<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟน. โปร่งใส จัดประชุมความร่วมมือโครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (9 สิงหาคม 2561) นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เป็นประธานจัดประชุมความร่วมมือชี้แจงการจ้างก่อสร้างงานด้านโยธา จัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า และสายไฟฟ้าใต้ดิน พร้อมติดตามผลการดำเนินงานเพื่อความโปร่งใส รองรับการเป็นมหานครอาเซียน Smart Metro ถนนจรัญสนิทวงศ์ (โครงการตามแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน) กับ The Consortium of TEDA Company Limited and China Energy Engineering Group Hunan Electric Power Design Institute Company Limited โดยมี นายทศพร รัตนมาศทิพย์ ผู้แทนจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และคณะ ร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้เพื่อความโปร่งใส ณ อาคารสำนักงานเพลินจิต การไฟฟ้านครหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่า กฟน. ในฐานะองค์กรชั้นนำด้านธุรกิจพลังงานไฟฟ้าในระดับสากล ได้ดำเนินโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาระบบไฟฟ้าให้มีความเพียงพอ มั่นคง ปลอดภัย และช่วยปรับทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครให้สวยงาม พร้อมสู่การเป็นมหานครแห่งอาเซียน ซึ่งการจัดประชุมความร่วมมือชี้แจงผลการดำเนินงานในครั้งนี้นับเป็นการแสดงเจตจำนงความโปร่งใส ระหว่าง กฟน. และบริษัทผู้รับจ้างในการก่อสร้างงานด้านโยธา จัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าใต้ดินโครงการถนนจรัญสนิทวงศ์ (โครงการตามแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน) ระยะทาง 11.4 กิโลเมตร (เชิงสะพานพระราม 7 ถึงแยกท่าพระ) มีมูลค่าโครงการประมาณ 2,226 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการก่อสร้างในครั้งนี้ มีกำหนดระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปี 2561 - 2564 โดยมีการก่อสร้างด้วยวิธีการขุดเปิด &amp;ndash; ฝังกลบ ทางเท้า (Open Cut) และวิธีการดึงท่อลอดใต้ถนน (Horizontal Directional Drilling หรือ HDD) ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย และสายไฟฟ้าใต้ดินที่นำมาใช้มีความคงทนแข็งแรงใช้วัสดุฉนวนหุ้มกันน้ำและกันไฟฟ้ารั่ว ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบแม้จะเกิดน้ำท่วมขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการสายไฟฟ้าใต้ดินบนถนนจรัญสนิทวงศ์ (โครงการตามแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน) ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนรองรับการเป็นมหานครแห่งอาเซียน 127.3 กิโลเมตร ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2564 อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน กฟน. กำลังดำเนินโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินรวมทั้งสิ้น 214.6 กิโลเมตร แบ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ 45.6 กิโลเมตร และโครงการที่อยู่ระหว่างกำลังดำเนินการอีก 169 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฟน. 60 ปี ก้าวสู่วิถีอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Leveraging beyond Tomorrow&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;Smart Metro&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;| ระบบไฟฟ้ามั่นคง บริการมั่นใจ ห่วงใยสังคม |&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15065</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟน โปร่งใส, กฟน., นายชัยยงค์ พัวพงศกร, สายไฟใต้ดิน, หมั่นเช็กอุปกรณ์ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6c130d08e52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้สูงอายุรับมือกับไฟไหม้ &quot;ติดกริ่งสัญญาณช่วยชีวิต&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(บ้านไหนที่มีผู้สูงอายุป่วยติดเตียง ควรติดตั้งกริ่งสัญญาณเตือนภัย เพื่อให้คนในชุมชนและเพื่อนบ้านใกล้เคียงคอยช่วยเหลือ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พบเห็นกันได้บ่อยๆ ในช่วงนี้ สำหรับข่าวคราวไฟไหม้โรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนชุมชนแออัดต่างๆ ไฟไหม้ทรัพย์สินก็ว่าแย่แล้ว แต่หากบ้านไหนที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วยกัน แถมอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง ก็ยิ่งต้องเพิ่มการเอาใจใส่และเฝ้าระวังเหตุไฟไหม้มากขึ้นไปอีก 2 เท่า เนื่องจากการช่วยเหลือและการเคลื่อนย้ายผู้สูงวัยที่ป่วยกลุ่มนี้มักเป็นไปด้วยความยากลำบาก ดังนั้นการป้องกันตัวเองแต่เนิ่นๆ เพื่อให้รับกับอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อถือเป็นสิ่งสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(พัดลมเก่าที่ไม่ได้มาตรฐานและมีสายไฟชำรุด, ปลั๊กไฟที่เสียบเต็มราง จะทำให้สายไฟของปลั๊กเกิดความร้อน กระทั่งชอร์ตและเกิดเปลวไฟในที่สุด)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ่าสิบตำรวจสายชล พุกาธร หัวหน้าสถานีดับเพลิงเขตสายไหม ให้ข้อมูลไว้น่าสนใจว่า &amp;ldquo;กรณีที่ผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในชุมชนแออัด และมีผู้ป่วยติดเตียงอาศัยอยู่ร่วมกันเพียงลำพัง แนะนำว่าควร &amp;ldquo;ติดสัญญาณเตือนภัย&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;กริ่งกด&amp;rdquo; ที่ส่งเสียงดัง เพื่อเตือนให้คนมาช่วยเหลือเวลาที่เกิดเหตุไฟไหม้ เพราะโดยทั่วไปแล้วผู้สูงวัยคงไม่กดเล่นอย่างแน่นอน ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวจำเป็นมากสำหรับบ้านที่มีคนแก่ติดเตียงและไม่มีลูกหลานคอยดูแล ประกอบกับประธานชุมชนส่วนใหญ่จะมีข้อมูลของผู้ป่วยกลุ่มนี้อยู่แล้ว ดังนั้นถ้าได้ยินสัญญาณของกริ่งก็จะรีบมาใช้ผู้สูงวัยก่อนเป็นลำดับแรก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง และมักชอบขี้หลงขี้ลืมจากอายุที่มากขึ้น ควรติดตั้งอุปกรณ์ตัดแก๊สอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไฟไหม้บ้าน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนบ้านไหนที่ผู้สูงอายุป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ หรือตัวท่านมีอายุค่อนข้างมาก อีกทั้งขี้หลงขี้ลืมและอยู่เพียงลำพัง ตรงนี้หากเป็นไปได้ ประธานชุมชนหรือลูกหลานที่อยู่ห่างควร &amp;ldquo;ติดอุปกรณ์ตัดแก๊สอัตโนมัติ&amp;rdquo; เพราะจากภาวะของโรคนั้นอาจทำให้ผู้สูงวัยอุ่นอาหารทิ้งไว้และหลงลืม กระทั่งทำให้เกิดไฟลุกไหม้ที่อยู่อาศัยได้ แต่หากบ้านที่มีลูกหลานอาศัยอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุ กระทั่งคนวัย 50-60 ปีที่พักอยู่บ้านในชุมชนแออัด แนะนำว่าควร &amp;ldquo;หมั่นเช็กอุปกรณ์ไฟฟ้า&amp;rdquo; ให้อยู่ในสภาพปกติ และอย่าคิดว่าไม่เป็นไร เนื่องจากเป็นสาเหตุของอัคคีภัยสูงถึงร้อยละ 90 ดังนั้นควรตรวจดูว่าสายไฟของพัดลม ตู้เย็น ทีวี ชำรุดหรือไม่ ถ้าเห็นมีรอยแตกก็ควรรีบเปลี่ยนและซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพปกติ นอกจากการที่ใช้เต้าปลั๊กที่ค่อนข้างหลวม หรือไม่พอดีกับสายไฟจากอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดต่างๆ ตรงนี้จะทำให้กระแสไฟไหลเวียนไม่สะดวก เนื่องจากหลุดบ่อย