<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 21:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หญิงอินโดนีเซียรอดคุก หมิ่นศาสนาพาสุนัขเข้ามัสยิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลอินโดนีเซียยกเว้นโทษจำคุกหญิงคริสต์วัย 52 ปี ที่มีความผิดฐานดูหมิ่นศาสนาอิสลาม จากการสวมรองเท้าและนำสุนัขเข้าไปในมัสยิด เป็นประเด็นร้อนแรงในประเทศเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ มัสยิดแห่งหนึ่งในอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คลิปของหญิงนับถือคริสต์วัย 52 ปีชื่อซูเซ็ตเท มาร์กาเรต สวมรองเท้าและปล่อยสุนัขที่พามาด้วยให้วิ่งไปทั่วมัสยิดแห่งหนึ่งในเมืองโบกอร์ใกล้กรุงจาการ์ตาเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว สร้างความไม่พอใจต่อชาวมุสลิมในอินโดนีเซีย เนื่องจากศาสนาอิสลามเห็นว่าสุนัขเป็นสัตว์ไม่บริสุทธิ์ และห้ามสวมรองเท้าเข้าไปในมัสยิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลเมืองโบกอร์ตัดสินเมื่อวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ว่า มาร์กาเรตผิดจริงในข้อหาดูหมิ่นศาสนาอิสลาม แต่ยกโทษจำคุกเนื่องจากว่าจำเลยป่วยเป็นโรคจิตเภทแบบหวาดระแวง ซึ่งมีการตรวจสอบทางจิตเวชจำเลยเมื่อปี 2556 โดยอัยการเสนอให้ลงโทษจำคุก 9 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์กาเรตให้การในศาลว่า เธอเดินเข้าไปในมัสยิดเพราะโดนไล่ติดตามมาและได้ยินเสียงในหัวว่าสามีของเธอจะมาแต่งงานที่มัสยิดแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคลิปเธอบอกกับคนในมัสยิดว่าเป็นคาทอลิก และกล่าวหามัสยิดแห่งนี้ว่าทำให้สามีของเธอเปลี่ยนไปนับถืออิสลาม เธอเตะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่บอกให้เธอออกจากมัสยิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความของมาร์กาเรตกล่าวว่า จากคำตัดสินของศาล ลูกความพ้นผิดจากสิ่งที่เธอพูด ส่วนรุสลัน เอ.ซูฮาดี ตัวแทนของมัสยิดไม่เห็นด้วยกับข้ออ้างของจำเลยที่บอกว่าทำลงไปเพราะป่วยทางจิต บอกว่าคนที่ป่วยทางจิตส่วนใหญ่แก้ผ้าเดินเตร่ไปตามถนน แต่หญิงคนนี้ใส่เสื้อผ้าอย่างดีเข้ามาก่อเหตุในมัสยิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่าสุนัขที่มาร์กาเรตพาเข้าไปวิ่งในมัสยิด หลังจากนั้นไม่นานก็โดนรถชนตาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56505</URL_LINK>
                <HASHTAG>พาสุนัขเข้ามัสยิด, มัสยิด, รอดโทษจำคุก, หญิงชาวคริสต์, หมิ่นศาสนา, อินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3c1d9ac26ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45536</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2019 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2019 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ครอบครอง &#039;พระอุลตร้าแมน&#039; ลั่นไม่คืนภาพวาด พร้อมนำเงินประมูลช่วยสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีผลงานภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมน ของนักศึกษาหญิงปี 4 โปรแกรมวิชาศิลปศึกษา &amp;nbsp;คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ซึ่งถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลาย&amp;nbsp;แม้เจ้าของผลงานจะออกมาขอโทษชาวพุทธ โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาลบหลู่ดูหมิ่นพระพุทธศาสนาแล้วก็ตาม เนื่องจากเพียงต้องการสื่อให้เห็นว่าพระพุทธเจ้าเป็นฮีโร่เหมือนอุลตร้าแมน ช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และทำให้โลกสงบสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน นำโดย ดร.