<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอไม่ทน&#039; ชวนจับตาอย่ากะพริบ &#039;วัคซีนไฟเซอร์&#039; 1.5 ล้านโดส ใครได้ฉีด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.64 - กลุ่มหมอไม่ทน เปิดเผยว่า ตามแผนฉีดวัคซีน Pfizer 1.5 ล้านโดส ซึ่งจะเข้ามาวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 ทางศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาด โควิด-19 วางไว้ โดยเตรียมให้บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าเป็นบูสเตอร์โดส 1 เข็ม ผู้สูงอายุและผู้มีโรคเรื้อรัง 7 โรค, ชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย เน้นผู้สูงอายุและโรคเรื้อรัง และผู้ที่มีความจำเป็นต้องฉีด Pfizer ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ เช่น นักเรียน นักศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์หลายแห่งถูกบังคับหรือถูกโน้มน้าวว่าจะไม่มีวัคซีนดังกล่าวเข้ามา รวมถึงหลายที่ออกนโยบายให้บุคลากรต้องรับวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 เป็น AstraZeneca ทางหมอไม่ทน จึงขอตั้งข้อสังเกตต่อความรีบร้อนในการฉีด AstraZeneca ให้บุคลากรเป็นการเร่งด่วน ซึ่งอาจจะพอพูดได้ว่าเพื่อป้องกันการติดเชื้อในบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งได้รับ Sinovac 2 เข็มแล้วแต่ยังมีการติดเชื้ออยู่ สร้างความกดดัน เพิ่มภาระการทำงานเมื่อผู้ร่วมงานติดเชื้อ และทำให้ไม่ไว้วางใจในการทำงานของรัฐบาล จากการตัดสินใจวางแผนวัคซีนที่ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมอไม่ทน จึงขอเชิญชวนประชาชนเฝ้าจับตาการมาถึงของ Pfizer ในอีก 7 วันต่อจากนี้ เพื่อให้วัคซีนไปถึงกลุ่มเป้าหมายที่ควรได้รับตามความเสี่ยงและความจำเป็น ไม่ให้มีการบิดเบี้ยวของแผนไปให้หน่วยงานอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการคอร์รัปชันที่ยากจะรับได้ บุคลากรทางการแพทย์ควรได้ฉีดบูสเตอร์โดสด้วยวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสามารถดูแลประชาชนได้เต็มที่ และกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง ควรได้รับวัคซีน Pfizer เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อและอาการรุนแรงมากกว่าวัคซีนที่มีการศึกษาแล้วว่ามีประสิทธิภาพน้อยกว่า ทั้งนี้ หมอไม่ทน ยังยืนยันการเรียกร้อง mRNA Vaccine เป็นวัคซีนหลักให้คนไทยทุกคน ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงวัคซีนคือการลดโอกาสการมีชีวิตรอดของประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110820</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนโควิด, หมอไม่ทน, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c30c6fbb45e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอไม่ทน&#039; นัด 7 กรกฎา &#039;แต่งดำ-ติดโบว์ดำ&#039; เรียกร้องนำเข้าวัคซีน mRNA</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.64 - เฟซบุ๊กเพจ We, The People &amp;nbsp;โพสต์แถลงการณ์หมอไม่ทน เรื่อง ร่วมแสดงพลัง ติดโบว์ดำ สวมเสื้อดำทั้งประเทศ ในวันพุธที่ 7 กรกฎาคม 2564 ซึ่งเป็นวันเดียวกับกลุ่มภาคีบุคลากรสาธารณสุข และหมอไม่ทน จะนำหนังสือพร้อม 200,000 รายชื่อไปยื่นให้รัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้มีนำเข้าวัคซีน mRNA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแถลงการณ์ดังกล่าว ระบุว่า จากเหตุการณ์เอกสารการประชุมเฉพาะกิจร่วมระหว่างคณะกรรมการด้านวิชาการตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค คณะทํางานวิชาการด้านบริหารจัดการและศึกษาการให้บริการวัคซีน ซึ่งเป็นการประชุมเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในมติที่ประชุมไม่ได้พูดถึงการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เพื่อเป็นการกระตุ้นเข็ม 3 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งเป็นด่านหน้า แม้จะได้รับวัคซีนครบแล้วแต่ยังมีการติดเชื้อโควิด-19 อยู่ ยิ่งไปกว่านั้น ประชาชนส่วนมาก ยังไม่ได้รับวัคซีนเเม้แต่เข็มแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมอไม่ทนจึงขอเชิญชวนทั้งประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ ร่วมสวมเสื้อดำหรือติดโบว์ดำ ในวันพุธที่ 7 กรกฏาคม 2564 เพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต ผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 และผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด และยื่นข้อเรียกร้องต่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ ผอ. ศบค. และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นำเข้าวัคซีน mRNA ให้ได้เร็วที่สุด เเละนำมาใช้เป็นวัคซีนหลักในการป้องกันการระบาด โดยจะต้องเปิดเผยขั้นตอนการดำเนินการให้ประชาชนได้รับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นำวัคซีน mRNA เป็นวัคซีนฉีดกระตุ้นเข็ม 3 แก่บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ต้องการฉีดทุกท่าน
&amp;nbsp;
เปิดเผยสัญญาการสั่งซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวครวมถึงวัคซีนอื่น ๆ ที่ทางรัฐบาลไทยจะทำสัญญาในอนาคต เพื่อทำให้เกิดความโปร่งใส และพิสูจน์ให้ประชาชนได้ทราบว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ปัญหาการระบาดอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดเผยบันทึกการประชุมในการประชุมเรื่องวัคซีนและการบริหารจัดการการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นข้อมูลข่าวสารสาธารณะทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถแพร่กระจายผ่านอากาศ การสวมหน้ากาก N95 จึงไม่เพียงพอต่อการป้องกันการติดเชื้อ รัฐจำเป็นต้องจัดหา FFP3 หรือ N99 เพื่อป้องกันการติดเชื้อในบุคลากรทางการแพทย์.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108780</URL_LINK>
