<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เร่งประสาน &#039;อินเตอร์โพล&#039; ออกหมายแดงจับตัว &#039;บอส&#039; กลับมาดำเนินคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.63 - พ.ต.อ.กฤษณะ&amp;nbsp; พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ขอเปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ &amp;ldquo;บอส กระทิงแดง&amp;rdquo; ว่า ได้รับรายงานจาก สน.ทองหล่อ ว่า วันนี้ ( 23 ก.ย. 63) พนักงานสอบสวน ได้รับหนังสือจากสำนักงานอัยการสูงสุด แจ้งคำสั่งฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ในข้อหาความผิดฐาน &amp;ldquo; ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้ถึงแก่ความตายและ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) โดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo; พร้อมให้ติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย

โดยก่อนหน้านี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้ อนุมัติหมายจับ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ในข้อหา &amp;ldquo;ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนรถผู้อื่นเสียหาย มีผู้ถึงแก่ความตาย, ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรแก่ผู้ได้รับความเสียหายและไม่แจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานในทันที และ เสพยาเสพติดให้โทษ ประเภท 2 (โคคาอีน) โดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo; อายุความ 15 ปี&amp;nbsp; ซึ่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ได้มีหนังสือแจ้งไปยัง กองทะเบียนประวัติอาชญากรและสำนักงานตำรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินการประกาศสืบจับและเฝ้าระวัง ติดตามข้อมูล ในระบบการเดินทางเข้า - ออกประเทศไทย อย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า หลังจากนี้ พนักงานสอบสวน จะมีหนังสือไปยังกองการต่างประเทศ เพื่อที่จะประสานไปยัง องค์การตำรวจสากล INTERPOL ดำเนินการประกาศตำรวจสากลสีแดง หรือ INTERPOL RED NOTICE ให้ติดตามตัวนายวรยุทธฯ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ภายในอายุความ พร้อมระบุที่หมาย ที่ปรากฏโดยจะแจ้งไปยังประเทศสมาชิกองค์การตำรวจสากล ทั้ง 194 ประเทศ เพื่อให้ทราบว่าบุคคลดังกล่าว เป็นบุคคลที่ทางการไทย ต้องการตัวกลับมาดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของไทยต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78375</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ, หมายแดง, อินเตอร์โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b0cbf4b99c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2020 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2020 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชง ผบ.ตร.เชือดตำรวจบกพร่อง 21 นาย รวมอดีต ผบช.น.ด้วย เตรียมประสานอินเตอร์โพลจับ &#039;บอส&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการ คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต เมื่อปี 2555 กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้สรุปผลการตรวจสอบเสนอ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากพบพยานหลักฐานใหม่ที่นำไปสู่การดำเนินคดีนายวรยุทธ ใน 3 ข้อหา คือขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้ถึงแก่ความตาย, ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือฯ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) โดยผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้พิจารณาข้อบกพร่องข้าราชการตำรวจ รวม 21 นาย แบ่งเป็นตำรวจรายเดิมที่เคยถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดแล้ว 11 นาย และตำรวจที่เพิ่งพบความผิดรายใหม่ 10 นาย โดยในจำนวนนี้มีอดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ส่วนจะสามารถดำเนินคดีทางอาญาย้อนหลังได้หรือไม่ ต้องพิจารณาอีกครั้ง แต่โทษทางวินัยนั้นไม่สามารถดำเนินการย้อนหลังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องผลการสอบสวนพยานใหม่ตามคำสั่งของอัยการและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะนี้ สน.