<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธ.ศาลฎีกา สบายใจได้คืนบ้านป่าแหว่ง-ต้นไม้เติบโต ดันนโยบายศาลสีเขียวปลูกฝังตุลาการอนุรักษ์ธรรมชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไสลเกษ&amp;rdquo; ปธ.ศาลฎีกา หนุนกฎหมายพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม รับแรงบันดาลใจนโยบายศาลสีเขียวมาจากปมบ้านป่าแหว่ง สบายใจที่ได้คืนบ้านแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.63 - นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา กล่าวภายหลังประชุม หัวข้อ &amp;ldquo;การพัฒนาระบบยุติธรรมสิ่งแวดล้อมตามแผนการปฏิรูปประเทศ&amp;rdquo; โดยเป็นการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและข้อเสนอร่วมกันระหว่างนายไสลเกษ ประธานศาลฎีกา และนายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด, คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม, คณะทำงานพัฒนาวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อมฯ, คณะอนุกรรมการบริหารศาลปกครองสูงสุด และผู้ที่เกี่ยวข้อง ว่า เชื่อว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทุกวันนี้ที่สร้างความเดือดร้อนให้คนไทยมีความชัดเจนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหมอกควันพิษ หรืออะไรหลายอย่าง เราไม่มีเวลาแล้ว เราต้องระดมทรัพยากรและสมอง เพื่อแก้ไขผลักดันให้ผู้มีอำนาจในเชิงนโยบายของประเทศนี้ตัดสินใจที่จะต้องทำอะไรบางอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไสลเกษ กล่าวว่า ตนดีใจมากที่เราในฐานะสถาบันศาล ไม่ว่าจะเป็นศาลยุติธรรมหรือศาลปกครองมีท่าทีชัดเจนว่า เราต้องร่วมกันทำอย่างแน่นอน และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศเองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมนี้ ซึ่งตนก็ได้พูดกับผู้พิพากษาที่อยู่ในแผนกคดีสิ่งแวดล้อมให้ได้ศึกษาวิจัยเรื่องนี้มาโดยตลอด ส่วนนี้มีความสำคัญที่ทำให้ตนผลักดันนโยบายที่ได้ประกาศไว้ตอนขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา ในเรื่องการสร้างศาลสีเขียว (GREEN COURT) ไม่ได้คิดว่าจะทำให้มันต้องดูยิ่งใหญ่ แต่ทำในเชิงสัญลักษณ์ขององค์กรตุลาการ ที่เราจะสร้างสัญลักษณ์ให้สังคมเห็นว่าศาลให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เราให้ความสำคัญในเรื่องการบริหารจัดการภายในศาลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสร้างศาลให้เป็นสีเขียว ยอมรับว่าแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งเรามาจากเรื่องบ้านป่าแหว่ง ที่มีการชี้นิ้วมาที่เราว่าศาลทำลายทรัพยากร แต่จริงๆ แล้วผู้พิพากษานั้นไม่เกี่ยวข้องเลย เพราะเราก็มีหน้าที่ตัดสินคดี ฝ่ายธุรการก็มีหน้าที่จัดหาบ้านพักให้ผู้พิพากษา ซึ่งวันดีคืนดีไปขอพื้นที่ทหารมาได้ ทหารก็ส่งมอบพื้นที่มาให้ กระบวนการก่อสร้างก็ทำตามระเบียบขั้นตอนทุกอย่าง แต่ปรากฏว่าเราขาดความละเอียดรอบคอบในขั้นตอนการก่อสร้าง ทุกอย่างที่ผู้รับเหมาก่อสร้างเข้าไปในพื้นที่หรือการตัดต้นไม้ในพื้นที่ ก็กลายเป็นภาพที่ปรากฏที่เขาเรียกกันว่าป่าแหว่ง ประกอบกับสถานะทางการเมืองที่มันมีความขัดแย้งในพื้นที่เชียงใหม่ ศาลก็ก็ตกอยู่ในสถานะที่สะท้อนความขัดแย้งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นจำเลยในขั้นต้น แต่ว่าเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นและมันจบแล้ว เราสบายใจที่ได้คืนบ้านที่เรียกว่าป่าแหว่งให้กับกรมธนารักษ์เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไสลเกษ กล่าวอีกว่า เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ ตนได้มีโอกาสเดินทางไปก็พบว่าต้นไม้ได้เจริญเติบโตขึ้นจนแทบไม่เห็นบ้าน&amp;nbsp;สิ่งที่ตนสะท้อนเรื่องป่าแหว่ง