<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ซแรย์ อทิตยา” ท่องวันธรรมดาเมืองช้างสุรินทร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จังหวัดสุรินทร์จัดเป็น 1 ใน 55 เมืองรอง หรือ Go Local ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่เชิญชวนให้ทุกคนมาเปิดประสบการณ์แปลกใหม่ๆ ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;เที่ยวให้เท่ ... เที่ยวนอกกรอบ&amp;rdquo; ออกไปเที่ยวเมืองรอง ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย สะท้อนอารยธรรม วัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนดินแดนอีสานใต้ รวมทั้งยังมีแหล่งเรียนรู้เชิงเกษตรครบวงจรที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 เปิดให้พสกนิกรชาวไทยเข้ามาพักผ่อนได้ทุกวันไม่ว่าจะเป็นวันหยุดหรือวันธรรมดา
นางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดสุรินทร์มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงการเกษตรอย่างครบวงจรแห่งใหม่ ที่ขอแนะนำให้ทุกคนได้มีโอกาสมาเที่ยวชมกันคือ &amp;ldquo;ซแรย์ อทิตยา&amp;rdquo; ตั้งอยู่ในบริเวณอ่างเก็บน้ำอำปึล ตำบลเทนมีย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เป็นหนึ่งในโครงการพิเศษในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ที่ทรงตั้งพระทัยให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเกษตรในพระดำริภายใต้การดูแลของ &amp;lsquo;โครงการเกษตรอทิตยาทร&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คำว่า &amp;ldquo;ซแรย์ อทิตยา&amp;rdquo; เป็นภาษาเขมรท้องถิ่น ซึ่งแปลว่า &amp;ldquo;นา&amp;rdquo; ของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ซึ่งพระองค์ได้ประทานสัญลักษณ์ประจำโครงการฯ อันมีความหมายดังนี้ อักษร &amp;ldquo;อ&amp;rdquo; (ออ-อ่าง) สีม่วง เป็นสัญลักษณ์แทนพระองค์พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ที่ทรงเป็นศูนย์รวมใจของเกษตรกร ล้อมรอบด้วยลายกนก แสดงถึงวัฒนธรรมภาคอีสาน และรวงข้าวสีทองเป็นรูปหยดน้ำ แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการเกษตรให้รุ่งเรือง หยดน้ำแสดงถึงความร่มเย็น อุดมสมบูรณ์ เปรียบเสมือนน้ำพระทัยที่หยดลงบนผืนดินนั้นให้เจริญงอกงาม แสดงถึงพระปณิธานที่ทรงมุ่งมั่นพัฒนาการเกษตรของไทยและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกรให้ก้าวล้ำนำสมัยตามความก้าวหน้าทางสังคมในยุคปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามา จะพบบรรยากาศที่ &amp;ldquo;ซแรย์ อทิตยา&amp;rdquo; สวยงามและสบายๆ เป็นกันเอง โดยขณะนี้ได้มีการพัฒนาพื้นที่ให้มีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ รวมทั้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงการเกษตรอย่างครบวงจร ในจังหวัดสุรินทร์และพื้นที่ใกล้เคียง
ภายในโครงการประกอบด้วย โรงเรียนชาวนา พื้นที่จัดแสดงความรู้เรื่องข้าว ประเพณีวัฒนธรรม และการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เช่น การให้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะทางสรีรวิทยาของข้าว ปฏิทินแสดงระยะเวลาการเจริญเติบโต และช่วงเวลาการจัดการในการผลิตข้าวหอมมะลิ ซึ่งถือเป็นฐานการเรียนรู้หลัก โดยจัดแบ่งเป็นนิทรรศการฐานการเรียนรู้ทั้ง 6 ฐาน ได้แก่ ฐานการเรียนรู้ที่ 1 ความรู้เรื่องข้าว ประเพณีวัฒนธรรมและการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ฐานการเรียนรู้ที่ 