<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 08:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอระวี&#039;ยื่นญัตติด่วน ตั้ง กมธ.วิสามัญ cptpp </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 08.00 น. นพ.ระวี &amp;nbsp;มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ เปิดเผยว่า วันที่ 27 พ.ค. ตนจะยื่นญัตติด่วน เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ผลกระทบจากการเข้าร่วมข้อตกลงที่ครอบคลุม และก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (cptpp) อย่างไรก็ตาม จากกรณีที่รัฐบาลเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้มีการพิจารณาอนุมัติ cptpp &amp;nbsp;ซึ่งต่อมาได้มีการถอนวาระออกไป เนื่องจากมีการคัดค้านจากหลายภาคส่วนที่มีความกังวลกับข้อตกลงฉบับนี้ เช่น ผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขในการผลิตยาเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ ซึ่งจะกระทบต่อการรักษาพยาบาลประชาชนโดยตรง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันสินค้าเกษตรจากต่างประเทศที่จะเข้ามาตีตลาดหลังเปิดเสรีด้านการค้า &amp;nbsp;อีกทั้งยังมีข้อญัตติให้ประเทศสมาชิกต้องเข้าร่วมอนุสัญญาพันธุ์พืชใหม่ (upov) &amp;nbsp;อันเป็นการเปิดโอกาส ให้ต่างชาติสามารถนำพันธุ์พืชพื้นเมืองในประเทศออกไปทำการวิจัยสร้างพันธุ์พืชใหม่เพื่อนำไปจดสิทธิบัตร อาจจะส่งผลทำให้เกษตรกรจะไม่สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์พืช ไปเพาะปลูกต่อได้ ที่สำคัญ คือ เรื่องกลไกระงับข้อพิพาท ระหว่างนักลงทุนชาวต่างชาติกับรัฐบาลไทยเปิดช่องให้นักลงทุนที่ซื้อหุ้นสามารถฟ้องรัฐบาลไทย ผ่านกระบวนการอนุญาโตตุลาการได้ ทั้งๆที่ไม่ได้รับการคุ้มครองที่เป็นลายลักษณ์อักษร ที่อาจจะเกิดผลกระทบต่อนโยบายป้องกันผลประโยชน์สาธารณะ&amp;quot; หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องได้รับความคิดเห็นรอบด้านก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติที่จะดำเนินการทางใดทางหนึ่ง ซึ่งถือเป็นประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน หรือความมั่นคงของประเทศในทางเศรษฐกิจอันกระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง &amp;nbsp;ดังนั้น จึงเห็นว่าคณะรัฐมนตรีต้องชะลอการตัดสินใจออกไปก่อน และรอให้สภาฯได้ตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาเรื่องนี้อย่างครบถ้วน รอบด้าน จะเป็นผลดีต่อประเทศและประชาชนที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66749</URL_LINK>
                <HASHTAG>.ระวี  มาศฉมาด, ตั้งกมธ. CPTPP, พรรคพลังธรรมใหม่, หมอระวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e3f82fa9834d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอระวีเฮ! ศาลไม่รับฟ้อง&#039;เสรีพิศุทธ์&#039; คดีหมิ่นประมาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค. 62 - ที่ห้องพิจารณา 805 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งจะประทับรับฟ้องหรือไม่ ในคดีหมายเลขดำ อ.1729/2562 ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีต ผบ.