<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ย้ำถ้าพบสารเร่งเนื้อแดง ทำลายสุขภาพคนไทยจะไม่เปิดนำเข้าหมูจากสหรัฐแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ. 2562 น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อปลายเดือนม.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการระหว่างสหรัฐฯ และไทย ที่พิจารณาเรื่องการส่งออกเนื้อหมูและเครื่องใน ที่ใช้สารเร่งเนื้อแดงแรคโตพามีนในการเลี้ยงมายังไทย ได้ประชุมทางไกล (เทเล คอนเฟอเรนซ์) ร่วมกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) เพื่อชี้แจงความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว โดยฝ่ายไทยยืนยันว่าผลการศึกษาและวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการบริโภคเนื้อหมูและเครื่องในที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างตามมาตรฐานของโครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (โคเดกซ์) จะแล้วเสร็จในเดือนมี.ค.2562 ตามกำหนด ซึ่งหากผลออกมาว่าการบริโภคหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดงดังกล่าว เป็นอันตรายกับคนไทย รัฐบาลจะไม่อนุญาตให้นำเข้าโดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากผลการทดสอบออกมาว่าการบริโภคเนื้อหมูและเครื่องในที่มีสารเร่งเนื้อแดงแรคโตพามีนตกค้างตามมาตรฐานของโคเดกซ์เป็นอันตรายกับคนไทย รัฐบาลก็จะไม่อนุญาตให้นำเข้าโดยเด็ดขาด และที่สำคัญ ในไทยมีกฎหมายห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงปศุสัตว์ และห้ามมีตกค้างในอาหารโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้น ผู้เลี้ยงและผู้ค้าจะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมา ไทยห้ามคนในประเทศใช้ แล้วจะยอมให้สินค้านำเข้ามีสารตกค้างได้อย่างไร&amp;quot;น.ส.ชุติมากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่สหรัฐฯ มีความพยายามที่จะให้ไทยยอมรับมาตรฐานโคเดกซ์ที่กำหนดให้มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อหมูและเครื่องในได้ในระดับเล็กน้อยนั้น ยืนยันว่า ในการประชุมของโคเดกซ์เมื่อหลายปีก่อน เพื่อให้สมาชิกพิจารณายอมรับการตกค้างของสารเร่งเนื้อแดงนั้น ที่ประชุมในครั้งนั้นได้มีการล็อบบี้กรรมการให้เห็นด้วย รวมถึงมีการล็อบบี้กรรมการจากไทย และการลงคะแนนในกลุ่มที่เห็นด้วยมีมากกว่าไม่เห็นด้วยเพียง 1 คะแนนเท่านั้น ไม่ได้เป็นมติเอกฉันท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ชุติมากล่าวว่า สำหรับประเด็นที่ยูเอสทีอาร์ต้องการให้ไทยแก้ไขกฎหมายแรงงานตามที่สหรัฐฯ ต้องการใน 7 ประเด็น ไม่เช่นนั้นอาจมีผลต่อการต่ออายุโครงการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ที่สหรัฐฯ ให้กับไทยนั้น จนถึงขณะนี้ ไทยได้ปรับปรุงแก้ไขหมดแล้ว ส่วนหนึ่งเพื่อให้กฎหมายแรงงานของไทยทันสมัยมากขึ้น แต่มี 2 ประเด็นที่ไทยไม่ได้แก้ไข คือ การให้แรงงานต่างชาติจัดตั้งสหภาพแรงงาน และให้มีอิสระในการพูดและแสดงความคิดเห็น โดยล่าสุด การแก้ไขกฎหมายแรงงานของไทยได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยูเอสทีอาร์ถามถึงการแก้ไขกฎหมายแรงงาน โดยเฉพาะใน 2 ประเด็นหลัก ซึ่งได้ชี้แจงว่า กฎหมายนี้ผ่านครม. ไปแล้ว คงแก้ไขอะไรไม่ได้อีก เค้าก็แสดงความผิดหวัง แต่ก็บอกไปว่าถ้าจะให้ไทยแก้กฎหมายแรงงานตามที่เค้าเสนอ สหรัฐฯ ก็ต้องให้เสรีภาพกับแรงงานเม็กซิกันให้ได้ก่อน ซึ่งเค้าจะไม่พอใจถึงขั้นตัดสิทธิจีเอสพีหรือไม่ ยังไม่รู้ แต่ยูเอสทีอาร์บอกว่า ล่าสุดพิจารณาการต่ออายุโครงการใหม่เสร็จแล้ว แต่ที่ยังไม่ได้ประกาศผล จากปกติต้องประกาศช่วงเดือนก.พ. เพราะช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ชัตดาวน์ จึงทำให้การทำงานของรัฐบาลล่าช้า&amp;rdquo;น.ส.ชุติมากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการด้านการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐฯ (ทิฟา) เมื่อกลางปี 2561 ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อศึกษาเรื่องการส่งออกเนื้อหมูและเครื่องใน ที่ใช้สารเร่งเนื้อแดงแรคโตพามีนในการเลี้ยงมายังไทยให้แล้วเสร็จใน 8 เดือน หรือประมาณเดือนมี.ค.2562 และตกลงว่า ผลทางวิทยาศาสตร์ออกมาอย่างไร ก็จะปฏิบัติตามนั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29537</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุติมา บุณยประภัศร, นำเข้าหมูสหรัฐ, หมูมีสารเร่งเนื้อแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c20a743c10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 08:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐขู่ตัดสิทธิจีเอสพีไทย อ้างเรื่องแรงงาน พร้อมบีบให้นำเข้าหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยูเอสทีอาร์ ขู่ไทยแก้มาตรฐานแรงงาน 7 ข้อให้สอดคล้องมาตรฐานสากล ไม่เช่นนั้น อาจกระทบโครงการจีเอสพีปี 63 พร้อมจี้เปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมู-เครื่องในที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้าง