<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศราชกิจจาฯ คำพิพากษาศาลฎีกาฯให้ทรัพย์สินของ&#039;หมอโด่ง&#039;มูลค่า 896,554,176.28  บาทตกเป็นของแผ่นดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.62 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง ขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการสูงสุด ผู้ร้อง พันตรี วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ ผู้ถูกกล่าวหา&amp;nbsp;อ่านทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.นพ.วีระวุฒิ หรือ &amp;#39;หมอโด่ง&amp;#39; ตกเป็นจำเลยคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) โดยทุจริตด้วย แต่หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ถูกอนุมัติออกหมายจับไปแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีระบายข้าวจีทูจีล็อตสอง และคดีระบายมันสำปะหลัง (มันเส้น) แบบจีทูจี สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47242</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยึดทรัพย์, หมอโด่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d95c5afb7062.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2019 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2019 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาฯพิพากษาคุก 72 ปี&#039;หมอโด่ง&#039;โกงจีทูจี  คนสนิทเสี่ยเปี๋ยง 32 ปี ชดใช้เงิน 1.69 หมื่นล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.62- &amp;nbsp;ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะอ่านคำพิพากษาลับหลังรื้อฟื้นคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในส่วนของ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 3 และนายสุธี เชื่อมไธสง คนสนิทของเสี่ยเปี๋ยง นักธุรกิจค้าข้าวคนสำคัญ จำเลยที่ 16 ซึ่งหลบหนีคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้อัยการสูงสุด โจทก์ ได้ยื่นคำร้องเมื่อปี 2561 ขอให้ศาลนำคดีจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 16 ที่หลบหนีไประหว่างการพิจารณาคดีเมื่ิอปี 2558 ซึ่งศาลได้ออกหมายจับจำเลยทั้ง 2 ไว้แล้ว ขึ้นมาพิจารณาโดยไม่มีตัวจำเลย ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิ อม.) พ.ศ.2560 มาตรา 28 วรรคสอง หลังจากที่ศาลเคยมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบเป็นการชั่วคราว ซึ่งคดีดังกล่าวก็สืบเนื่องจากที่อัยการสูงสุดได้ยื่นฟ้องนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับเอกชนร่วม 28 รายในคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 และคดีหมายเลขแดง อม.178/2560 (ศาลตัดสินจำคุกนายภูมิ กับพวกรวม 18 รายไว้แล้วเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2560) ซึ่งระหว่างการพิจารณากรมการค้าต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 5 ราย ได้ยื่นคำร้องขอให้นายสุธี จำเลยที่ 16 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในการพิจารณาคดี องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฯ ทั้ง 9 คน ได้พิเคราะห์พยานหลักฐานตามทางไต่สวนและรายงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช.แล้ว เห็นว่า พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง จำเลยที่ 3 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการนายบุญทรง รมว.พาณิชย์ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ และเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการ ซึ่งจำเลยที่ 3 ยังได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว แล้วต่อมาก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการ รมว.พาณิชย์ ซึ่งมีพฤติการณ์ว่า จำเลยที่ 3 กับพวกร่วมกันวางแผน โดยแอบอ้างนำบริษัทกว่างตงฯ และบริษัทห่ายหนานฯ เข้ามาทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ตามสัญญาซื้อขายข้าวโครงการจีทูจีกับกรมการค้าต่างประเทศ โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างไม่เป็นธรรม ที่มีนายสุธี คนสนิทของเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 16 กับพวกสนับสนุนด้วยการนำบริษัทค้าข้าวภายในประเทศมาทำสัญญาซื้อข้าวโครงการจีทูจี กับกรมการค้าต่างประเทศในราคาต่ำกว่าท้องตลาด โดยไม่ได้มีการส่งออกข้าวไปยังต่างประเทศตามโครงการนั้น ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศ ถือว่าหมอโด่ง จำเลยที่ 3 ร่วมกับพวกทุจริตในการระบายข้าวโครงการจีทูจี ซึ่งศาลฎีกาฯ ได้มีคำพิพากษาจำคุกผู้ร่วมกระทำความผิดไปแล้ว ส่วนนายสุธี จำเลยที่ 16 ได้ร่วมสนับสนุนจำเลยที่ 3 กับพวกกระทำความผิดดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฯ จึงพิพากษาให้จำคุก พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง จำเลยที่ 3 รวม 4 กระทงๆ ละ 18 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 72 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 (3) ให้จำคุกไว้เป็นเวลา 50 ปี ส่วนนายสุธี จำเลยที่ 16 ให้จำคุก 4 กระทงๆ ละ 8 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 32 ปี และให้จำเลยที่ 16 ชำระค่าเสียหายในส่วนแพ่งให้กับกระทรวงการคลัง ผู้ร้องที่ 5 ด้วย เป็นเงิน 16,912,128,273.