ตร.) หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มอบอำนาจให้ทนายความยื่นฟ้อง นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เป็นจำเลย ความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2562 เวลากลางวัน จำเลยได้แถลงต่อสื่อมวลชน ซึ่งข้อความตอนหนึ่งว่า &amp;quot;การต่อสู้ทางการเมืองครั้งนี้ อาจมองในแง่หนึ่งได้ว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายเอาสถาบันกับไม่เอาสถาบัน ดังนั้นสมาชิกพรรคของเรา จะมีมติให้เราเลือกข้างที่รักษาสถาบัน โดยพรรคพลังธรรมใหม่จึงต้องประกาศจุดยืนตามเสียงข้างมากของสมาชิกพรรคทั่วประเทศที่จะเข้าร่วมกับ พรรคพลังประชารัฐในการจัดตั้งรัฐบาล&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งข้อความที่จำเลยกล่าวทำให้ประชาชนทั่วไปในสังคมเข้าใจว่า โจทก์เป็นพรรคการเมืองที่ไม่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่เทิดทูนและไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งทำให้โจทก์และสมาชิกพรรคโจทก์ ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทั้งที่ความจริงแล้วพรรคการเมืองของโจทก์และพรรคการเมืองอื่นๆ รวม 7 พรรคร่วมกันแถลงเพื่อแสดงจุดยืนทางการเมือง เป็นแนวร่วมต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่สืบทอดอำนาจที่มีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต่อไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโจทก์และกลุ่ม 7 พรรคการเมือง เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตย กล่าวอยู่เสมอว่าเป็นฝ่ายที่ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่เคยนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้ในการหาเสียงตามที่ถูกกล่าวหาให้ร้ายจากพรรคการเมืองอื่น แต่จำเลยพยายามเอาใจพล.อ.ประยุทธ์ เพราะเหตุคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คำนวณให้จำเลยได้เป็น ส.ส. ทั้งที่จำเลยมีคะแนนเพียง 35,099 คะแนน ต่ำกว่าคะแนน 71,065 ที่พึงมี ส.ส.ได้เสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำนั้นใส่ร้ายโจทก์และพรรคการเมืองอื่นๆ ว่า &amp;quot;เป็นฝ่ายไม่เอาสถาบัน&amp;quot; โดยคำว่า&amp;quot;ไม่เอาสถาบัน&amp;quot;เมื่อนำมาใช้กับความหมายรวมข้อความทั้งหมดที่จำเลยกล่าว มีความหมายในลักษณะแบ่งพวกแบ่งฝ่ายทางการเมือง ซึ่งย่อมหมายความว่าเหตุที่จำเลยและสมาชิกพรรคของจำเลย ไม่เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับโจทก์และพรรคการเมืองอื่นๆ รวม 7 พรรค แต่ไปเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐนั้น เนื่องจากโจทก์เป็นหนึ่งในพรรคการเมือง 7 พรรคที่เป็นฝ่ายไม่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ คิดที่จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งล้วนเป็นความเท็จทั้งสิ้น เพราะความจริงแล้วโจทก์และสมาชิกพรรคทุกคนมีความจงรักภักดีเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศไทยดังนั้นประชาชนชาวไทยจึงมีหน้าที่ต้องปกป้องรักษาไม่ให้บุคคลใดมาล้มล้างทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ การกระทำของจำเลยจึงทำให้โจทก์เสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องไม่มีน้ำหนัก จึงไม่รับฟ้องคดีไว้พิจารณาพิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.ระวี กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลที่มีคำสั่งไม่รับฟ้องนั้น ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความบริสุทธ์ของตนที่ได้แถลงเมื่อเดือน พ.