ด้าน &amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo; ยันไทยแก้มาตรฐานแรงงานแล้ว 5 ข้อ อีก 2 ข้อกำลังดำเนินการ ส่วนเปิดตลาดหมู อีก 8 เดือนรู้ผลวิเคราะห์ความเสี่ยงมีผลดี-เสียต่อคนไทยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการเข้าพบของนายลูอิส คาเรช ผู้ช่วยผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ด้านแรงงานว่า ยูเอสทีอาร์มาสอบถามความคืบหน้าการดำเนินงานของไทยในด้านแรงงาน ภายหลังจากที่ยูเอสทีอาร์มีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยปรับปรุงกฎหมายแรงงานใน 7 ประเด็น เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ซึ่งหากไทยไม่ดำเนินการตาม อาจมีผลต่อการพิจารณาการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ของสหรัฐฯ ที่ให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนาจากทั่วโลก รวมถึงไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้ชี้แจงว่า ข้อเรียกร้องของยูเอสทีอาร์ทั้ง 7 ข้อ ที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิแรงงานในการรวมตัว และการร่วมเจรจาต่อรองนั้น ไทยดำเนินการไปแล้ว 5 ข้อเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของไอแอลโอ ส่วนอีก 2 ข้อ กระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนก่อน เพราะเป็นประเด็นละเอียดอ่อน และเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั้ง 2 ข้อ ได้แก่ การให้แรงงานต่างชาติในไทยสามารถจัดตั้งสหภาพแรงงานต่างชาติในไทยได้นั้น ตามกฎหมายแรงงานของไทยไม่ได้กำหนดไว้ แต่กระทรวงแรงงาน อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่วนประเด็นให้แรงงานต่างชาติในไทยมีสิทธิ์ที่จะพูด หรือแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรีนั้น กระทรวงแรงงานได้หารือกฤษฎีกาแล้ว และได้คำตอบว่า อาจขัดกับกฎหมายอาญาของไทย เพราะการจะพูดอะไรก็ได้ในไทย ต้องไม่กระทบ หรือหมิ่นคนอื่นจนเกิดความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;ได้ชี้แจงไปแล้วว่า ใน 7 ข้อเรียกร้อง ไทยดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้สอดคล้องกับไอแอลโอแล้วตั้ง 5 ข้อ ส่วนอีก 2 ข้อ อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ต้องหารือกับทุกภาคส่วนอย่างละเอียดรอบคอบที่สุดก่อน และขอให้ผู้ช่วยยูเอสทีอาร์ด้านแรงงาน ไปรายงานให้ยูเอสทีอาร์ด้วยว่า ไทยพยายามดำเนินการแล้ว ไม่ใช่ไม่ทำอะไรเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากยูเอสทีอาร์จะตัดจีเอสพีที่ให้กับสินค้าไทย เพียงเพราะไทยไม่ทำตามที่ยูเอสทีอาร์เรียกร้องก็ไม่เป็นไร แต่กระทรวงพาณิชย์ จะพยายามอย่างถึงที่สุด เพื่อให้สหรัฐฯคงการให้สิทธิแก่สินค้าไทยต่อไป โดยขณะนี้ยูเอสทีอาร์อยู่ระหว่างการพิจารณาต่ออายุโครงการจีเอสพีประจำปี 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุณยฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ยูเอสทีอาร์ยังได้สอบถามความคืบหน้าการเปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในจากสหรัฐฯ ที่มีสารเร่งเนื้อแดงแรคโตพามีนในการเลี้ยงว่า ไทยยืนยันว่า จะทำตามผลการประชุมคณะกรรมการด้านการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐฯ (ทิฟา) เมื่อเดือนเม.ย.61 ที่ตกลงให้ทั้ง 2 ฝ่ายจัดตั้งคณะกรรมการร่วมกันเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงจากการบริโภคเนื้อหมูและเครื่องในที่มีแรคโตพามีนตกค้าง ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 8 เดือน หรือประมาณต้นปี 62 ขณะนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ระหว่างการดำเนินการร่วมกัน และยูเอสทีอาร์ จะประชุมผ่านวิดิโอ คอนเฟอร์เรนซ์ วันที่ 17 ต.ค.นี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าจากกรมปศุสัตว์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;ยูเอสทีอาร์เรียกร้องให้ไทยยอมรับมาตรฐานองค์กรอาหารระหว่างประเทศ (โคเด็กซ์) ในเรื่องค่าสูงสุดที่อนุญาตให้มีได้ของสารแรคโตพามีนในเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์ แต่ในไทยไม่มีการใช้สารเร่งเนื้อแดงเลย ที่สำคัญ โคเด็กซ์ กำหนดปริมาณสารตกค้างในเนื้อหมู และส่วนอื่นๆ ของหมู ซึ่งไม่ได้กำหนดในเครื่องใน ขณะที่คนไทยกินเครื่องในทุกส่วน จึงยังไม่รู้ว่า หากคนไทยกินเนื้อหมู และเครื่องใน ที่สามีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างจะมีผลดี ผลเสียอย่างไร จึงต้องวิเคราะห์ความเสี่ยงให้ชัดเจนก่อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18601</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีเอสพีปี 63, นำเข้าหมูสหรัฐ, บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร, มาตรฐานแรงงาน, ยูเอสทีอาร์, หมูมีสารเร่งเนื้อแดง, อธิบดีกรมการค้าภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae5b41a13410.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