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันทำสัญญา พร้อมมีคำสั่งให้ออกหมายจับเพื่อติดตามจับกุมตัวหมอโด่ง จำเลยที่ 3 และนายสุธี จำเลยที่ 16 ที่ยังหลบหนีคดีมาบังคับคดีตามคำพิพากษาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีจีทูจีในส่วนของนายภูมิ, นายบุญทรง กับพวกนั้น ฝ่ายจำเลยที่ถูกตัดสินจำคุกตั้งแต่ 4-48 ปี ก็ได้ยื่นอุทธรณ์แล้วตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ให้สิทธิในการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ เช่นเดียวกับฝ่ายอัยการสูงสุด ก็ได้ยื่นอุทธรณ์คดีในส่วนของจำเลยกลุ่มเอกชน 8 รายที่ยกฟ้องด้วย โดยขณะนี้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก็ได้รับอุทธรณ์ไว้พิจารณาแล้ว ขณะที่นายภูมิ, นายบุญทรง กับพวกรวม 18 ราย ที่ถูกตัดสินจำคุกนั้นก็ยังไม่มีใครได้รับการประกันตัวในชั้นอุทธรณ์แต่อย่างใด ซึ่งคดียังอยู่ระหว่างรอคำฟังพิพากษาอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2562 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อม. 282/2560 ที่อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องให้ศาลพิพากษาให้ทรัพย์สินของหมอโด่ง จำนวน 896,554,760.28 บาท ตกเป็นของแผ่นดิน สืบเนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดหมอโด่งกับพวกทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกและการระบายข้าว และมีมติว่าหมอโด่งร่ำรวยผิดปกติ เมื่อหมอโด่งหลบหนีคดีไม่มาพิสูจน์ ศาลจึงฟังพยานของอัยการสูงสุดและหลักฐานของ ป.ป.ช. แล้วพิพากษาให้ยึดทรัพย์จำนวนดังกล่าวพร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37035</URL_LINK>
                <HASHTAG>72 ปี, จำคุก, ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, หมอโด่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde85757dd0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2019 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2019 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัดสินใจไม่ยาก!&#039;หมอวรงค์&#039;ยกกรณียึดทรัยพ์&#039;หมอโด่ง&#039;ชี้ช่องปชป.ร่วมรัฐบาลพปชร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.62 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม &amp;nbsp;สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กก Warong Dechgitvigrom ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัดสินใจไม่ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาให้ยึดทรัพย์ นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ หรือหมอโด่ง อดีตเลขานุการของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ จำนวน 896,554,760.28 บาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจำกันได้ หมอโด่งถือว่ามีบทบาทสูงมากในโครงการรับจำนำข้าว และหนีเป็นคนแรกๆเมื่อเรื่องนี้แดงขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ศาลแพ่งก็ได้ยึดทรัพย์เครือข่ายเสี่ยเปี๋ยงหลายคดี วงเงินรวมประมาณ 12,000 ล้านบาท ข้อหาฟอกเงินที่ทุจริตจากการระบายข้าวแบบจีทูจี ผ่านบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ฝ่ายการเมืองที่พัวพันการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ก็ได้รวมตัวกันอ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งผมได้ย้ำหลายรอบแล้วว่า นี่คือฝ่ายทุนสามานย์ที่กอดประชาธิปไตยเป็นของตนเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นอย่างนี้แล้ว ไม่น่าจะยากเลยว่าเราควรจะนำพาประเทศไปทางทิศใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ฝ่ายทุนสามานย์ที่อ้างประชาธิปไตย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36158</URL_LINK>
