<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 08:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 08:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอมนูญ&#039;ชี้โควิดจากแรงงานเมียนมา เพิ่มความเสี่ยงต่อบุคลากรทางการแพทย์ของไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
22 ธ.ค.63- &amp;nbsp;นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ว่า การระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 รอบใหม่จากแรงงานต่างชาติชาวเมียนมา เพิ่มความเสี่ยงต่อบุคลากรทางการแพทย์ของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเดือนที่แล้วบุคลากรทางการแพทย์ไทยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มอีก 7 ราย ถ้านับรวมตั้งแต่เริ่มมีการระบาดเมื่อต้นปี บุคลากรทางการแพทย์ไทยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มากกว่า 100 คน ส่วนใหญ่เป็นพยาบาล แต่โชคดีที่ไม่มีรายงานบุคลากรทางการแพทย์เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ประเทศเมียนมามีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อมากกว่า 500 ราย เสียชีวิต 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั่วโลกมีบุคลากรทางการแพทย์เสียชีวิตแล้วมากกว่า 2 หมื่นคน มากที่สุดในประเทศเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา อังกฤษ รัสเซีย บราซิล และอินเดีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางโรงพยาบาลต้องเตรียมชุดอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง PPE หน้ากาก N95 ให้เพียงพอสำหรับเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อกลายเป็นคนป่วย ต้องหยุดทำงาน และต้องถูกกักตัวอย่างน้อย 14 วัน ทำให้เกิดภาวะวิกฤตขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ นี่เป็นเหตุผลเมื่อมีวัคซีนป้องกันโรคไวรัสโควิด-19 เมื่อไหร่ บุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มแรกที่ต้องฉีดวัคซีน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87641</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, หมอมนูญ, แรงงานเมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec67499796d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอมนูญ&#039;เผยผลวิจัยสหรัฐ&#039;พลาสมา&#039;ไม่สามารถรักษาผู้ป่วยโควิดได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ธ.ค.63- นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ &amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กว่า ในระยะเริ่มแรกของการระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากยังไม่มียารักษาโรคไวรัสโควิด-19 แพทย์ทั่วโลกฝากความหวังกับการรักษาด้วยพลาสมาที่ได้รับบริจาคจากคนที่หายป่วยจากโรคไวรัสโควิด-19 (convalescent plasma) ปัจจุบันความหวังนี้เริ่มเลือนราง ดูเหมือนพลาสมาจะใช้ไม่ได้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วารสาร New England Journal of Medicine (NEJM) ของสหรัฐฯรายงานผลการวิจัยนำพลาสมาของผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 มาให้กับผู้ป่วยโควิด-19 &amp;nbsp;ที่แสดงอาการปอดอักเสบรุนแรงและระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ นอนรักษาในโรงพยาบาลประเทศอาร์เจนตินาพบว่า การรักษาผู้ป่วย 333 คน และสังเกตอาการเป็นเวลานาน 30 วัน ผลปรากฎว่าผู้ที่ได้รับพลาสมา 222 คน กับผู้ที่ไม่ได้รับพลาสมา 111 คน มีอัตราการเสียชีวิต 10.96% กับ 11.43% ไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ วันที่เสียชีวิตและวันที่เริ่มดีขึ้นก็ไม่แตกต่างกัน บ่งชี้ว่าการใช้พลาสมาไม่ได้ช่วยผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานนี้สอดคล้องกับรายงานการศึกษาวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร British Medical Journal (BMJ) PLACID trial จากประเทศอินเดีย การรักษาคนป่วยเป็นปอดอักเสบจากไวรัสโควิด-19 ด้วยพลาสมาจากคนที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 ติดตามนาน 28 วัน พบว่าอัตราการป่วยรุนแรงขึ้นบวกกับอัตราการเสียชีวิตของผู้ที่รับพลาสมากับผู้ที่ไม่ได้รับพลาสมา 19% และ 18% ไม่แตกต่างกัน แสดงว่าพลาสมาใช้ไม่ได้ผล.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86257</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, พลาสมา, หมอมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec67499796d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 09:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 09:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอมนูญ&#039;แนะออกกม.ห้าม&#039;เด็กแว้น&#039;ซิ่งรอบดึก ป้องแพร่โควิด-ลดอุบัติเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 63 - นายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ เป็นหัวหน้าห้องไอซียู เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ ประจำที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;หลังรัฐบาลประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว และอนุญาตให้เดินทางได้ในช่วงกลางคืน วันแรกก็มีกลุ่มเด็กแว้นหรือกลุ่มเด็กวัยรุ่นอายุ 15-18 ปี นัดรวมตัวกันออกมาแข่งรถจักรยานยนต์กลางคืนในหลายจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งตำรวจใช้กฎหมายเอาผิดเด็ดขาด ชี้สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชน และอาจแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19ให้ผู้อื่น เยาวชนต้องถูกปรับข้อหาไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ผู้ปกครองต้องถูกเชิญตัวมาทำทัณฑ์บน และถูกปรับด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยควรนำกฎหมายฉบับอื่นมาใช้แทนเคอร์ฟิว ป้องกันไม่ให้เด็กแว้นออกมาขับขี่กลางคืน โดยทำตามอย่างประเทศที่เจริญแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ที่มีกฎหมายใช้บังคับเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งได้ใบอนุญาตขับขี่ (Graduated driver licensing systems) มาหลายสิบปีแล้ว ห้ามเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งได้ใบอนุญาต 1-2 ปีแรก เป็นคนขับขี่เฉพาะช่วงกลางคืน เช่น 01.00 น.จนถึง 05.00 น. เนื่องจากมีสถิติชัดเจนว่า อุบัติเหตุจราจรเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของเด็กวัยรุ่น และเกิดมากที่สุดในเวลากลางคืนโดยเฉพาะจะเกิดกับเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งได้ใบอนุญาตมากกว่าผู้ใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทย กฎหมายอนุญาตให้เด็กวัยรุ่นอายุ 15 ปี สอบใบอนุญาตขี่จักรยานยนต์ และอายุ 18 ปี สอบใบอนุญาตขับรถยนต์ แต่ไม่มีกฎหมายห้ามเด็กวัยรุ่นออกมาขับขี่เวลากลางคืน การออกกฏหมายนี้จะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ป้องกันเด็กแว้นไม่ให้ออกมารวมตัวกันเวลากลางคืน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ป้องกันการแพร่เชื้อโรคไวรัสโควิด-19 และลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรในเวลาเดียวกัน&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69347</URL_LINK>
                <HASHTAG>หมอมนูญ, เคอร์ฟิว, เด็กแว้น, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e83e0db998fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
