<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 22:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ซื้อ‘ไฟเซอร์’ จัดหา‘โมเดอร์นา’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.เห็นชอบ​จัดซื้อวัคซีนซิโนแวคอีก 10.9 ล้านโดส จัดหาไฟเซอร์อีก 20 ล้านโดส ไฟเขียว อภ.เป็นตัวกลางทำสัญญาซื้อ &amp;quot;โมเดอร์นา&amp;quot; ส่วน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; &amp;nbsp;เผยสัญญาสุดโหด บางยี่ห้อไม่รับผิดชอบส่งช้า ฟ้องร้องก็ไม่ได้ &amp;quot;หมออุดม&amp;quot; ชี้ไวรัสกลายพันธุ์ทำให้ประสิทธิภาพวัคซีนลดลง ห่วง รพ.รับไม่ไหว รับ &amp;quot;ซิโนแวคภูมิต้านเดลตาต่ำ&amp;quot; ต้องบูสต์เพิ่มภูมิต้านทานฉีดเข็ม 3 ให้กลุ่มเสี่ยงบุคลากร 7 แสนคน ก่อนเล็งใช้แอสตร้าฯ-ไฟเซอร์ ศบค.เห็นชอบไฟเซอร์เป็นวัคซีนทางการแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 6 กรกฎาคม นพ.ทวีศิลป์ &amp;nbsp;วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ &amp;nbsp;ศบค. แถลงว่าการฉีดวัคซีนโควิดวันที่ 5 ก.ค.มีจำนวน &amp;nbsp;280,642 โดส ทำให้ยอดรวมสะสมการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.มีทั้งสิ้น 11,058,390 โดส และถ้าไปดูผู้สูงอายุขณะนี้ได้ฉีดไปเพียง 0.8% ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 &amp;nbsp;กลุ่มโรค 3.4% ดังนั้นจึงอยากขอให้กลุ่มคนวัยทำงานชักชวนญาติของท่านที่อยู่ในกลุ่มนี้ไปฉีดวัคซีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมเสนอสัญญาจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์เข้าหารือในที่ประชุม ครม. สาเหตุที่ต้องนำเข้าที่ประชุม ครม.เพราะต้องขอเงินจากรัฐบาล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะซื้อทุกครั้งต้องมาขอ หากกรณีเอกชนจ่ายเงินเองโดยรัฐบาลเป็นผู้จัดซื้อให้ ซึ่งการคือวัคซีนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่เหมือนกับการซื้อของทั่วไป เพราะอำนาจอยู่ที่ฝ่ายผู้ผลิตหรือผู้ขาย และตนได้มีโอกาสดูสัญญาบางฉบับที่ สธ.นำมาให้ตรวจดู ก็รู้สึกแปลกใจ เพราะฝ่ายผู้ขายหรือผู้ผลิตบอกว่าถ้าไม่เซ็นสัญญาไม่ต้องซื้อของจากเขา และมีเงื่อนไขว่าถ้าส่งล่าช้าจะไม่รับผิดชอบ และบางยี่ห้อบอกไม่คืนเงิน และเราไปคิดค่าปรับ ยึดทรัพย์ หรือฟ้องร้องอะไรไม่ได้ และไม่รับผิดชอบความเสียหายใดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญคือระบุว่า ห้ามเปิดเผยสัญญา เนื่องจากการขายให้แต่ละประเทศเขียนสัญญาไม่เหมือนกัน มีทั้งเอื้ออารีและเข้มงวด ถ้าใครเอาไปเปิดเผยจะขายให้ครั้งเดียวและไม่ขายให้อีกเลย ซึ่งจะเห็นว่าที่ผ่านมาฝ่ายรัฐบาลจะไม่พูดเรื่องสัญญาการซื้อวัคซีนเลย แต่ยืนยันว่ารัฐไม่ได้โกหกหรือหลอกลวง แต่ในบางเรื่องพูดไม่ได้ ทำให้บางคนที่พยายามพูดให้ดูดี จนกลายเป็นทำให้รัฐถูกมองว่าพูดกลับไปกลับมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า การจัดซื้อวัคซีนยี่ห้อโมเดอร์นาไม่ได้เป็นวัคซีนหลักที่รัฐประกาศ วัคซีนหลักคือรัฐบาลจัดหาให้และฉีดประชาชนฟรี ซึ่งมีอยู่ 5 ยี่ห้อ คือ ซิโนแวค, แอสตร้าเซนเนก้า, สปุตนิก วี, ไฟเซอร์ และจอห์นสันแอนด์จอห์นมัน ส่วนซิโนฟาร์มที่จัดหาโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ก็ไม่ใช่วัคซีนหลัก เพราะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ แถลง​ว่า ที่ประชุม​ ครม.เห็นชอบจัดหาวัคซีนซิโนแวคเพิ่มเติม 10.9 ล้านโดส กรอบวงเงิน 6,111.41 &amp;nbsp;ล้านบาท โดยใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน แบ่งเป็นการจัดซื้อ &amp;nbsp;2 เดือนโดยกรมควบคุมโรค ดังนี้ จัดหาวัคซีนเพิ่มเติมในเดือน ก.ค. วงเงิน 3,894.8 ล้านบาท และจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมเดือน ส.ค. 2,169.96 ล้านบาท และมีค่าบริการจัดการวัคซีนและส่วนที่เกี่ยวข้องอีก 46.65 ล้านบาท สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ ครม.ได้เห็นชอบให้ สธ.เป็นผู้จัดหาวัคซีนจำนวน 20 ล้านโดส โดยมอบหมายให้อธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นผู้ลงนามในสัญญา ครม.ยังเห็นชอบการจัดทำความตกลงกับประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อรับมอบวัคซีนไฟเซอร์ที่บริจาคมาให้ประเทศไทย
ไฟเขียว อภ.ลงนามซื้อโมเดอร์นา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวว่า ครม.ยังได้เห็นชอบให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เป็นตัวกลางในการจัดหาวัคซีนโมเดอร์นากับบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด และมอบหมายผู้อำนวยการ อภ.เป็นผู้ลงนามในสัญญา พร้อมกับรับข้อสังเกตจากสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ไปดำเนินการให้เหมาะสมกับการเจรจาเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจาก ครม.แจ้งว่า สำหรับวาระการจัดหาวัคซีนโมเดอร์นาและไฟเซอร์นั้น ได้ถูกนำเข้าเป็นวาระลับที่สุดหรือริมแดง เมื่อ ครม.เห็นชอบแล้วเจ้าหน้าที่ได้เก็บเอกสารกลับทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ได้นำเรื่องการจัดหาวัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นาตามนโยบายของ ศบค.และรัฐบาลเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. แล้ว โดย ครม.มีมติเห็นชอบให้กรมควบคุมโรคลงนามสัญญาจัดหาวัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส และรับบริจาควัคซีนไฟเซอร์จำนวนหนึ่งจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้จากที่ได้มีการส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) พิจารณาเงื่อนไขในร่างสัญญาทั้ง 2 &amp;nbsp;ฉบับ ทั้งของ ครม.กับไฟเซอร์และองค์การเภสัชกรรมกับโมเดอร์นา มีความเห็นและข้อเสนอแนะในการไปเจรจาเงื่อนไขต่างๆ ซึ่ง สธ.ก็รับมาและจะพยายามเจรจาให้ได้เงื่อนไขที่ดีที่สุด แต่ก็ได้ขออนุมัติกรอบใหญ่จาก ครม.ไว้แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะไปเจรจาให้ได้เงื่อนไขที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะลงนามสัญญาต่อไป แต่ยังอยู่ในเงื่อนเวลาที่จะเจรจาได้ โดยมีเวลา 30 วันหลังจากที่ลงนามใน Term Sheet ไปแล้วก่อนลงนามสัญญาจัดซื้อ จะไม่กระทบเวลาส่งมอบวัคซีนซึ่งยังอยู่ในไตรมาสที่ 4 ส่วนวัคซีนบริจาคคาดว่าน่าจะมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโคโรนาไวรัส 2019 (ศบค.) &amp;nbsp;แถลงว่า เราต้องหาวัคซีนเจเนอเรชันใหม่ที่ควบคุมตัวกลายพันธุ์ ซึ่งแม้แต่ไฟเซอร์หรือโมเดอร์นาเองก็กำลังทำวัคซีนเวอร์ชันใหม่ คาดว่าจะออกมาปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า แต่ระหว่างที่รอวัคซีนใหม่เราต้องหาวัคซีนบูสเตอร์ เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานต่อสู้เชื้อกลายพันธุ์ ซึ่งคณะกรรมการคุยมา 2-3 เดือนเรื่องฉีดเข็ม 3 และสลับวัคซีน สำหรับ เดลตาจะไปทั่วโลก ถ้าดูข้อมูลวัคซีน ไฟเซอร์เจออัลฟาลดลง 7.5 เท่า เจอเดลตาลดลง 2.5 เท่า ส่วนแอสตร้าเซนเนก้าเจอเบตาลดลง 9 เท่า เจอเดลตาลดลง 4-3 เท่า &amp;nbsp;เป็นข้อมูลทำในประเทศอังกฤษ ส่วนซิโนแวคข้อมูลที่ สวทช.