                <HASHTAG>Warong Dechgitvigrom, จำนำข้าว, ทจุริตจีทีจีข้าว, ยึดทรัพย์จำนำข้าว, วรงค์ เดชกิจวิกรม, วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ, หมอวรงค์, หมอโด่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c52889143edc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกาพิพากษายึดทรัพย์ยกครัว&#039;หมอโด่ง&#039;จำเลยจีทูจีข้าว มูลค่าเกือบ 900 ล้านตกเป็นของแผ่นดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.62 - ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีริบทรัพย์คดีหมายเลขดำ อม. 282/2560 พร้อมองค์คณะผู้พิพากษารวม 9 คน ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษา คดีที่อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องให้ศาลพิพากษาให้ทรัพย์สินของ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ หรือหมอโด่ง จำเลยร่วมคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ซึ่งเป็นอดีตเลขานุการของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ จำนวน 896,554,760.28 บาท ตกเป็นของแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้สืบเนื่องจากอัยการสูงสุด ผู้ร้อง ได้ยื่นคำร้องว่า พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและข้าราชการการเมืองอื่นตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ 2542 มาตรา 4, 66 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการของนายภูมิ สาระผล รมว.พาณิชย์ เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2554&amp;nbsp; และพ้นจากตำแหน่งวันที่ 18 ม.ค. 2555 ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ (ขณะนั้น) เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2555 และพ้นจากตำแหน่งวันที่ 30 มิ.ย. 2556&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2558 ชี้มูลความผิด พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหาว่า ร่วมกับนายบุญทรง อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 113 คน ทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกและการระบายข้าวอันเป็นความผิด ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ. ศ.2542, พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และร่วมกันสนับสนุนกับนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ กับพวกรวม 5 คนกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 ประกอบมาตรา 86, พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2558 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่า กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งทางการเมืองดังกล่าวนั้น ร่ำรวยผิดปกติ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 66, 75 วรรคสอง, 77 จึงให้แต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ซึ่งอนุกรรมการไต่สวนแล้ว ก็ปรากฏหลักฐานว่า ระหว่างที่ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา เป็นผู้ช่วยเลขานุการของนายภูมิ รมช.พาณิชย์ และขณะเป็นเลขานุการของายบุญทรง รมว.พาณิชย์ ได้มีทรัพย์สินเป็นเงินฝากธนาคาร, เงินลงทุนในหลักทรัพย์, ที่ดินสิ่งปลูกสร้าง และยานพาหนะ มูลค่ามากเกินกว่าฐานะและรายได้ที่ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหาแจ้งต่อกรมสรรพากร และมากกว่ารายได้ที่แสดงในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. โดย พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา ยักย้าย ถ่ายเท ซุกซ่อนนำทรัพย์สินของตน มอบให้บุคคลใกล้ชิดรวม 6 คน ครอบครองแทน ได้แก่ 1.นางชฏิมา วัจนะพุกกะ อดีตภรรยา 2.น.ส.อรชุมา วัจนะพุกกะบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 3. พล.ต.ต.วีระวัฒน์ วัจนะพุกกะ บิดาของผู้ถูกกล่าวหา 4.นางอรณี วัจนะพุกกะ มารดาของผู้ถูกกล่าวหา 5.นายสมาน ญาติมิ บิดาอดีตภรรยา 6.น.ส.ชุตินันท์ ญาติมิ หลานของอดีตภรรยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอนุกรรมการไต่สวนชั้น ป.ป.ช. ให้ผู้ถูกกล่าวหากับบุคคลดังกล่าวเข้าชี้แจง แต่ผู้ถูกกล่าวหาและบุคคลที่มีชื่อถือครองทรัพย์ฯ ไม่ชี้แจงเหตุผลใด ยกเว้นเพียง น.ส.ชุตินันท์ ที่ได้ชี้แจง แต่อนุกรรมการไต่สวน ก็เห็นว่าคำชี้แจงนั้นไม่อาจรับฟังได้ ต่อมาวันที่ 2 พ.