคล้าย อายุ 47 ปี มือปืน, นางสุรางค์ ดวงจินดา อายุ 76 ปี, พญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม ภู่เจริญยศ &amp;nbsp;อายุ 42 ปี, นายสันติ หรืออี๊ด ทองเสม อายุ 32 ปี ทนายความ และนายธวัชชัย หรืออ้น &amp;nbsp;เพชรโชติ อายุ 35 ปี คนขี่จักรยานยนต์ เป็นจำเลย 1-5 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ, จ้างวานฆ่าฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
กรณี ระหว่างเดือน ส.ค. - 19 ต.ค. 2556 &amp;nbsp;จำเลยที่ 2- 4 ร่วมกันจ้างวานให้จำเลยที่ 1 &amp;nbsp;กับพวกที่หลบหนี ใชัอาวุธปืนยิง ยี่ห้อลูเกอร์ &amp;nbsp;รุ่นโตโกเรฟ ขนาด 7.62 มม.ฆ่าเอ็กซ์-จักกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อายุ 41 ปี อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ตามร่างกายหลายนัดจนถึงแก่ความตาย &amp;nbsp;บริเวณหน้าวัดบางเพ็งใต้ ถ.สุขาภิบาล 3 แขวง - เขตมีนบุรี &amp;nbsp; กทม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
คดีนี้เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2559 &amp;nbsp;ศาลจังหวัดมีนบุรีได้มีคำพิพากษาประหารชีวิตสถานเดียวหมอนิ่ม และนายสันติ หรือทนายอี๊ด ส่วนคนขี่จักรยานยนต์และมือปืนให้ จำคุกตลอดชีวิต ส่วนนางสุรางค์ มารดา หมอนิ่ม ให้ยกฟ้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ต่อมาศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งให้หมอนิ่มและทนายอี๊ดประกันตัว โดยตีราคาประกัน 1 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้หมอนิ่มพร้อมด้วยนางสุรางค์ มารดาเดินทางมาศาล เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวนายจีรศักดิ์และนายธวัชชัย มือปืน และคนขับขี่จักรยานยนต์ มาจากเรือนจำ ส่วนนายสันติ หรือทนายอี๊ด จำเลยที่ 4 ไม่เดินทางมาโดยไม่แจ้งเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่ามีพฤติการณ์หลบหนี จึงให้ออกหมายจับนายสันติ เพื่อนำตัวมาฟังคำพิพากษา และเลื่อนอ่านคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 7 ส.ค.นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12129</URL_LINK>
                <HASHTAG>พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ, หมอนิ่ม, เอ็กซ์ จักกฤษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b31bc08d1dc5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเลื่อนอ่านคดีฆ่า &#039;เอ็กซ์ จักรกฤษณ์&#039; ไป 26 มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค. 61-เวลา 9.00 น. &amp;nbsp;ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีฆ่า เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักยิงปืนทีมชาติ หมายเลขดำ อ.383/2557 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลจังหวัดมีนบุรี เป็นโจทก์ และนายมานพ พณิชย์ผาติกรรม บิดาของเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ โจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง นายจิรศักดิ์ หรือจี กลิ่นคล้าย อายุ 36 ปี อาชีพรับจ้าง ถูกกล่าวหาเป็นมือปืน, น.ส.สุรางค์ ดวงจินดา อายุ 75 ปี มารดาของ พญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม, พญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม ภู่เจริญยศ อายุ 41 ปี ประกอบธุรกิจส่วนตัว อดีตภรรยาของเอ็กซ์ จักรกฤษณ์, นายสันติ หรืออี๊ด ทองเสม อายุ 31 ปี อาชีพทนายความ และนายธวัชชัย หรืออ้น เพชรโชติ อายุ 36 ปี อาชีพรับจ้าง ผู้ขี่รถจักรยานยนต์พามือปืนก่อเหตุ เป็นจำเลยที่ 1 &amp;ndash; 5 &amp;nbsp;ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, จ้างวานใช้ ยุยงส่งเสริมให้ฆ่า, มีและพกพาอาวุธปืน ยิงอาวุธปืนในที่ทางสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อถึงเวลา 9.30 น. ผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังก์ แจ้งให้คู่ความทราบว่า ศาลอุทธรณ์มีหนังสือแจ้งมาว่า คำพิพากษายังไม่แล้วเสร็จ จึงให้กำหนดนัดอ่านคำพิพากษาอีกครั้งเป็นวันที่ 21 มิ.ย.นี้ ประกอบกับวันนี้นายสันติ หรือทนายอี๊ด จำเลยที่ 4 มอบอำนาจให้ทนายความยื่นหนังสือขอเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ออกไปก่อน เนื่องจากตัวทนายอี๊ด จำเลยที่ 4 รถยนต์เสียอยู่ที่ จ.พัทลุง ระหว่างเดินกลับจากการทำธุระที่ จ.