ค. 2562 ว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวหาผู้ใดผู้หนึ่ง ให้ได้เกิดความเสียหาย ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง เพียงแต่มีความปรารถนาดีที่จะต้องการปรามพวกที่คิดร้ายต่อสถาบันเท่านั้น อีกทั้งไม่ได้เจาะจงว่าเป็นกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง&amp;nbsp; ถึงแม้ว่าคดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด แต่ตนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน และตนขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลทุกกรณี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;จากนี้ผมขอมุ่งมั่นทำหน้าที่ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาต่อไป เนื่องจากยังมีภารกิจอีกมากมายที่ต้องทำ ยังมีประชาชนอีกไม่น้อยที่ได้รับความเดือดร้อนรอความช่วยเหลืออยู่ และที่สำคัญคงไม่มีความจำเป็นที่ต้องรื้อฟื้นแก้คืนหรือฟ้องกลับในเรื่องนี้แต่อย่างใด เพราะผมไม่ได้ให้ราคากับเรื่องนี้ มากกว่าเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนในตอนนี้&amp;rdquo; นพ.ระวี ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีอะไรอยากฝากไปถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หรือไม่ นพ.ระวี กล่าวว่า ขอให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้เวลาในการทำหน้าที่ ส.ส.&amp;nbsp; เพราะท่านก็มีหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ที่มีภารกิจที่สำคัญ ขอแนะนำให้ท่านเอาเวลาไปให้กับงานตรงนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนจะดีกว่าหรือไม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52246</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยกฟ้อง, ศาลอาญา, หมอระวี, หมิ่นประมาท, เสรีพิศุทธ์, ไม่รับฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191211/image_big_5df08c4da661f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอระวี&#039;ไม่เกี่ยง&#039;อภิสิทธิ์&#039;นำแก้รธน. ขอทำเพื่อปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย. 62 - นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงพรรคประชาธิปัตย์เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์&amp;nbsp; เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า นายอภิสิทธิ์เองเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ย่อมมีความเหมาะสม ทั้งความรู้ ประสบการณ์ ความชำนาญด้านกฎหมายและรัฐธรรมนูญ แต่มองว่าพรรคพลังประชารัฐก็มีผู้ที่เหมาะสมเช่นกัน โดยเรื่องนี้ทางสภาฯ จะมีหน้าที่ลงมติแต่งตั้งบุคคลที่จะเข้าเป็นกรรมาธิการทั้งคณะ แต่ผู้ใดจะมาทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการต้องขึ้นอยู่กับมติของคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่า ส.ส.ทุกคนมีความพร้อมที่จะทำงานในกรรมาธิการชุดนี้ ผมไม่ติดใจว่าใครจะมาทำหน้าที่ประธาน แต่มีข้อคิดที่อยากจะให้ผู้ที่จะเป็นกรรมาธิการทุกคน มีเป้าหมายในการทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ให้เกิดผลดีต่อประเทศมากที่สุด อย่าได้เอาตำแหน่งกรรมาธิการมาเล่นเกมทางการเมือง ทำเพื่อพวกพ้อง เพราะผลลัพธ์จะเกิดแต่ความขัดแย้งซึ่งไม่เป็นประโยชน์กับฝ่ายใดเลย&amp;rdquo; นพ.ระวี ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49625</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้รธน., ปชป., พปชร., หมอระวี, อภิสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191011/image_big_5d9fff176c126.