2 ทรัพยากรดิน การรักษาดินและการฟื้นฟูดิน ด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น การปลูกต้นปอเทือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฐานการเรียนรู้ที่ 3 ระบบนิเวศแปลงนา การป้องกันกำจัดโรคด้วยพืชสมุนไพรตามภูมิปัญญาท้องถิ่น และประโยชน์ของแมลงศัตรูข้าวตามความสมดุลของระบบนิเวศ ฐานการเรียนรู้ที่ 4 การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ โดยเฉพาะการปลูกข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 อย่างมีประสิทธิภาพ ฐานการเรียนรู้ที่ 5 กระบวนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และฐานการเรียนรู้ที่ 6 การแปรรูปข้าว เพิ่มคุณค่าสารอาหาร และเพิ่มมูลค่าเศรษฐศาสตร์สำหรับชาวนาไทยนอกจากจะเป็นฐานการเรียนรู้แล้ว ที่นี่ยังมีเนื้อที่อีกร่วมๆ 20 ไร่ที่กันไว้สร้างอาคารที่พัก ด้วยจุดมุ่งหมายให้ผู้เข้าพักได้ใช้บริการแปลงนาทดลอง อีกทั้งยังได้สัมผัสบรรยากาศของท้องทุ่งนา โดยหากมีความประสงค์ที่จะทดลองปักดำนาในแปลงนาก็สามารถร่วมกิจกรรมกับทางโครงการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า นอกจากนี้ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่ไม่ควรพลาดและสามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เริ่มที่ &amp;ldquo;ศูนย์คชศึกษา&amp;rdquo; หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง ตั้งอยู่ที่ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม เป็นหมู่บ้านช้างที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองสุรินทร์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับวิถีความเป็นอยู่ ความผูกพันระหว่างคนในชุมชนกับช้าง รวมทั้งประเพณีและวัฒนธรรมของชาวบ้านที่มีช้างเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวส่วย (กูย) หรือกวย จะมีความชำนาญในการคล้องช้างป่า และมีวิธีการฝึกหัดช้างและเลี้ยงช้างที่เป็นเอกลักษณ์ เพราะฉะนั้นถ้านักท่องเที่ยวได้ไปเยือนที่นี่นอกจากจะได้เที่ยวชมช้างและชุมชนเพลินๆ แล้ว ก็ยังจะได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญด้านช้าง พร้อมทั้งยังจะได้ทำกิจกรรมกับช้างด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(หมู่บ้านหัตถกรรม &amp;ldquo;เครื่องเงินเขวาสินรินทร์&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หมู่บ้านหัตถกรรม &amp;ldquo;เครื่องเงินเขวาสินรินทร์&amp;rdquo; เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการทำเครื่องเงินโบราณที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดสุรินทร์ เรียกว่า &amp;ldquo;ลูกปะเกือม&amp;rdquo; เป็นการนำแผ่นเงินมาตีเป็นรูปกลมๆ หรือรีเกลี้ยงๆ แล้วนำมาลงยาและลงลายต่างๆ &amp;nbsp;เช่น ลายไข่แมงดา ลายดอกพิกุล โดยนิยมทำเป็นเครื่องประดับของสุภาพสตรี เช่น กำไล เข็มขัด สร้อยคอ ต่างหู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บ้านท่าสว่าง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หมู่บ้านผ้าไหมยกทองโบราณ &amp;ldquo;บ้านท่าสว่าง&amp;rdquo; ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมือง เป็นชุมชนที่ทอผ้าไหมยกทองที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีกลุ่มทอผ้ายกทอง จันทร์โสมา เป็นแกนนำสำคัญ โดยผ้าไหมยกทองของที่นี่จะโดดเด่นในเรื่องของวิธีการทอที่จะทอแบบราชสำนักโบราณ พร้อมทั้งมีลวดลายที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ ต้องใช้ความประณีตในการทอ ผู้ทอจะต้องมีความชำนาญ ผ้าทอแต่ละผืนจึงต้องใช้เวลานานในการทอ ที่นี่จะมีพิพิธภัณฑ์ของอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ซึ่งเป็นผู้นำในชุมชน จัดแสดงเกี่ยวกับกระบวนการทอผ้า และเก็บรักษาผ้าไหมไทยเก่าแก่และมีลวดลายสวยๆ ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชม ทั้งนี้ก็มีผลิตภัณฑ์ผ้าไหมและสินค้าพื้นเมืองจากชุมชนให้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ปราสาทศีขรภูมิ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ปราสาทศีขรภูมิ&amp;rdquo; ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นปราสาทขอมงดงามที่สุดในจังหวัดสุรินทร์ ใครที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรมขอมแบบโบราณพลาดไม่ได้เลย ด้วยลักษณะของตัวปราสาทมีลักษณะเป็นปรางค์หมู่ 5 องค์ โดยปรางค์ประธานมีความสูงประมาณ 32 เมตร ก่อสร้างด้วยอิฐทั้งหมด ส่วนจุดไฮไลต์ที่เมื่อมาแล้วต้องมาชมคือ ภาพทับหลังหินแกะสลักรูปพระศิวะเต้นรำ ที่มีความสวยงามน่าตื่นตาเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วนอุทยานพนมสวาย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วนอุทยานพนมสวาย มี &amp;ldquo;พระพุทธสุรินทรมงคล&amp;rdquo; พระพุทธรูปองค์ใหญ่คู่เมืองสุรินทร์และสถูปหลวงปู่ดูลย์ อตุโล พร้อมทั้งมีธรรมเนียมการเคาะระฆัง 1,080 ใบ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเชื่อกันว่าอานิสงส์ของการตีระฆังจะส่งให้เป็นผู้มีชื่อเสียงขจรไกล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วัดบูรพาราม สุรินทร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ยังมีวัดบูรพาราม ประดิษฐาน &amp;ldquo;หลวงพ่อพระชีว์&amp;rdquo; พระพุทธรูปปางมารวิชัย เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดสุรินทร์ ผู้นับถือมักมาบนบานศาลกล่าวเพื่อให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและประสบโชคดีต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผามะนาว&amp;rdquo; ตั้งอยู่ที่ อำเภอกาบเชิง มีลักษณะเป็นผาหินเรียบๆ เรียงราย สามารถปีนป่ายหินก้อนเล็กใหญ่เพื่อเสาะหามุมสวยๆ ได้ตามใจชอบ ทิวทัศน์จากผาสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้น แต่หากจะดูพระอาทิตย์ตกก็จะต้องไปดูบนเส้นทางที่ขึ้นเขา แต่ไม่ว่าจะมุมไหนการนั่งดูพระอาทิตย์เปลี่ยนสีก็เป็นความเพลิดเพลินได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทมอโรย&amp;rdquo; ตั้งอยู่ที่ อำเภอกาบเชิง ชมร่องรอยแกะสลักรูปพระราหูอมจันทร์ ซึ่งเป็นที่สำหรับการไว้บูชาขอพร ทมอโรยมีจุดชมวิวเป็นลานหินกว้าง อยู่บนเนินเขาที่สวยงาม สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเนิน 538 (เขาพนม เบง) ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างไทย-กัมพูชา ทมอโรย (เป็นภาษาเขมร) ความหมายว่าหินจำนวนมาก (หินเป็นร้อย) ทมอ แปลว่า หิน หรือเขา โรย แปลว่า ร้อย ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติทางทิศใต้ของหมู่บ้านช้างหมอบ หมู่ที่ 14 ตำบลแนงมุด แนวเทือกเขาพนมดงรัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและจุดถ่ายรูปเช็กอินที่น่าสนใจ อาทิ &amp;ldquo;ร้านอาหารทิพย์รส&amp;rdquo; อาหารเด็ดคือ ข้าวหมูเค็ม พร้อมอาหารแนวจีนๆ ตั้งอยู่ที่ เทศบาล 