ตนเสียใจแทนคนเชียงใหม่ที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ถอนศาลอุทธรณ์ภาค 5 ออกจากจังหวัดเชียงใหม่ไปยังจัดหวัดเชียงราย ซึ่งก็ดีใจแทนคนเชียงราย เพราะสิ่งที่ทำเป็นเรื่องการระงับความรู้สึกความขัดแย้งในเบื้องต้น ไม่ใช่การแก้ปัญหาระยะยาว แต่เหตุการณ์นี้ทำให้เราต้องส่งเสริมการปลูกต้นไม้หรือศาลสีเขียวขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกภาคส่วนควรร่วมมือและให้ความสำคัญร่วมกัน ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรจะมีวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อมที่มีมาตรฐาน เพื่อบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศาลฎีกาพร้อมให้การสนับสนุนให้มีพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม และนำไปสู่การตัดสินใจของรัฐบาลในการพิจารณาจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมต่อไป&amp;rdquo; ประธานศาลฎีกา กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 17 ก.ย.นี้ นายไสลเกษ &amp;nbsp;วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา จะเดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิดโครงการกิจกรรมปลูกป่าที่แปลงปลูกต้นไม้ &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม จ.นครราชสีมา ซึ่งสถาบันอบรมดังกล่าวจะเป็นที่ปลูกฝังตุลาการข้าราชการในสังกัดศาลยุติธรรมให้อนุรักษ์ธรรมชาติ จะเป็นโมเดลสู่การเป็นศาลสีเขียวทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77647</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, คดีสิ่งแวดล้อม, ประธานศาลฎีกา, ศาลสิ่งแวดล้อม, ศาลสีเขียว, หมู่บ้านป่าแหว่ง, ไสลเกษ วัฒนพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f7ce7767d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2020 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2020 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟป่าประชิดเมืองเชียงใหม่! ลุกไหม้ติดรั้ว &#039;หมู่บ้านป่าแหว่ง&#039; เสียหาย 150 ไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.63 - เมื่อช่วงคืนวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุไฟไหม้บริเวณพื้นที่ขอใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ​ของทหาร มทบ.33​ เหนือบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่​ สถานที่ท่องเที่ยวดัง ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากจุดที่เกิดไฟไหม้ป่า พื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ด้านหลังบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5​ ที่เป็นจุดถูกวิจารณ์​อย่างมากว่าเป็นบ้านป่าแหว่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดเชียงใหม่ได้ระดมกำลังกว่า 200 นายจากสถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ ชุดเสือไฟ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 33 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ฝ่ายปกครอง และเครือข่ายชาวบ้านจิตอาสาบริเวณห้วยตึงเฒ่า รวมกว่า 200 นาย โดยมีเฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนบินทิ้งน้ำช่วยดับไฟต่อเนื่องจนค่ำ พื้นที่เสียหายเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 150 ไร่ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเข้าควบคุมไฟอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เข้าถึงพื้นที่ยาก รวมทั้งมีใบไม้แห้งเป็นเชื้อเพลิง ทำให้ไฟลุกลามเป็นแนวยาว ทั้งนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ช่วงเวลา 