ย. 2560 คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติเห็นชอบตามความเห็นของอนุกรรมการไต่สวนว่า พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่ำรวยผิดปกติโดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่สมควรสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ รวมมูลค่า 896,554,760.28 บาท และ อัยการสูงสุดได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ พิพากษาให้ทรัพย์สินดังกล่าวของ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหาพร้อมดอกผลนั้นตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งหากไม่สามารถบังคับคดีเอาทรัพย์สินดังกล่าวได้ทั้งหมดหรือได้แต่แค่บางส่วน ก็ขอให้บังคับเอากับทรัพย์สินอื่นของ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา ภายในอายุความ 10 ปี ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 83&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาฯ ได้ประกาศคำร้องของอัยการสูงสุดในคดีริบทรัพย์นี้ในที่เปิดเผยแล้ว พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา และผู้มีชื่อครอบครองทรัพย์สินนั้นไม่ยื่นคำคัดค้าน และไม่ประสงค์คัดค้านคำร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งวันนี้ฝ่ายอัยการสูงสุด มีผู้แทนมาร่วมฟังคำพิพากษา ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาและครอบครัวไม่มีใครมาศาล คงมีเพียงทนายความรับมอบอำนาจมาฟังคำสั่งศาลเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาฯ พิเคราะห์พยานหลักฐานตามคำร้องของอัยการสูงสุด และตามทางไต่สวนประกอบรายงานของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว เห็นว่าบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินที่ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา ยื่นไว้ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ขณะดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ รมว.พาณิชย์ และเลขานุการ รมว.พาณิชย์ ประกอบด้วยที่ดิน, รถยนต์, หลักทรัพย์ และบัญชีเงินฝากธนาคารต่างๆ ของ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา, ญาติและคนสนิทของผู้ถูกกล่าวหา มีมูลค่าสูงไม่สอดคล้องกับรายได้ที่มีอยู่ ซึ่งบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญให้เป็นภาระของ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา ต้องพิสูจน์ว่าทรัพย์สินที่ได้มานั้นเป็นทรัพย์สินที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หรือไม่มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ แต่ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหาไม่มาพิสูจน์ ศาลจึงฟังพยานของอัยการสูงสุด ผู้ร้อง และหลักฐานของ ป.ป.ช. เห็นว่า ทรัพย์สินทุกรายการตามฟ้องเป็นทรัพย์สินของ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ซึ่งได้มาจากพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติตามหลักฐานของคณะกรรมการ ป.ป.ช.รวบรวมมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาว่า ทรัพย์สินตามคำร้องนั้น เป็นทรัพย์สินที่ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหามีเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ อันเป็นการร่ำรวยผิดปกติ จึงให้ทรัพย์สินดังกล่าวรวมมูลค่า 896,554,760.28 บาท พร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน หากไม่อาจบังคับคดีเอาทรัพย์สินตามที่วินิจฉัยมาข้างต้นได้ทั้งหมดหรือได้แต่บางส่วน ให้บังคับคดีเอาทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในอายุความ 10 ปี แต่ต้องไม่เกินมูลค่าของทรัพย์สินที่ศาลสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 38, 80 ประกอบมาตรา 83&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับทรัพย์สินที่ศาลให้ตกเป็นของแผ่นดิน ประกอบด้วย 1.บัญชีเงินฝากธนาคารชื่อ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา79,389,106.02 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.บัญชีเงินฝากชื่อ นางชุฏิมา อดีตภรรยา 367,313,172 บาทเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.บัญชีเงินฝากชื่อ น.ส.อรชุมา บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ&amp;nbsp; 41,607,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.บัญชีเงินฝากชื่อนางอรณี มารดาผู้ถูกกล่าวหา&amp;nbsp; 357,555,747 บาทเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.บัญชีเงินฝากชื่อ พล.ต.ต.วีระวัฒน์ บิดาผู้ถูกกล่าวหา 43,388,526.50 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.บัญชีเงินฝากชื่อนายสมาน ญาติมิ บิดาของอดีตภรรยา 5,901,267.90 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.บัญชีเงินฝากชื่อ น.ส.