<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2018 05:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2018 05:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ประตูความไว้ใจ 7หมู่บ้าน 3จังหวัดชายแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.ร.ว.ดิศนัดดา &amp;nbsp;ดิศกุล&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการรายงานการดำเนินงานประจำปี2560 ของมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ&amp;nbsp; นอกจากจะรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานใน 7พื้นที่ ใน 9จังหวัด&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีการรายงานผลการดำเนินงานพัฒนาในพื้นที่ใหม่ล่าสุดคือ 3จังหวัด ขายแดนภาคใต้&amp;nbsp; ซึ่งเป็นพื้นที่ความไม่สงบมายาวนานกว่า 10ปี&amp;nbsp; โดยในช่วงปี2559-2560 ปิดทอง ได้เริ่มเข้าไปทำโครงการพัฒนาสภาพชีวิตความเป็นอยู่ชองประชาชน 7 หมู่บ้าน&amp;nbsp; ใน 3จังหวัดชายแดนใต้ที่จะเป็น&amp;quot;พื้นที่ต้นแบบ&amp;quot;การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ&amp;nbsp; แบ่งเป็น ปัตตานี 3 หมู่บ้าน ยะลา และนราธิวาส จังหวัดละ 2หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ กล่าวว่า การขยายพื้นที่ใหม่ไปยัง 3จังหวัดชายแดนใต้ สืบเนื่องจากข้อมูลพบว่า ชาวบ้านยังยากจน มีหนี้สินอยู่อย่างยากลำบาก&amp;nbsp; 7หมู่บ้านมีหนี้สิน ทั้งสิ้นกว่า 73.6ล้านบาท หรือเฉลี่ยครัวเรือนละ 60,652 บาท มีเงินออมเฉลี่ยครัวเรือนละเพียง1,700 บาทเท่านั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งในพื้นที่ทำให้การพัฒนาบางด้านหยุดชะงัก จึงเกิดพื้่นที่รกร้างแห้งแล้ง ทิ้งนาไปเนิ่นนาน ไม่มีใครทำนา&amp;nbsp; ประชาชนไม่ได้ประกอบอาชีพอย่างเต็มศักยภาพ การดำเนินการงาน ปิดทอง ได้ร่วมมือกับส่วนราชการทุกจังหวัด ยะลา ปัตตานี นราธิวาส เข้าไปดำเนินงานพื้นที่ 7 หมู่บ้านที่ประชาชน มีความพร้อม ความต้องการความช่วยเหลือเขา ซึ่งปัญหาหนี้สินของชาวบ้าน 7 หมู่บ้านมีหนี้สินรวมกันกว่า 73.6 ล้านบาท&amp;nbsp; หรือครอบครัวหนึ่งๆจะมีหนี้เกิน 6หมื่นบาท ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้พวกเขาหลุดจากภาระหนี้สิน&amp;nbsp; ถ้าไม่มีการร่วมกันพัฒนาอย่างตรงจุด นั่นคือ การรู้ถึงปัญหาความต้องการของเขา&amp;nbsp; การพัฒนาอาชีพที่ตรงตามความสามารถของชาวบ้าน และการให้เขาผลิตสินค้าตรงตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ที่สำคัญ ทางการที่เข้าไปไม่เคยถามชาวบ้านว่าความต้องการของเขาคืออะไร ปัญหาของเขาคืออะไร&amp;nbsp; แต่เป็นการคิดเองและยัดเยียดให้ชาวบ้าน ที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐเข้าไปแนะนำให้ชาวบ้านทำโน่นทำนี่ เสร็จแล้วก็ออกไป&amp;nbsp; ไม่รับรู้ว่าจะมีตลาดรองรับหรือไม่ และไม่มีการถ่ายทอดความรู้ให้จริงๆจังๆ ดังนั้นคนใน3จังหวัดชายแดนใต้&amp;nbsp; จึงไม่ไว้ใจคนนอก &amp;quot;ประธานมูลนิธิปิดทองกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ม.