19.00 น. วันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดกระแสลมแรงพัดเสริมเข้ามายังจุดที่เกิดไฟป่า ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วขึ้นอีก จนท้องฟ้าแดงไปด้วยเปลวเพลิง ปกคลุมด้วยกลุ่มควันไฟบริเวณ​กว้าง​ มองเห็นได้ชัดเจน และไฟได้ลุกลามจนมาประชิดกับรั้วของหมู่บ้านพักข้าราชการ​ศาลอุทธรณ์​ภาค​5​ หรือบ้านป่าแหว่ง ที่ถูกวิจารณ์​ก่อนหน้าและหมู่บ้านสวัสดิการทหาร และยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ทำให้เพียงเข้าทำแนวกันไฟในจุดที่เพลิงยังลุกลามมาไม่ถึง และเข้าใช้รถน้ำสกัด แต่ด้วยลมแรงทำให้เปลวไฟโหมรุนแรงเป็นระยะๆด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่เดินเข้าไปดับไฟได้ยาก จากนั้นเวลาประมาณ 22.00 น.กระแสลมเริ่มเบาลง ทำให้เปลวไฟที่ลุกลามเริ่มลดน้อยลง ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงระดมกำลังและรถน้ำเข้าไปควบคุมไฟอย่างต่อเนื่อง เพราะกลัวไฟที่ยังไม่ดับสนิทจะประทุขึ้นมาได้อีก​ ด้วยพื้นที่สูงชันเข้ายากเจ้าหน้าที่ต้องจัดเวรเพื่อเฝ้าระวังใกล้ชิดไม่ให้ไฟลามเข้าพื้นที่อาศัยใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60237</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงใหม่, ที่ราชพัสดุ, ปัญหาหมอกควันไฟป่า, หมู่บ้านป่าแหว่ง, อุทยานดอยสุเทพ-ปุย, ไฟป่าเชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200319/image_big_5e72d7ed0e445.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป้าต้อย&#039;ไม่ปลื้มพปชร.สัมมนาฟอกขาวการ์มองเต้ โยงบ้านป่าแหว่งเชียงใหม่ปลุกประชาชนต้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.62- &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีพล.อใประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเดินทาง ไปร่วมสัมมนาของพรรคพลังประชารัฐ ที่88การ์มองเต้ รีสอร์ท อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ว่าจะอธิบายอย่างไรด้วยเหตุผลแบบไหน ก็ฟังไม่ขึ้น รีสอร์ทแห่งนี้ถูกกรมอุทยานแห่งชาติ สั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และเคยจับกุมมาแล้วถึง 2 ครั้ง แสดงให้เห็นว่ากรมอุทยานฯ เป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติงานอย่างตรงไปตรงมา ยึดถือกฎหมายเป็นสำคัญ แม้ว่าในขณะนี้ศาลยังไม่ได้ตัดสิน แต่ก็ไม่เหมาะสมที่จะไปใช้ประโยชน์จากรีสอร์ทแห่งนี้ &amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคแกนนำของรัฐบาล มีคนระดับรองนายกฯ รมว.ยุติธรรม และยังมีรัฐมนตรีอีกหลายคน มาที่รีสอร์ทดังกล่าว พฤติการณ์นี้ทำให้สังคมอาจเข้าใจไปว่า คนของรัฐบาลมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้บริหารรีสอร์ท จะทำให้สิ่งผิด กลายเป็นสิ่งถูก สีเทาหรือสีดำ กลายเป็นสีขาวอย่างน่าอัศจรรย์หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า เมื่อปีที่แล้วประชาชนจังหวัดเชียงใหม่รวมตัวกัน เคลื่อนไหวรณรงค์ต่อต้าน การก่อสร้างโครงการอาคาร ศาลอุทธรณ์ภาค 5 และบ้านพักของข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ ในพื้นที่ติดกับดอยสุเทพใกล้กับอุทยานแห่งชาติ แม้ไม่ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายแต่เป็นการปลูกสร้างในบริเวณที่ควรจะเป็นพื้นที่สีเขียว เหตุการณ์นี้สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้กับรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ อย่างมาก แต่สุดท้ายก็สั่งยุติการก่อสร้างดังกล่าว เพราะไม่อาจฝืนหรือขัดขวางกระแสการเคลื่อนไหวของประชาชนในพื้นที่ที่มีความชอบธรรมได้ เหตุการณ์ดังกล่าวควรจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับครั้งนี้ เป็นเพราะเจ้าของรีสอร์ท สนับสนุนทางการเงินให้กับพรรคพลังประชารัฐใช่หรือไม่ เพราะมีข่าวว่าช่วยสนับสนุนซื้อโต๊ะจีนในการจัดระดมทุนเมื่อปลายปีที่แล้ว เรื่องนี้จึงน่าสังหรณ์ใจว่าอธิบดีกรมอุทยานจะถูกโยกย้ายหรือไม่ การดำเนินการตามกฎหมาย จัดถูกระงับ หรือเบี่ยงเบนไป จากทำนองคลองธรรมของความถูกต้องหรือไม่ อยากให้ประชาชนช่วยกันจับตาดู และช่วยกันแสดงออกเพื่อมิให้สิ่งผิด กลายเป็นสิ่งถูกขึ้นมาได้ และจะเลือกปฏิบัติกับชาวบ้านธรรมดาที่ถูกจับติดคุก ถูกปรับ ถูกรื้อถอนอาคารบ้านเรือนในข้อหาเดียวกับนายทุนเจ้าของรีสอร์ทหรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41702</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พรรคเพื่อไทย, วังน้ำเขียว, สัมมนาพรรคพปชร., หมู่บ้านป่าแหว่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca5c8e7409bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวพันธุ์&#039; เตรียมนำแนวทางแก้ &#039;บ้านพักป่าแหว่ง&#039; เข้าครม.15 ม.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขปัญหาบ้านพักศาลอุทธรณ์ภาค 5 ว่า นายกฯเห็นชอบกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหากรณีการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 และบ้านพักข้าราชการตุลาการแล้ว ตั้งแต่ 17 ธ.ค.61 โดยคณะกรรมการฯ ได้แจ้งเรื่องนี้ให้ทางจังหวัดเชียงใหม่และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับไปดำเนินการต่อ โดยทางจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดทำแผนปฏิบัติการ ฟื้นฟูบริเวณบ้านเดี่ยว 45 หลังและบริเวณโดยรอบ พร้อมทั้งงบประมาณเสร็จเรียบร้อย ซึ่งจะมีการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในการประชุมครม.นอกสถานที่ที่จังหวัดลำปางในวันที่ 15 ม.ค.62 นี้ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการและงบประมาณ ซึ่งจะทำให้จังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการได้ต่อไป สำหรับการส่งคืนพื้นที่ การรื้อถอน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย ทางจังหวัดเชียงใหม่จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสำนักงานศาลยุติธรรม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26221</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ปัญหาบ้านพักตุลาการ, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หมู่บ้านป่าแหว่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c36e0bae86d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2018 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2018 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาศาลฯแจงยิบแจ้งจับแกนนำค้านบ้านป่าแหว่ละเมิดสิทธิผู้พิพากษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค.61 - ที่ห้องประชุมชั้น 12 สำนักงานศาลยุติธรรม ถ.รัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้เป็นประธานปิดการอบรมหลักสูตร &amp;rdquo;พัฒนาสื่อมวลชนเพื่อการประชาสัมพันธ์ศาลยุติธรรมความรู้ทางกฎหมาย&amp;quot; โดย นายสราวุธ ได้ตอบคำถามสื่อถึงความคืบหน้ากรณีการสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 แห่งใหม่ พร้อมอาคารที่พักอาศัยของผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 กับข้าราชการประจำศาล ทดแทนอาคารเดิมที่จะย้ายจากพื้นที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ ป่าเชิงดอยสุเทพ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่ก่อนหน้านี้มีปัญหาพื้นที่การก่อสร้างกระทั่งมีการเรียกว่า &amp;ldquo;บ้านป่าแหว่ง&amp;rdquo; ว่า หลังจากคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ได้มีมติเห็นชอบให้ย้ายอาคารที่ทำการ และอาคารที่พักอาศัยของผู้พิพากษา-ข้าราชการศาล โดยขอใช้ที่ดินของศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย จ.