1 (วงเวียนน้ำพุเมืองสุรินทร์) อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เบอร์ติดต่อ 0-4451-1179 เวลาเปิดบริการ อังคาร-อาทิตย์: 06:00-14.00 น., ร้านก๋วยเตี๋ยวถนอมมิตร ที่ใครมาลองก็ไม่ผิดหวังเลยสักคน น้ำซุปหอม กลมกล่อม ราคาสบายๆ มีเมนูให้เลือกมากมาย หมูและเนื้อ ลูกชิ้นจะพิเศษ เพราะทางร้านทำเอง ตั้งอยู่ที่ ถนนปัทมานนท์ (ทางไปจอมพระ ขวามือ ผ่านไฟแดงที่ 3) อำเภอเมืองจังหวัด สุรินทร์ เบอร์ติดต่อ 08-9674-3828 ปิดท้ายด้วยร้านกาแฟ ตั้งถาวรฟาร์ม อยู่ที่ อำเภอชุมพลบุรี ปลูกสวนเมลอนในโรงเรือนสดจากไร่ ปลอดภัยไร้สาร ที่นี่จำหน่ายเมลอนผลสด และมีทุ่งดอกไม้สวยงามภายในฟาร์ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(อนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง (ปุม))&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นี่คือแหล่งท่องเที่ยวนอกกรอบเมืองรองสุรินทร์ ที่ต้องการเชิญชวนมาเที่ยวทุกวัน โดยเฉพาะหากมาในวันธรรมดาเรียกว่าคุ้มค่าแบบสุดๆ เพราะจะได้ห้องพักในราคาโดนใจ และยังใช้บริการร้านอาหาร เข้าชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ได้อย่างสะดวก ไม่ต้องแย่งกับใคร ที่สำคัญยังช่วยกระจายรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนต่างๆ ได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสุรินทร์ กล่าวปิดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ โทร. 0-4451-4447-8 และ e-mail: tatsurin@tat.or.th.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26081</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ซแรย์ อทิตยา, ท่องเที่ยว, ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ, บ้านท่าสว่าง, มองเมือง, วัดบูรพาราม สุรินทร์, สุรินทร์, หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง, เครื่องเงินเขวาสินรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c349fcf0b1d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2026 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ท่องเที่ยวภาคอีสานหน้าฝน  ชุมชนน่ารัก“สุรินทร์-บุรีรัมย์”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จังหวัดสุรินทร์ มีมากกว่าความเป็นเมืองช้างและผ้าไหมงาม ขณะที่เมืองบุรีรัมย์ ไม่ได้มีแต่เรื่องฟุตบอล&amp;nbsp;&amp;nbsp; สนามแข่งรถ และปราสาทหินพนมรุ้งเท่านั้น เพราะสองเมืองรอง หรือ Go Local ในดินแดนอีสานใต้แห่งนี้ ยังมีเสน่ห์ของการท่องเที่ยวหมู่บ้านชุมชนที่ให้ทั้งความอบอุ่นและเป็นมิตร ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ ผ่านกิจกรรม &amp;ldquo;เที่ยวอีสานหน้าฝนกับชุมชนน่ารัก@สุรินทร์-บุรีรัมย์&amp;rdquo; ที่กำลังจัดขึ้นในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นางสาวบุณยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุรินทร์ รับผิดชอบพื้นที่สุรินทร์และบุรีรัมย์ กล่าวว่า ททท.