ร.ว.ดิศนัดดา กล่าวอีกว่า ในการเข้าไปดำเนินโครงการในพื้้นที่ไม่ไว้วางใจคนนอก&amp;nbsp; ทำให้ปิดทองฯให้ทางชุมชนเลือกคนที่สมัครใจ เป็นตัวแทนมาเรียนรู้ ฝึกงานการพัฒนาเวลา&amp;nbsp; &amp;nbsp;3เดือน โดยส่งไปอบรมพื้นที่โครงการของปิดทองที่ยอดดอย อ.เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน เพื่อให้เขานำความรู้กลับมาที่ชุมชนและบริหารจัดการกันเอง&amp;nbsp; แต่ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์ ทำให้ตัวแทนชุมชน ใช้เวลาพัฒนา นานกว่าพื้นที่อื่นๆ ส่วนหนึ่งมาจาก ปิดทองฯไม่ได้ส่งคนลงไปประกบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ไม่ส่งคนของเราไปก็เพราะ คนใต้เขาไม่ไว้ใจเรา แม้กะทั่งผมเองเขาก็ไม่ไว้ใจ เราจึงต้องเลือกคนที่เขาเชื่อถือ มาให้ฝึกหัด แล้วก็ให้พวกเขาช่วยกันเอง&amp;nbsp; &amp;nbsp;และไปขยายความรู้ต่อให้คนในชุมชนของเขา&amp;nbsp; แตกต่างจากที่อื่นด้วยภูมิสังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิตและความเคยชิน แม้กระทั่งฟ้าฝน ฝน 8แดด 4 ทำให้งานพัฒนางานที่ 3จังหวัดชายแดนใต้กว่าจะเห็นผลช้ากว่าที่อื่น อย่างเช่น ฝาย ที่ปิดทองเคยไปทำในจังหวัดอื้่น ไม่เกิน 84 วันก็เสร็จ แต่ที่ฝายสาโค สุไหงปาดี&amp;nbsp; นราธิวาสต้องใช้เวลาถึง 8เดือน ผมเองยังต้องปรับตัวให้เข้ากับคนใต้&amp;nbsp; &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันโครงการพัฒนาที่ 7หมู่บ้านใน 3จังหวัดชายแดนใต้ มีความก้าวหน้า&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างฝายสากอแล้วเสร็จแล้ว และพร้อมที่จะช่วยเรื่องการเกษตรพี่น้องในพื้นที่ได้&amp;nbsp; ไม่ต่ำกว่า 2พันไร่&amp;nbsp; และขั้นต่อไป ปิดทองจะเข้าไปช่วยเหลือเรื่องชนิดของพืชที่เพาะปลูก การหาตลาด และการประมาณการรายได้&amp;nbsp; ที่ชาวบ้านจะได้รับในอีก 4เดือนข้างหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่บ้านจำปูนอ.รามัน&amp;nbsp; จ.ยะลา เกิดความร่วมมือ จากพื้นที่ จำนวน35 โครงการ ทั้งโครงการปศุสัตว์ การปลูกผัก&amp;nbsp; และในวันนี้ชุมชนยอมรับการเข้ามา ช่วยเหลือพัฒนาของปิดทองแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กอเซ็บ สาและ (ที่2จากซ้าย) ผู้นำหมู่บ้านจำปูน และนางสาววสุพิชญนันทน์ จิตนุพงศ์ (ที่2จากขวา) ปลัด อ.รามัน จ.ยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กอเซ็บ สาและ ผู้นำชุมชน บ้านจำปูน กล่าวว่า หลักการที่ปิดทองฯมอบให้กับบ้านจำปูน ถือว่าสอดคล้องกับศาสนาของเรา&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เริ่มแรกที่ปิดทอง&amp;nbsp; เข้ามาต้องยอมรับว่าไม่ไว้ใจ ม.ร.ว.ดิศนัดดา และคิดว่าเป็นคนใหญ่คนโต ถึงขนาดคิดว่าเวลาที่มาที่หมู่บ้านคงมีชบวนแห่มาด้วย แต่พอถึงเวลาจริงๆคุณชายมาแบบไม่มีขบวนอะไระเลย เป็นคนธรรมดามากๆ&amp;nbsp; แต่จริงๆแล้วภาคใต้เรา ไม่ใช่ไม่ไว้ใจคน แต่ทางเบื้องบนต้องไว้ใจเรา และเราพร้อมทุกอย่างที่จะไว้ใจเขา และจะทำงานร่วมกันได้ ส่วน ในแง่ศาสตร์ของพระราชา ที่ปิดทองนำมา ถือว่าเป็นหลักที่สอดคล้องกับศาสนามุสลิม เพราะองค์ศาสดาได้สั่งสอนชาวมุสลิมไว้ 4อย่าง 1.พูดจริง ทำจริง 2.บอกต่อ 3.มีความเชื่อถือได้ 4.มีความเก่ง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำบ้านจำปูน ยอมรับว่าพื้นที่จำปูน เป็นพื้นที่ค่อนข้างเสี่ยงภัย ในช่วง&amp;nbsp; 4ปี ที่ผ่านมา มีหลายหน่วยงานเข้าไปที่หมู่บ้าน ไปแนะนำเรื่องการพัฒนาเรื่องโน้นเรื่องนี้&amp;nbsp; แต่พอปิดทองเข้าไป ชาวบ้านรู้สึก รู้ซึ้งในความละเอียดอ่อน ในความแตกต่างการทำงานระหว่างปิดทองกับหน่วยงานที่ผ่านๆมา&amp;nbsp; โดยตัวของม.ร.ว.ดิศนัดดา ได้มาที่หมู่บ้านด้วยตัวเอง และตรงจุดนี้เองที่ทำให้เกิดการพัฒนาร่วมกัน&amp;nbsp; และชาวบ้านประสบความสำเร็จ และแม้ว่าจะสำเร็จไม่ถึง 100 % แต่ผลอย่างหนึ่งที่เห็นชัดก็คือ การทำให้เด็กวัยรุ่นบางกลุ่มในชุนชน ที่ไม่ได้ทำงานทำการอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน&amp;nbsp; ได้แต่ขอเงินจากพ่อแม่ไปวันๆ&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดแบบบ้านๆ ก็เหมือนขยะในหมู่บ้าน แต่ทางชุมชนได้เลือกเด็ก 3 คนนี้ เป็นตัวแทนไปฝึกอบรมการพัฒนากับปิดทองที่ จ.น่าน&amp;nbsp; ซึ่งพอเด็กกลุ่มนี้กลับมา สังคมก็ให้การยอมรับ&amp;nbsp; เพราะปัจจุบันเขาสามารถนำชุมชนทำงานในเรื่องของการประกอบอาชีพ ได้อย่างดี&amp;nbsp; เป็นผลงานที่ดีเกินความคาดหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กอเซ็บ เล่าถึงความประทับใจการทำงานของปิดทองอีกว่า&amp;nbsp; เดิมทีอาชีพหลักของหมู่บ้านคือการทำยางพารา&amp;nbsp; รองลงมาการทำนา&amp;nbsp; ปลูกผัก ปลูกแตงโม และมีพื้นที่ชาวบ้านผลิตพืชผลเกษตรร่วมกัน&amp;nbsp; 15ไร่&amp;nbsp; สมัยก่อน ก็มีหน่วยงานรัฐเข้ามาที่หมู่บ้าน มาแนะนำการทำอาชีพต่างๆ&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่วิธีการทำงานของเจ้าหน้ารัฐกับปิดทองมีความแตกต่างกัน&amp;nbsp; ชาวบ้านไม่เคยเห็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานใด ที่เดินเข้าไปแต่ละบ้าน ครบหมดทุกบ้าน