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอระวี&#039;ค้าน&#039;ศํกดิ์สยาม&#039;ขึ้นค่าแท็กซี่ ซ้ำเติมประชาชน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค. 62 - นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อนุมัติให้ปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ว่า ไม่เห็นด้วยกับการปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ในขณะที่เศรษฐกิจรากหญ้ายังไม่ฟื้น เพราะจะเป็นการซ้ำเติมประชาชนให้มีรายจ่ายต่อวันสูงขึ้น รัฐมนตรีควรจะชะลอไว้ก่อน อีกทั้งมองว่าการขึ้นราคาแท็กซี่นั้นไม่ใช่คำตอบ เพราะสุดท้ายไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องปากท้องของทุกฝ่าย ควรไปแก้ไขโครงสร้างราคาน้ำมันที่จะช่วยให้แก้ปัญหาปากท้องได้อย่างทั่วถึง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนในประเด็นของ Grab นั้น ผมมองว่า ทั้งแท็กซี่และ Grab ต่างมีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกัน ซึ่งผู้โดยสารก็จะเลือกใช้บริการในสิ่งที่เหมาะสมกับความต้องการเป็นหลัก&amp;nbsp; ดังนั้น ส่วนไหนที่ดีก็ควรนำมาปรับใช้ ส่วนไหนที่ควรแก้ไข เช่น การโกงค่าโดยสาร การบริการ และ การปฏิเสธผู้โดยสารที่เป็นปัญหามาช้านานของแท็กซี่นั้น ไม่คิดว่าการขึ้นค่าโดยสารจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว&amp;quot; นพ.ระวี กล่าว และว่า คนขับรถแท็กซี่หลายคนอยากให้รัฐบาลสนับสนุนการทำแอพพลิเคชันแท็กซี่ไทย โดยเอาข้อดีของ grab มาปรับใช้ เพื่อให้เป็นอีกทางเลือกของประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43414</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าแท็กซี่, นพ.ระวี มาศฉมาดล, พลังธรรมใหม่, รมว.คมนาคม, ศักดิ์สยาม, หมอระวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d5381895198b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2019 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2019 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอระวี&#039;แฉรบ.-ฝ่ายค้านแย่งนั่งปธ.กมธ.ค่าโง่ทางด่วนกันวุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค. 62 - นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญค่าโง่ทางด่วนครั้งแรก ว่า จะมีการประชุมในวันที่ 18 ก.ค.นี้ ที่ห้อง 401 รัฐสภาใหม่ เกียกกาย โดยจะมีวาระเลือกประธานและรองประธานรวมไปถึงการแบ่งหน้าที่ต่างๆ ในกรรมาธิการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงตำแหน่งประธานในขณะนี้ไม่ลงตัวระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านนั้น นพ.ระวี กล่าวว่า ยังมีการพูดคุยถึงบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งประธาน กมธ. ที่ ส.ส.จากฝ่ายค้านและรัฐบาลก็อยากจะทำหน้าที่ ส่วนตนไม่ติดใจว่าผู้เสนอญัตติจะต้องเป็นประธาน เพราะการทำงานครั้งนี้คือการร่วมมือร่วมใจของ ส.ส.ทั้งสภาฯ ฉะนั้นเรื่องตำแหน่งถือเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือผลงานที่จะออกมาว่า เราสามารถพิทักษ์ผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการพูดคุยกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.กระทรวงคมนาคมหรือไม่ นพ.ระวี กล่าวว่า ได้คุยกับทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายศักดิ์สยาม ตั้งแต่ก่อนการอภิปรายญัตติแล้ว ซึ่งพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนการตั้ง กมธ.ชุดนี้เต็มที่ เนื่องจากเห็นว่ามีค่าความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศจำนวนมาก ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้ให้นายศุภชัย ใจสมุทร และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ มาร่วมเป็นกรรมาธิการชุดดังกล่าวด้วย อีกทั้งระยะเวลาในการทำงานของกรรมาธิการ ทางภูมิใจไทยก็เป็นผู้ขอให้ลดระยะเวลาลงมาเหลือ 45 วันด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมมั่นใจว่าการทำงานของกรรมาธิการชุดนี้จะประสบความสำเร็จ และเชื่อมั่นในตัวรัฐมนตรีคมนาคมคนใหม่ว่า จะรอฟังผลการศึกษาจากกรรมาธิการก่อนที่จะตัดสินใจต่ออายุสัมปทานทางด่วนออกไปหรือไม่&amp;rdquo; นพ.