สำนักงานสุรินทร์กำหนดจัดกิจกรรม &amp;ldquo;เที่ยวอีสานหน้าฝนกับชุมชนน่ารัก@สุรินทร์-บุรีรัมย์&amp;rdquo; ตั้งแต่บัดนี้ - 30 กันยายน 2561 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองรองในภาคอีสานในช่วงหน้าฝนของจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ในมุมมองใหม่ ให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาสัมผัสวิถีชุมชนที่มีวัฒนธรรม ประเพณี และมนต์เสน่ห์ของชาวบ้านในการต้อนรับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ และนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพจากผู้ผลิตโดยตรง โดยมีชุมชนร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ชุมชนท่องเที่ยวดังกล่าวมีหลายแห่ง เช่น ในจังหวัดสุรินทร์ &amp;ldquo;หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง&amp;rdquo; อำเภอท่าตูม&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นชุมชนที่นักท่องเที่ยวเดินชมวิถีความเป็นอยู่ได้อย่างปลอดภัย สัมผัสความผูกพันระหว่างคนในชุมชนกับช้าง รวมทั้งประเพณีและวัฒนธรรมที่น่าชื่นชมอย่างใกล้ชิด ชาวบ้านตากลางทุกครัวเรือนเลี้ยงช้าง และถือว่าเป็นสมาชิกในครอบครัว มีความผูกพันกันตั้งแต่เกิดจนตาย หมู่บ้านช้างบ้านตากลางถือว่าเป็นหมู่บ้านช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;หมู่บ้านทอผ้าไหมโบราณบ้านท่าสว่าง&amp;rdquo; อำเภอเมือง&amp;nbsp;


สล็อต789&amp;nbsp; เป็นอีกชุมชนหนึ่งที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเรื่องงานหัตถกรรมไทย เพราะงานทอผ้าไหมของบ้านท่าสว่างมีการออกแบบลวดลายที่สลับซับซ้อน งดงาม และมีความเชื่อความศรัทธาร่วมอยู่ มีการผสมผสานงานออกแบบลวดลายและการทอแบบราชสำนักกับเทคนิคการทอผ้าแบบพื้นบ้าน จนกลายเป็นผ้าทอที่มีความงดงามอย่างมหัศจรรย์และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ผลงานที่โดดเด่นของหมู่บ้านทอผ้าไหมโบราณบ้านท่าสว่าง คือได้รับการคัดเลือกจากรัฐบาลให้ทอผ้าสำหรับตัดเสื้อผู้นำและผ้าคลุมไหล่สำหรับคู่สมรสผู้นำ 21 เขตเศรษฐกิจที่มาร่วมประชุมผู้นำเอเปกเมื่อปลายปี 2546 จนเป็นที่รู้จักในชื่อ &amp;quot;หมู่บ้านทอผ้าเอเปก&amp;quot; และได้รับรางวัล OTOP ระดับ 5 ดาว ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หมู่บ้านต่อมา คือ &amp;ldquo;บ้านสวาย&amp;rdquo; ตำบลสวาย เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตผ้าไหมสวยที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์ จุดเด่นอยู่ที่กรรมวิธีการทอที่สลับซับซ้อน มีความยาก ต้องใช้ความสามารถและทักษะความชํานาญในการทอ โดยเฉพาะการทอผ้ามัดหมี่พร้อมยกดอกไปในตัว ทําให้ผ้าไหมที่ได้เป็นผ้าเนื้อแน่น และสมาชิกของชุมชนกว่า 70% ยังคงสืบสานวัฒนธรรมการทอผ้า และรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มหัตถกรรมสตรีทอผ้าไหมบ้านสวายขึ้น เพื่อพัฒนางานผ้าทอต่างๆ อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;ldquo;หมู่บ้านเครื่องเงินเขวาสินรินทร์&amp;rdquo; อำเภอเขวาสินรินทร์ มีชื่อเสียงในการทอผ้าไหมพื้นเมืองที่เรียกว่า&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย ผ้าโฮล และโดดเด่นเรื่องการทำเครื่องเงินโบราณ มีการผลิตลูกประคำเงินที่เป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้าน เรียกกันว่า &amp;quot;ลูกปะเกือม&amp;quot;&amp;nbsp; โดยนำแผ่นเงินมาตีเป็นลูกกลมหรือทำเป็นแบบรีๆ เกลี้ยงๆ แล้วนำมาลงยาและลงลายต่างๆ&amp;nbsp; กลายเป็นเครื่องประดับที่มีความสวยงาม ลายที่ขึ้นชื่อได้แก่ ลายไข่แมงดา ลายดอกพิกุล ลายดอกทานตะวัน นำไปใช้ทำกำไล เข็มขัด สร้อยคอ ต่างหู ได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวสุภาพสตรีอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนคนสนใจเรื่องของการเลี้ยงไหม &amp;ldquo;หมู่บ้านท่องเที่ยวไหมบ้านพญาราม&amp;rdquo; อำเภอเมือง