                <HASHTAG>หมอไม่ทน, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3c2d1dccf3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.วิโรจน์ เคลื่อนไหวแล้วหลังเพจดังแฉอยู่เบื้องหลัง &#039;หมอไม่ทน&#039; ล่าชื่อตะเพิด &#039;อนุทิน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.64 - นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีโพสต์จากเพจ Ringside การเมืองว่า สิ่งที่เขียนสื่อไปในทางที่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ว่า ตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับแคมเปญใน Change ของกลุ่ม &amp;lsquo;หมอไม่ทน&amp;rsquo; และมีปัญหา หรือความแค้นส่วนตัวกับนายอนุทิน ไม่ทราบว่าเพจ Ringside การเมือง เป็นของใคร แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับแคมเปญใน Change ของกลุ่มหมอไม่ทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมยืนยันว่า ผมไม่เคยมีปัญหา หรือความแค้นส่วนตัวใดๆ กับคุณอนุทิน ทุกๆ ภารกิจที่ผมทำ ล้วนเป็นการทำหน้าที่ภายใต้อำนาจนิติบัญญัติอันทรงสิทธิ์ทั้งสิ้น จึงขออนุญาตเรียนชี้แจง ตามข้อเท็จจริงสั้นๆ ไว้เท่านี้&amp;rdquo; นายวิโรจน์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน เฟซบุ๊กของนายวิโรจน์ ได้เผยแพร่บทความ &amp;lsquo;เสียงสะท้อนจากหมอหน้างาน 4 ประเด็น ที่รัฐบาลควรรับฟัง&amp;rsquo; มีเนื้อหาโดยสรุปว่า ได้ประชุมหารือกับหมอที่ปฏิบัติงานอยู่หน้างาน ซึ่งทุกเรื่องที่ได้หารือล้วนเป็นสิ่งที่รัฐบาล ศบค. และกระทรวงสาธารณสุข ควรเร่งนำไปพิจารณา และปรับปรุงอย่างเร่งด่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุข ลดอัตราการป่วยหนักและการเสียชีวิตของประชาชนลง โดยได้จัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงบวก เสนอต่อรัฐบาลโดยเปิดผนึก มีประเด็นโดยสรุปดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 1: ปัญหาการส่งต่อผู้ป่วยข้ามสังกัด
ถ้าพิจารณาเรื่องปัญหาการหาเตียงให้กับผู้ป่วยที่เป็นปัญหาอยู่จะพบว่า &amp;lsquo;กรุงเทพมหานคร&amp;rsquo; เป็นพื้นที่ที่มีปัญหามากที่สุด จนประชาชนรู้สึกเดือดดาลต่อรัฐบาล ทั้งที่ กทม. ดูเหมือนเป็นพื้นที่ที่มีบุคลากรทางการแพทย์ต่อประชากร เครื่องมือแพทย์ โรงเรียนแพทย์ ซึ่งมีศักยภาพด้านระบบสาธารณสุขสูงกว่าต่างจังหวัดมาก แต่ปัญหาการจัดการเตียงใน กทม. ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะ โรงพยาบาลใน กทม. มีหลากหลายสังกัด ทั้งของ กทม. ของกรมการแพทย์ ของมหาวิทยาลัย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ของกรมแพทย์ทหารบก ของกรมแพทย์ทหารเรือ ของกรมแพทย์ทหารอากาศ ฯลฯ ซึ่งในแต่ละเขตทั้ง 50 เขต ของ กทม. ก็ไม่มี รพ. ในทุกๆ เขต ซึ่งโรงพยาบาลแต่ละแห่งรับมือการระบาดโดยเน้นการจัดการภายในสังกัดของตัวเองเป็นหลัก ทั้งการจัดหาเตียง การส่งต่อ อย่างบริการรถพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉินก็จัดการกันเองภายในสังกัด เช่น ศูนย์เอราวัณ ของ สำนักการแพทย์ กทม. จะเน้นส่งผู้ป่วยให้กับ รพ. ในสังกัดของ กทม. เป็นหลัก ส่วน ศูนย์นเรนทร ของกรมการแพทย์ จะเน้นส่งผู้ป่วยให้กับ รพ. ในสังกัดของกรมการแพทย์ หากเตียงในสังกัดเต็ม การหาเตียงให้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลอื่นข้ามสังกัด ทำได้ยากมาก ไม่มีระบบในการประสานงานเพื่อให้เกิดการจัดการอย่างบูรณาการ ต่อให้หมอรู้ทั้งรู้ว่าโรงพยาบาลแห่งไหนมีสมรรถนะในการรักษาที่สูงกว่าและพอที่จะรับผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้ ก็เป็นเรื่องยากที่จะส่งหรือรับ หากอยู่กันคนละสังกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องยอมรับว่า การบริหารการจัดสรรเตียงในโรงพยาบาลต่างจังหวัดวันนี้ แม้ว่าจะมีอุปสรรคในด้านความพร้อม แต่มีระบบในการจัดการที่ดีกว่า กทม. มาก แต่ละจังหวัดจะใช้วิธีบริหารโดยสาธารณสุขจังหวัด โดยมีผู้ตรวจการประจำเขตสุขภาพ ซึ่งครอบคลุมประมาณ 4-5 จังหวัด ทำหน้าที่จัดหาเตียงให้กับผู้ป่วย โดยกระจายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลอำเภอ และโรงพยาบาลประจำจังหวัด ในเขตสุขภาพอย่างบูรณาการ ถึงแม้จะมีปัญหาบ้าง แต่ก็ไม่มีความอลหม่าน จัดการอย่างลำดับความสำคัญผิด และให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งจัดการกันเองอย่างเดียวดาย อย่างที่เกิดขึ้นในพื้นที่ กทม.