จรูญ วรรณกสิณานนท์ ทนายพงศ์นรินทร์ อมรรัตนา และคณะ ได้เดินทางไปที่กองบังคับการปราบปราม กรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าไปยื่นหนังสือต่อผู้บังคับการปราบปราม แจ้งความดำเนินคดีกับนักศึกษาที่วาดภาพพระพุทธรูปอุลตร้าแมน โดยอ้างว่าเป็นการลบหลู่พระพุทธศาสนาและเหยียบย่ำจิตใจชาวพุทธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ให้การสนับสนุนนักศึกษาคนดังกล่าวด้วย อีก 4 คน ได้แก่ นางสาวปพิชญา ณ นครพนม ผู้อำนวยการศูนย์การค้าเทอมินอล 21 โคราช ที่เป็นผู้ให้สถานที่ในการกระทำความผิด, นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดัง ในฐานะผู้โฆษณาหรือประกาศให้การสนับสนุนผู้กระทำความผิด , นายเดชา กิติวิทยานันท์ ทนายความ ผู้โฆษณาหรือประกาศให้การสนับสนุน และนายวีรยุทธ ไม่ทราบนามสกุล อาจารย์ที่ปรึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา รศ.ดร.สามารถ จับโจร&amp;nbsp;ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายมวลชนสัมพันธ์ และอาจารย์ประจำสาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา เปิดเผยว่าขณะนี้ตนเองรู้สึกเป็นห่วงในตัวนักศึกษาเจ้าของผลงาน เนื่องจากต้องมาแบกรับเรื่องราวที่หนักหน่วงมากที่สุดในชีวิต จนอาจจะทำให้ได้รับผลกระทบในการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะเดียวกันผู้ที่ไปแจ้งความเอาผิดเด็กนักศึกษา ก็ขอให้เห็นใจด้วยว่า นักศึกษาไม่ได้มีเจตนาร้ายหรือหวังทำลายพระพุทธศาสนา เพียงแต่มีมุมมองที่อาจจะไม่เหมาะสมเท่านั้น ซึ่งนักศึกษาก็ออกมาขอโทษต่อสังคมแล้ว จึงไม่อยากให้นำเรื่องของกฎหมายมาไล่เอาผิดจนไม่มีที่จะยืนกันอีก ส่วนภาพผลงานของนักศึกษาที่เป็นข่าวนั้น ขณะนี้ตนก็ได้ยินข่าวลือว่ามีผู้ให้ความสนใจติดต่อขอซื้อเข้ามาจำนวนมาก แม้กระทั่งชาวต่างชาติก็มี ซึ่งก็ไม่รู้ว่าข่าวนี้จริงหรือไม่จริง แต่งานศิลปะก็คงจะต้องมีการสร้างสรรค์ต่อไป โดยให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับคนสร้างสรรค์งานศิลปะต่อไป&amp;quot; รศ.ดร.สามารถ&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้มีผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;ปกรณ์ พรชีวางกูร&amp;quot;&amp;nbsp;ได้โพสรูปตัวเอง ยืนอยู่กับภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมนที่กำลังเป็นข่าว โดยระบุว่า ตอนนี้ได้มีความพยายามจะเรียกภาพนี้กลับไปทำลายที่โคราช ตนยืนยันว่าจะไม่ส่งภาพไปให้เผาเด็ดขาด ขณะเดียวกันก็ไม่อยากเก็บไว้เอง จึงได้นำภาพมาเปิดให้ผู้สนใจประมูล เพื่อนำเงินรายได้ไปซื้อเตียง ICU บริจาคให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่ จ.นครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถาม นายปกรณ์ พรชีวางกูร ซึ่งเป็นชาวกรุงเทพมหานคร และเป็นเจ้าของภาพที่ได้ซื้อไปเก็บไว้ ได้รับการเปิดเผยว่า เรื่องที่มีการเรียกภาพวาดนี้ไปเผาทำลายนั้นเป็นเรื่องจริง ตนไม่ยอมให้นำภาพไปเผาทำลายแน่นอน เพราะภาพเหล่านี้มีคุณค่าทางศิลปะ ขณะนี้ตนเองและเพื่อนๆที่ซื้อภาพมามีทั้งหมด 4 ภาพ โดยตนเองได้นำภาพที่ครอบครองอยู่มาประมูลเบื้องต้นก่อน 1 ภาพ ซึ่งเริ่มประมูลวันนี้ (11 ก.ย.) เป็นต้นไป จนถึงช่วงปิดประมูล เวลา 08.45 น. วันที่ 12 ก.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อปิดประมูลแล้วมีคนเสนอมาราคาเท่าไหร่ ก็พร้อมที่จะขายและนำเงินรายได้ 10% ไปมอบให้เป็นทุนการศึกษาของน้องนักศึกษาเจ้าของผลงาน ส่วนเงินรายได้ที่เหลืออีก 90% ก็จะนำไปซื้อเตียงผู้ป่วยไอซียูบริจาคให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ล่าสุดเวลา 14.05 น. ปรากฏว่ามีผู้เสนอราคาประมูลพุ่งสูงถึง 5 แสนบาทไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตนมองว่าภาพเหล่านี้ ไม่ใช่ภาพที่สวยงามระดับศิลปินชั้นครู แต่ว่าเป็นภาพมีชีวิต มีเรื่องราว และถ้าได้นำเงินที่ได้จากการประมูลไปซื้อเตียง ICU บริจาคให้โรงพยาบาล ก็ถือว่าภาพศิลปะได้ทำงานของมันไปแล้ว ถ้าจะมีใครไปแจ้งความเอาผิดเจ้าของผลงานศิลปะ หรือผู้ที่ถือครองผลงานศิลปะเหล่านี้ก็ไปแจ้งความได้เลย ตนไม่เคยกลัว