ทำกับจุฬาฯ พบว่าซิโนแวค 2 เข็ม เมื่อเจอเดลตา ภูมิลดลง 4.9 เท่า ถ้าแปลงตัวเลขทางคลินิก ไฟเซอร์ที่กระตุ้นภูมิได้สูงสุดคือวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ หมายถึงไฟเซอร์และโมเดอร์นา รองลงมาแอสตร้าฯ ที่กระตุ้นภูมิได้หลักพันต้นๆ ส่วนซิโนแวคกระตุ้นหลักหลายร้อย ก็ต้องยอมรับว่าไฟเซอร์ป้องกันได้ดีที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.อุดมกล่าวว่า ในแง่การป้องกันโรคพบว่าไฟเซอร์ป้องกันเดลตาลดลงจาก 93% เหลือ 88% แอสตร้าฯ ลดลงจาก 66% เหลือ 60% แต่ที่สำคัญคือวัคซีนที่มีตอนนี้สามารถป้องกันการนอนโรงพยาบาล เจ็บป่วยรุนแรงได้ ไฟเซอร์ป้องกันได้ 96% แอสตร้าฯ ป้องกันได้ 92% ซึ่งไม่แตกต่าง ถือว่าเท่ากัน สำหรับซิโนแวคมีข้อมูลน้อย ไม่รู้ว่าป้องกันการติดเชื้อได้เท่าไหร่ชัดเจน แต่เมื่อดูในเรื่องภูมิต้านทานที่ป้องกันเดลตาได้ไม่ดี แต่การฉีดซิโนแวค 2 เข็มสามารถป้องกันเจ็บป่วยและตายได้มากกว่า 90% &amp;nbsp;
บูสต์เข็ม 3 ให้บุคลากร 7 แสนคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกวัคซีนเราต้องรู้ว่าไม่มีทางป้องกัน 100% แต่ทุกตัวมีประสิทธิภาพป้องกันการป่วยรุนแรงหรือตายได้เกิน 90% แม้แต่ซิโนแวคก็สามารถป้องกันเจ็บป่วยรุนแรง จะได้ไม่ต้องเข้า รพ. เพราะตอนนี้เตียงเขียว เหลืองแดงของเราตึงมาก การฉีดวัคซีนจะทำให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ผ่อนลงหน่อย ตอนนี้มันหนักจริงๆ ทุก รพ.ใน กทม.และ ตจว.มันหนักมาก เตียงสีแดงไม่พอ &amp;nbsp;ก่อนโควิดใน กทม.และ รพ.ใหญ่มีเตียงแดง 230 เตียง &amp;nbsp;ตอนนี้เราเบ่งไป &amp;nbsp;400 กว่าเตียง แต่หมอพยาบาลเท่าเดิม ตายวันละ 50 ป่วยใหม่วันละ 5-6 พัน แล้วจะไหวมั้ย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ปรึกษา ศบค.กล่าวถึงระยะที่ภูมิต้านทานหลังฉีดวัคซีนอยู่ได้นานแค่ไหน &amp;nbsp;นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดพบว่าหลังฉีด 3-4 เดือน ภูมิต้านทานจะเป็น &amp;nbsp;Hatf Life หรือภูมิลดลง เป็นเหตุผลทำไมเราจึงต้องการบูสเตอร์โดส แต่องค์การอนามัยโลกยังไม่ได้ออกแนวทางเป็นทางการว่าต้องฉีดเข็มที่ 3 และตอนนี้มีเพียง 2 ประเทศ คือยูเออีกับบาห์เรนที่ฉีดเข็มที่ 3 โดย 2 เข็มแรกเป็นซิโนแวค เข็ม 3 เป็นซิโนฟาร์ม เพราะหาที่อื่นไม่ได้ และยังไม่มีประเทศไหนประกาศเป็นทางการต้องฉีดเข็มที่ 3 หลักการขอให้ฉีดเข็ม 1 และเข็ม 2 ครบก่อน &amp;nbsp; เข็ม &amp;nbsp;2 จะช่วยในการป้องกันได้แน่นอน &amp;nbsp;เรื่องวัคซีนได้ตัวไหนก็ขึ้นกับบริบทแต่ละประเทศ ท่านอย่าเพิ่งไปจองเอ็มอาร์เอ็นเอเพราะอาจจะได้วัคซีนรุ่นเก่า ควรรอเอ็มอาร์เอ็นเอรุ่นใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในที่ประชุมเราคุยกันเรื่องซิโนแวค ที่ใช้ไปมากสุดคือ ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ 7แสนคน ฉีดซิโนแวคครบ ห่างจากเข็ม 2 แล้วประมาณ 3-4 เดือน เรามีมติชัดเจน &amp;nbsp;บุคลากรทางการแพทย์จะต้องได้เข็ม 3 ก่อน ซึ่งอาจจะเป็นแอสตร้าฯ หรือเอ็มอาร์เอ็นเอ ซึ่งได้รับบริจาคจากอเมริกา 1.5 ล้านโดส ข้อมูลออกซ์ฟอร์ดฉีดแอสตร้าฯ เข็ม 3 กระตุ้นภูมิได้ 6 เท่า หลังเว้น 6 เดือนจากเข็ม 2 ถ้าฉีดซิโนแวค 2 เข็ม ประมาณ 3-4 เดือน ควรได้บูสเตอร์โดสและเป็นแพลตฟอร์มอื่น จะเป็นแอสตร้าฯ &amp;nbsp;หรือเอ็มอาร์เอ็นเอก็ได้ เราให้ศิริราช, จุฬาฯ ศึกษาเข็ม 3 &amp;nbsp;ตัวไหนเหมาะดีที่สุด อีกเดือนจะรู้ผล ซึ่งเราเป็นประเทศแรกที่จะกำหนดเป็นไกด์ไลน์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.