และเดินตระเวณไปรอบหมู่บ้าน ไปสำรวจดูแหล่งน้ำ&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการเดินร่วมกับน้องๆทั้งวัน โดยที่ ไม่มีคำว่าเหน็ดเหนื่อย&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดนี้เป็นความจริงใจที่ชาวบ้านเห็นและเอาชนะใจชาวบ้านได้&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ปิดทองยังหาวิธีที่จะเข้าถึงความต้องการของชาวบ้าน&amp;nbsp; จนเกิดการระเบิดจากข้างใน ด้วยเหตุนี้ ขาวบ้านจึงมองปิดทองฯในแง่บวก และพร้อมที่จะเดินพัฒนาไปด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเข้ามาของปิดทองฯ แบบไม่มีพิธีรีตอง และจริงใจ จึงทำให้เราส่งเด็กของเราไปอบรมที่น่าน ซึ่งจริงๆแล้ว อย่าว่าแต่ไปเชียงใหม่ หรือน่านเลย แม้แต่นครศรีธรรมราช พวกเราบางคนก็ไม่เคยไป&amp;nbsp; การได้ไปเห็นเขาหัวโล้น ที่เปลี่ยนมาเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ&amp;nbsp; ตอนแรกผมก็คิดว่าจะทำไปจริงหรือ&amp;nbsp; แต่เด็กของเราก็ไปเห็นมาแล้ว บอกว่าทำได้จริง&amp;nbsp; ผมก็เปลี่ยนความคิดแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเปลี่ยนแปลงของหมู่บ้านจำปูนในวันนี้ กอเซ็บ กล่าวว่า จากเดิมที่บางคนในหมู่บ้าน วันๆไม่ค่อยทำอะไร เพราะปลูกอะไรก็ไม่ค่อยได้ผล&amp;nbsp; ตอนนี้ก็ขยันขันแข็งกันมากขึ้น อยู่ในพื้นที่ไร่นา ไม่ค่อยมีเวลาไปร้านน้ำชา หรือใช้เวลาจับกลุ่มคุยกันเหมือนแต่ก่อน นอกจากนี้ ยังมีผู้ใหญ่ในหมู่บ้านบางคน&amp;nbsp; ที่ชาวบ้านนับถือ ยังทำไร่ทำนาตามศาสตร์พระราชา&amp;nbsp; และคอยกระตุ้นให้คนในหมู่บ้านมาดำเนินตามหลักศาสตร์พระราชาด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;แต่ก่อนเราพึ่งรายได้จากยางพาราเป็นหลัก แต่ที่รู้ๆตอนนี้ยางราคาไม่ค่อยดี ผักที่ปลูกจึงเป็นรายได้เสริมที่ดี อย่างผักบุ้ง ผักอายุสั้น 18วันก็เก็บได้&amp;nbsp; จากเดิมที่ชาวบ้านต้องซื้อผักบุ้งมากิน&amp;nbsp; และขาวบ้านยังต้องซื้อน้ำกินอีกด้วย&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันเกษตรกร อาศัยน้ำที่ทางโครงการได้ขุดเจาะ น้ำบาดาล เพื่อสูบเข้าแปลงเกษตร และยังนำมากรองดื่มได้ เพราะน้ำสะอาดมาก&amp;nbsp; &amp;nbsp;และแตงโม&amp;nbsp; ฟักทอง ก็จะขายดี น่าจะขายได้ในช่วงเดือนถือศีลอดพอดี อีกอย่างคือ พริก ที่เคยซื้อกิน ตอนนี้ก็ปลูกเอง มาตากแห้งเอง และอนาคตผมยังหวังอีกอย่าง มูลสัตว์ ผมอยากแปรรูปให้มาเป็นก๊าซหุงต้ม เป็นการลดต้นทุน เป็นการเน้นการประหยัดให้ชาวบ้าน อนาคตเราจะเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชนใกล้ ซึ่งตอนนี้ยอมรับว่าเพื่อนบ้านอิจฉาว่าทำไมบ้านจำปูน มีดีอะไร โครงการปิดทองถึงได้ลงมาช่วย และทำไมยังไม่ออกเสียที จะได้ไปหมู่บ้านเขาบ้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวสุพิชญนันทน์ จิตนุพงศ์ ปลัด อ.