เพราะถือว่าภาพศิลปะเหล่านี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอะไร และคนที่ถือครองภาพทั้ง 4 คนนี้โปรไฟล์ก็ไม่ใช่ธรรมดาเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45536</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดราม่าวงการศิลปะ, นครราชสีมา, พระอุลตร้าแมน, ภาพพระพุทธรูปอุลตร้าแมน, มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา, หมิ่นศาสนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190911/image_big_5d78cf700a010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2018 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2018 21:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาเลเซียสอบแรปเปอร์หมิ่นศาสนา ทำเอ็มวีฉาวต้อนรับปีจอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจมาเลเซียสั่งสอบเนมวี แร็ปเปอร์ชื่อดัง ที่โดนกล่าวหาว่ามิวสิกวิดีโอที่เขาทำต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ดูหมิ่นศาสนาอิสลามและภาพสื่อในทางลามก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ภาพจากเอ็มวีเพลง Like A Dog ของเนมวี / ภาพจาก asiaone.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนมวี หรือชื่อจริงว่า หวง หมิงซื่อ แร็ปเปอร์ชาวมาเลย์เชื้อสายจีน เผยแพร่มิวสิควีดีโอชื่อเพลง &amp;quot;Like A Dog&amp;quot; ทางยูทูบเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยในวันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ มียอดวิวแล้วกว่า 7 แสนวิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเอ็มวีนี้ เนมวีสวมปลอกคอสุนัขนั่งเก้าอี้ร้องเพลงด้านหน้าลานแห่งหนึ่งที่ด้านหลังเป็นอาคารรูปโดม เนื้อหาของเพลงกล่าวถึงชาติต่างๆ ทั่วโลกได้ยินเสียงสุนัขเห่าเป็นเสียงอย่างไรบ้าง และมีแดนเซอร์ชายใส่ชุดดำสวมหน้ากากเป็นสุนัขพันธุ์ต่างๆ เต้นอยู่รอบๆ เขา และที่โดนวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม เนื่องจากแดนเซอร์ทำท่ามีเพศสัมพันธ์ในท่าด็อกกี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิดีโอดังกล่าวทำขึ้นเพื่อต้อนรับวันตรุษจีน ซึ่งปีนี้ตรงกับปีจอ และมีผู้กล่าวหาว่าเขาถ่ายทำเอ็มวีนี้ด้านหน้ามัสยิดแห่งหนึ่งในเมืองปุตราจายา ที่เป็นศูนย์ราชการของมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า โมฮาหมัด ฟูซี ฮารุน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย มีคำสั่งให้สอบสวนเอ็มวีนี้แล้ว ว่ามีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นศาสนาอิสลามหรือไม่ รวมถึงความผิดเผยแพร่ภาพที่สื่อไปทางลามกอนาจาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามรายงานระบุว่า ขณะนี้เนมวีไม่ได้อยู่ในมาเลเซีย ซึ่งถ้าพบว่าเขาทำความผิดจริง เขาอาจได้รับโทษจำคุก 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนมวีโพสต์คลิปทางยูทูบอธิบายเอ็มวีอื้อฉาวล่าสุดของเขาว่า เขาไม่ได้ดูหมิ่นศาสนาอิสลามแต่อย่างใด โดยอาคารโดมที่เห็นด้านหลังของเอ็มวีคือสำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซียในเมืองปุตราจายา ไม่ใช่มัสยิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2559 เนมวีโดนตำรวจมาเลเซียควบคุมตัว 4 วันจากเอ็มวีชื่อ &amp;quot;Oh My God&amp;quot; ซึ่งร้องเป็นภาษาจีนกลาง ในเอ็มวีมีเสียงสวดมนต์ของหลายศาสนา โดยเนมวีและนักร้องอีก 3 คนใส่ชุดเป็นนักบวชของศาสนาต่างๆ และมีการถ่ายทำบริเวณมัสยิด, ภายในโบสถ์ศาสนาคริสต์ และศาสนสถานของฮินดู, พุทธ และลัทธิเต๋า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3448</URL_LINK>
                <HASHTAG>Like A Dog, มาเลเซีย, หมิ่นศาสนา, หวง หมิงซื่อ, เนมวี, แรปเปอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180219/image_big_5a8ade34eed64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