อุดมกล่าวด้วยว่า ในอนาคตเอ็มอาร์เอ็นเอจะเป็นวัคซีนหลักแน่นอน ซึ่ง ศบค.ชุดใหญ่ก็ผ่านแล้ว เลือกไฟเซอร์ให้เป็นวัคซีนราชการ หมายถึงฉีดให้ประชาชนฟรี &amp;nbsp; แต่การที่เราสั่งไฟเซอร์แล้วยังไม่มาทันทีเพราะแย่งกันมาก อย่างไต้หวัน, สิงคโปร์ที่ฉีดไปก่อนเราก็ยังได้ไม่ครบเลย ไฟเซอร์เร็วสุดน่าจะได้ประมาณเดือน ต.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามแทนนายกฯ กรณีกลุ่มคณะแพทย์เตรียมยื่นรายชื่อ 2,200 รายชื่อเรียกร้องให้เปลี่ยนวัคซีนหลักของประเทศเป็นชนิด &amp;nbsp;mRNA ว่า ใน ครม.ได้พูดคุยในเรื่องดังกล่าว โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมในการจัดหาวัคซีนเข้ามาให้ประชาชน ซึ่งปัจจุบันเรามีวัคซีนหลายแพลตฟอร์ม ทั้งวัคซีนเชื้อตายที่ส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน ทั้งซิโนแวคและซิโนฟาร์ม นอกจากนั้นก็ยังมีวัคซีนที่เป็นเทคโนโลยีไวรัลเวกเตอร์ คือแอสตร้าเซนเนก้า และเทคโนโลยี mRNA วันนี้ก็ได้พิจารณาเห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการลงนามสัญญาไฟเซอร์ 20 &amp;nbsp;ล้านโดส และจำนวนวัคซีนบางส่วนที่ได้รับบริจาคมาจากสหรัฐอเมริกาด้วย ถือว่าเรามีถึง 3 แพลตฟอร์ม หวังว่าประชาชนจะมีความมั่นใจเกี่ยวกับวัคซีนที่มีอยู่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108872</URL_LINK>
                <HASHTAG>10.9 ล้านโดส, ครม., วัคซีนซิโนแวค, วิษณุ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมออุดม, โมเดอร์นา, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210626/image_big_60d730281a790.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2019 19:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2019 19:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะทางรอดอุดมศึกษาไม่ล่มสลาย มหา&#039;ลัยปรับตัว-ตอบโจทย์สังคมและอุตสาหกรรม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - สาขาวิชาอุดมศึกษา ภาควิชานโยบาย การจัดการและความเป็นผู้นำทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดเสวนาวิชาการอุดมศึกษาเรื่อง &amp;ldquo;ความล่มสลายของอุดมศึกษาในยุคของการเปลี่ยนผ่าน(Higher education in the age of disruption)&amp;quot; เพื่อเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการระดับอุดมศึกษาเมื่อเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนผ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า ตอนนี้โลกเปลี่ยนเร็วมาก และทุกอย่างก็มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ตลาดแรงงาน ซึ่งถ้าอุดมศึกษาไม่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม ประเทศและโลก จะทำให้ประเทศไทยติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง ทั้งนี้ แนวโน้มใหญ่ของโลกในศตวรรษที่ 21 ต้องปรับตัวสู่ Data-Driven Economy และเป็นสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ยุคโลกาภิวัฒน์ การปรับนโยบายและเส้นทางการผลิตไปสู่ภาคส่วนที่เป็นการเพิ่มมูลค่าของทรัพยากร และการขับเคลื่อนที่มุ่งเน้นด้านผลิตภัณฑ์และการบริการที่อาศัยองค์ความรู้และนวัตกรรม ทั้งโลกมุ่งการสร้างนวัตกรรม มูลค่าเพิ่ม ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; คุณภาพการเรียนรู้ในยุค 4.0 จะต้องเป็นการเรียนรู้อย่างมีเป้าหมาย เน้นการใช้ความรู้สร้างนวัตกรรม โดยการเรียนรู้ต้องยึดตัวผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การเรียนเพื่อตอบโจทย์เฉพาะบุคคล การเรียนที่เกิดจากความอยากรู้ อยากทำและอยากเป็น เป็นเชื้อให้ไปคิดต่อ การถามคือการสอน และเรียนเพื่อใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันและการทำงาน ฉะนั้น อุดมศึกษาต้องเปลี่ยนแปลงให้เท่าทันและต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ &amp;quot; รมช.