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องนี้ นายวิโรจน์ มีข้อเสนอแนะว่า ควรจัดให้มี &amp;lsquo;ศูนย์กลางในการประสานงานจัดหาเตียง และส่งต่อผู้ป่วย&amp;rsquo; ที่ทุกสังกัดใน กทม. บูรณาการร่วมกัน มี Call Center กลางเพียงเบอร์เดียว ที่ทำหน้าที่ประสานงานได้ทุกสังกัด เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน โดยให้กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีความรู้ความสามารถในการควบคุมการระบาดของโรค เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการตัดสินใจ โดยลดบทบาทของ ศบค. ลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการต่อมา ควรจัดหาและดัดแปลงพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ ที่มีที่จอดรถจำนวนมาก เช่น ศูนย์จัดการแสดงสินค้า หรือ รัฐสภา จัดตั้งเป็น &amp;lsquo;โรงพยาบาลแรกรับ&amp;rsquo; ที่มีขีดความสามารถในการตรวจวินิจฉัย และดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเบื้องต้น ก่อนที่จะส่งต่อผู้ติดเชื้อไปยัง รพ. ที่มีสมรรถนะเหมาะสมกับอาการของผู้ติดเชื้อแต่ละคน หรือถ้าโรงพยาบาลใดเตียงเต็มก็ให้ส่งผู้ป่วยมาที่โรงพยาบาลแรกรับก่อนได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ป่วยไปรอคอยเตียงอย่างสิ้นหวังที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประการที่สาม ควรเร่งจัดหาเครื่องช่วยหายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรเร่งจัดหาเครื่อง High Flow Oxygen Cannular (HFNC) เพิ่มเติม จากที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้กรุณาพระราชทานให้กับ รพ. ต่างๆ ไว้แล้วในเบื้องต้น เพราะรับการยอมรับจากแพทย์ผู้ปฏิบัติงานว่า มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการช่วยชีวิตประชาชน และหาก ICU ยังเต็มอยู่ ไม่สามารถใส่ท่อช่วยหายใจได้ อาจจะใช้เครื่อง High Flow Oxygen Cannular (HFNC) ในการรักษาไปก่อน ซึ่งสามารถลดอัตราการเสียชีวิต และอัตราการเข้านอนไอซียูลงได้ ส่งผลให้ผู้ป่วย ICU น้อยลง และที่สำคัญสามารถใช้งานนอกห้อง Isolation room ได้ เพราะไม่ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อการฟุ้งกระจาย (High Risk Aerosol Generating Procedure)&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัญหา ประเด็นที่ 2 ผลตรวจช้า เบิกยาไม่ได้ พอรู้ผล อาการก็ลุกลามแล้ว ในเรื่องนี้ นายวิโรจน์ ระบุว่า สาเหตุหนึ่งมาจาก ปัจจุบันการส่งตรวจ RT-PCR มีจำนวนเพิ่มขึ้น กว่าจะทราบผลว่าติดเชื้อโควิด-19 บางกรณี ต้องรอถึง 2 วัน ระหว่างรอผลตรวจ แม้ว่าแพทย์จะมีดุลยพินิจจากอาการ ที่เชื่อได้ว่าผู้ป่วยน่าจะติดเชื้อโควิด-19 แต่ก็ไม่สามารถจ่ายยา Favipiravir ได้ กว่าจะทราบผลตรวจทำให้อาการของผู้ติดเชื้อแย่ลง รักษายากขึ้น ผู้ป่วยบางรายพบเชื้อลามไปที่ปอด จนมีโอกาสเสียชีวิตสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อเสนอแนะคือควรที่จะปรับปรุงกระบวนการให้ออกผลตรวจจากห้องปฏิบัติการให้เร็วขึ้น หรืออาจเปิดทางเลือกให้ตรวจหาเชื้อในรูปแบบอื่น ที่ออกผลตรวจได้เร็วขึ้น เช่น Rapid Antigen Test ในระหว่างที่การตรวจแบบ RT-PCR ยังคงล่าช้าอยู่ และควรพิจารณาอนุญาตให้แพทย์ สั่งจ่ายยา Favipiravir ได้ เมื่อวินิจฉัยจากอาการ หรือผลตรวจแบบ Rapid Antigen Test แล้วเชื่อว่าผู้ป่วยน่าจะติดเชื้อโควิด-19 นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข ควรจะสำรองยาทางเลือกอื่นนอกจาก Favipiravir เพื่อให้แพทย์ได้เลือกใช้ในการรักษาให้กับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับประชาชน&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 3: ถ้าละเลยชุมชนแออัดใน กทม. การระบาดจะแพร่กระจายต่อเนื่องเกินควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ กทม. มีชุมชนแออัดเป็นจำนวนมาก และการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ระบาดเข้าไปในพื้นที่ชุมชนแออัดหลายแห่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงมีความเสี่ยงขั้นสุดต่อการแพร่ระบาดและอีกปัญหาหนึ่ง ที่ละเลยไม่ได้ก็คือ ปัญหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เป็นแรงงานต่างชาติ ซึ่งมักจะอยู่อาศัยรวมกันอย่างแออัด แต่วันนี้ถูกละเลย และหากยังคงปล่อยปละละเลยต่อไป มีโอกาสสูงมาก ที่จะนำมาซึ่งการแพร่ระบาดที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อเสนอแนะกระทรวงพัฒนาสังคมฯ &amp;nbsp;การเคหแห่งชาติ และ กทม. ควรร่วมกันจัดหาพื้นที่ให้กับประชาชนในชุมชนแออัด ให้ได้ออกมาจากในชุมชนเพื่อกักตัวรักษา และ กทม. ควรต้องเร่งจัดสรรพื้นที่ในการกักตัวรักษาให้กับแรงงานต่างชาติ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นสุดท้าย : ถ้าไม่แก้กฎหมาย ไม่ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ฉีดวัคซีน อาจฉีดวัคซีนไม่ได้ตามเป้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อจำกัดของกฎหมายในปัจจุบัน กำหนดให้บุคลากรทางการแพทย์ 3 ประเภทเท่านั้น ที่จะสามรถปักเข็มฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้ ซึ่งได้แก่ แพทย์ พยาบาล (ภายใต้การกำกับของแพทย์) และหมออนามัย (ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์) ซึ่งต้องยอมรับว่า แพทย์ และพยาบาล &amp;nbsp;ต้องรับภาระอย่างหนักมาก และถ้าหากไม่แก้ไขกฎหมายข้อนี้ เมื่อวัคซีนมา รัฐบาลจะมีบุคลากรที่เพียงพอต่อการฉีดวัคซีนให้เป็นไปตามเป้าหมาย 10 ล้านโดสต่อเดือนได้อย่างไร และต่อให้มีการแก้ไขกฎหมายเมื่อวัคซีนมาถึง แล้วจะฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่อื่นมีทักษะในการฉีดวัคซีนทันได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ควรแก้ไขกฎหมายโดยอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ หรือบุคลากรประเภทอื่นที่ได้รับการฝึกอบรม ให้สามารถทำหน้าที่ฉีดวัคซีนได้และควรเร่งจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ฉีดวัคซีน เพื่อเตรียมความพร้อม ระหว่างที่รอการส่งมอบวัคซีน รัฐบาลควรวางระบบในการจองคิวฉีดวัคซีน โดยให้ประชาชนจองคิวเข้าฉีดวัคซีนที่ทั้งระบุวัน และช่วงเวลา มีการทำ Online Checklist มาก่อนล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ประชาชนผู้ยังไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ ต้องมาที่สถานที่ฉีดวัคซีนแบบเสียเที่ยว เมื่อมาถึงมีระบบในการจัดแถวคอยที่มีประสิทธิภาพ พยายามวางจุดบริการที่ให้ประชาชนบริการตนเองให้มากที่สุด เช่น การลงทะเบียนผ่านบัตรประชาชน การรับบัตรคิว การชั่งน้ำหนัก การวัดความดันโลหิต เพื่อลดภาระของบุคลกรทางการแพทย์ลง เป็นการทำให้กระบวนการฉีดวัคซีนเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ต้องเร่งเตรียมการไว้ตั้งแต่วันนี้ได้แล้ว จะรอให้วัคซีนมาก่อนแล้วค่อยเตรียมไม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ ทิ้งท้ายว่า ข้อเสนอแนะทั้ง 4 ประเด็น เป็นเสียงสะท้อนจากหมอหน้างานที่มีความหมายมาก จึงพยายามเขียนสรุปด้วยข้อความเชิงบวก พยายามหลีกเลี่ยงการติติงโดยไม่จำเป็น เว้นแต่เป็นประเด็นที่จำเป็นต้องสะท้อนความรู้สึกให้รัฐบาลได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชน และความกังวลของบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าจริงๆ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลจะเล็งเห็นถึงความปรารถนาดี และเปิดใจรับฟังเสียงสะท้อนของคุณหมอด่านหน้า ที่ได้อาสาสรุปเป็นข้อเสนอแนะเพื่อนำเสนอรัฐบาล โดยเปิดผนึกให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมรับทราบด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100923</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, วิโรจน์, หมอไม่ทน, อนุทิน, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_607267bb70bb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อนุทิน’เมินโดนไล่อ้างทำตามนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลศูนย์โดดป้อง &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; แห่ติดแฮชแท็ก &amp;quot;ทองแท้ไม่กลัวไฟ Save อนุทิน&amp;quot; หลังเครือข่ายหมอไม่ทนล่ารายชื่อเรียกร้องให้ลาออกก่อนเจอทัวร์ลงอย่างคึกคักจนต้องปิดหนี &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เปิดใจยังเข้มแข็งและกำลังใจดีพร้อมทำงานต่อไป ปัดถูกยึดอำนาจ ยันปฏิบัติตามคำสั่งนายกฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลผู้มีอำนาจสูงสุด ขออย่าโยงเป็นเรื่องการเมืองสร้างความขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเครือข่ายหมอไม่ทนสร้างแคมเปญรณรงค์เรียกร้องให้ อนุทิน ชาญวีรกูล ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผ่านเว็บไซต์ change.org เพื่อเรียกร้องให้นายอนุทิน?ลาออกจากตำแหน่ง จากความล้มเหลวในการแก้ปัญหาการระบาดไวรัสโควิด-19 ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาด ทั้งเรื่องการวางนโยบาย การจัดการทรัพยากร การจัดหาวัคซีน และการสร้างความเชื่อมั่นให้บุคลากรทางการแพทย์ได้นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่เพจเฟซบุ๊กของโรงพยาบาลหลายแห่งได้โพสต์ภาพข้อความให้กำลังใจนายอนุทิน ด้วยแฮชแท็ก #ทองแท้ไม่กลัวไฟ #Saveอนุทิน เช่น เฟซบุ๊กของโรงพยาบาลปากช่องนานา จ.นครราชสีมา โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก โรงพยาบาลลำปาง และเพจ R9Channel เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมข้อความระบุว่า ขอให้กำลังใจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ที่ได้เสียสละทุ่มเทแรงกายแรงใจ ในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดครับ #ทองแท้ไม่กลัวไฟ #Saveอนุทิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเพจของโรงพยาบาลลำปาง มีการแห่แชร์โพสต์ที่ระบุว่า &amp;ldquo;บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โรงพยาบาลลำปาง ขอขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้เมตตาดูแลพวกเรา และแก้ปัญหาสุขภาพของพี่น้องประชาชน ทุ่มเทแก้ปัญหาการระบาดของไวรัส COVID-19 มาโดยตลอด ขอเป็นกำลังใจให้ท่านร่วมสู้ไปกับพวกเราต่อไป #ทองแท้ย่อมเป็นทองแท้ #สู้ต่อไปด้วยกัน&amp;rdquo; ไปแล้วกว่า 5,000 แชร์ และมีการคอมเมนต์มากกว่า 10,000 ข้อความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งข้อความส่วนใหญ่ไม่พอใจที่แอดมินโรงพยาบาลลำปางโพสต์ข้อความในลักษณะดังกล่าว ซึ่งมองว่าไม่สมควร เพราะช่วงเวลาขณะนี้ควรโพสต์ให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่มากกว่าที่จะไปเชียร์เจ้านาย ต่อมาช่วงเช้า แอดมินเพจโรงพยาบาลำปางได้ปิดช่องคอมเมนต์แล้ว พร้อมทั้งไล่ลบคอมเมนต์ด่าทอหรือตำหนิแบบรุนแรงออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊กโรงพยาบาลหลายแห่งได้โพสต์ข้อความให้กำลังใจนายอนุทิน พร้อมติดแฮชแท็ก #ทองแท้ไม่กลัวไฟ #Saveอนุทิน ทำให้แฮชแท็ก #Saveอนุทิน ได้ทะยานขึ้นติดอับดับ 1 เทรนทวิตเตอร์ทันที โดยพุ่งขึ้นสูงสุด และ #ทองแท้ไม่กลัวไฟ ตามมาติดๆ เป็นอันดับ 4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เย็นวันเดียวกัน นายอนุทินโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ ทั้งโพสต์ ทั้งไลน์ และโทร.มาด้วยตัวเอง ผมยังเข้มแข็งดี ทั้งร่างกายและจิตใจ และยังมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับคณะแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข ทั้งของกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชน และการควบคุมโรคให้ได้ผล บางท่านทั้งให้กำลังใจ และห่วงใยว่ามีการยึดอำนาจแย่งอำนาจของกระทรวงสาธารณสุข ผมได้แต่ตอบไปว่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุด และเป็นผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว ผมมีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบาย และคำสั่งท่านนายกฯ มาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการป้องกันและควบคุมโรคระบาดโควิด-19 นั้น ศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์โควิด หรือ ศบค. เป็นผู้จัดทำนโยบาย พิจารณา ออกคำสั่ง กำกับการปฏิบัติงาน โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยปฏิบัติตามนโยบายของ ศบค. หลายครั้งที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอมาตรการควบคุมโรค หาก ศบค.