<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2026 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรงเรียนเล็กๆ ในชนบท กับอนาคตของเด็กไทยไกลปืนเที่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมไปพูดคุยกับโรงเรียนชนบทเล็กๆ สองแห่งในจังหวัดขอนแก่นมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ ไม่ว่าเราจะตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษากี่ชุด และมีข้อเสนอยกเครื่องระบบของประเทศกี่ครั้ง ปัญหาพื้นฐานของโรงเรียนในต่างจังหวัดที่ห่างไกลปืนเที่ยงก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นเรื่องเป็นราวอยู่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเรามองจากข้างบน ไม่ได้ &amp;ldquo;ระเบิดจากข้างล่าง&amp;rdquo; ไม่ได้แก้ที่ต้นตอของปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงศึกษาธิการมองว่า หากเป็นโรงเรียนเล็ก นักเรียนน้อยกว่า 120 คน หาครูมาสอนไม่ได้ก็ให้ยุบหรือควบรวมกับโรงเรียนใกล้เคียงเสีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการแก้ปัญหาแบบมองจากข้างบนมุมเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียน, ครูและนักเรียนทั้งสองแห่ง ความเห็นพ้องต้องกันคือ จะพยายามรักษาความเป็น &amp;ldquo;โรงเรียนชุมชน&amp;rdquo; ไว้ ไม่อยากให้ยุบหรือควบรวม หรือหากจะมีการแก้ปัญหาขาดแคลนครูก็ให้มีการโยกนักเรียนชั้นเดียวกันสลับกันไปมา แทนที่จะบังคับให้โรงเรียนเล็กแห่งหนึ่งต้องปิดตัวเพื่อให้นักเรียนต้องเดินทางไกลกว่าเดิมหลายกิโลเมตร โดยไม่มีอะไรรับรองว่าคุณภาพและมาตรฐานของการเรียนการสอนจะดีขึ้นกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับชุมชนแล้ว โรงเรียนเป็นมากกว่าที่เรียนหนังสือสำหรับเด็ก แต่โรงเรียนเป็นศูนย์กิจกรรมของชาวบ้าน เป็นศูนย์กลางของการพบปะสังสรรค์ปรึกษาหารือกันสำหรับผู้ปกครองและคนในชุมชมเดียวกัน&amp;rdquo; ครูคนหนึ่งบอกผม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในสองโรงเรียนที่ผมไปเยี่ยมกำลังจะเหลือผู้อำนวยการคนเดียว เพราะครูคนหนึ่งป่วยหนักต้องลาออก อีกสองคนเกษียณ ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ก็จะเหลือผู้อำนวยการคนเดียวที่ต้องทำหน้าที่บริหารด้วย สอนทุกชั้นเรียนของนักเรียนทั้งหมด 51 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้มีคนจบปริญญาตรีมาคนหนึ่ง ระหว่างรองานใหม่ก็จะมาสอนในฐานะอาสาสมัคร พอได้งานเขาก็คงจะออก จากนั้นเราก็ต้องรอให้ทางการส่งครูมา&amp;rdquo; ผู้อำนวยการบอกผม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไม่มีครูพละ แต่นักเรียน (ตั้งแต่ 5 ขวบถึง 12 ขวบ) ได้รับแรงบันดาลใจจาก &amp;ldquo;หมูป่าอะคาดามี&amp;rdquo; อยากจะเป็นนักฟุตบอล ศูนย์ข่าวของไทยพีบีเอสขอนแก่นมาทำงานชุมชนสัมพันธ์มาพบเข้าก็อาสามาเป็นโค้ชฟุตบอลให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงเรียนอีกแห่งในจังหวัดเดียวกันมีนักเรียน 42 คน มีครู 3 คน และกำลังจะเกษียณ 2 คน แต่เพราะผู้อำนวยการมีความกระตือรือร้นเรื่องไอที เรียนรู้วิธีการทำหุ่นยนต์ง่ายๆ ด้วยตนเอง จึงดิ้นรนหาวิธีสอนเด็กให้ทำหุ่นยนต์เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเรียนชั้นประถมของโรงเรียนนี้ทั้งหญิงและชายในวัย 7-12 ขวบ เรียนรู้วิธีทำหุ่นยนต์จนชนะการแข่งขันในระดับจังหวัดและประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนล่าสุดสามารถไปคว้ารางวัลจากการแข่งขันนานาชาติที่ฮ่องกงมาได้อย่างน่าชื่นชมยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสามารถพิเศษนี้มิได้มาจากหลักสูตรของกระทรวงศึกษา มิได้มาจากหน่วยราชการท้องถิ่นใดๆ หากแต่เกิดขึ้นเพราะความพยายามของผู้อำนวยการเองที่ใส่ใจพร่ำสอนเด็กนักเรียนให้รู้จักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ง่ายๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่น่าเชื่อครับว่าเด็กชั้นประถมของโรงเรียนเล็กๆ ในชนบทแห่งนี้ที่กำลังถูกสั่งให้พิจารณายุบหรือควบรวมตามนโยบายส่วนกลางจะสามารถเขียน coding เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์สั่งงานหุ่นยนต์ได้ ในขณะที่นักเรียนในโรงเรียนส่วนกลางมากมายยังคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรให้นักเรียนสนใจเรื่องเทคโนโลยีให้มากขึ้น&amp;nbsp;


