<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 20:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มูลนิธิชัยพัฒนา&#039; เล่าเรื่องหมู่บ้านเขาเต่า กลายเป็นห้องเรียนธรรมชาติสำหรับนักเรียนผู้โชคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;มูลนิธิชัยพัฒนา&amp;quot; ได้เผยแพร่บทความจากวารสารมูลนิธิชัยพัฒนา ฉบับธันวาคม 2544 เล่าเรื่องราวห้องเรียนธรรมชาติ ที่ &amp;ldquo;หมู่บ้านเขาเต่า&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;ldquo;48 ปี&amp;rdquo; ที่ล่วงมา &amp;ndash; จนถึงปัจจุบัน &amp;ldquo;ตะกาด&amp;rdquo; บริเวณ &amp;ldquo;เขาเต่า&amp;rdquo;&amp;nbsp;กลายเป็นชั้นเรียนธรรมชาติสำหรับเด็กนักเรียนผู้โชคดี ซึ่งเรื่องเล่าดังกล่าวมีผู้กดไลค์และแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหาบทความดังกล่าวมีดังนี้&amp;nbsp;หมู่บ้านเล็กๆ ติดทะเลใกล้เขาที่มีรูปร่างลักษณะเหมือนเต่า ที่ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีชื่อที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;บ้านเขาเต่า&amp;rdquo; ชาวบ้านที่นี่มีอาชีพประมงมาแต่ครั้งรุ่นปู่ย่าตายาย แต่ในสมัยนั้นชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบากกว่าที่เป็นในปัจจุบันมาก ถนนหนทางก็ลำบาก เป็นดินเลนมีหลุมบ่อเต็มไปหมด ไม่มี &amp;ldquo;น้ำ&amp;rdquo; สำหรับดื่มกิน ต้องไปหาบมาจาก &amp;ldquo;ตาน้ำ&amp;rdquo; ที่มีอยู่ในหมู่บ้าน และยังไม่มีน้ำสำหรับการปลูกพืชอีกด้วย อีกทั้ง &amp;ldquo;ดิน&amp;rdquo; ก็ไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันหนึ่งของปี 2496 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปบ้านเขาเต่า โดยรถจี๊บโปโล และรถยนต์พระที่นั่งจมเลนในตะกาด ทุกคนที่ไปในวันนั้นต้องลงมาช่วยกันเข็น ตะกาดนี้ เป็นภาษาท้องถิ่น หมายถึง เป็นที่ที่น้ำทะเลขึ้นมา เมื่อถึงเวลาน้ำลง พื้นที่ตรงนั้นก็กลายเป็นเลน ทำอะไรไม่ได้ แม้แต่ต้นไม้ก็ยังขึ้นไม่ได้ มีเพียงปูตัวเล็กๆ ที่เรียกว่า ปูเปี้ยว อยู่เต็มไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หมู่บ้านเขาเต่า&amp;rdquo; จึงเป็นเสมือนโรงเรียนธรรมชาติแห่งแรก ที่ได้ทรงศึกษาปัญหาทั้งเรื่อง น้ำ และ ดิน โดยทรงเริ่มแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำจืดของชาวบ้านที่นี่เป็นลำดับแรก โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ 60,000 บาท แก่กรมชลประทาน ก่อสร้างทำนบดินปิดกั้นน้ำทะเลไม่ให้ไหลลงสู่ทะเล ทำให้เกิดเป็นอ่างเก็บน้ำสำหรับชาวบ้านได้ใช้ทั้งการอุปโภค บริโภค เลี้ยงปลา รวมทั้งเพื่อการเพาะปลูกพืชอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อ่างเก็บน้ำเขาเต่า&amp;rdquo; แห่งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของพระราชดำริเรื่องน้ำ ที่ทรงเห็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวดว่า ...