ไม่เห็นด้วย ก็ต้องกลับมาปรับมาตรการ ทั้งการตรวจ การป้องกัน การรักษา การจัดหายา เวชภัณฑ์ และการฉีดวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมา ศบค.เป็นผู้บริหารแบบ Single command มาตั้งแต่ต้น เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563 กระทรวงสาธารณสุขปฏิบัติตามนโยบาย ศบค.ด้วยดีมาตลอด จึงขอความกรุณาอย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นการเมือง และสร้างกระแสให้เกิดความขัดแย้ง และส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบสาธารณสุข และบุคลากรทางการแพทย์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ผมเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา และปฏิบัติตามนโยบายและคำสั่งนายกรัฐมนตรี และรายงานการปฏิบัติงานให้นายกรัฐมนตรีทราบทุกครั้ง ขอยืนยันว่า ไม่มีการยึดอำนาจ ไม่มีการแย่งอำนาจ เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร และในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.&amp;quot; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีหลายฝ่ายเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์และนายอนุทินลาออก หลังบริหารงานผิดพลาด ว่า เรื่องนี้เป็นมารยาททางการเมือง เมื่อเกิดความผิดพลาดจากการบริหาร จะต้องทบทวนตัวเองด้วยการลาออกตามวิถีทางการเมือง หากไม่สามารถรับผิดชอบหรือบริหารจัดการได้ วันนี้นายกฯ ต้องทบทวนตัวเอง ไม่ใช่โยนปัญหา หรือเบี่ยงประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ว่า พรรคมีบุคลากรครบทุกพื้นที่ มี ส.ส. อดีต ส.ส. อดีตผู้สมัคร สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจำแต่ละเขตทั่วประเทศ จะร่วมประสานกันทำงานกับส่วนกลางและรัฐมนตรีของพรรคที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่และเต็มรูปแบบ และเมื่อวานนี้พรรคได้เปิดศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉิน โควิด-19 (ศปฉ.ปชป.) เพื่อช่วยประสานคลี่คลายปัญหาผู้ป่วยติดเชื้อตกค้างได้ให้เข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย มีการแถลงข่าวพรรคเพื่อไทยปรับองคาพยพเพื่อรับมือวิกฤติโควิด-19 โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ พรรคเพื่อไทยเห็นว่าเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะต้องร่วมกันในการแก้ไขวิกฤติครั้งนี้ โดยยึดถือประโยชน์ของประชาชนทุกคนเป็นหลัก พรรคเพื่อไทยจึงปรับองคาพยพและสรรพกำลังที่มีอยู่ จัดทีมทำงาน 4 ทีม ได้แก่ 1.ทีมกองหน้า : ทีมพื้นที่ ซึ่งประกอบด้วย ส.ก. สมาชิกพรรค ทีมคิดเพื่อไทย ในทุกพื้นที่ ให้คำแนะนำ การสนับสนุน การช่วยเหลือด้านต่างๆ ต่อประชาชน 2.ทีมกองกลาง : ระดมทรัพยากรในการทำงาน จัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ สิ่งที่จำเป็น อาทิ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ การพ่นยา น้ำยาพ่นฆ่าเชื้อ เป็นต้น 3.ทีมประชาสัมพันธ์ : จัดทำคู่มือป้องกันโควิด เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง รวมทั้งการใช้รถโมบายเพื่อประชาสัมพันธ์สื่อสารสร้างความรู้ที่ถูกต้องให้กับประชาชน 4.ทีมนโยบาย : รวบรวมข้อมูลที่ได้รับมาจากทุกภาคส่วน มาวิเคราะห์ เพื่อเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทย และทีม กทม.รวมพลังสู้ภัยโควิด ของพรรคไทยสร้างไทย ประสานรถพยาบาล รับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จากอพาร์ตเมนต์ ใน ซ.จรัญสนิทวงศ์ 37 เขตบางกอกน้อย ซึ่งผู้ป่วยเป็นชาย 1 หญิง 1 ที่ได้ประสานขอความช่วยเหลือมายังนายวีรยุทธ ว่องศิริพร (เอ นครหลวง) ทีมงานพรรคไทยสร้างไทย เขตบางกอกน้อย เนื่องจากผู้ป่วยชายมีอาการไข้ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. ส่วนภรรยาเริ่มมีไข้เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ผลตรวจคอนเฟิร์มว่าติดเชื้อโควิด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100838</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองแท้ไม่กลัวไฟ Save อนุทิน, ปฏิบัติตามคำสั่งนายก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอไม่ทน, อนุทิน ชาญวีรกูล, โรงพยาบาลศูนย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086cdd65300d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; ลั่นยังเข้มแข็ง กำลังใจดี พร้อมทำงานแก้โควิดต่อไป หลังเจอกระแสขับไล่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64 - นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล&amp;nbsp;รองนายกฯ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;รมว.