ศธ. กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า ตอนนี้อุดมศึกษาไทยไม่ถึงขั้นล่มสลาย แต่เป็นการปั่นป่วน ซึ่งมหาวิทยาลัยต้องเตรียมตัวเพื่อรองรับการปั่นป่วนที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะกระบวนการสอนที่ต้องเปลี่ยนเป็นการเรียนรู้ ดังนั้น ครูอาจารย์มีความสำคัญต้องเปลี่ยนแปลงตามด้วย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้คู่แข่งมหาวิทยาลัยไม่ใช่มหาวิทยาลัยด้วยกัน แต่เป็นหลักสูตรออนไลน์ ตลาดของมหาวิทยาลัยจึงไม่ได้จำกัดเฉพาะเด็กไทยแต่เป็นตลาดระดับโลก ต้องรับเด็กจากทั่วโลก &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยจะอยู่รอดและเจริญก้าวหน้าต้องทำ 3 ประเด็นหลักให้ครบ คือ 1.ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม อุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ &amp;nbsp;2.ความรวดเร็ว ตอนนี้ประเทศต้องการเทคโนโลยี และเด็กอยากเรียนรู้อย่างเร็ว มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับความต้องการเหล่านี้ และ 3.ต้องสร้างผลกระทบให้เกิดขึ้น สร้างมูลค่าและเกิดผลที่ออกมาเป็นรูปธรรมชัดเจน &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับจุฬาฯ มีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการสอนเป็นกระบวนการเรียนรู้ ,มหาวิทยาลัยจะเป็นคนกลางในการนำความรู้จากหนังสือมาเล่าให้เด็กฟังไม่ได้ ต้องสร้างคุณค่าในการเรียนรู้ และจากที่เน้นผลลัพธ์ต้องเปลี่ยนเป็นเน้นกระบวนการ รวมถึงใช้การบริหารงานนำกฎระเบียบต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า โลกตอนนี้ไม่ใช่คนจบปริญญาสาขาอะไรแล้วต้องทำงานสิ่งนั้น ตอนนี้เป็นปรากฎการณ์ I don&amp;#39;t care จบสาขาหนึ่งทำอีกอาชีพได้ อีกทั้งโลกเข้าสู่ยุคของการทำลาย แต่เพื่อการเกิดใหม่ ปัจจุบันมีหลายอาชีพที่กำลังจะหายไป เช่น นักการธนาคาร นักกฎหมาย รวมทั้งมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วโลกปิดตัว แต่เกิดอาชีพใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยี รวมถึงจำนวนผู้เรียนลดลง จากตัวเลขผู้สมัคร TCAS ปี 2562 พบว่า มีคนลงทะเบียนแล้ว เพียง 269,000 คน ขณะที่คุณค่าของปริญญาบัตรก็ลดลง มหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลก เปิดหลักสูตรออนไลน์ให้คนเรียนฟรี ดังนั้น มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวอย่างแรง จะค่อยๆ เปลี่ยนคงไม่ทันโลก และไม่ใช่คู่แข่งกันเอง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32388</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความล่มสลายของอุดมศึกษาในยุคของการเปลี่ยนผ่าน, จุฬาฯ, ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์, สกอ., สุชัชวีร์  สุวรรณสวัสดิ์, หมออุดม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190327/image_big_5c9b530641d3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2026 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2018 19:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมออุดม&#039;ชี้เกณฑ์ขอตำแหน่งอ.