สงขลา จึงเดินทางกลับมาไม่ทัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านทนายความจำเลยที่ 2-3 แถลงต่อศาลว่าในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ ซึ่งศาลจะนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นั้น ทนายความมีเหตุจำเป็นติดภารกิจว่าความคดีอื่น จึงขอให้เลื่อนวันอีกประมาณ 2-3 วันด้วย ขณะเดียวกัน หมอนิ่ม จำเลยที่ 3 ก็แถลงด้วยวาจาต่อศาลว่า ในวันนัดดังกล่าว จำเลยก็ติดภารกิจร่วมกิจกรรมประชุมครู-ผู้ปกครองที่โรงเรียนของบุตรชายคนเล็กด้วย ซึ่งขอโอกาสทำหน้าที่แม่อีกสักวัน จึงขอให้ศาลเลื่อนนัดวันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จากวันที่ 21 มิ.ย.ไปก่อนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์คณะผู้พิพากษาศาลจังหวัดมีนบุรีพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุจำเป็น จึงกำหนดนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ใหม่อีกครั้ง (ครั้งที่ 2) ในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้นอกจากจำเลยจะเดินทางมาศาลแล้ว นางบุญคิด มารดาของเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ ในฐาะผู้ร้องเรียกค่าเสียหายก็เดินทางมาศาลพร้อมทนายความเพื่อร่วมฟังคำพิพากษาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้อัยการโจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2557 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างเดือน ส.ค. - วันที่ 19 ต.ค. 2556 จำเลยที่ 2 - 4 ได้ร่วมกันจ้างวานใช้ นายจิรศักดิ์ จำเลยที่ 1 กับพวกที่อยู่ระหว่างหลบหนี ให้ฆ่านายจักรกฤษณ์ หรือเอ็กซ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ซึ่งต่อมาจำเลยที่ 1 กับพวกได้ใช้อาวุธปืนออโตเมติก ยี่ห้อลูเกอร์ รุ่นโตกาเรฟ ขนาด 7.62 ม.ม. ยิงนายจักรกฤษณ์หลายนัด ถูกที่หน้าอก หัวใจ ปอด จนถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของพวกจำเลย ก่อนหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมจำเลยได้ ชั้นสอบสวนนายจิรศักดิ์ และ น.ส.สุรางค์ จำเลยที่ 1-2 ให้การภาคเสธ ส่วน พญ.นิธิวดี อดีตภรรยานายจักรกฤษณ์ และนายสันติ ทนายความ จำเลยที่ 3 - 4 ให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี เหตุเกิดที่แขวง &amp;ndash; เขตมีนบุรี กทม. และที่อื่นเกี่ยวพันกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่คดีสืบพยานเสร็จสิ้น เมื่อเดือน ก.ย. 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งตลอดเวลาการพิจารณาคดี นายจิรศักดิ์ หรือจี จำเลยที่ 1 ซึ่งถูกกล่าวหาเป็นมือปืน และนายธวัชชัย หรืออ้น จำเลยที่ 5 ผู้ขี่รถจักรยานยนต์พามือปืนก่อเหตุ ไม่ได้ประกันตัว ส่วนนางสุรางค์ มารดาของหมอนิ่ม, พญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม และนายสันติ หรือทนายอี๊ด จำเลยที่ 2-4 ได้ประกันตัวไปคนละ 500,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งเป็นศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2559 เห็นว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบประกอบคำเบิกความของพยาน และภาพจากกล้องวงจรปิด ประกอบกับข้อมูลการใช้โทรศัพท์ มีน้ำหนักมั่นคงฟังได้ว่านายจิรศักดิ์ จำเลยที่ 1, พญ.นิธิวดีหรือหมอนิ่ม จำเลยที่ 3, นายสันติหรือทนายอี๊ด จำเลยที่ 4 และนายธวัชชัย จำเลยที่ 5 ร่วมกันกระทำผิดตามฟ้อง โดยให้พิพากษายกฟ้อง น.ส.สุรางค์ มารดาหมอนิ่ม จำเลยที่ 2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายจิรศักดิ์ จำเลยที่ 1 และนายธวัชชัย จำเลยที่ 5 ให้ประหารชีวิตตามความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยศาลลดโทษให้ทั้งสองคนละ 1 ใน 3 เพราะทางนำสืบและคำให้การชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง จึงให้จำคุกตลอดชีวิต ขณะที่ พญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม จำเลยที่ 3 และนายสันติ จำเลยที่ 4 ให้ประหารชีวิตสถานเดียวฐานร่วมกันเป็นผู้ใช้ให้ฆ่าโดยไตร่ตรองฯ ซึ่งศาลยังสั่งให้จำเลยที่ 1, 3, 4, 5 ร่วมกันชดใช้เงิน 2.5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับตั้งแต่วันยื่นคำร้องเดือน ก.ย. 2557 ให้นายมานพ โจทก์ร่วมและนางสมคิด ผู้ร้อง บิดามารดาของผู้ตายด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์คดี พญ.นิธิวดีหรือหมอนิ่ม จำเลยที่ 3 และนายสันติหรือทนายอี๊ด จำเลยที่ 4 ก็ได้ประกันตัวไปซึ่งศาลตีราคาประกัน 1 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8739</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม, พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ, หมอนิ่ม, เอ็กซ์-จักรกฤษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af10e7ff2ebd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