ทองหล่อ สอบพยานความเร็ว 4 ปาก และพยานเกี่ยวกับผลการตรวจสารเสพติด 4 ปาก ครบทั้งหมดแล้ว ไม่เกินในสัปดาห์หน้าจะสามารถส่งสำนวนให้อัยการรับไปพิจารณาได้ ส่วนผลความเร็วที่เป็นที่สนใจของสังคม ในส่วนของตำรวจยังยืนยันใช้ผลการคำนวณของกองพิสูจน์หลักฐานเป็นหลัก ส่วนผลการสอบเรื่องการคำนวณความเร็ว พบว่ามีความแตกต่างกัน ซึ่งมีทั้ง 125 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ผลคำนวณทั้งหมดเกินกว่า 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามที่กฎหมายกำหนดแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยังระบุด้วยว่าเรื่องการทำสำนวนในคดีใหม่นี้ ทางคณะกรรมการฯ ไม่ได้นำพยานเดิมที่อยู่ในสำนวนคดีเก่ามาพิจารณาประกอบเป็นคดีใหม่ เพราะคดีสิ้นสุดไปแล้ว ส่วนการทำสำนวนคดีใหม่ จะยึดหลักผลการสอบพยานและเทคโนโลยีแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.จารุวัฒน์ เผยต่อว่า&amp;nbsp;ตามระเบียบหลังจากออกหมายจับตาม&amp;nbsp; ป.วิอาญา 1.ให้แจ้งกองทะเบียนประวัติอาชญากรเพื่อประกาศสืบจับ 2.แจ้งกองการต่างประเทศเพื่อประสานตำรวจสากล 3.แจ้งตำรวจ สตม.ที่เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ กล่าวว่า หลังจากนี้จะต้องรอให้อัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง ถึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการของกองการต่างประเทศ ในการประสานไปยังองค์การตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพล เพื่อขอให้พิจารณาออกหมายแดง เพื่อสืบหาแหล่งที่อยู่ของผู้ต้องหาที่หลบหนีในต่างประเทศ ก่อนดำเนินการตามช่องทางส่งผู้ร้ายข้ามแดน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75717</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, บอส อยู่วิทยา, หมายแดง, อินเตอร์โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200827/image_big_5f476c579d8ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิทธิมนุษยชนเชื่องๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขอพูดถึงเธอคนนี้อีกที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา&amp;quot; แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ผันตัวมาเป็นแกนนำเรียกร้องส่ง &amp;quot;ฮาคีม อัล อาไรบี&amp;quot; คืนออสเตรเลีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นคือเธอไปทวีตข้อความใน บัญชีทวิตเตอร์ Bow Nuttaa Mahattana@NuttaaBow ว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนไทยนี่พอรัฐบาลพูดคำว่า &amp;#39;เราทำทุกอย่างตามกฎหมาย&amp;#39; ก็เชื่อกันเชื่องๆ เลย? #SaveHakeem&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักปกป้องสิทธิมนุษยชนใช้คำว่า &amp;quot;เชื่องๆ&amp;quot; กับคนที่เชื่อว่าประเด็นนี้ต้องทำตามกฎหมายตามที่รัฐบาลบอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำว่า &amp;quot;เชื่อง&amp;quot; ใช้กับสัตว์ ไม่ใช่มนุษย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ามนุษย์หน้าไหนถูกนำคำว่า &amp;quot;เชื่อง&amp;quot; มาใช้ ก็แสดงว่ามนุษย์ผู้นั้นมีพฤติกรรมเยี่ยงสัตว์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับคนใช้ว่า หัวอ่อน ฉลาดน้อย ก็ว่ากันไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นี่ใช้คำว่า &amp;quot;เชื่อง&amp;quot; กับคนที่คิดไม่เหมือนตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมุษย์ของคนเห็นต่างได้อย่างไรกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนถูกจับ ไม่มีใครรู้จัก &amp;quot;ฮาคีม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่รู้ว่านายคนนี้เป็นใคร ไปทำอะไรมาบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อถูกจับ กลายเป็นประเด็นใหญ่โต ตีข่าวไปทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ลี้ภัยที่ต้องได้รับการปกป้องด้านสิทธิมนุษยชน ในความจริงมันควรเป็นเช่นนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เรื่องราวตั้งแต่ ๑ ถึง ๑๐ กลับพบว่า มันมีข้อผิดพลาด กลบความผิด และโยนความผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้เริ่มจะไปไกลถึงขั้นว่า หมายแดง หรือ Red Notice ของตำรวจสากล ไม่ใช่หมายจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจสากลไม่มีอำนาจบังคับให้ประเทศสมาชิกจับผู้ที่มีหมายแดงติดตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีของ &amp;quot;ฮาคีม&amp;quot; การตัดสินใจจับหรือไม่จับเป็นอำนาจของไทย ๑๐๐% หากตัดสินใจไม่จับก็ไม่ผิดกฎของตำรวจสากลแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าใช้ตรรกะนี้มาบอกว่า ไทยไม่ควรจับ &amp;quot;ฮาคีม&amp;quot; แล้วจะมีตำรวจสากลเอาไว้ทำหอกอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาง่ายๆ นักปกป้องสิทธิฯ ทั้งหลาย ถ้าวันนั้นตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วเห็นหมายแดงของตำรวจสากลว่า บุรุษนายหนึ่งมีคดีก่อการร้ายในประเทศตะวันออกกลาง วันนั้นจะไม่สนใจที่จะกักตัวไว้ก่อนเพราะตำรวจสากลบอกว่า เอ็งไม่ต้องสนใจหมายแดงก็ได้ ใช่หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าอวดอ้างตัวเองฉลาดหลังหวยออกให้มาก ให้คิดถึงคนที่อยู่หน้างานแล้วเจอสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจในเวลานั้นบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ &amp;quot;ฮาคีม&amp;quot; มีหมายแดง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ทางการบาห์เรนได้ร้องขอให้ตำรวจสากลออกหมายแดงเพื่อจับกุม &amp;quot;ฮาคีม&amp;quot; ๔ วันหลังจากที่เขายื่นขอวีซ่าเข้าประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าไปฉลาดเอาเฉพาะวันที่ ตำรวจสากลออสเตรเลียถอนหมายแดงเพราะความผิดพลาดของตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิทธิมนุษยชนมีความสำคัญต่อมวลมนุษยชาติ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ใช้สิทธิมนุษยชนมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ผู้นั้นหามีความเป็นมนุษย์ในตัวไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลออสเตรเลียเลือกที่จะเล่นประเด็นเช่นนี้อย่างน่ารังเกียจมานานแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๘ โทนี แอบบ็อตต์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ขณะนั้น ใช้นโยบายปิดกั้นผู้ลี้ภัยทางเรืออย่างเข้มข้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวโรฮีนจาล่องเรือขอขึ้นเกาะ โทนี แอบบ็อตต์ บอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ออสเตรเลีย จะไม่ทำอะไรก็ตามที่อาจส่งเสริมให้คนเหล่านั้นคิดว่าพวกเขาสามารถล่องเรือมาได้ &amp;nbsp;หรือร่วมมือกับแก๊งค้ามนุษย์เพื่อมาแสวงหาชีวิตใหม่ในต่างแดนได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือคำสารภาพของผู้นำประเทศที่ยกย่องตัวเองว่าให้ความสำคัญด้านสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณี &amp;quot;ฮาคีม&amp;quot; ไทยไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องทำตามกฎหมายของตนเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าไปกรณีอเมริกาชี้เป้าให้แคนาดาจับ &amp;quot;เมิ่ง ว่านโจว&amp;quot; ทายาทหัวเว่ยรุนแรงกว่า &amp;quot;ฮาคีม&amp;quot; หลายเท่า และวันนี้ ทางการแคนาดา ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างจากทางการไทยเท่าไหร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือถ้าเทียบกับกรณี สาวซาอุฯ ใช้ไทยเป็นทางผ่าน เพื่อขอลี้ภัยไปประเทศที่สาม ออสเตรเลียแสดงเจตจำนงอยากรับตัวไว้ แต่เจ้าตัวขอไปแคนาดา ครั้งนั้นจบเร็วเพราะ สาวซุอาฯ ไม่มีคดี ไม่มีตำรวจสากลเข้ามาเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นประเด็นข้อกฎหมายจึงมีความสำคัญในแง่ของความเร็วหรือช้า เพื่อการจบเรื่องเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อย่างที่ &amp;quot;โบว์&amp;quot; เคยบอก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ตัดสินใจฟ้องใช้เวลาเพียง ๑ นาที เพราะเราปรึกษากันและได้รับข้อมูลมาจากหน่วยงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ใหญ่ที่สุดในโลกว่า ถ้าเราฟ้องเขาจะเอาไปทำเรื่องสิทธิมนุษยชนของการละเมิดสิทธิฯ เรื่องหนึ่งของโลก แม้จะรู้ว่าจะจับใครมาดำเนินคดีไม่ได้ก็ตาม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัดสินใจ ๑ นาทีฟ้องคลิปไก่จ๋า วันนี้ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว ฟ้องหรือยัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูเอ็นรับรู้แล้วหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะมันคือการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงไม่ใช่หรือ?&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28503</URL_LINK>
                <HASHTAG>Bow Nuttaa Mahattana@NuttaaBow, หมายแดง, อ่านเอาเรื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
