<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 22:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่านโดยพลัน! &#039;หมอแก้ว&#039; สรุปเหตุการณ์สำคัญ 500 วันกับโรคติดเชื้อโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.64 -นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;หมอแก้ว ผลิพัฒน์&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้ 500&amp;nbsp;วันกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 การวิ่งมาราธอนที่คนไทยทุกคนต้องวิ่งไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากวันที่ 31&amp;nbsp;ธันวาคม 2562&amp;nbsp;(นับเป็นวันที่ 0 หรือ Day 0) ซึ่งเป็นวันที่เราเริ่มได้ยินข่าวว่ามีโรคอะรูก็ไม่ไร้ (อะไรก็ไม่รู้) เกิดขึ้นที่เมืองอู่ฮั่น มาถึงวันนี้นับได้ 500&amp;nbsp;วันพอดี ประเทศไทยเราได้ผ่านเรื่องราวต่างๆ มามากมาย ขอใช้โอกาสครบรอบ 500 วัน สรุปเหตุการณ์ที่ผมคิดว่าสำคัญที่เกิดขึ้น เพื่อให้หลายท่านได้ทบทวนและเรียนรู้กันพอสังเขปแล้วกันครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธันวาคม 2562 จีนรายงานการพบผู้ป่วยปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุเป็นกลุ่มก้อน ต่อองค์การอนามัยโลก โดยพบผู้ป่วยแล้ว 27 คน ทั้ง 27 คน มีประวัติเกี่ยวข้องกับ Wuhan Huanan Seafood Market และระบุว่าไม่มีการแพร่โรคจากคนสู่คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มกราคม 2563&amp;nbsp;ได้แจ้งคำสั่งในเริ่มดำเนินการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินของกรมควบคุมโรคสำหรับโรคปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ และได้แต่งตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ ท่ามกลางเสียงบ่นเล็กน้อยๆ ของพวกน้องๆ ที่รู้ว่าต้องเร่ิมมาทำงานกันในวันเสาร์อาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มกราคม - มีข่าวว่าเชื้อก่อโรคคือ bat SARS-like coronavirus&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มกราคม &amp;nbsp;- พบผู้ป่วยสงสัยเป็นผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ผลการตรวจเบื้องต้นพบการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ที่ไม่สามารถระบุสายพันธุ์ได้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มกราคม - ห้องปฏิบัติการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตรวจพบเชื้อ bat SARS-like coronavirus ในผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มกราคม - จีนเปิดตัวเชื้อก่อโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มกราคม - ไทยรายงานการพบผู้ป่วยรายแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มกราคม &amp;ndash; ทางการจีนประกาศว่าโรคโควิด 19 สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มกราคม - จีนเริ่มมาตรการล็อกดาวน์เมือง Wuhan ห้ามประชาชนออกจากบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มกราคม - รัฐบาลได้ยกระดับให้ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ติดตามและประเมินสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มกราคม - องค์การอนามัยโลกประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มกราคม - รายงานผู้ป่วยคนไทยติดเชื้อในประเทศเป็นรายแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 กุมภาพันธ์ - รับคนไทย 138 คนจากเมืองอู่ฮั่นกลับประเทศไทย โดยได้รับตัวไว้สังเกตอาการในสถานที่รัฐจัดให้เป็นเวลา 14 วัน พบผู้ติดเชื้อ 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 กุมภาพันธ์ - ญี่ปุ่นบริจาค Favipiravir ให้ประเทศไทยจำนวน 200 เม็ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 กุมภาพันธ์ - ยา Favipiravir ล็อตแรก 5,000 เม็ดส่งถึงกรมควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 กุมภาพันธ์ - ยา Remdesivir ล็อตแรกส่งถึงกรมควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 กุมภาพันธ์ - คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นโรคติดต่ออันตราย และประเทศไทยรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เสียชีวิตเป็นรายแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มีนาคม - มีข่าวแรงงานไทยในประเทศเกาหลีใต้เดินทางกลับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มีนาคม - ประกาศพื้นที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6, 8 มีนาคม - รายการมวยที่สนามมวยลุมพินี และสนามมวยราชดำเนิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มีนาคม - สำนักนายกรัฐมนตรีออกคำสั่งจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มีนาคม &amp;ndash; ผู้มีชื่อเสียงที่ทำหน้าที่พิธีกรในสนามมวยประกาศตัวว่าติดเชื้อโควิด 19
13 มีนาคม - สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ประกาศขอให้คนไทยที่เข้าร่วมงานดาวะห์ และผู้ติดตามใกล้ชิดเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวไปพบแพทย์ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มีนาคม - คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการเร่งด่วน และให้ปิดมหาวิทยาลัย โรงเรียนนาชาติ สถาบันกวดวิชา ผับ สถานบันเทิง สถานบริการ นวดแผนโบราณและโรงมหรสพ ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล และงดการจัดกิจกรรมรวมคนจำนวนมากที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มีนาคม - ผู้ว่าฯ กทม. ประกาศกิจการและสถานที่เสี่ยงบางประเภททั่วกรุงเทพฯ เป็นเวลา 22 วัน ทำให้ผู้คนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก และพบการรายงานผู้ป่วยในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นเป็นช่วงสั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มีนาคม - รายงานผู้ป่วยยืนยันสูงสุดของการระบาดในระลอกแรก จำนวน 188 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มีนาคม - ประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดยให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 มีนาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มีนาคม &amp;ndash; ประกาศให้สิทธิการรับบริการสาธารณสุขกรณีโรคโควิด 19 อยู่ในขอบเขตบริการสาธารณสุขตาม พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เมษายน - ประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานทั่วราชอาณาจักร (เคอร์ฟิว) และสั่งห้ามไม่ให้คนต่างชาติและคนไทยเดินทางเข้าประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เมษายน - สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศ ห้ามเครื่องบินทุกประเทศและผู้โดยสารเข้าประเทศไทย 3 วัน และได้ห้ามต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เมษายน - คณะรัฐมนตรีมีมติเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1/2563 เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 63 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เมษายน - กระทรวงวัฒนธรรมออกประกาศห้ามจัดงานสงกรานต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เมษายน - กรุงเทพมหานคร และหลายจังหวัดเริ่มประกาศห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอด 24 ชั่วโมง ในวันเดียวกันกระทรวงสาธารณสุขรายงานจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ 54 คน และหลังจากวันที่ 9 เมษายนเป็นต้นมา จำนวนผู้ป่วยรายใหม่มีจำนวนน้อยกว่า 100 คนมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เมษายน - ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศไทย ได้พิจารณาออกคำสั่งปิดร้านค้าและสถานประกอบการจำหน่ายสุราเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18-20 เมษายน - เริ่มเกิดกระแสสังคมเกี่ยวกับผู้มีจิตอาสาแจกสิ่งของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เมษายน - บางจังหวัดในไทย (นครราชสีมา น่าน) เริ่มผ่อนปรนมาตรการ ปลดล็อคสถานที่ ธุรกิจบางประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เมษายน - รายงานผู้ป่วยเป็นเลขหลักเดียว (9 ราย) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดในเดือนมีนาคมเป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พฤษภาคม - เริ่มมาตรการผ่อนปรน โดยเริ่มจากกิจการที่มีความเสี่ยงต่ำก่อน และประเมินทุก ๒ สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พฤษภาคม - ไทยไม่พบผู้ป่วย (0 ราย) ในรอบเกือบ 4 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พฤษภาคม - เริ่มมาตรการผ่อนปรน หรือมาตรการคลายล็อกระยะที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พฤษภาคม - รายงานผู้ติดเชื้อในประเทศคนสุดท้ายของการระบาดระลอกที่ 1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิถุนายน - เกิดเหตุการณ์ประชาชน ออกไปเที่ยวหาดบางแสนจนล้นหาด ทำให้เทศบาลเมืองแสนสุข &amp;nbsp;ต้องออกประกาศปิดถนน และห้ามเข้าพื้นที่ชายหาดในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิถุนายน - กระทรวงคมนาคม ได้แจ้งให้หน่วยงานในสังกัดที่ให้บริการขนส่งสาธารณะทุกระบบสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ 100 % ทั้งรถโดยสารสาธารณะ (รถทัวร์) ทั่วประเทศ รถไฟทางไกลและเครื่องบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9-10 กรกฎาคม &amp;ndash; คณะผู้บัญชาการทหารบก สหรัฐอเมริกา เดินทางมาประเทศไทย และสามารถเข้ามาปฏิบัติภารกิจได้โดยไม่ต้องกักกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 กรกฎาคม - ศบค. เห็นชอบมาตรการ ผ่อนคลายผู้ไม่มีสัญชาติไทย เข้ามาในราชอาณาจักรไทย สำหรับกลุ่ม Medical Program (medical quarantine) โดยกำหนดเกณฑ์การเข้ามาและเลือกประเทศที่เสี่ยงต่ำถึงปานกลางก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 กรกฎาคม &amp;ndash; เกิดเหตุการณ์ทหารอียิปต์ติดเชื้อ ไม่ให้ความร่วมมือตรวจหาเชื้อ และยังออกนอกโรงแรมกักกันโรค ที่จังหวัดระยอง และพบว่ามีการออกไปเดินห้างสรรพสินค้า และเด็กหญิงอายุ 9 ขวบลูกสาวอุปทูตติดเชื้อและเดินทางเข้ามาพักที่คอนโดส่วนตัวใน กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 - 24 กรกฎาคม - องค์การอนามัยโลกและองค์กรเครือข่ายดำเนินการสรุปบทเรียนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของประเทศไทย และดำเนินการถ่ายทำสารคดีสะท้อนความสำเร็จในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกที่ 1 ของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 สิงหาคม &amp;ndash; เกิดกรณีที่มีชายชาวญี่ปุ่นติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หลังเดินทางกลับจากไทย เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ซึ่งการตรวจหาเชื้อของประเทศญี่ปุ่น เป็นการตรวจที่สนามบิน โดยใช้วิธี CLEIA (ChemiLuminescent Enzyme ImmunoAssay) โดยใช้ตัวอย่างน้ำลาย ซึ่งต่อมาเมื่อทำการตรวจยืนยันก็พบว่าผู้เดินทางคนดังกล่าวไม่ได้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 สิงหาคม &amp;ndash; เกิดกรณีชาวมาเลเซียติดเชื้อโควิด 19 หลังเดินทางกลับจากไทย ในประเทศไทยได้ดำเนินการสอบสวนโรคและติดตามผู้สัมผัส พบว่าผู้สัมผัสทุกรายไม่มีผู้ใดติดเชื้อ  15 กันยายน - ครม. อนุมัติหลักการแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist VISA (STV) ให้คนต่างด้าวที่มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ที่กำหนด ในขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานและ ศบค. อนุมัติให้จังหวัดจันทบุรีเป็นจังหวัดนำร่องเปิดรับแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานเพื่อแก้ปัญหาความต้องการแรงงาน และอนุญาตแรงงานกัมพูชาเป็นชุดแรกจำนวน 500 ราย ผ่านจุดผ่านแดนถาวรหมู่บ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 กันยายน - ศบค. มีมติอนุญาตบุคคล 6 กลุ่ม เดินทางเข้าไทย เช่น นักกีฬาต่างชาติที่จะเข้ามาแข่งขันกีฬาจักรยานทางไกล นักบินและลูกเรือ ผู้ที่ถือวีซ่าประเภทอยู่ชั่วคราวประเภทต่างๆ ผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยวสำหรับกลุ่ม long stay &amp;nbsp; ผู้ถือบัตร APEC Card เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ตุลาคม - มีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ที่สำคัญคือมีท่านปลัดกระทรวง อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมอนามัย และอธิบดีกรมสุขภาพจิต ท่านใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ตุลาคม - กรมควบคุมโรค เริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับการระบาดระลอกใหม่อย่างจริงจัง ด้วยการยกระดับและปรับปรุงสมรรถนะด้านต่างๆ ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ทั้งการปรับปรุงแนวทางการควบคุมโรค การจัดสถานกักกันเพิ่มเติม การวางระบบเฝ้าระวังและตรวจจับในหลายระดับ การเพิ่มจำนวนหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรค 3 เท่าจากที่มีอยู่ 1,000 ทีม การเตรียมความพร้อมระบบบัญชาการเหตุการณ์ทุกการขยายศักยภาพด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ตุลาคม - เริ่มพบผู้ติดเชื้อโควิดที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ตุลาคม - กระทรวงสาธารณสุข สยามไบโอไซเอนซ์ เอสซีจี ประกาศความร่วมมือกับแอสตราเซเนกา และมหาวิทยาอ๊อกฟอร์ดผลิตวัคซีนโควิด-19 เป็นชาติแรกในอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ตุลาคม - ผู้ว่าราชการจังหวัดตากประกาศปิดกิจการที่มีความเสี่ยง จำกัดการเดินทางเข้าออกพื้นที่เสี่ยง เพิ่มความเข้มงวดมาตรการป้องกันควบคุมโรค ปิดด่านขนส่งสินค้า และเข้มงวดป้องกันการเดินทางเข้าออกผ่านทางช่องทางธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ตุลาคม - พบผู้ติดโรคโควิด 19 ในประเทศไทย เป็นนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส วัย 57 ปี ซึ่งได้รับการกักตัวครบ 14 วันในสถานกักกันทางเลือกแล้ว คาดว่าอาจจะเป็นการติดเชื้อระหว่างที่กักกันตัวอยู่ในสถานที่กักกันทางเลือก ซึ่งนำไปสู่การเข้มงวดวิธีปฏิบัติในสถานกักกันทางเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ตุลาคม - สถานการณ์การระบาดที่แม่สอดเริ่มดีขึ้น จังหวัดตากจึงเริ่มมาตรการผ่อนคลาย และให้สามารถกลับมาเปิดด่านแม่สอดได้ภายใต้เงื่อนไขการดำเนินมาตรการป้องกันการติดเชื้อที่เคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ตุลาคม - พบแรงงานเมียนมาเข้าเมืองผิดกฎหมายผ่านทางชายแดนไทย-มาเลเซียติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่พัทลุง 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พฤศจิกายน - กระทรวงสาธารณสุข มีแผนที่จะเริ่มนำร่องการกักตัว 10 วันในกลุ่มประเทศเสี่ยงต่ำหรือใกล้เคียงกับประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พฤศจิกายน - พบผู้ติดเชื้อในประเทศ 1 ราย อาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เพศชาย สัญชาติฮังการี อายุ 53 ปี อาชีพนักการทูต มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันที่เป็นชาวต่างชาติเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ที่โรงแรมสถานกักกันทางเลือก (ASQ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พฤศจิกายน &amp;ndash; ครม. มีมติเห็นชอบและอนุมัติงบประมาณ 6,049,723,117 บาท เพื่อจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับประชาชนไทยโดยการจองล่วงหน้า และการจัดซื้อวัคซีนกับบริษัท AstraZeneca (Thailand) จำกัด และบริษัท AstraZeneca UK จำนวนวัคซีน 26 ล้านโด๊ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พฤศจิกายน - พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ หญิงวัย 29 ปี จังหวัดเชียงใหม่ ว่า จากการสอบสวนทราบว่าได้เดินทางกลับจากทำงานที่ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา &amp;nbsp;และลักลอบเดินทางเข้าไทยผ่านทาง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หลังจากนั้น ยังคงพบผู้ติดเชื้อเดินทางข้ามมาจากฝั่งท่าขี้เหล็กอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งทางการจัดช่องทางพิเศษให้ผู้เดินทางเข้าพักสังเกตอาการที่ local quarantine จำนวนผู้ติดเชื้อที่ลักลอบเข้าประเทศจึงค่อยๆ ลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธันวาคม &amp;ndash; ครม. มีมติอนุมัติผ่อนปรนให้ต่างด้าวที่เป็นนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (Special Tourist Visa, STV) สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้โดยไม่จำกัดประเทศ แต่ยังคงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข การขอวีซ่า พร้อมแจ้งสถานที่พำนักในไทยให้ชัดเจน และยินยอมที่จะกักตัวเป็นเวลา 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธันวาคม &amp;ndash; พบผู้ติดเชื้อรายแรกในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งจากการสอบสวนโรคในระยะต่อมาพบว่าได้มีการเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่เกิดขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้วในสมุทรสาคร การระบาดระลอกใหม่นี้ได้ส่งผลกระทบต่อจังหวัดที่มีผู้เดินทางเข้ามายังสมุทรสาครอย่างกว้างขวาง การแพร่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธันวาคม &amp;ndash; พบผู้ติดเชื้อยืนยันเป็นจำนวนมากจากการค้นหาผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมที่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดกลางกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อสูงถึงร้อยละ 43 ของจำนวนตัวอย่างที่ตรวจทั้งหมด และในวันเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครได้ประกาศปิดตลาดกลางกุ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธันวาคม &amp;ndash; พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนหลักร้อยในรอบหลายเดือน โดยได้รายงานผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 576 ราย แบ่งเป็นแรงงานต่างด้าว 516 ราย ติดเชื้อในประเทศ 19 ราย เป็นผู้ติดเชื้อที่อยู่ในสถานที่กักกันแห่งรัฐ 41 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธันวาคม - กระทรวงสาธารณสุขเปิดโรงพยาบาลสนาม บริเวณตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร โดยเริ่มเปิดให้บริการจำนวน 30 เตียง และสามารถขยายศักยภาพให้สามารถมีจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยได้สูงสุด 100 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ธันวาคม - สมุทรสาครเริ่มปฏิบัติการตรวจเชิงรุกเพื่อประเมินสถานการณ์ และควบคุมโรคโรค โดยตั้งเป้าที่จะตรวจโรงงานขนาดใหญ่ให้ได้ทุกแห่งภายใน ๒ สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธันวาคม - จังหวัดสมุทรสาครเปิดโรงพยาบาลสนามแห่งแรก ภายในวันโกรกกราก
&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;เริ่มต้นปี 2564&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;
4 มกราคม - จังหวัดสมุทราสาครเปิดโรงพยาบาลสนามแห่งที่ ๒ สนามกีฬา อบจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มกราคม - อำเภอแม่สอดพบคนไทยติดโควิด 17 คน จาก 40 คน โดยคนไทยทั้ง 40 คนเป็นผู้เดินทางข้ามมาจากเมียนมา และเข้าสู่สถานที่กักกันภายในอำเภอแม่สอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มกราคม ถึง 3 กุมภาพันธ์ - ช่วงเวลา 10 วันที่สมุทรสาครรายงานผู้ป่วยอย่างน้อย 733 คน
3 กุมภาพันธ์ - จังหวัดสมุทรสาครเริ่มดำเนินการควบคุมการระบาดและการจำกัดการแพร่ระบาดในโรงงานขนาดใหญ่ ๙ แห่ง โดยมีแผนจะปิดกั้นไม่ให้แรงงานของบริษัทออกมาปะปนกับประชาชนภายนอกเป็นเวลาอย่างน้อย ๔ สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 กุมภาพันธ์ - พบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในตลาดพรพัฒน์ ปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 กุมภาพันธ์ - &amp;nbsp;นักท่องเที่ยวจากยุโรปกลุ่มแรก 59 คน เดินทางถึง จ.ภูเก็ต พร้อมตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้ากักตัวใน Villa Quarantine ที่โรงแรมศรีพันวา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งให้กักตัวเป็นเวลา 14 วัน ภายใต้มาตรการสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 กุมภาพันธ์ &amp;ndash; วัคซีนซิโนแว็ค 200,000 โด๊สแรก ขนส่งถึงประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 กุมภาพันธ์ &amp;ndash; ประเทศไทยเริ่มการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับกลุ่มเป้าหมายจำนวน 254 คน ที่สถาบันบำราศนราดูร 95 คน และที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร 159 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มีนาคม &amp;ndash; กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ สมุทรปราการ จังหวัดสุราษฎร์ธานีเริ่มการฉีดวัคซีนเข็มแรกของจังหวัด ในขณะที่จังหวัดสมุทรสาครมีคำสั่งปิดศูนย์ห่วงใยคนสาครแห่งที่ 3 โครงการวัฒนาแฟคตอรี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มีนาคม - ครม. อนุมัติงบประมาณ 6,387,285,900 บาทเพื่อจัดซื้อวัคซีนโควิด 19 จำนวน 35 ล้านโด๊ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มีนาคม &amp;ndash; จังหวัดสมุทรสาครออกคำสั่งเรื่อง ผ่อนปรนมาตรการคุมโควิด-19 โดยลดระดับจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มีนาคม &amp;ndash; วัคซีนบริษัทแอสตราเซเนกาส่งถึงไทย จำนวน 117,000 โดส ในขณะที่จังหวัดสมุทรสาครทำการเปิดศูนย์ห่วงใหญ่คนสาคร แห่งที่ 10 ร่วมกับสภาอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มีนาคม &amp;ndash; นายกรัฐมนตรีเลื่อนฉีดวัคซีน เนื่องจากมีกระแสข่าวกระทรวงสาธารณสุขเดนมาร์กประกาศระงับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตราเซเนกาเป็นการชั่วคราว หลังมีรายงานกรณีการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในผู้ที่ได้รับวัคซีนบางราย ในวันเดียวกัน ในกรุงเทพมหานครได้มีการตรวจพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในตลาดบางแค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มีนาคม &amp;ndash; นายกรัฐมนตรีได้รับการฉีดวัคซีนของบริษัทแอสตราเซเนกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มีนาคม &amp;ndash; อนุมัติและเริ่มฉีดวัคซีนฉุกเฉินในกลุ่มเสี่ยงที่มีความเกี่ยวข้องกับ Cluster บางแค โดยได้มีการเตรียมวัคซีนรองรับไว้ 6,000 โด๊ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เมษายน - สำนักอนามัย &amp;nbsp;กทม. เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 13 คน ที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านทองหล่อ 3 แห่ง ได้แก่ Krystal Club, ลาบลาบาร์ และเบียร์เฮ้าส์ย่านทองหล่อ-เอกมัย นับเป็นการระบาดระลอกที่ ๓ ของประเทศไทย ซึ่งการแพร่ระบาดก่อนช่วงสงกรานต์ ซึ่งต่อมาได้ก่อให้เกิดการระบาดแพร่กระจายไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว และยังคงมีสถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรงจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เมษายน - เริ่มพบการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนในชุมชนคลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เมษายน - กระทรวงสาธารณสุขเปิดศูนย์แรกรับส่งผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาคารนิมิตบุตร เพื่อช่วย กทม ในการจัดการผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พฤษภาคม - เริ่มฉีดวัคซีนเพื่อหวังผลในการควบคุมโรคในชุมชนคลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พฤษภาคม - วันที่ 500 - Day 500 - นายกรัฐมนตรีเปิดโรงพยาบาลสนามขนาด 5,200 เตียง ภายในอาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง
&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;.
500 วันผ่านไปแล้ว สถานการณ์เดินมาจนถึงวันนี้ วันที่สถานการณ์การระบาดในประเทศไทยถือได้ว่า อยู่ในระดับที่ &amp;ldquo;รุนแรงที่สุด&amp;rdquo; เท่าที่เราเผชิญมา ผมคิดว่า ถึงเวลาแล้วครับที่ทุกคนจะต้องลุกขึ้นสู้กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่
&amp;hellip;..
ตอนที่ไฟไหม้ เราควรจะเร่งรีบดับไฟ ไม่ใช่ไปยืนด่าไฟที่กำลังไหม้&amp;nbsp; หรือกล่าวโทษใครบางคนหรืออะไรบางอย่างที่เราคิดไปเองว่าอาจจะทำให้เกิดไฟไหม้&amp;nbsp; หากการทะเลาะกัน ทำให้การดับไฟทำได้ช้าลง&amp;nbsp; หยุดทะเลาะกันแล้วหันมาร่วมมือกันดับไฟก่อนดีกว่ามั้ยครับ น้ำลายดับไฟไม่ได้ครับ หยุดพูดแล้วเริ่มลงมือทำ&amp;nbsp;บางคนอาจต้องวางมือจากสิ่งที่กำลังจดจ่ออยู่ตรงหน้า มาช่วยกันดับไฟก่อนเถอะครับ ละทิ้งตัวตน ละทิ้งอัตตา แล้วมาช่วยกัน
&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;.