น้ำคือชีวิตของประชาชน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ &amp;ldquo;รถจี๊บโปโลจมเลนในตะกาด&amp;rdquo; เดียวกันนี้ ยังเป็นจุดเริ่มต้นของ &amp;ldquo;การพัฒนาปรับปรุงดิน&amp;rdquo; ที่เสื่อมคุณภาพ ทรงสนพระทัยศึกษาปัญหา &amp;ldquo;ดินในตะกาด&amp;rdquo; ของบ้านเขาเต่าที่ไม่สามารถเพาะปลูกได้ ดังนั้น จึงทรงให้ผู้เชี่ยวชาญดินชาวต่างประเทศ ตรวจวิเคราะห์ดิน ซึ่งลงความเห็นเมื่อ 40 ปีที่แล้วว่า &amp;ldquo;เป็นดินที่พืชไม่ขึ้น เป็นดินที่เลวที่สุดในโลก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ &amp;hellip; ในบ่ายของวันที่ 6 ตุลาคม 2544 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังสถานที่แห่งนี้ อีกครั้งหนึ่ง แต่ในสถานภาพของ &amp;ldquo;ครู&amp;rdquo; ผู้เมตตา ทรงสอนเรื่อง ดินและน้ำ และธรณีวิทยาแก่คณะนักเรียนระดับมัธยมต้นและปลายผู้โชคดีของโรงเรียนวังไกลกังวล ที่ไม่อาจจะหาช่วงเวลาอันเป็นมงคลที่ประเสริฐกว่านี้ได้อีกแล้วในชีวิต เพราะ มีครู เป็น &amp;ldquo;ในหลวง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;hellip;ถ้าดินอยู่เฉยๆ ไม่ได้ปลูกอะไร มันไม่ทำงาน นี่มันทำงาน จะเห็นเป็นปมๆ ถ้าอยากให้ดีใส่ถั่ว&amp;hellip;&amp;rdquo;&amp;nbsp;พระราชกระแสนี้ เป็นการสอนนักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวลเกี่ยวกับดิน ที่บริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาลเขาเต่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ใครหลายคนคงเห็นและจำได้ดีว่า วันนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นครูสอนวิชาว่าด้วย &amp;ldquo;เรื่องดิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสอนในครั้งนี้ เป็นพระราชประสงค์ให้เด็กนักเรียนมีโอกาสได้เรียนรู้จากสภาพความเป็นจริง ซึ่งจะเป็นประสบการณ์ที่นอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังสามารถจดจำได้ดีและเข้าใจมากกว่าการเรียนรู้ภายในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทรงหาวิธีการแก้ไขปัญหาดินจาก &amp;ldquo;ดินที่เลวที่สุดในโลก&amp;rdquo; กลายเป็นดินที่สามารถ &amp;ldquo;ปลูกข้าวปลูกผัก&amp;rdquo; ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปรับปรุงคุณภาพดินที่บ้านเขาเต่า ใช้วิธีการง่ายๆ ตามแนวพระราชดำริ&amp;nbsp;&amp;ldquo;..เอาทรายมาใส่ ประมาณ 50 ซม. หรือ 1 เมตร แล้วเอาดินเชิงเนินมาใส่&amp;hellip;&amp;rdquo; เพื่อไม่ให้ออกซิเจนเข้าไปในดิน และจะได้พัฒนาดินนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;hellip;40 ปีกว่า 50 ปี มานี้เขาใช้อย่างนี้ เจาะลงไปเป็นดินที่เลว ใช้ไม่ได้ ปลูกหญ้าก็ไม่ขึ้น &amp;hellip; หลายปี ดินมันก็สลายไป เปลี่ยนไปเป็นดินที่ใช้ได้ &amp;hellip; ปลูกหญ้า ปลูกต้นไม้ &amp;hellip; ทำให้ดินเปลี่ยนแปลง&amp;hellip;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เมื่อทรงศึกษาถึงศักยภาพของหญ้าแฝกว่ามีผลต่อการปรับปรุงคุณภาพดินด้วย