สาธารณสุข&amp;nbsp;โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กหลังจากเกิดกระแสกลุ่มหมอไม่ทนเคลื่อนไหวล่ารายชื่อในโซเชียลเรียกร้องให้ลาออกว่า ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ&amp;nbsp;ทั้งโพสต์&amp;nbsp;ทั้งไลน์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;โทรมาด้วยตัวเอง ผมยังเข้มแข็งดี&amp;nbsp;ทั้งร่างกายและจิตใจ&amp;nbsp;และยังมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับคณะแพทย์&amp;nbsp;และบุคลากรสาธารณสุข&amp;nbsp;ทั้งของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;การควบคุมโรคให้ได้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางท่านทั้งให้กำลังใจ&amp;nbsp;และห่วงใยว่ามีการยึดอำนาจ&amp;nbsp;แย่งอำนาจของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ผมได้แต่ตอบไปว่า&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เป็นผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว&amp;nbsp;ผมมีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบาย&amp;nbsp;และคำสั่งท่านนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;มาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการป้องกัน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ควบคุมโรคระบาดโควิด-19&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศบค.&amp;nbsp;เป็นผู้จัดทำนโยบาย&amp;nbsp;พิจารณา&amp;nbsp;ออกคำสั่ง&amp;nbsp;กำกับการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;โดยมีนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;เป็นหน่วยปฏิบัติตามนโยบายของศบค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายครั้งที่กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;เสนอมาตรการควบคุมโรค&amp;nbsp;หากศบค.&amp;nbsp;ไม่เห็นด้วย&amp;nbsp;ก็ต้องกลับมาปรับมาตรการทั้งการตรวจ&amp;nbsp;การป้องกัน&amp;nbsp;การรักษา&amp;nbsp;การจัดหายา&amp;nbsp;เวชภัณฑ์และ&amp;nbsp;การฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ศบค.&amp;nbsp;เป็นผู้บริหารแบบ&amp;nbsp;Single command&amp;nbsp;มาตั้งแต่ต้น&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม 2563&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ปฏิบัติตามนโยบายศบค.&amp;nbsp;ด้วยดีมาตลอด&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงขอความกรุณาอย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นการเมือง&amp;nbsp;และสร้างกระแสให้เกิดความขัดแย้ง&amp;nbsp;และส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบสาธารณสุข&amp;nbsp;และบุคลากรทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ผมเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา&amp;nbsp;และปฏิบัติตามนโยบาย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;คำสั่งนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรายงานการปฏิบัติงานให้นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ทราบทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอยืนยันว่า&amp;nbsp;ไม่มีการยึดอำนาจ&amp;nbsp;ไม่มีการแย่งอำนาจ&amp;nbsp;เพราะ&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เป็นหัวหน้ารัฐบาล&amp;nbsp;เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศบค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100814</URL_LINK>
                <HASHTAG>หมอไม่ทน, อนุทิน ชาญวีรกูล, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086b23693e3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100712</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระหึ่ม!ไล่อนุทิน จัดการไวรัสเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เก้าอี้ร้อน กระหึ่ม &amp;quot;หมอไม่ทน-ไล่เสี่ยหนู&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระแสขานรับท่วมท้น หนุนอัปเปหิพ้นกระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายค้านจี้ออกไปเถอะ หลังก่อกรรมทำเข็ญกับประชาชนทั้งประเทศ รัฐบาลพล่านหนัก ดีอีเอสระงับเนื้อหาแคมเปญ อ้างผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 เม.ย. มีรายงานว่าได้มีแคมเปญ &amp;quot;หมอไม่ทน&amp;quot; ผ่านเครือข่ายออนไลน์ www.change.org ล่ารายชื่อแสดงความไม่พอใจต่อการบริหารงานกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องการรับมือกับวิกฤติโควิด-19 โดยเคลื่อนไหวเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลาออก เพื่อให้ผู้ที่มีความสามารถ มีความเหมาะสมมากกว่าเข้ารับตำแหน่ง หลังจากไม่มีความสามารถมากพอในการควบคุมดูแลการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแคมเปญดังกล่าว &amp;quot;หมอไม่ทน&amp;quot; ได้ให้เหตุผลประกอบ โดยระบุข้อความว่า กว่า 1 ปีเต็มที่ผ่านมาของการระบาด COVID-19 เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่านายอนุทินไม่มีความสามารถมากพอในการควบคุมดูแลการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั้งเรื่องการวางนโยบาย การจัดการทรัพยากร การจัดหาวัคซีน และการสร้างความเชื่อมั่นให้บุคลากรทางการแพทย์ นอกเหนือไปกว่านั้น หลายครั้งบทสัมภาษณ์จากนายอนุทินยังทำให้เห็นชัดเจนว่า ไม่มีวิสัยทัศน์ที่เหมาะสมในการทำงานควบคุมกระทรวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่การระบาดไม่สามารถควบคุมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แคมเปญ &amp;quot;ไล่อนุทิน&amp;quot; ผ่าน www.change.org&amp;nbsp; มีผู้ร่วมลงชื่อเป็นจำนวนมาก โดยพบว่าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 เม.ย. 2564 ยอดผู้ลงชื่อร่วมสนับสนุนรวมทะลุ 50,000 รายชื่อแล้ว หลังผ่านไปเพียง 1 วันเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ต่อมาการเคลื่อนไหวผ่าน www.change.org&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้ถูกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ระงับเนื้อหาในหน้าดังกล่าว โดยชี้ว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ปี 2550