fifa356
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนไกลปืนเที่ยงแห่งนี้ถึงเรื่อง STEM (science, technology, engineering, mathemathics) ได้อย่างสนุกสนาน และยังเสนอให้เพิ่มตัว E หรือ English เข้าให้เป็น STEEM เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้นักเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนคนนี้บอกว่า ต้องหางบซื้อ laptop มือสอง 2 เครื่อง เพื่อให้เด็กเรียน coding ด้วยการ &amp;ldquo;ทอดผ้าป่า&amp;rdquo; เรื่องขอเรี่ยไรเงินจากผู้ปกครองและชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp;


bnk789
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงศึกษาธิการยังพูดถึงเรื่องการยุบและควบรวมโรงเรียนที่มีนักเรียนน้อย แต่ก็ยังไม่มีมาตรการรองรับเพียงพอ อีกทั้งยังเป็นนโยบาย &amp;ldquo;เสื้อโหล&amp;rdquo; คือใช้มาตรการเดียวกันกับทุกโรงเรียนทุกแห่งโดยไม่ศึกษาสภาพที่แตกต่างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจำได้ว่า นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เคยบอกนักข่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ตนได้รับฟังผลการศึกษาสภาพจริงของโรงเรียนขนาดเล็ก ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ขณะนี้โรงเรียนขนาดเล็กของ สพฐ.มีอยู่ประมาณ 15,000 แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;


save168
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ละแห่งมีปัญหาที่คล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน และการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กที่ผ่านมาก็มีหลากหลายวิธี ทั้งการควบรวม การยุบโรงเรียน แต่รัฐมนตรีก็ยอมรับว่าอุปสรรคที่เกิดขึ้นทำให้การแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เพราะคนคิดวิธีแก้กับคนแก้ปัญหาและคนเจอปัญหามันคนละคนกัน ดังนั้นตนจะมอบเป็นนโยบายว่า ต่อจากนี้ไปการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กจะต้องมาจากระดับล่าง คือ เขตพื้นที่ในการวิเคราะห์สภาพปัญหาของโรงเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นนี้น่าสนใจมาก เพราะหากเราไม่สามารถแก้ปัญหาเด็กเล็กๆ ในโรงเรียนเล็กๆ ในชนบท ก็อย่าได้หวังว่าเราจะปฏิรูปการศึกษาในระดับชาติได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรุ่งนี้คุยเรื่องนี้ต่อครับ.&amp;nbsp;


สล็อต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18854</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, หมูป่าอะคาดามี, ไทยพีบีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