รามัน จ.ยะลา&amp;nbsp; ที่ดูแลพื้นที่โครงการปิดทองฯที่หมู่บ้านจำปูนกล่าวว่า&amp;nbsp; เมื่อแรกๆที่ปิดทอง ติดต่อเข้ามา ว่าจะพัฒนาที่หมู่บ้านจำปูน&amp;nbsp; ก็คิดว่าจะเหมือนหน่วยงานอื่นๆ และยอมรัว่าไม่รู้จักว่าปิดทองคือหน่วยงานอะไร&amp;nbsp; และคิดว่าอย่างมาก เข้ามาไม่เกิน 10 วัน ก็คงจะออกไป เหมือนหน่วยงานอื่นๆที่ผ่านมา&amp;nbsp; แต่ในที่สุดปิดทองฯ ก็ทำให้ชาวหมู่บ้านจำปูนยอมรับ สูตรความสำเร็จ น่าจะอยู่ที่เมื่อลงพื้นที่ ก็ทำอย่างจริงใจ&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านเห็นว่าเราทำจริง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงชาวบ้าน จะต้อนรับปิดทองแล้ว แต่ทาง ม.ร.ว.ดิศนัดดา&amp;nbsp; ก็ยังให้ถามให้มีการถามย้ำก่อนชุมชนจะลงมือเข้าร่วมโครงการกับปิดทองฯจริงๆ ว่าเอาจริงหรือเปล่า ถ้าไม่เอาด้วยปิดทองฯก็จะถอนตัว&amp;nbsp; พอเราประชุมหมู่บ้าน ปรากฎ 109ครัวเรือน หรือเกิน 70%&amp;nbsp; สนับสนุนให้ปิดทองทำต่อ ซึ่งตรงจุดนี้ เราเห็นแล้วว่า ชาวบ้านได้ระเบิดจากข้างในแล้ว &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดหญิง อ.รามัน กล่าวอีกว่า ส่วนการส่งเสริมของส่วนราชการมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับอำเภอ&amp;nbsp; นอกจากนี้ ก็มีส่วนราชการอื่นๆ นอกจากมหาดไทยมา ช่วยมีทั้งปศุสัตว์ เกษตร&amp;nbsp; พัฒนาที่ดิน มาช่วยขับเคลื่อน&amp;nbsp; และองค์กรปกครองท้องถิ่น ช่วยประสานการดำเนินงาน ส่วนในแง่การปฎิบัติการ ก็จะมีการตั้งคณะทำงานอีกชุด มีปลัดอำเภอ เป็นหัวหน้า ที่จะดำเนินการโครงการให้บรรลุเป้าหมาย&amp;nbsp; ซึ่งคณะทำงานชุดหลัง มีผู้นำชุมชน อย่างกอเซ็บ ปราชญ์ชุมชน และชาวบ้านเข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ในฐานะปลัดอำเภอ เราต้องบอกชาวบ้านตลอดว่า ทีมที่มามาช่วยชาวบ้าน เข้ามาช่วยนะ&amp;nbsp; เป็นการนำศาสตร์พระราชาเข้ามา&amp;nbsp; ต้องยอมรับว่า กว่าจะเริ่มเห็นผล กว่าจะถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ก็มีการเปลี่ยนผู้นำ เปลี่ยนนายอำเภอไป 3คน&amp;nbsp; &amp;quot;นางสาวสุพิชญนันทน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5237</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จังหวัดชายแดนภาคใต้, จังหวัดยะลา, ปิดทอง, มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานพระราชดำริ, หมุ๋บานจำปูน, เปิดประตู่ไว้วางใจ3จังหวัดชายแดนใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180318/image_big_5aad968a9a33b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