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับพรรคก้าวไกล ออกแถลงข้อเสนอต่อการรับมือสถานการณ์โควิด-19 ระลอก 3 โดยเสนอแนวทางในการรับมือไว้หลายมาตรการและมาตรการเยียวยา ก่อนระบุว่า พรรคก้าวไกล ขอยืนยันว่ารัฐบาลภายใต้การบริหารงานของนายอนุทิน ได้บกพร่องต่อหน้าที่ ล้มเหลวในการจัดการสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 มามากพอแล้ว ประชาชนไม่อาจแบกรับกับหายนะที่รัฐบาลนี้ก่อขึ้นได้อีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ พรรคก้าวไกลจึงขอเรียกร้องให้นายอนุทินจงมีมโนสำนึกในความผิดของตน ที่ได้ก่อกรรมทำเข็ญเอาไว้กับประชาชนได้แล้ว และตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งโดยทันที และขอให้รัฐบาลเร่งพิจารณาข้อเสนอแนะของพรรคก้าวไกล และนำไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวเช่นกันว่า รัฐบาลทำสถิติโควิดนิวไฮทุกวัน โดยไม่มีท่าทีว่าจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิดจะลดลง ในขณะที่เกิดกระแสเรียกร้องให้นายอนุทินลาออก รวมทั้งกรณีมีภาพหลุดคนหน้าคล้ายรัฐมนตรีในลักษณะไม่เหมาะสม ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกที่ 3 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะลอยตัวเหนือปัญหาหรือโยนเผือกร้อนให้คนอื่นตัดสินใจแทนทุกเรื่องไม่ได้ การเกิดวิกฤติศรัทธาอย่างหนักในครั้งนี้พุ่งเข้าใส่รัฐบาลเต็มๆ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเร่งตัดสินใจและแก้ไขปัญหาก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ระหว่างขับภูมิใจไทยออก กับรอให้ถอนตัว สิ่งใดจะเกิดขึ้นก่อน หรือ พล.อ.ประยุทธ์จะลาออก เพื่อเปิดทางให้คนที่มีความพร้อมเข้ามาแก้ไขปัญหาแทน&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;คนภูมิใจไทย&amp;quot; ได้นำเสนอข้อมูลชี้แจง 12 ข้อดีในการทำงานของนายอนุทิน อาทิ จัดหาวัคซีนซิโนแวค 2 ล้านโดส และเพิ่มอีก 5 ล้านโดสมาให้ประชาชน ก่อนวัคซีนแอซตร้าเซนเนก้ามาถึงไทย, จัดหาวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดส มาให้ประชาชน เริ่มต้นฉีดเดือน มิ.ย., จัดหายาต้านไวรัสให้ผู้ป่วยมากกว่า 5 ล้านเม็ด, แก้ปัญหาหน้ากากอนามัยและเวชภัณฑ์สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ไม่ขาดแคลนและเพียงพอได้อย่างยั่งยืน, บรรจุข้าราชการใหม่ 45,000 อัตรา และเพิ่มค่าตอบแทน อสม. เดือนละ 500 บาท เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พบว่าหลายพรรคการเมืองพยายามแสดงบทบาทในการแก้ปัญหาโควิด-19 ครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาลโดย น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรค พปชร. กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินโควิด-19 เพื่อประสานงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคฝ่ายปฏิบัติการเป็นผู้ดูแล ผ่านหัวหน้าภาคทั้ง 10 ภาคของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน&amp;nbsp; รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค และ ส.ส.ของพรรค ร่วมกันแถลงข่าวเปิดศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉิน โควิด-19 เพื่อช่วยประสานคลี่คลายปัญหาผู้ป่วยติดเชื้อตกค้างได้ ให้เข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุด โดยนายเฉลิมชัยกล่าวว่า การเปิดศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินโควิด-19 (ศปฉ.ปชป.) ขึ้น จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะเข้าไปรับข้อมูล และประสานงานกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยประสานส่งต่อผู้ติดเชื้อให้เข้ารับการรักษาได้โดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การตั้ง ศปฉ.ปชป.จะไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานรัฐ และจะไม่มีเรื่องดรามาผู้ป่วยตกหล่นที่ติดเชื้อโควิดและรักษาที่บ้านเองใช่หรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ไม่ซ้ำซ้อน เป็นการตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวกลางเพิ่มช่องทางหรือตัวเลือกให้ประชาชนที่ติดเชื้อโควิดสามารถประสานขอความช่วยเหลือได้อีกทางหนึ่ง ยืนยันว่าเตียงที่รองรับผู้ป่วยติดเชื้อยังเพียงพอ และรัฐบาลสั่งให้มีการตั้งโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขกว่า 20,000 เตียง เราตั้งศูนย์ขึ้นเพื่อเพิ่มช่องทางในการเข้าถึง เพื่อประชาชนได้รักษาได้ทันท่วงที โดยเราไม่มีหน้าที่ไปรับ-ส่งผู้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร รองเลขาธิการพรรค ในฐานะผู้รับผิดชอบโซเชียลมีเดียพรรค ระบุว่า โครงการนี้พรรคจัดให้มีกลไกการประสานงานช่วยเหลือ โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1 รับผิดชอบเปิดช่องการรับข้อมูลหรือเรื่องราวร้องทุกข์ผ่านทางทีมบุคลากรของพรรคในพื้นที่ (Offline) และสื่อสังคมออนไลน์ (Online) ของพรรคจากผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อตกค้างที่ยังไม่สามารถเข้าระบบสาธารณสุขได้เพื่อส่งให้ ส่วนที่ 2 ซึ่งรับผิดชอบการประสานข้อมูลผู้ติดเชื้อเพื่อการส่งต่อและส่งข้อมูลต่อไป และส่วนที่ 3 คือตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุขที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกและประสานงาน โดยช่องทางโซเชียลมีเดียพรรคจะใช้ 2 ช่องทางหลักคือ Facebook : facebook.com/DemocratPartyTH และ Twitter : twitter.com/democratTH