ชุตินันท์ หลานของอดีตภรรยา มูลค่า 1.4 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่งนั้น ก็ตกเป็นจำเลยร่วมคดีกับนายบุญทรง ทุจริตระบายข้าวแบบจีทูจีด้วย แต่ระหว่างดำเนินคดี พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ได้หลบหนีไป ซึ่งศาลฎีกาฯ ได้ออกหมายจับให้ติดตามกลับมาดำเนินคดีไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ตัวมา กระทั่งเมื่อมีการแก้ไขกฎหมายใหม่ (วิ อม.) ให้ศาลพิจารณาคดีโดยไม่มีตัวจำเลยได้ อัยการสูงสุดจึงได้ยื่นคำร้องขอให้นำคดีอาญาในส่วนของหมอโด่งนั้นขึ้นมาพิจารณาใหม่โดยไม่มีตัวจำเลย ซึ่งขณะนี้คดีอาญานั้น อยู่ระหว่างการไต่สวนพยานของศาลฎีกาฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากสำนักข่าวอิศรา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36111</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจำนำข้าว, คดีจีทูจีข่าว, ยึดทรัพย์, ริบทรัพย์, วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ, สลเกษ วัฒนพันธุ์, หมอโด่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde84a422364.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2018 14:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2018 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาฯออกหมายจับ &#039;หมอโด่ง-คนสนิทเสี่ยเปี๋ยง&#039; คดีจีทูจีข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.61 - ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ องค์คณะพิจารณารื้อคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในส่วนของจำเลยที่หนีคดี ได้นัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลย ในส่วนของ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง วัจนะพุกกะ &amp;nbsp;อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ จำเลยที่&amp;nbsp;3 และ นายสุธี เชื่อมไธสง คนสนิทของนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง&amp;nbsp;นักธุรกิจค้าข้าวคนสำคัญ จำเลยที่&amp;nbsp;16 ภายหลังที่อัยการสูงสุด โจทก์ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลนำคดีจำเลยที่&amp;nbsp;3 และ&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ที่ตัวหนีไประหว่างการพิจารณาคดีเมื่อปี 2558 ซึ่งอัยการได้ฟ้องไว้พร้อมกับนายภูมิ สาระผล อดีต รมว.พาณิชย์ และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับเอกชนร่วม 28 รายในคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 และคดีหมายเลขแดง อม.178/2560 (ศาลตัดสินจำคุกนายภูมิ กับพวกรวม 18 รายไว้แล้วเมื่อวันที่ 25 ส.ค.60) ขึ้นมาพิจารณาใหม่โดยไม่มีตัวจำเลย ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิ อม.) พ.ศ.2560 ที่ออกมาบังคับใช้แล้ว ซึ่งในมาตรา 28&amp;nbsp;บัญญัติให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีได้โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย ภายหลังมีการประทับฟ้องคดีและออกหมายจับจำเลยแล้ว 3 เดือน แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะตั้งทนายความมาดำเนินการแทนตนได้ และไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะมาต่อสู้คดีเมื่อใดก็ได้ ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกิตินันท์ ธัชประมุข อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน คณะทำงานที่รับผิดชอบคดีจีทูจี เปิดเผยว่า ในการยื่นคำร้องขอให้นำคดีของหมอโด่ง จำเลยที่ 3 และนายสุธี จำเลยที่ 16&amp;nbsp; ขึ้นพิจารณาใหม่ ก็เป็นไปตาม วิ อม.ใหม่ที่บังคับใช้ว่าให้พิจารณาคดีโดยไม่มีตัวจำเลยได้ ซึ่งนอกจากการยื่นคำร้องในส่วนของคดีอาญาแล้ว ก็ยังมีการยื่นคำร้องในส่วนของคดีแพ่งให้ชดใช้ความเสียหายด้วย โดยในส่วนของหมอโด่ง จำเลยที่ 3 เป็นการออกคำสั่งทางปกครองของกระทรวงพาณิชย์ ส่วนนายสุธี จำเลยที่ 16 ก็มีหน่วยงานที่ได้รับความเสียหายประกอบด้วยกรมการค้าต่างประเทศ , องค์การคลังสินค้า&amp;nbsp; (อคส.) , องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก) , กระทรวงพาณิชย์ , กระทรวงการคลัง เป็นผู้ยื่นคำร้องทางแพ่ง โดยในส่วนของคำร้องแพ่งศาลก็ให้จำเลย ยื่นคำให้การมา หากไม่ยื่นมาตามเวลานัด ก็ให้ถือว่าขาดนัดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแล้วคดีก็จะดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่วันนี้จำเลยทั้งสองก็ไม่ได้มาศาล ศาลจึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับตามกระบวนการของ วิ อม.ใหม่ และนัดตรวจหลักฐานคดีในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ช่วงเช้า โดยให้ส่งหมายแจ้งวันนัดให้ตามที่อยู่เพื่อให้จำเลยทราบ หากไม่มีผู้รับโดยชอบก็ให้ทำการปิดหมายไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีในส่วนของนายภูมิกับนายบุญทรง อดีต รมว.พาณิชย์ กับเอกชนนั้น ฝ่ายจำเลยที่ถูกตัดสินจำคุกตั้งแต่ 4-48 ปี ก็ได้ยื่นอุทธรณ์แล้ว เช่นเดียวกับฝ่ายอัยการสูงสุดก็ได้ยื่นอุทธรณ์คดีในส่วนของจำเลยกลุ่มเอกชน 8 รายที่ยกฟ้องด้วย โดยขณะนี้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ก็ได้รับอุทธรณ์ไว้พิจารณาแล้ว ขณะที่นายภูมิ กับนายบุญทรง อดีต รมว.