เชียงราย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมได้ทำหนังสือแจ้งไปยังรัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ แล้ว ขณะนี้รอเพียงการแจ้งอนุญาตให้ใช้พื้นที่ของกระทรวงเกษตรฯ และการจัดสรรงบประมาณมาเพื่อให้สร้างอาคารที่ทำการและที่พักอาศัยใหม่ในพื้นที่ จ.เชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามข้อเท็จจริงกรณีที่มีการแจ้งความแกนนำผู้คัดค้านบ้านป่าแหว่ง ที่ได้นำภาพและรายชื่อของผู้พิพากษาในพื้นที่ดังกล่าวติดป้ายประกาศเผยแพร่เป็นจริงอย่างไรนั้น นายสราวุธ ตอบว่า กรณีที่มีการนำชื่อผู้พิพากษาไปติดในที่สาธารณะในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตนมองว่าการกระทำดังกล่าวผิดต่อกฎหมาย ไม่สามารถทำได้ เพราะผู้พิพากษาที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่เหล่านั้น เป็นการเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ขณะที่บ้านพักนั้น ถือเป็นบ้านพักของราชการไม่ใช่บ้านพักส่วนตัวของผู้พิพากษา การที่เขาเข้าไปอยู่ในเขตบ้านพักนั้น สร้างโดยถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ดังนั้นหากบุคคลใดไปคุกคาม ละเมิดสิทธิของผู้พิพากษา สำนักงานศาลยุติธรรมมีหน้าที่ต้องคุ้มครองดูแลความปลอดภัยของผู้พิพากษาเหล่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้หากเรามีเจ้าพนักงานตำรวจศาล หรือคอร์ทมาแชลซึ่งเวลากำลังเสนอร่างกฎหมายจัดตั้งนั้น ก็จะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้พิพากษาที่เราต้องดูแล ซึ่งขณะนี้มีผู้พิพากษาศาลยุติธรรมทั่วประเทศ 4,471 คน กับบุคลากรในศาลยุติธรรมทั่วประเทศ 12,974 คน โดยผู้พิพากษาเหล่านี้ต้องดูแลเพราะมีหน้าที่พิพากษาชี้ขาดคดี สำนักงานศาลยุติธรรมจึงมีหน้าที่ต้องดูแลความปลอดภัยของเขา ถ้าผู้พิพากษาอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวกดดัน ประชาชนและสังคมก็จะได้รับผลกระทบโดยตรง หรือถ้าตัดสินคดีด้วยความกลัว ความอิสระก็จะไม่มี ความเป็นกลางก็จะไม่มี ท้ายที่สุดผลกระทบก็จะตกอยู่ที่ประชาชน ที่ผ่านมาสำนักงานศาลยุติธรรม เราได้ทำตามกฎหมายทุกกรณี และเมื่อมีการคุกคามลักษณะเช่นนี้ เราก็จะดูแลดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าใครจะเป็นผู้กระทำ ก็ให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานศาลยุติธรมที่จะดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ได้รับรายงานว่าผู้พิพากษาได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว นายสราวุธ ตอบว่า ตนได้รับรายงานแล้ว และกำลังติดตามความคืบหน้ามาโดยตลอด ซึ่งการแจ้งความนั้น ทางสำนักงานศาลฯ และตัวผู้พิพากษาท่านนั้นๆ เอง ได้แจ้งความไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายสราวุธ กล่าวย้ำว่า ผู้พิพากษาเหล่านี้อยู่กัน เขาก็ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ก่อนที่จะมีการร้องเรียนด้วยซ้ำ ซึ่งสำนักงานศาลฯ ยืนยันว่าพวกเขาอยู่กันโดยถูกต้องทุกอย่าง ถ้าจะให้ย้ายออกจะให้เขาอยู่ที่ไหน ต้องจัดหาที่พักให้ ขอย้ำว่าไม่ใช่การไปเที่ยวแต่ไปทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ดังนั้นก็เป็นหน้าที่หน่วยงานของรัฐที่จะดูแล ทั้งเรื่องที่พักอาศัยและความปลอดภัยของเขาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในการแจ้งความดำเนินคดี มีจำนวนทั้งสิ้นกี่ราย นายสราวุธ ตอบว่า ถ้าตำรวจสืบทราบกี่ราย ก็จะดำเนินการตามกฎหมายทุกราย หากเจอ 10 คน