ระวี ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41182</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ค่าโง่ทางด่วน, ต่ออายุสัมปทาน, นพ.ระวี มาศฉมาดล, ศักดิ์สยาม, สภา, หมอระวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf8a9122f843.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2018 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2018 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคใหม่เปิดตัวพรึ่บ!แบไต๋หนุน&#039;ประยุทธ์&#039;นายกฯสมัย2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค. 61 - ที่โรงแรมเอเซีย พรรคพลังธรรมใหม่นำโดยนายแพทย์ระวี มาศฉมาดล นำสมาชิกพรรค และว่าที่ผู้สมัครอาทิ นายอาทร พาทีพัฒนะ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังธรรม,นายอรุณ สุธาฎา ที่ปรึกษาคณะกรรมการภาคใต้, นายเจิดจ้า น้อยศิริ ผู้สมัครส.ส.แพร่,นายสามนต์ สังข์ทองนายทะเบียนพรรคและสมาชิกสัมพันธ์, ว่าที่ร้อยตรี วันชัย วรรณสว่าง ว่าที่ผอ.พรรค,นายสุทิน ช่วยธานี อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคพลังธรรมจ.ตรัง,นายวีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล อดีตผู้สมัครส.ส.สัดส่วนพรรคพลังธรรม,นายอุทัยมหาวงศ์ อดีตฝ่ายการเมืองพรรคมหาชน,นายสมบูรณ์ ทองบุรานอดีตส.ส.พรรคพลังธรรม,นายสมบัติ เบญจศิริมงคล อดีตกรรมการพรรคพลังธรรม แถลงข่าวเปิดตัวพรรคพลังธรรมใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ระวี กล่าวว่า พรรคพลังธรรมเดิมได้ถูกยุบมาประมาณ 10 กว่าปีแล้ว แต่เพราะสั่งคมไทยเกิดวิกฤติรอบด้านก่อให้เกิดการขัดแย้งแตกแยกคอร์รัปชันโกงกิน ทุกรัฐบาลประเทศตกต่ำ จนหลายประเทศในอาเซียนด้วยกันแซงหน้าประเทศไทยไป จากวิกฤตินี้ จึงก่อให้เกิดพรรคพลังธรรมใหม่ขึ้น เพื่อนำประเทศไทยให้หลุดพ้นจากวิกฤติทั่วด้าน โดยเจตนารมณ์ที่สำคัญที่สุดของพรรค คือ การสืบทอดเจตนารมณ์ของความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใสของพรรคพลังธรรมเดิมเป็นแนวทางหลักของพรรค พรรคจะสร้างระบบที่เข้มแข็ง ตามหลัก &amp;quot;ระบบดีทำให้ผีกลายเป็นคน &amp;nbsp;ระบบไม่ดีทำให้คนดีๆ กลายเป็นผี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ระวี กล่าวต่อว่าแนวทางของพรรคพลังธรรมใหม่ที่ตั้งไว้หลัก ๆ 4 ข้อคือ 1.พรรคจะนำสังคมไทยสู่สังคมธรรมาธิปไตย ที่มีระบบประชาธิปไตยที่เป็นธรรม ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบตะวันตก สู่การค้าเสรีที่เป็นธรรม ไม่ใช่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่ปลาทุกตัวต้องอยู่ร่วมกันได้ในสระน้ำเดียวกัน พรรคจะสร้างสังคมที่เป็นธรรม ลดการเลื่อมล้ำ 2.สมาชิกพรรพลังธรรมใหม่ไม่จำเป็นที่จะต้องเป้นคนดีพร้อมทุกอย่าง แต่พรรคต้องการคนที่ตังใจจะมาทำความดีทุกอย่างตามรอยพ่อ 3.สมาชิกพรรคจะมาจากหลากหลายทุกวัน ทุกอาชีพ ทุกชนชั้น ทุกศาสนา และ4.พรรคจะเป็นแกนกลางในการผยึกกำลังของประชาชนกลุ่มหรือองค์กรที่มีอุดมการณ์ใกล้เดคียงกันมาร่วมผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ระวี &amp;nbsp;กล่าวต่อว่าพรรคพลังธรรมใหม่จะมีการตรวจสอบกันเองของพรรคอย่างเข้มแข็ง โดยพรรคจะมีคณะธรรมาภิบาลของพรรคจะทำหน้าที่ตรวจสอบสมาชิกของพรรคทันที ที่เกิดปัญหาการทุจริต โดยหลังการตรวจสอบเสร็จจะส่งผลการตัดสินเบื้องต้นมาให้กรรมการบริหารพรรคถือว่าเป็นศาลตัดสินภายใน ไม่ต้องรอตั้งกรรมการเป็นเดือนๆ ถ้าตรวจสอบแล้วไม่ผิดก็จะคืนตำแหน่งให้ ถ้าตัดสินว่าผิดหน้าที่กรรมการบริหารพรรคคือสั่งปลด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงบุคคลที่จะถูกวางเป็นแคนดิเดทเป็นนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;นายแพทย์ระวี กล่าวว่า เมื่อเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งทางพรรค ก็จะมีบุคคลที่จะเป็นแคนดิเดทจำนวน 3คน โดยมีชื่อของหัวหน้าพรรคเป็น 1 ในนั้น แต่ในขณะนี้ยังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะมีการเลือกตั้ง จึงขอยังไม่เปิดเผยรายชื่อแคนดิเดทนายกฯในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ถ้านายกรัฐมนตรีเป็นคนนอก อย่างพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรคพลังธรรมใหม่จะสนับสนุนหรือไม่ นายแพทย์ระวี กล่าวว่า พรรคจะเลือกคนดี มีคุณธรรม มีความสามารถขึ้นเป็นนายกฯ ถ้าพรรคได้คะแนนเสียงเกิน 25 คะแนนพรรคก็จะเสนอชื่อบุคคลของพรรคเพื่อชิงตำแหน่งนายกฯตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ว่าสามารถทำได้ แต่ถ้าพรรคได้คำแนนเสียงต่ำกว่า 25 คะแนน เราก็ไม่สามารถเสนอชื่อได้ เราก็จะเลือกคนที่ดีที่สุด ถ้าภายในไม่สามารถตกลงกันได้ ก็ต้องเลือกคนนอก ซึ่งทางพรรคพลังธรรมใหม่ไม่ปฎิเสธพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงพลตรีจำลอง ศรีเมือง อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรมเก่า &amp;nbsp;นายแพทย์ระวี กล่าวว่า ได้คุยกันเมื่อวาน ท่านตัดสินใจ รักษาสัจจะวาจาที่มีประกาศเอาไว้แล้ว ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมือง และพรรคพลังธรรมใหม่อย่างแน่นอนเนื่องจากอายุมากแล้วประสิทธิภาพเริ่มลดลง โดยท่านได้มอบหมายให้พลังธรรมรุ่น 2 เป็นผู้ดำเนินการพรรคต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงเงินทุนที่นำมาก่อตั้งพรรคการเมืองว่ามาจากที่ใด นายแพทย์ระวี &amp;nbsp;กล่าวว่า เมื่อมีประชาชน เมื่อมีคนเงินก็มา &amp;nbsp;พรรคพลังธรรมใหม่นั่นทุกจังหวัดต้องพึ่งตัวเอง ส่วนกลางไม่มีเงินสักบาทเดียว บรรดาผู้ที่จะมาสมัครทางพรรคบอกแล้วว่าต้องพึ่งตัวเอง พรรคไม่มีเงินให้ ซึ่งก็แจ้งไว้ตั้งแต่ขั้นตอนสมัครแล้ว ถ้ารับได้ก็เข้ามาทำงานร่วมกัน และเมื่อใกล้การเลือกตั้งพรรคจะระดมเงินจากทุกๆฝ่าย ถ้าได้มาก็แบ่งเฉลี่ยเท่ากันทุก ๆ เขต ซึ่งพรรคจะส่งผู้สมัครทั้ง 350 เขตทั่วประเทศแน่นอน &amp;nbsp;ทั้งนี้ทางพรรคพลังธรรมใหม่จะเดินทางไปยัง กกต.ศูนย์ราชการ เพื่อยื่นขอแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองในวันพรุ่งนี้08.30 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน &amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้ากลุ่มไทยศรีวิไลย์ อดีตผู้ชำนาญการประจำสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เปิดเผยว่าในวันที่ 2 มีนาคมนี้ กลุ่มไทยศรีวิไลย์จะเดินทางไปที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อจดทะเบียนเป็นพรรคการเมือง ตามที่ กกต.ให้ดำเนินการจดทะเบียนพรรคการเมืองสำหรับพรรคการเมืองที่จะตั้งขึ้นใหม่ โดยจะเดินทางไปถึงสำนักงาน กกต.ในเวลา 07.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมงคลกิตติ์ &amp;nbsp;กล่าวว่ากลุ่มไทยศรีวิไลย์มีผมเป็นหัวหน้ากลุ่ม และนายณัชพล สุขพัฒนะ (มาร์ค พิทบูล) เป็นรองหัวหน้ากลุ่มไทยศรีวิไลย์ พร้อมด้วยคณะผู้ก่อตั้งพรรคไทยศรีวิไลย์ โดยจะสานต่องานจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในส่วนที่สำเร็จและจะเพิ่มเติมเรื่องปราบคนโกง ติดตามทรัพย์สินที่อดีตนักการเมืองเก่า ข้าราชการ พ่อค้า ที่โกงไป เพื่อมาใช้หนี้สาธารณะเดิม และที่เหลือพัฒนาประเทศไทยทุกด้านต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า ในวันที่ 2 มี.