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลนำข้อเสนอของภาคเอกชนที่เป็นประโยชน์มาเร่งดำเนินการ ได้แก่ 1.ประสานความร่วมมือจากมูลนิธิที่มีศักยภาพขนย้ายผู้ป่วย เร่งขนย้ายผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาการไม่รุนแรงที่ตกค้างตามที่พักอาศัยมารักษาตัวในโรงพยาบาลสนาม เพื่อเข้าสู่การดูแลของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ 2.เปิดรับความช่วยเหลือจากภาคเอกชนซึ่งเป็นบริษัทคอลเซ็นเตอร์ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในการสร้างระบบการรับสายโทรศัพท์จากผู้ป่วย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน 3.เร่งจัดทำ ICU สนามรองรับผู้ป่วยหนักที่กำลังประสบปัญหาเตียงในโรงพยาบาลรัฐไม่เพียงพอ พร้อมประสานไปยังแลปของเอกชนในการนำเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการดูแลรักษา 4.เร่งเบิกใช้งบกลางซึ่งเป็นงบฉุกเฉินในช่วงวิกฤติ นำไปจัดซื้อยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น และ 5.เร่งจัดหาวัคซีนให้รวดเร็วและจริงจังมากยิ่งขึ้นจากแผนที่กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรคเพื่อไทยพร้อมนำองคาพยพทั้งหมดประสานเข้าช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยจะแถลงรายละเอียดอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 26 เม.ย. เวลานี้เราไม่ได้รบกับโรคระบาด แต่กำลังรบกับกลไกภาครัฐที่ไม่ทันท่วงทีกับการระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;rdquo; น.ส.อรุณีกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100712</URL_LINK>
                <HASHTAG>change, COVID-19, กระทรวงสาธารณสุข, การรับมือกับวิกฤติโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอไม่ทน, โควิด 19, โควิด-19, ไล่อนุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6085770ae7ba7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนภูมิใจไทย ชู 12 ผลงาน &#039;อนุทิน&#039; โต้ &#039;หมอไม่ทน&#039; ล่าชื่อไล่พ้น สธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.64 - ภายหลังสังคมโซเชียลฯได้รณรงค์ ผ่านเว็ปไซต์ www.change.org โดย &amp;quot;หมอไม่ทน&amp;quot; ในหัวข้อ &amp;quot;เรียกร้องให้อนุทิน รัฐมนตรี สธ​.​ลาออก จากความล้มเหลวในการแก้ปัญหาการระบาด COVID19&amp;quot; เมื่อวานนี้นั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวของฝ่ายสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp;โดยเฟซบุ๊กเพจ &amp;nbsp;&amp;quot;คนภูมิใจไทย&amp;quot; โพสต์ข้อความปกป้อวงนายอนุทิน โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับความสำเร็จของกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายใต้การนำของ &amp;#39;อนุทิน ชาญ​วี​รกูล&amp;#39; ที่ชวนให้ตั้งคำถามว่านี่คือผลงานของความล้มเหลวจริงเหรอ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จัดหาวัคซีน ซิโนแวค 2 ล้านโดส และเพิ่มอีก 5ล้านโดส มาให้ประชาชน ก่อนวัคซีนแอซตร้าเซนเนกา จะมาถึงประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. จัดหาวัคซีน แอซตราเซนเนกา 61 ล้านโดส มาให้ประชาชน เริ่มต้นฉีดเดือนมิถุนายน นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จัดหายาต้านไวรัส ให้ผู้ป่วย มากกว่า 5 ล้านเม็ด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. แก้ปัญหาหน้ากากอนามัย และเวชภัณฑ์สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ขาดแคลน และเพียงพอได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. บรรจุข้าราชการใหม่ 45,000 อัตรา สร้างขวัญกำลังใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. เพิ่มค่าตอบแทน อสม. เดือนละ 500 บาท เพื่อสนับสนุนการทำงานควบคุมโรค ในทุกหมู่บ้านทั่วประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. จัดหาเครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง 7 เครื่อง ให้บริการผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ จากการเดินทางไปรับบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. เปิดคลินิกผู้สูงอายุ ให้บริการวันหยุด เพิ่มโอกาสผู้สูงอายุเข้าถึงบริการสาธารณสุข ได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. ผู้ป่วยในสามารถใช้สิทธิบัตรทองได้ไม่ต้องมีใบส่งตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. ผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง ใช้บริการปฐมภูมิได้ทุกที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. เปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์ มากกว่า 200 แห่ง ให้บริการประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12. ปลดล็อกกัญชา ให้เป็นพืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้เกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#อนุทิน #สาธารณสุข #วัคซีนโควิด19 #อสม #บัตรทอง #กัญชาทางการแพทย์ #คนภูมิใจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100613</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูมิใจไทย, หมอไม่ทน, อนุทิน ชาญวีรกูล, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6072eb2949399.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