มหา&#039;ลัยควรยืดหยุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;หมออุดม&amp;rdquo; เร่งไขก๊อกปัญหาอุดมศึกษา ชี้เกณฑ์ขอตำแหน่งวิชาการอาจารย์มหาวิทยาลัยควรทบทวนให้ยืดหยุ่นขึ้น &amp;nbsp;ย้ำต้องเปิดกว้างรวมจัดการศึกษาผ่านออนไลน์ &amp;nbsp;มั่นใจกระทรวงอุดมฯ จะขับเคลื่อนมหา&amp;#39;ลัยไทยเข้มแข็ง คำนึงถึงความหลากหลาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ก.พ.นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่มีนักวิชาการเสนอให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือมหาวิทยาลัยแก้ไขปัญหาต่างๆ นั้น ขณะนี้การแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำของเงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งน้อยกว่าครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร้อยละ 8 อยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนเรื่องเงื่อนไขการขอตำแหน่งผลงานทางวิชาการที่แข็งเกินไปนั้น เรื่องนี้เป็นอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ซึ่งกรรมการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก ตนเข้าใจว่า ทางกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเองคงมีเหตุในการดำเนินการเพื่อความเข้มข้นและเป็นมาตรฐาน&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้ &amp;nbsp;แต่ตนคิดว่า กฏเกณฑ์ที่ใช้ในปัจจุบันนั้นมีความตายตัวเกินไป ไม่ยืดหยุ่น คิดว่าอาจจะต้องมีการพิจารณาทบทวนเพื่อจะช่วยกันผลักดันอุดมศึกษาไปข้างหน้า รวมทั้งจะต้องมีการเปิดกว้างเรื่องประเภทของผลงานทางวิชาการ เช่น การจัดการศึกษาผ่านระบบออนไลน์ เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อุดม กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการสนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาอาจารย์นั้น รัฐบาลมีการสนับสนุนอยู่แล้ว&amp;nbsp;


สล็อต789&amp;nbsp; และได้มีเพิ่มเติมในส่วนของโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ด้วย อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่า มหาวิทยาลัยจะต้องปรับตัวและวางแผนในการพัฒนาบุคลากร เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะด้านเทคโนโลยีหรือด้านอื่นๆ รวมถึงอาจารย์จะต้องมองด้วยว่า ควรพัฒนาตัวเองในจุดไหนให้รองรับความเปลี่ยนแปลง เพื่อที่จะผลิตบัณฑิตให้มีศักยภาพรอบด้านและเท่าทันสถานการณ์ของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ผมเชื่อว่า&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย เมื่อกระทรวงการอุดมศึกษาเกิดขึ้นจะเข้ามามีบทบาทในหลายเรื่องของอุดมศึกษาไทย เพราะเราได้กำหนดบทบาทไว้ในร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ.... เช่น เรื่องการวางแผนผลิตกำลังคน เรื่องการให้วิจัยเป็นหน้าที่หลักของมหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งจะทำให้อุดมศึกษามีความเข้มแข็งและขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน โดยคำนึงถึงความหลากหลากของมหาวิทยาลัย ไม่ใช่การตัดเสื้อตัวเดียวให้ทุกคนใส่อีกต่อไป&amp;rdquo; รมช.ศธ.กล่าว&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2452</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการอุดมศึกษา, หมออุดม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a784fb9ece72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