จริงๆ แล้วคนไทยทุกคนกำลังอยู่ในช่วงสงคราม และเราก็มีศัตรูตัวเดียวกัน&amp;nbsp; แม้บางคนอาจจะหลงลืมความจริงข้อนี้ไปชั่วขณะ แทนที่จะจัดการศัตรู กลับหันไปส่งเสริมศัตรู-หยุดเถอะครับ จะทำอย่างไรจึงจะจัดการกับศัตรูได้ มาถึงวันนี้ แทบไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้ครับ เหลือแค่ลงมือทำ เริ่มที่ตัวเรา ทำในส่วนที่เราทำได้ ทำให้ดีที่สุด จากนั้น จึงเริ่มสนับสนุนคนอื่นที่กำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ถึงเวลาต้องรวมใจเป็นหนึ่ง ถึงเวลาที่เราต้องรวมแรงร่วมใจกันอีกครั้งครับ
&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;.
ผมมั่นใจเสมอว่าถ้าเราสามัคคีกัน ช่วยกันจริงๆ #เราจะชนะไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102952</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, หมอแก้ว, หมอแก้ว ผลิพัฒน์, โควิด19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea81f78637cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอแก้ว&#039;วอนบางคนอย่าเอาแต่บ่น! ยกย่องทีมปราบโควิดสมุทรสาคร&#039;วีรบุรุษนิรนาม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.64-นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ &amp;nbsp;รักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติงานหรือบริหารจัดการ (CEO) ในเขตสุขภาพที่ 5 (เขตตรวจราชการที่ 2, 3และ 4) ประกอบด้วย 8 จังหวัด คือ จังหวัดนครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;หมอแก้ว ผลิพัฒน์&amp;quot; &amp;nbsp;ถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่สมุทรสาครว่าน้ำเอยน้ำใจ ของใครให้มา
.
ในขณะที่ใครบางคนรอคอยว่าเมื่อไหร่สถานการณ์ในสมุทรสาครจะดีขึ้น
บางคนออกมาบ่น&amp;nbsp;
บางคนออกมาวิจารณ์
บางคนออกมาขู่ สร้างภาพให้คนกลัว
บางคนออกมาตั้งคำถามว่าทำไมไม่ทำโน่นนี่นั่น
คนเหล่านี้บางคนได้รับชื่อเสียง
ได้รับความสนใจ
จากการที่ออกมาบ่น ออกมาวิจารณ์ ออกมาตั้งคำถาม
แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นแต่อย่างไร
.
แต่ก็มีบางคน
ที่ไม่รอ ไม่วิจารณ์ ไม่ตั้งคำถาม
เขาเหล่านั้นอาสาเข้ามาช่วย
เข้ามาเป็นมดงานภาคสนาม
เข้ามาเป็นแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลสนาม
เข้ามาช่วยจัดการโรงพยาบาลสนาม
เข้ามาช่วยสอบสวนโรค
เข้ามาช่วยเก็บตัวอย่าง
เข้ามาช่วยบันทึกเหตุการณ์
เข้ามาเป็นล่ามช่วยแปลภาษา
เข้ามาช่วยเก็บข้อมูล
เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล
เข้ามาร่วมวางแผนกับคนในสนาม (ไม่ใช่มองมาจากหอคอย)
บ้างก็เข้ามาสนับสนุนอุปกรณ์การทำงาน
และอีกมากมาย
เข้ามาโดยไม่ต้องร้องขอ
.
เพื่อให้เราเหล่าคนทำงานในพื้นที่ทำงานง่ายขึ้น
เพื่อเข้ามาแบ่งเบาภาระให้คนทำงานในพื้นที่ ให้คนทำงานในพื้นที่ได้พักบ้าง
เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น
เพื่อคนสมุทรสาคร
เพื่อคนไทยทุกคน
.
เข้ามาทำงานไม่ได้สะดวกสบายหรอกครับ
เข้ามาก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับระบบ
เข้ามาก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม
เข้ามาก็มีความเสี่ยง
เข้ามาก็เหนื่อย
แต่ก็ยังเข้ามา
.
คนเหล่านี้ล้วนไม่มีชื่อ
จบงานไปก็ไม่มีใครรู้จัก
เหล่านี้คือวีรบุรุษนิรนาม
เหล่านี้คือมดงานนิรนาม
เหล่านี้คือแรงใจ
เหล่านี้คือมิตร.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89883</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, รองอธิบดีกรมควบคุมโรค, สมุทรสาคร, หมอแก้ว ผลิพัฒน์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_6000f097c8dd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