พาณิชย์, เสี่ยเปี๋ยง และเอกชน รวม 18 ราย ที่ถูกตัดสินจำคุกนั้นก็ยังไม่มีใครได้รับการประกันตัวในชั้นอุทธรณ์แต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12864</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจำนำข้าว, จีทูจีข้าว, หมอโด่ง, เสี่ยเปี๋ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f153ca55ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกผี4คดี&#039;ทักษิณ&#039;พ่วงจีทูเจี๊ยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาเอาจริง! รื้อคดีจำเลยหนีศาลล็อตใหญ่ วางปฏิทินตั้งแต่ มิ.ย.-ก.ค. &amp;ldquo;หมอโด่ง&amp;rdquo; รับระเบิดลูกแรก 19 มิ.ย. นัดพิจารณานัดแรก หลังจาก &amp;ldquo;บุญทรง-ภูมิ&amp;rdquo; นอนคุกกันอ่วมอรทัยแล้ว &amp;ldquo;ทักษิณ&amp;rdquo; ไม่น้อย ถูกปลุกผี 4 คดีที่ถูกจำหน่ายออกจากสารบบรวด ทั้งคดี &amp;ldquo;ปล่อยกู้กรุงไทย-เอ็กซิมแบงก์-แปลงสัมปทาน-หวยบนดิน&amp;rdquo;
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน มีความต่อเนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2560 ในประเด็นการพิจารณาคดีลับหลังจำเลย ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ออกบัญชีนัดความปี 2561 ออกมาแล้ว โดยได้มีการรื้อคดีที่จำหน่ายออกจากสารบบความไว้กลับมาใหม่จำนวนมาก
&amp;nbsp;โดยในบัญชีนัดความปี 2561 ของศาลฎีกาที่กำหนดนัดความตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.-9 ส.ค. จำนวน 99 คดีนั้น มีคดีความที่ถูกจำหน่ายคดีไว้ก่อน เนื่องจากจำเลยคดีได้หนีออกนอกประเทศ ที่น่าสนใจทั้งสิ้น &amp;nbsp;5 คดี ประกอบด้วย คดีที่ 64 ซึ่งศาลฎีกานัดในวันที่ 19 มิ.ย.เวลา 09.30 น. คดีดำที่ อม.282/2560 ซึ่งอัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ หรือหมอโด่ง อดีตเลขานุการนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยขอให้ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นผิดปกติตกเป็นของแผ่นดินจากคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ซึ่งนัดพิจารณาครั้งแรก&amp;nbsp;
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลว่า พ.ต.นพ.วีระวุฒิร่ำรวยผิดปกติทั้งสิ้น 896,554,760.28 บาท แยกเป็นเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในชื่อ พ.ต.นพ.วีระวุฒิ และอดีตคู่สมรส บุตร เครือญาติและผู้ใกล้ชิด 53 บัญชี เป็นเงิน 567,715,461.37 บาท, เงินลงทุนในชื่อ พ.ต.นพ.วีระวุฒิ และอดีตคู่สมรส บุตร เครือญาติและผู้ใกล้ชิด 6 แห่งมูลค่า 260,142,651 บาท, ที่ดินในชื่ออดีตคู่สมรส บุตร เครือญาติ 12 แปลง ในท้องที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) มูลค่า 57,066,828 บาท, 4 ห้องชุดในชื่อเครือญาติ ศาลาแดง โคโลเนต ต.สีลม อ.บางรัก กทม. 1 ห้อง มูลค่า 6,200,000 บาท และรถยนต์ 4 คันในชื่อเครือญาติผู้ใกล้ชิด มูลค่า 6,309,000 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินไปแล้ว วงเงิน 99,203,133.17 บาท
&amp;ldquo;หมอโด่ง&amp;rdquo;ลุ้นระทึก
สำหรับคดีจีทูจีนั้น อสส.ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2558 แต่ในการพิจารณาคดีครั้งแรก นพ.วีระวุฒิได้หลบหนีคดีไป ซึ่งมีกระแสข่าวว่าหลบไปยังประเทศกัมพูชา ทำให้ศาลจำหน่ายคดีไว้ช่วยคราว และในวันที่ 25 ส.ค.2560 ศาลฎีกาก็ได้อ่านคำพิพากษา โดยจำคุกนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ จำเลยที่ 1 จำนวน 36 ปี, นายบุญทรง จำเลยที่ 2 จำนวน 42 ปี, นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จำเลยที่ 4 จำนวน 40 ปี และนายฑิฆัมพร นาทวรทัต อดีตผู้อำนวยการสำนักบริหารการค้าข้าว จำเลยที่ 5 จำคุก 32 ปี โดย พ.ต.นพ.วีระวุฒิ จำเลยที่ 3 ศาลฎีกาได้จำหน่ายคดีไว้ก่อน
ส่วนอีก 4 คดีที่เหลือนั้น เป็นคดีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกจำหน่ายคดีไว้ก่อนทั้งสิ้น ประกอบด้วย คดีที่ 68 โดยศาลฎีกานัดความในวันที่ 20 มิ.ย. เวลา 13.30 น. คดีดำที่ อม.3/2555 และคดีแดงที่ อม.55/2558 ซึ่ง อสส.เป็นโจทก์ฟ้องนายทักษิณที่ 1 กับพวกรวม 27 คน ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการกรณีการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้แก่บริษัทในเครือกฤษดามหานคร โดยนัดพิจารณาครั้งแรก&amp;nbsp;