ดังนั้น &amp;ldquo;&amp;hellip;ใส่หญ้าแฝกไป หญ้าแฝกเจาะลงไปแล้วก็พาพวกจุลินทรีย์ลงไปด้วย &amp;hellip; ดูดไนโตรเจน แล้วก็เปลี่ยนแปลงไปเป็นปุ๋ยไนโตรเจน เป็นปมๆ ทำให้ดินดีขึ้น&amp;hellip;&amp;rdquo; ที่เขาชะงุ้ม จังหวัดราชบุรี เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทรงนำมาอธิบายแก่เด็กนักเรียน ว่า &amp;ldquo;&amp;hellip;ที่เขาชะงุ้ม ทีแรกไม่ได้เป็นดิน เป็นหินลูกรัง &amp;hellip; ก็ไปทำกลายเป็นดิน แล้วก็ปลูกพืชอะไรต่างๆ สามารถที่จะใช้ได้ เดี๋ยวนี้สบายมาก&amp;hellip;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยังไม่ได้เรียน&amp;rdquo; นักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้น เมื่อทรงซักถามเกี่ยวกับเคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อ้าว&amp;hellip; ยังไม่ได้เรียน? เรียนเคมีมีทฤษฎี &amp;hellip;น้ำ H2O H ไฮโดรเจน O ออกซิเจน H มี 2 &amp;hellip; แล้วนี่ S ซัลเฟอร์ มาโดนออกซิเจน เป็น SO ผสมกับน้ำเป็น H2SO4 เป็นซัลฟูริค แอซิค ต่อไป&amp;hellip;ถึงว่ามาทำนี่&amp;hellip;ดร.พิสุทธิ์ เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญดิน เคมีดิน แล้วก็อันนี้มาใช้อะไรได้&amp;hellip;ไม่ได้ ถึงว่าได้นี่ เราต้องปรับปรุง เราอยากทำตรงนี้ให้ดีขึ้น &amp;hellip; ปรับปรุงให้เป็นดินที่ไม่มีความละเอียดพิเศษ ต้องใช้เวลาอย่างที่อาจารย์ว่า ดร.พิสุทธิ์ บอกว่ายิ่งใส่น้ำแล้วเอาน้ำออกจะยิ่งเปรี้ยว บอกทำอะไรไม่ได้ ปลูกข้าวปลูกผัก &amp;hellip; ปลูกข้าวไม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงอธิบายเรื่องแกล้งดินเพิ่มเติม ว่า &amp;ldquo;&amp;hellip;เราจะแกล้งดิน แกล้งดินให้ดินนั้นกลายเป็นโรงงานทำซัลฟูริค แอซิค &amp;hellip;แล้วปลูกข้าว ขึ้นมานิดหนึ่ง &amp;hellip; มันใช้ไม่ได้ &amp;hellip; เอาน้ำออก รอให้น้ำเข้าก่อนแล้วปลูกใหม่ ขึ้นสูงสองเท่า &amp;hellip; ทำอย่างนี้ที่ดินที่เราทำ แทนที่จะทำปีละครั้ง ปลูกข้าวปีละครั้ง เราไปปลูกข้าวปีละสามครั้ง &amp;hellip; ให้ดินพักหน่อย แล้วปีต่อไปทำใหม่&amp;hellip;&amp;rdquo;&amp;nbsp;และในที่สุด &amp;ldquo;&amp;hellip;โครงการแกล้งดิน กลายเป็นส่งเสริมดินให้ดี&amp;hellip;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเสด็จฯ กลับในวันนั้น เด็กนักเรียน พร้อมใจกันกราบพระบาท ด้วยสำนึกในพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงถ่ายทอดวิชาความรู้เกี่ยวกับการปรับปรุงคุณภาพดิน จากสิ่งที่ทรงประสบและแก้ไขปัญหาด้วยพระองค์เอง ณ ห้องเรียนธรรมชาติที่บ้านเขาเต่า นับเป็นมงคลแห่งชีวิตที่มิอาจลืมได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74843</URL_LINK>
                <HASHTAG>มูลนิธิชัยพัฒนา, หมู่บ้านเขาเต่า, โรงเรียนธรรมชาติ, ในหลวง รัชกาลที่ 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3bd2ec0264a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
