<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;เรียกทีมเศรษฐกิจ-หมอปิยะสกล ถกแผนจัดหาวัคซีนทางเลือก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้เรียกนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ที่ปรึกษา ศบค. ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) นายทศพร ศิริสัมพันธ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เพื่อหารือแผนการจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19 และประเมินสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 กับผลกระทบทางเศรษฐกิจ กับแนวทางการรับมือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนวันที่ 28 เม.ย.นายกฯจะมีการหารือภาคเอกชน หลังจากแสดงความประสงค์ในการจัดหาวัคซีนร่วมกับภาครัฐ เพื่อกระจายสู่บุคลากรในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน รวมทั้งหารือภาคเอกชนถึงการรับมือผลกระทบและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ พร้อมรับฟังข้อเสนอภาคเอกชน และประชาชน นำมาพิจารณาในการแก้ไขสถานการณ์ โดยจะมีส่วนในการนำไปกำหนดมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 และแนวทางรับมือผลกระทบ การเยียวยาประชาชน และการฟื้นฟูเศรษฐกิจต่อไป นอกจากนี้ วันที่ 28 เม.ย.จะมีการประชุมศบค.ชุดใหญ่ เพื่อประเมินสถานการณ์ และพิจารณามาตรการป้องกันด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100745</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่, วัคซีน, หมอปิยะสกล, เอกชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60863ef490d1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชื้อดื้อยาคร่าชีวิตคนไทยนับหมื่นใน 5 ปี เร่งหามาตรแก้ปัญหา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร &amp;nbsp;รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพครั้งที่ 1 ว่า ปัญหาการดื้อยาปฏิชีวนะเป็นปัญหาที่ทั่วโลกให้ความสำคัญเนื่องจากคร่าชีวิตคนทั่วโลกเป็นจำนวนมาก โดยมีการคาดการณ์ว่าภายใน 5-10 ปี หากไม่มีมาตรการควบคุมทั่วโลกจะมีคนสังเวยชีวิตกว่า 10 ล้านคน โดยเป็นคนไทย10,000 คน ดังนั้น การประชุมในครั้งนี้เพื่อติดตามความก้าวหน้าในมาตรการแก้ปัญหาเชื้อดื้อยาอย่างครบวงจร ทั้งในคน สัตว์ ผักและผลไม้ ภายใต้ความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องอาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ สธ. เป็นต้น จากการดำเนินการมาระยะหนึ่ง พบว่า ขณะนี้การใช้ยาปฏิชีวนะในโรงพยาบาลมีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัดเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่า ภายในปี 2564 ไทยต้องลดการใช้ยาปฏิชีวนะให้ได้ร้อยละ 50&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า อย.กำลังจะดำเนินการควบคุมการจ่ายยาในร้านขายยามากขึ้น โดยเบื้องต้นต้องให้เภสัชกรเป็นผู้จ่ายยาเท่านั้น รวมทั้งจะมีการยกระดับยาปฏิชีวนะบางกลุ่มให้เป็นยาอันตราย และจะมีการถอดยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อแบคทีเรียชนิดรุนแรงที่ยังมีขายในร้านขายยา ให้ใช้ได้เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น โดยคาดว่าจะสามารถถอดได้ในเร็วๆนี้&amp;nbsp;
อย.จ่อถอดยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อแบคทีเรียชนิดรุนแรงจากร้านยา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14522</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, คณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพ, นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์, หมอปิยะสกล, อย., เชื้อดื้อยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b61a76e50674.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2018 07:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2018 06:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ให้สถาบันมะเร็งตรวจสอบสมุนไพรหมอแสง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมอปิยะสกล ชี้ สมุนไพรหมอแสงอยู่ระหว่างตรวจสอบของสถาบันมะเร็ง โดยการเทียบประสิทธิภาพของมะเร็งแต่ละชนิด คาดรู้ผลเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจวิเคราะห์สมุนไพรสูตรของนายแสงชัย แหตระกูล ว่า เรื่อง อยู่ในการกระบวนการตรวจสอบของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ คาดว่าจะทราบผลเร็วๆ นี้ โดยจะเทียบประสิทธิภาพโดยการนำเอาสมุนไพรสูตรของนายแสงชัยไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งหลายๆ ชนิด ซึ่งต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นการตรวจสอบของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุเพียงว่าไม่มีสารอันตราย สารโลหะหนัก หรือ สเตียรอยด์ แต่ไม่ใช่เรื่องประสิทธิภาพของยา และไม่สามารถนำมาเป็นเหตุผลในการขึ้นทะเบียนยาแผนปัจจุบันได้ เพราะถ้าบอกว่าเป็นยาก็เป็นยาแผนโบราณ ซึ่งการขึ้นทะเบียนยาแผนโบราณ จะมีรายละเอียดแลขั้นตอนอยู่ทั้งนี้หากมีใครมาแจกสมุนไพรอีกในการดูแล ต้องดูว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชนไม่ได้ทำไปเพื่อการค้า และไม่ใช่การแฝงตามหลักความเชื่อ เราต้องให้ข้อมูลกับประชาชนด้วย นอกจากนี้คนไทยต้องมีวิจารณาญาณก่อนเชื่อก็จะไม่เกิดปัญหา ส่วนเรื่องการบังคับไม่ให้แจกนั้นอาจจะทำยาก เพราะไม่ได้ไปเรียกเก็บเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวถึงกรณีที่มีชาวบ้าน ต.เขานิเวศน์ จ.ระนอง ที่มีการต้มสมุนไพรแจกชาวบ้านวันละ 8 หม้อ โดยอ้างว่าได้นำสูตรมาจากคุณทวดที่จ.นครศรีธรรมราช ให้ภรรยาซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดระยะสุดท้ายรับประทานแล้วอาการดีขึ้น ว่า เรื่องนี้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนองได้เข้าไปตรวจสอบ และขอให้หยุดการแจกจ่ายไปก่อนเพื่อให้มีการตรวจสอบการปนเปื้อนสารปนเปื้อนต่างๆ อาทิ สเตียรอยด์ เชื้อรา แบคทีเรียต่างๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตามสมุนไพรไทยไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่การป่วยโดยเฉพาะโรคร้ายแรง การใช้สมุนไพรก็ต้องระมัดระวัง อยากให้ประชาชนตระหนักรู้ ไม่ไปเชื่ออะไรต่างๆ ที่มีคนบอกว่าดี หรือเขาเล่าว่า เป็นต้น แต่ควรพิจารณาการผ่านการพิสูจน์อย่างจริงจัง เรื่องความน่าเชื่อถือด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3632</URL_LINK>
                <HASHTAG>มะเร็ง, สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, สมุนไพร, หมอปิยะสกล, หมอแสง, แสงชัย แหตระกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180207/image_big_5a7abfd4eccce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