ทั้งนี้ คดีดังกล่าว อสส.เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท. ทักษิณ และพวกรวม 27 คน ตั้งแต่วันที่ 13 มิ.ย. 2555 และศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาดังกล่าวเมื่อวันที่ 26 ส.ค.2558 โดยศาลพิพากษาให้จำคุก ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ อดีตประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย จำเลยที่ 2, นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย จำเลยที่ 3, นายมัฌชิมา กุญชร ณ อยุธยา กรรมการธนาคารกรุงไทย จำเลยที่ 4 และนายไพโรจน์ รัตนะโสภา จำเลยที่ 12 จำคุกคนละ 18 ปี ฯลฯ นอกจากนี้ ศาลยังพิพากษาให้จำเลยแต่ละรายร่วมรับผิดชอบความเสียหายไว้ด้วย โดยศาลฎีกาได้จำหน่ายคดีนายทักษิณไว้ชั่วคราว และได้สั่งให้ออกหมายจับไว้
คดีที่สองของนายทักษิณนั้นคือคดีที่ 92 โดยศาลฎีกานัดวันที่ 4 ก.ค. เวลา 09.30 น. คดีดำที่ อม.3/2551 และคดีแดงที่ อม.4/2551 ที่มีคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) โดย ป.ป.ช.เข้าเป็นคู่ความแทนเป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ (ยศในขณะนั้น) ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีการปล่อยกู้ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) โดยนัดพิจารณาครั้งแรก
ทั้งนี้ คดีดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2551 ศาลฎีกาได้ประทับรับฟ้องคดีที่ คตส.ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตัวเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ที่เห็นชอบให้เอ็กซิมแบงก์อนุมัติปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้รัฐบาลเมียนมา วงเงิน 4,000 ล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยในอัตรา 3% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าราคาต้นทุนของเอ็กซิมแบงก์ โดยรัฐบาลต้องตั้งงบประมาณชดเชยผลขาดทุนให้แก่เอ็กซิมแบงก์ในระยะเวลา 12 ปี เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 670,436,201.25 บาท ในโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของเมียนมา เพื่อหวังประโยชน์ในธุรกิจดาวเทียมที่มีการสั่งซื้ออุปกรณ์จากบริษัท ชินแซทเทอร์ไลท์ บริษัทในเครือชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของตระกูลชินวัตร
&amp;ldquo;แม้ว&amp;rdquo; กระอักสารพัดคดี
และเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2551 ศาลฎีกาได้ออกนั่งบัลลังก์เพื่อพิจารณาคดีนัดแรก แต่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่มา ศาลเชื่อว่ามีเจตนาหลบหนี จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว และให้ออกหมายจับอีกคดี
คดีที่สาม ศาลฎีกานัดความในวันที่ 10 ก.ค. เวลา 09.30 น. คดีดำที่ อม.9/2551 และคดีแดงที่ อม.5/2551 ซึ่ง อสส.เป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการกรณีการแปลงสัญญาสัมปทาน โดยนัดตรวจพยานหลักฐาน ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2560 อสส.ได้ยื่นคำร้องให้รื้อคดีดังกล่าว หลังจาก อสส.ได้ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 11 ก.ค.2551 และเมื่อศาลนั่งบัลลังก์ครั้งแรก พ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่มาตามนัด ศาลจึงได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2551&amp;nbsp;
และเมื่อวันที่ 6 มี.ค.2561 ศาลฎีกาได้ออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีครั้งแรก ซึ่ง อสส.ได้ฟ้องนายทักษิณในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทาน หรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อประโยชน์สำหรับตัวเอง หรือผู้อื่น, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152, 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4 ,100, 122 กรณีแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิต ด้วยการตราพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (พ.ศ.2527) 2546 เอื้อประโยชน์ธุรกิจบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท เมื่อปี 2551
และคดีสุดท้ายในวันที่ 25 ก.ค. เวลา 13.30 น. คดีดำที่ อม.1/2551 และคดีแดงที่ อม.10/2552 ซึ่ง คตส. โดย ป.ป.ช. เป็นคู่ความแทนเป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณที่ 1 กับพวก รวม 47 คน ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการกรณีหวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัว ซึ่งนัดพิจารณาครั้งแรก โดยคดีนี้เมื่อครั้งยังไม่มี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2560 ศาลได้จำหน่ายกรณีนายทักษิณไว้ โดยได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 26 ก.ย.2551&amp;nbsp;