โดดเด่นเรื่องการเลี้ยงไหมพื้นบ้าน มีการอนุรักษ์งานด้านหม่อนไหม มีผ้าไหมที่สวยงามและมีคุณภาพ และกรมหม่อนไหม&amp;nbsp; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ยกให้ชุมชนนี้เป็นหมู่บ้านการท่องเที่ยวแหล่งวัฒนธรรมเชิงเกษตรด้านหม่อนไหมแห่งที่ 3 ของประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ข้ามมาที่หมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชนที่จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มต้นกันที่ชุมชนน่ารัก &amp;ldquo;บ้านสนวนนอก&amp;rdquo; อำเภอห้วยราช ชุมชนโบราณที่ดำรงวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ใช้ภาษาพื้นถิ่นเขมรและสืบสานการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมาจนปัจจุบัน และมีผ้าไหมหางกระรอก ลายดั้งเดิมที่ตกทอดกันมาแต่โบราณ ที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในหมู่บ้านนี้นักท่องเที่ยวจะได้ชมและร่วมกิจกรรมกับชุมชน โดยมีมัคคุเทศก์ของหมู่บ้านพาชมกระบวนการต่างๆ ที่กว่าจะมาเป็นผ้าไหมหางกระรอกได้ นับตั้งแต่การปลูกชำต้นหม่อน การเก็บใบหม่อน การเลี้ยงไหม ให้อาหารตัวไหม สาวไหมจากดักแด้ ฟอกกาวไหมออกจากเส้นไหม การเตรียมเส้นไหมเพื่อมัดหมี่ การย้อมสีธรรมชาติ เรียนรู้กวิธีการมัดหมี่ การทอผ้าไหม และการสร้างสรรค์ลวดลายต่างๆ บนผืนผ้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ผ้าภูอัคนี บ้านเจริญสุข&amp;rdquo; อำเภอเฉลิมพระเกียรติ หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บริเวณภูเขาไฟเขาอังคาร ซึ่งนอกจากจะมีผืนดินที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุลาวาภูเขาไฟที่เคยปะทุออกมาในอดีต เหมาะแก่การเพาะปลูกอย่างมากแล้ว ชาวบ้านบริเวณนี้ยังคิดค้นวิธีการนําดินภูเขาไฟซึ่งเป็นวัตถุดิบหาได้ง่ายๆ ใกล้ๆ บ้านมาประยุกต์ใช้ในการย้อมผ้าจนเกิดเป็นผืนผ้าสีสันธรรมชาติอันสวยงาม และมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน เพราะมีสีสันเหมือนกับโทนสีของเขาพนมรุ้ง อีกทั้งบ้านเจริญสุขได้รับรางวัลหมู่บ้าน OVC (OTOP Village Champion) ประเภทหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่สะท้อนเรื่องราวประวัติศาสตร์ของพื้นถิ่นผ่านผืนผ้า &amp;ldquo;ภูอัคนี&amp;rdquo; ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาอันน่าภาคภูมิใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ต่อมาคือ &amp;ldquo;บ้านโคกเมือง&amp;rdquo; อำเภอประโคนชัย เป็นชุมชนเก่าแก่ที่ปรากฏร่องรอยอารยธรรมขอมอันรุ่งเรืองมาแต่อดีต โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สําคัญ คือปราสาทเมืองต่ำ ศาสนสถานศิลปะขอมแบบบาปวนที่มีอายุมากกว่า 1,400 ปี เป็นปราสาทหินอารยธรรมขอมที่มีขนาดใหญ่และมีความสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;บ้านโคกเมือง ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนเรื่องราววิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม ผ่านงานศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ของชุมชน อาทิ ผ้าไหมทอลายผักกูด หัตถกรรมชั้นดี ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณและเป็นเอกลักษณ์ของบ้านโคกเมือง เนื่องจากเป็นลายผ้าที่นำมาจากศิลปะบนเสาซุ้มประตูของปราสาทเมืองต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านนาโพธิ์ &amp;ldquo;ผ้าซิ่นตีนแดง&amp;rdquo; อำเภอพุทไธสง