ก็ต้องดำเนินการทั้งหมด ทุกคนที่เกี่ยวข้อง เราดำเนินการตามกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อหาที่มีการแจ้งดำเนินคดีนั้น คือ ข้อหาหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา และกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งการแจ้งความนั้นจะเกี่ยวกับแกนนำกลุ่มเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่ประชาชนที่ร่วมแสดงความเห็น ทั้งนี้ มีรายงานแจ้งว่า มีการแจ้งความดำเนินคดีไว้ทั้งในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ สน.พหลโยธิน กรุงเทพฯ ขณะนี้ มีการออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาเพื่อให้การแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23220</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอยสุเทพ, สราวุธ เบญจกุล, สำนักงานศาลยุติธรรม, หมู่บ้านป่าแหว่ง, เลขาฯศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181201/image_big_5c0228822c6c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2018 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2018 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือมืดติดป้ายประจานตุลาการเข้าพักบ้านป่าแหว่งติดหรากลางเมืองเชียงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ย. 61 -เจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ ได้ทำการเก็บและเคลื่อนย้ายป้ายที่โจมตีข้าราชการตุลาการระดับบริหารที่อาศัยอยู่ในโครงการบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 เชิงดอยสุเทพหรือ บ้านป่าแหว่งที่เป็นปัญหาการต่อต้านของมวลชนในขณะนี้ โดยป้ายดังกล่าวพาดพิงถึงข้าราชการตุลาการระดับผู้บริหารที่ไปอาศัยอยู่ภายในจำนวนหนึ่งว่า เป็นการย่ำยีหัวใจของชาวเชียงใหม่ โดยไม่ทราบว่า ใครเป็นผู้นำมาติดตั้งเอาไว้เมื่อใด บริเวณข่วงประตูช้างเผือกและข่วงประตูท่าแพในตัวเมือง โดยมีผู้ถ่ายภาพและนำไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่คาดว่า น่าจะมีการนำไปติดตั้งไว้ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา และอาจจะมีสาเหตุมาจากความไม่พอใจที่รัฐบาลยังไม่มีท่าทีที่ชัดเจนว่าจะดำเนินรื้อถอนตามที่ชาวเชียงใหม่เรียกร้อง ล่าสุดรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ที่ได้รับมอบหมายดูแลปัญหายังขอใช้เวลาอีก 30 วัน ขณะที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ล่าสุด หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์นี้ว่า ยังยืนยันที่จะไม่ให้มีใครไปอยู่อาศัย เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการอยู่ตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้ไม่เป็นที่วางใจของประชาชน โดยวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ย.นี้ กลุ่มมวลชนที่คัดค้านก็จะออกมาเคลื่อนไหวใหญ่แสดงเจตนารมณ์ เพื่อให้รื้อถอนและไม่ให้มีใครอยู่ตามที่ผู้นำประเทศได้รับปากไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21606</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดค้านบ้านพักตุลาการ, ติดป้ายประจานตุลาการ, หมู่บ้านป่าแหว่ง, เทศบาลนครเชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181108/image_big_5be3e0de885c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีทนไม่ได้!