ค. จะมี 3 ตัวแทนของพรรคประชาชนปฏิรูป ไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตั้งแต่เช้ามืด เพื่อเข้าคิวยื่นเอกสารตามที่กกต.กำหนด เพื่อขอจองชื่อจดตั้งพรรคการเมืองใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ กล่าวว่าจากนั้นต้นสัปดาห์ถัดไป พรรครประชาชนปฏิรูป จะดำเนินการตามคำสั่งคสช.ที่ 53/2560 โดยส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือขออนุญาตคสช. เพื่อประชุมพรรคการเมือง สำหรับจัดทำข้อบังคับพรรคการเมือง และคัดเลือกแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค ตามกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมือง ตอนนี้พรรคประชาชนปฏิรูปพร้อมลงเลือกตั้ง ไม่ว่าจะก่อนหรือหลัง เดือนก.พ. 62 ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรี ประกาศไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการมูลนิธิกปปส. จะตั้งพรรคใหม่ แล้วทำให้แย่งคะแนนกันหรือไม่ เนื่องจากสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เหมือนกันนั้น นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะไม่ได้เห็นตรงกันทุกเรื่อง สุดท้ายขึ้นกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้ง 50 ล้านคน จะเป็นผู้ตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันศุกร์ที่ 2 มี.ค. &amp;nbsp;เป็นต้นไป จะเป็นวันแรกของการยื่นคำขอแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงได้เผยแพร่ขั้นตอนการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองมานำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่ายเพื่อให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจหรือผู้ที่มีเจตจำนงในการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองได้เข้าใจมากขึ้น ดังนี้ 1.บุคคลจำนวนไม่น้อยกว่า 15 คน ยื่นคำขอแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง 2. นายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐานคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม รวมถึงชื่อ ชื่อย่อ และภาพเครื่องหมายพรรคการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.หากถูกต้องนายทะเบียนพรรคการเมืองจะออกหนังสือรับแจ้ง แต่ในกรณีที่ไม่ถูกต้อง นายทะเบียนพรรคการเมืองจะให้เวลาผู้ยื่นขอแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดหากแก้ไขได้ถูกต้องนายทะเบียนพรรคการเมืองจะออกหนังสือรับแจ้งและหากไม่แก้ไขตามเวลาที่กำหนดคำขอนั้นถือว่าสิ้นผล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เมื่อนายทะเบียนพรรคการเมืองออกหนังสือรับแจ้งแล้ว ผู้เตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองจะต้องดำเนินการ ดังนี้ หาผู้ร่วมจัดตั้งพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 500 คน , ประชุมผู้ร่วมจัดตั้งพรรคการเมือง ไม่น้อยกว่า 250 คน , รวบรวมเงิน/ทุนประเดิมไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท ต้องดำเนินการภายใน 180 วัน และ5. หากดำเนินการครบถ้วนจะสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองภายใน 180 วัน แต่หากดำเนินการไม่ครบถ้วน คำขอนั้นถือว่าสิ้นผล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4115</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กลุ่มไทยศรีวิไลย์, ตั้งพรรค, พรรค, พรรคประชาชนปฏิรูป, พลังพลังธรรมใหม่, หมอระวี, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180301/image_big_5a97dacb3b66a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