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2552 ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าวว่า จำเลยที่ 10 นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมช.การคลัง และจำเลยที่ 31 นายสมใจนึก เองตระกูล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 83, จำคุกจำเลยที่ 10 มีกำหนด 2 ปี และปรับ 20,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 31 มีกำหนด 2 ปี และปรับ 10,000 บาท จำเลยที่ 42 นายชัยวัฒน์ พสกภักดี อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจำคุก 2 ปี และปรับ 10,000 บาท ซึ่งจำเลยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน ประกอบกับพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นสมควรให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 10 จำเลยที่ 31 และจำเลยที่ 42 ไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8132</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจำเลยหนีศาลล็อตใหญ่, บริษัทในเครือชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ปลุกผี 4 คดี, ปล่อยกู้กรุงไทย, พ.ต.ท. ทักษิณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอโด่ง, หวยบนดิน, เอ็กซิมแบงก์, แปลงสัมปทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae5d0cb2fd13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2018 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2018 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เด็กเจ๊แดง-หมอโด่ง’ลุ้นคดียึดทรัพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.2561 &amp;ndash; ในบัญชีนัดความของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เผยแพร่ออกมานั้น พบว่ามีเพียง 2 คดีเท่านั้นที่เป็นกรณีขอให้ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นผิดปกติเป็นของแผ่นดิน ซึ่งเกิดขึ้นในเดือน มิ.ย.ทั้ 2 คดีประกอบด้วย 1.วันที่ 15 มิ.ย.เวลา 10.00 น. คดีดำที่ อม.123/2560 ซึ่งอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง นายเกษม นิมมลรัตน์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ ร่ำรวยผิดปกติ ขอให้ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน ที่ได้นัดฟังคำพิพากษา หลังจากศาลฎีกาได้ไต่สวนนัดสุดท้ายเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 27 เม.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คดีให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินของนายเกษมครั้งนี้ ถือเป็นคดีที่ 2 ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายเกษมร่ำรวยผิดปกติ 21,140,746 บาท โดยก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดว่าจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จรวม 185 ล้านบาท และศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์ นายเกษม จำนวน 168 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน พร้อมทั้งให้จำคุกเป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงโทษไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายเกษมเป็นอดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ซึ่งสนิทชิดเชื้อนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือเจ๊แดงน้องสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.วันที่ 19 มิ.ย. เวลา 9.30 น. คดีดำที่ อม.282/2560 อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ หรือหมอโด่ง อดีตเลขานุการนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยขอให้ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งนัดพิจารณาครั้งแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ป.ป.ช.ได้ชี้มูล พ.ต.นพ.วีระวุฒิ ชี้มูลในคดีร่ำรวยผิดปกติทั้งสิ้น 896,554,760.28 บาท แยกเป็นเงินฝากธนาคารพาณิชย์ ในชื่อ พ.ต.นพ.วีระวุฒิ และอดีตคู่สมรส บุตร เครือญาติและผู้ใกล้ชิด จำนวน 53 บัญชี เป็นเงิน 567,715,461.37 บาท , เงินลงทุนในชื่อ พ.ต.นพ.วีระวุฒิ และอดีตคู่สมรส บุตร เครือญาติและผู้ใกล้ชิด 6 แห่ง มูลค่า 260,142,651 บาท , ที่ดินในชื่ออดีตคู่สมรส บุตร เครือญาติ 12 แปลง ในท้องที่ กทม. มูลค่า 57,066,828 บาท , 4 ห้องชุดในชื่อเครือญาติ ศาลาแดง โคโลเนต ตำบลสีลม อำเภอบางรัก กทม. 1 ห้อง มูลค่า 6,200,000 บาท และรถยนต์ 4 คัน ในชื่อเครือญาติผู้ใกล้ชิด มูลค่า 6,309,000 บาท หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินไปแล้ว วงเงิน 99,203,133.17 บาท.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8103</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญทรง เตริยาภิรมย์, พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ, พรรคเพื่อไทย, ยึดทรัพย์, ร่ำรวยผิดปกติ, หมอโด่ง, อดีต ส.ส.เชียงใหม่, เกษม นิมมลรัตน์, เจ๊แดง, เยาวภา วงศ์สวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae59bedb331a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