ผ้าไหมมัดหมี่ของที่นี่ถือเป็นผลิตภัณฑ์เลื่องชื่อที่ได้รับการกล่าวขาน โดยเฉพาะผ้าไหมมัดหมี่&amp;nbsp; ตีนแดง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า &amp;ldquo;ผ้าซิ่นตีนแดง&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ซิ่นหมี่รวด&amp;rdquo; ถือเป็นผ้าเอกลักษณ์พื้นถิ่นของชาวนาโพธิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหัวซิ่นและตีนซิ่นจะย้อมเป็นสีแดง ตรงกลางดำ มัดหมี่เหลือง แดง ขาว ปนสีเขียวบ้าง และการมัดหมี่ซิ่นตีนแดงนี้ถือว่ามีความซับซ้อนยุ่งยากกว่าการทำมัดหมี่ชนิดอื่นจึงไม่ค่อยมีคนทำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายที่ &amp;ldquo;ชุมชนบ้านหนองตาไก้&amp;rdquo; อำเภอนางรอง&amp;nbsp; หมู่บ้านขนาดเล็ก ประกอบด้วยบ้านหนองตาไก้และหนองตาไก้น้อย ชาวบ้านมักเรียกตัวเองว่า &amp;ldquo;ไทยนางรอง &amp;rdquo; เป็นชาวไทยเชื้อสายลาวที่ย้ายมาจากจังหวัดศรีสะเกษ ดำรงชีวิตเรียบง่าย สืบทอดการปลูกหม่อน เลี้ยงไหมและทอผ้า สามารถเยี่ยมชมวิถีชีวิตและการผลิตผ้าไหมตั้งแต่ขั้นแรกไปจนถึงการสร้างสรรค์ลวดลายบนผืนผ้าได้ครบวงจร ภายในหมู่บ้านมีมัคคุเทศก์ การแสดงทางวัฒนธรรมและโฮมสเตย์ไว้ให้บริการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวต่อว่า เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมหมู่บ้านในชุมชนต่างๆ ผ่านกิจกรรม &amp;ldquo;เที่ยวอีสานหน้าฝนกับชุมชนน่ารัก@สุรินทร์-บุรีรัมย์&amp;rdquo; ยังสามารถขอรับของที่ระลึกเป็นกระบอกน้ำน้องสุขใจเพื่อลดโลกร้อน และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีกติกาดังนี้คือ 1.เดินทางท่องเที่ยวตามชุมชนที่กำหนดไว้และขอรับคู่มือได้ที่ ททท.สุรินทร์ และททท.สำนักงานในประเทศทุกแห่ง 2.ถ่ายรูปกับสถานที่ท่องเที่ยวในชุมชนที่เป็นจุดเด่น และในภาพต้องมีท่านอยู่ในภาพ 3.โพสต์รูปภาพลง Facebook พร้อมกับเปิดสาธารณะ และติด #เที่ยวอีสานหน้าฝนสุรินทร์บุรีรัมย์ #ททท_สำนักงานสุรินทร์ และ 4.ผู้ส่งสามารถส่งได้ 1 ภาพต่อ 1 สิทธิ์เท่านั้น โดยผู้โชคดีจะได้รับของที่ระลึกกระบอกน้ำน้องสุขใจ จำนวน 1 ใบ และ ททท.สุรินทร์จะติดต่อกลับ รวมทั้งแสดงความคิดเห็นรูปภาพที่ท่านโพสต์จำนวน 400 ท่านแรกเท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ ขอสงวนสิทธิ์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดสุรินทร์-จังหวัดบุรีรัม&amp;ldquo;เที่ยวอีสานหน้าฝนกับชุมชนน่ารัก @สุรินทร์-บุรีรัมย์&amp;rdquo; เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานสุรินทร์ (รับผิดชอบพื้นที่ สุรินทร์-บุรีรัมย์ ) 355/3-6 ถนนเทศบาล 1 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ โทร. 0-4451-4447-8 ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ เวลา 08.30-16.30 น. หรืออีเมล tatsurin@tat.or.th&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สรณะ&amp;nbsp; รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15671</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทำเครื่องเงินโบราณ, ท่องเที่ยว, บ้านสวาย, ผ้าโฮลโบราณ, ผ้าไหม, สุรินทร์, หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง, หมู่บ้านทอผ้าเอเปก, หมู่บ้านทอผ้าไหมโบราณบ้านท่าสว่าง, อำเภอท่าตูม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180818/image_big_5b7822aa296eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