ตอก&#039;บิ๊กตู่&#039;งัดเอกสารที่ตัวเองร้องศาลอุทธรณ์ภาค5ระงับก่อสร้างอาคารเชิงดอยเมื่อปี59มาโชว์ว่าค้านแต่แรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.61- &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ &amp;nbsp;จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง &amp;quot;ติงนายกฯ-โฆษกรัฐบาล &amp;ldquo;อย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง&amp;rdquo; กรณีประชาชนค้านบ้านป่าแหว่ง สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและประชาชนค้านมาตั้งแต่แรกแล้ว&amp;quot; ระบุว่า ตามที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงตำหนิผู้ที่ออกมาคัดค้านการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 พร้อมที่พักอาศัย เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมาโดยอ้างคำพูดของนายกรัฐมนตรีว่า ทำไมเพิ่งมาคัดค้านโครงการดังกล่าว &amp;ldquo;หากการออกมาคัดค้านได้ดำเนินการตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นโครงการก่อสร้าง ก็จะไม่ทำให้เรื่องยืดยาวหรือต้องสูญเสียงบประมาณของรัฐเช่นนี้&amp;rdquo; นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำแถลงดังกล่าวเป็นลักษณะ &amp;ldquo;เอาดีเข้าตัวโยนชั่วให้คนอื่น&amp;rdquo; หรือแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่ามีประชาชนคัดค้านโครงการดังกล่าว ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงนั้นชาวบ้านเขาคัดค้านมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่เป็นเพราะการไม่ยอมรับฟังข้อท้วงติงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างหาก ปัญหาจึงลุกลามบานปลายมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งในส่วนของสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ก็ได้ทำหนังสือท้วงติงไปยังท่านอธิบดีศาลอุทธรณ์ภาค 5 อธิบดีกรมธนารักษ์ และอธิบดีกรมป่าไม้ ให้ทบทวนการใช้พื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.59 แล้ว (ปรากฏตามสำเนาหนังสือแนบ) แต่ทว่าหน่วยงานดังกล่าวไม่ยอมรับฟังและทบทวนตามที่สมาคมฯทักท้วงเลยต่างหาก ทำให้รัฐต้องสูญเสียเงินงบประมาณบานปลายไปเช่นนี้ ซึ่งในขณะนั้นเข้าใจว่าพล.ท.สรรเสริญ ยังไม่ได้ใหญ่โตเป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ จึงอาจไม่รู้ ถึงได้แถลงออกมาในลักษณะ &amp;ldquo;ปล่อยไก่&amp;rdquo; ตัวเบิ้มให้ชาวบ้านเขารู้ถึงภูมิรู้เยี่ยงนี้ก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเลือกพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักและสำนักงานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่เจาะเข้าไปในพื้นที่ที่มีป่าไม้ขึ้นอุดมสมบูรณ์เชิงดอยสุเทพ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนเชียงใหม่นั้น ปุถุชนทั่วไปก็รู้ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ดังนั้นการออกมาคัดค้านของประชาชนคนเชียงใหม่และคนที่มีใจรักษ์สิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ จึงเป็นการสะท้อนให้เห็นโดยชัดแจ้งว่ารัฐบาลต้องฟังเสียงประชาชนเป็นที่ตั้ง จึงจะชอบ เพราะไม่มีอำนาจใดเหนือไปกว่า อำนาจของประชาชน... และที่สำคัญการสูญเสียเงินแผ่นดินที่เสียหายไปกับการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 พร้อมที่พักอาศัยเชิงดอยสุเทพดังกล่าว ในอนาคต &amp;ldquo;ต้องมีคนรับผิดชอบ&amp;rdquo; แน่นอน จะปล่อยไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะเงินแผ่นดินต้องตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุมัติ/อนุญาตควรเตรียมตัวไว้ให้ดี เพราะคดีทุจริตและประพฤติมิชอบไม่มีอายุความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16326</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศรีสุวรรณ จรรยา, ประชาชนคัดค้าน, หมู่บ้านป่าแหว่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5edc9fad007.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