กระทั่งเกิดประกายไฟ และลุกลามเป็นเพลิงไหม้ในที่สุด ดังนั้นอุปกรณ์ทั้ง 2 ชนิดจะต้องเสียบพอดีกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ลืมไม่ได้ แนะนำว่า &amp;ldquo;ไม่ควรซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูก&amp;rdquo; ที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้นว่า พัดลมตัวละ 100 บาท เพราะเมื่อเปิดใช้งานไปสักพักจะทำให้ร้อนอย่างรวดเร็ว ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าชอร์ตและเกิดเพลิงไหม้ อีกทั้งควร &amp;ldquo;หลีกเลี่ยงการเสียบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดด้วยกัน&amp;rdquo; ตรงนี้จะทำให้สายไฟของตัวเต้าเสียบร้อนและชอร์ต กระทั่งเกิดประกายไฟในที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(ป้องกันผู้สูงอายุสำลักควันไฟ แนะนำให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำปิดปากและจมูก จากนั้นให้ก้มลงต่ำ&amp;nbsp;และตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ หรือรีบพาตัวเองออกจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องการสังเกตสัญญาณเตือนไฟไหม้ เช่น สะเก็ดไฟ หรือควันไฟ อาจจะทำได้ค่อนข้างยาก หากว่าอัคคีภัยเกิดขึ้นในช่วงดึกของกลางคืน หรือกลางวันที่คนส่วนใหญ่มักออกไปทำงานนอกบ้าน ดังนั้นการป้องกันไว้ก่อนตามคำแนะนำเบื้องต้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ขณะที่ ผู้สูงวัยและคนทั่วไปที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ ซึ่งเป็นอาหารชุดแบบปิด อันดับแรกให้ตรวจสอบก่อนว่า ที่พักอยู่อาศัยมีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด เช่น ต้องมีทางหนีไฟ 2 ทาง, มีสปริงเกลอร์สำหรับพ่นน้ำเวลาที่เกิดอัคคีภัยหรือไม่, ในตัวอาคารมีอุปกรณ์จับความร้อนหรือไม่, มีป้ายทางหนีไฟหรือไม่, มีไฟฉุกเฉินหรือไฟสำรองหรือไม่ เพื่อสิ่งที่กล่าวมาเป็นตัวช่วยเวลาที่เกิดไฟไหม้ และจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีโอกาสรอดชีวิตสูง และหากไปได้ควรมีการซ้อมหนีไฟอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่การเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุจากเหตุการณ์ไฟไหม้ แนะนำว่าให้รีบพาตัวเองออกมาจากกองเพลิงให้เร็วที่สุด โดยไม่ต้องห่วงทรัพย์สมบัติมากกว่าชีวิต ที่สำคัญหาให้ผ้าขนหนูชุบน้ำเพื่อปิดปากและจมูก ป้องกันการสำลักควันไฟ หากวิ่งไม่ไหวให้นอนลงที่ต่ำ และตะโกนเรียกให้คนเข้าไปช่วย หรือหากยังเคลื่อนไหว้ได้ควรรีบออกมาจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด ในส่วนของผู้สูงวัยที่ป่วยติดเตียง หากติดสัญญาณหรือกริ่งขอความช่วยเหลือ ก็จะทำให้นักดับเพลิงหรือคนในชุมชนเข้าไปช่วยเหลือก่อนเป็นอันดับแรก ตรงนี้ก็จะเป็นการช่วยเซฟชีวิตจากปัญหาอัคคีภัย แต่สิ่งสำคัญที่สุด ผู้อยู่อาศัยต้องไม่ประมาทและมองข้ามเรื่องเล็กน้อย อย่างปลั๊กไฟที่ชำรุด หรือซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐานมาใช้ เพราะคิดว่าประหยัดเงินในกระเป๋า นั่นจะนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจากไฟไหม้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ป่วยเรื้อรัง หรืออาศัยอยู่ตามลำพัง&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12089</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, จ่าสิบตำรวจสายชล พุกาธร, สัญญาณเตือนภัย, หมั่นเช็กอุปกรณ์ไฟฟ้า, อุปกรณ์ตัดแก๊สอัตโนมัติ, เครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูก, โลกวัยเกษียณ, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b30e067d6059.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
